พีรพันธุ์ พาลุสุข หารือเรื่องการปรับเงินเดือนและค่าตอบแทนของข้าราชการพลเรือน สมาชิกสภาและองคมนตรี และศาลยุติธรรม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่ชัดเจน และขอคำชี้แจงจากคณะกรรมาธิการว่ามาตรานี้จะไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ในมาตรา ๔/๑ ถึงแม้กรรมาธิการได้ไปแก้ไขโดยตัดคําว่า หรือเงินประจําตําแหน่ง ออก ก็เพราะคงจะไปตรงกับ ที่กําหนดไว้ในหลักการว่าให้กําหนดการปรับเฉพาะอัตราเงินเดือน ไม่ได้รวมถึงค่าตอบแทน อย่างอื่นก็ตาม ผมก็มีข้อสงสัยอยากจะขอคําชี้แจงเพิ่มเติมจากคณะกรรมาธิการ ในมาตรา ที่เพิ่มขึ้นมาเป็นมาตรา ๔/๑ มีความชัดเจนในแง่กฎหมายมากขึ้น
ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๐๒ ซึ่งอยู่ในหมวดของศาล ได้กําหนดไว้ชัดเจนว่า เงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของ ผู้พิพากษาและตุลาการ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ทั้งนี้ จะนําระบบบัญชีเงินเดือน หรือเงินประจําตําแหน่งของข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับมิได้
ในวรรคสองก็ยังพูดไว้ต่อไปว่า ให้นําความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน โดยอนุโลม
ผมเข้าใจว่าที่เขียนไว้ในหมวดนี้อยู่ในหมวดศาล และเรื่องเงินเดือนค่าตอบแทนนี้ ให้ไปใช้กับองค์กรอิสระด้วย เนื่องจากท่านเหล่านี้ทํางานเป็นไปตามหน้าที่อย่างเป็นอิสระ เพราะฉะนั้นการกําหนดเงินเดือนหรือค่าตอบแทน ผมเข้าใจว่ากฎหมายประสงค์จะให้ออกเป็น กฎหมายจึงใช้คําว่าให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ไม่ประสงค์จะให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไปกําหนดค่าตอบแทนเอง เพราะอาจจะไปกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ ขององค์กรเหล่านั้นได้ ในมาตรา ๒๐๒ ที่บอกว่าให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ คําว่าเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัตินี้ ถ้าอ่านดูแล้วผมเข้าใจว่าน่าจะหมายถึง เป็นพระราชบัญญัติ ไม่น่าจะหมายถึงพระราชกฤษฎีกาด้วย เพราะถ้าเป็นพระราชกฤษฎีกา ก็หมายความว่าฝ่ายนิติบัญญัติมอบอํานาจให้ฝ่ายบริหารไปปรับเงินเดือนให้กับผู้พิพากษา หรือตุลาการ รวมทั้งองค์กรอิสระได้ ถ้ากฎหมายประสงค์จะให้มีการปรับเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่น ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ถ้าย้อนกลับไปดู ในเรื่องนี้ เท่าที่ผมดูอย่างเร็ว ๆ ก็จะพบว่าในบางมาตราเช่น
มาตรา ๑๙๖ ของรัฐธรรมนูญปัจจุบันที่กําหนดไว้ว่า เงินประจําตําแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นขององคมนตรี ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ให้กําหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
ซึ่งต้องกําหนดให้จ่ายได้ไม่ก่อนวันเข้ารับหน้าที่ รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ ให้ออกอย่างนี้ได้ แต่ในหมวดศาลนี่ท่านบอกว่าให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ผมก็เลย เข้าใจว่าน่าจะต้องเป็นพระราชบัญญัติ ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติ และเสนอมาโดยฝ่ายบริหาร ทําไมจึงเป็นอย่างนี้ ก็เพราะว่าศาลก็ตาม องค์กรอิสระก็ตาม ก็ต้องทํางานโดยอิสระ เพราะฉะนั้นการกําหนดค่าตอบแทนเหล่านี้จึงต้องมีความเห็นชอบจากฝ่ายบริหาร แล้วก็มาผ่านความเห็นชอบของฝ่ายรัฐสภา ซึ่งจะเป็นหลักประกันการทํางานของท่าน อย่างนั้นด้วย ผมเข้าใจว่าในการพิจารณาในมาตรานี้ทราบว่าถ้าดูจากรายงานการประชุม ท่านได้เชิญทุกฝ่ายมาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตามเท่าที่ได้ตรวจสอบดู ก็ปรากฏว่ามันมีกฎหมายอยู่ฉบับหนึ่งก็คือพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม ปี ๒๕๔๓ แล้วก็พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ปี ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม ปี ๒๕๕๐ สมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็มีข้อความอย่างนี้ คล้าย ๆ กันกลับเข้าไป เขียนว่าให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกาได้ ถึงแม้จะยังไม่มีปัญหา ในทางรัฐธรรมนูญว่าที่ออกอย่างนี้เป็นการออกเกินเลยกว่าที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้หรือเปล่า เพราะว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๐๒ บอกว่าเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ไม่ได้บอกว่า ให้ไปออกเป็นพระราชกฤษฎีกาได้ ที่ผมเรียนถามก็เพื่อจะได้เกิดความชัดเจนว่าการบัญญัติอย่างนี้ถึงแม้จะเขียนไว้ในหลักการแล้วว่า เป็นหลักการที่ ๓ ว่าให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ในหลักการที่ ๓ เนื่องจากเป็นการปรับ เข้าใจว่าท่านบอกว่าปรับ ปรับพร้อมกันไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ทั่วกันทุกคน ถ้าจะมาออก เป็นพระราชบัญญัติก็คงจะใช้เวลาอีกมาก เพื่อให้เกิดความสะดวก เพราะถือว่าเป็นการปรับ เท่ากันทุกอัตรา ก็ให้ฝ่ายบริหารไปออกเป็นพระราชกฤษฎีกาได้ก็จริง แต่ว่าดูตามเจตนารมณ์ ของมาตรา ๒๐๒ แล้ว ผมเข้าใจว่าเมื่อใช้คําว่าเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ น่าจะหมายถึง การต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้อํานาจที่จะให้ฝ่ายสภาไปมอบอํานาจ ให้ฝ่ายบริหารไปกําหนดการปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น ถึงแม้จะปรับเท่ากันโดยออก เป็นพระราชกฤษฎีกาได้ อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นความเห็นของกระผมนะครับ ก็อยากจะเรียนถาม คณะกรรมาธิการว่ามาตรานี้ที่ในการร่างขึ้นมาทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณากัน อย่างรอบคอบแล้ว ได้สอบถามทุกฝ่ายแล้วหรือไม่ว่ามันไม่มีปัญหาว่าจะไปขัดหรือแย้งกับ รัฐธรรมนูญ หรือจะเป็นการออกกฎหมายเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญได้ให้อํานาจไว้ ผมก็อยากจะเรียนถามคณะกรรมาธิการเพื่อจะยืนยันเรื่องนี้ให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน