อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ พูดถึงการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับกรรมการวิชาการ โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงคุณสมบัติและความรับผิดชอบของกรรมการวิชาการในการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๗ เป็นเรื่องของการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับเดิมในมาตรา ๑๗ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องคุณสมบัติของกรรมการวิชาการ ซึ่งกรรมการวิชาการเป็นกรรมการ ที่อยู่ภายใต้คณะกรรมการอีกชั้นหนึ่ง คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ในการกําหนดมาตรฐาน ทางวิชาการในสินค้าเกษตรแต่ละประเภทซึ่งต้องถือว่ามีความสําคัญมาก ในชั้นของรับหลักการ ผู้เสนอขอแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มีความเห็นว่ามีความจําเป็นที่จะให้คณะกรรมการวิชาการ ทําหน้าที่อย่างคล่องตัวมากขึ้น ที่ผ่านมาเพราะการไปกําหนดคุณสมบัติบางอย่างไปล็อก ทําให้เราได้คนมาแล้วมาทําหน้าที่ได้อย่างไม่คล่องตัว ผมก็พยายามที่จะไปดูว่าทําไมมันถึงไม่คล่องตัว ก็พบอย่างนี้ครับท่านประธาน ก็พบว่า การกําหนดว่ากรรมการวิชาการต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับ มาตรฐานตามประเภทหรือกลุ่มของสินค้าเกษตรที่ได้รับแต่งตั้งนั้น มันเป็นการล็อกคุณสมบัติ ว่ากรรมการวิชาการนั้นต้องระบุชื่อเป็นรายบุคคล ตั้งตามตําแหน่งที่มาจากตัวแทน ของหน่วยงานไม่ได้ เป็นผู้แทนของหน่วยงานไม่ว่าหน่วยงานนั้นจะเก่งกล้าสามารถแค่ไหน ก็ไม่ได้ ต้องระบุชื่อลงไปว่านายนั้น นางนี้ นางสาวคนนั้น ต้องเขียนชื่อชัดเจน แล้วมันทําไมหรือครับ ก็พบอีกว่าเมื่อตั้งไปเป็นแบบนี้แล้วก็มีปัญหาในทางปฏิบัติที่ผ่านมา เนื่องจากว่า กรรมการวิชาการบางคนเข้าประชุมไม่ได้หรือไม่เข้าประชุม ก็ทําให้องค์ประชุมบางครั้ง ก็ไม่ครบหรือบางครั้งองค์ประชุมเกินครึ่งแต่น้อย แต่ว่าต้องมีบทบาทในการไปกําหนด คุณสมบัติมาตรฐานทางวิชาการเพื่อไปรับรองสินค้าการเกษตร พอไปดูรายงานการประชุมแล้ว กรรมการมาประชุม ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ทําให้เกิด ปัญหา จริง ๆ แล้วถ้ายืนยันตามเดิม ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะได้รู้เลยว่า กรรมการคนไหนมาหรือไม่มาประชุมอย่างไร ก็ได้ประจานกันไป แต่ว่าผู้ที่ทํากฎหมายฉบับนี้ เห็นว่าปล่อยไว้ก็คงจะทําให้เสียภาพลักษณ์ของคณะกรรมการ แล้วก็การตรวจสอบมาตรฐาน สินค้าเกษตร กรรมการวิชาการคณะหนึ่ง ๆ ก็มีได้ ๑๕ คน ท่านประธานครับ องค์ประชุม ก็คือ ๘ คน ผมก็ขอกับผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ว่าการประชุมของคณะกรรมการวิชาการ ที่ผ่านมานี้เป็นอย่างไรบ้าง เขาก็ไปรวบรวมสถิติมา อันนี้ของสํานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตร และอาหารแห่งชาติเขาก็เอาตัวเลขมาให้ดู เขาบอกว่าในการประชุมคณะกรรมการวิชาการ ๘๒ ครั้ง ปรากฏว่ามีกรรมการวิชาการมาร่วมประชุมมากกว่าร้อยละ ๗๐ ของกรรมการเพียง ๓๐ ครั้งเท่านั้นเอง ๘๒ ครั้งนี้ ๓๐ ครั้งที่มาเกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเอารายงานการประชุม เหล่านี้มานั่งดูท่านก็จะรู้สึกเลยว่าถ้ากรรมการวิชาการไม่มาประชุมจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม นั่นก็คือความไม่รับผิดชอบต่อการประชุมในครั้งนั้น ๆ แล้วออกมาตรฐานทางวิชาการออกมานี่ จะเกิดความเสียหายขนาดไหน เพราะฉะนั้นการที่ผมได้สงวนคําแปรญัตติโดยให้กลับไปใช้ ร่างเดิม หมายความว่าที่ท่านเสนอแก้ไขมานี้ไม่ต้องแก้ไข ร่างกฎหมายเดิมที่ผ่านความเห็นชอบ ประกาศใช้หลายปีมาแล้วนี่ยังใช้การได้อยู่ให้เอาตามเดิมเถอะ นั่นก็คือว่ากรรมการวิชาการ ต้องระบุชื่อ แล้วถ้าต้องการจะเพิ่มความเชื่อมั่นก็คือว่าชื่อนั้นก็ต้องมาจากหน่วยงานหรือสถาบัน ที่ได้รับความเชื่อถือในด้านนั้น ๆ มา ถ้าทําได้อยู่แบบนี้แล้วก็เข้มงวดในการมาประชุม มีความรับผิดชอบ เมื่อรับหน้าที่เป็นกรรมการวิชาการแล้วก็ต้องมาประชุม ถ้าไม่มาประชุม ก็อย่ามา เพราะวาระเขากําหนดไว้ ๓ ปี และมีภารกิจชัดเจนแน่นอน ถ้าทําไม่ได้ท่านก็อย่ารับ ก็เท่านั้นเอง ทําไมต้องมาแก้กฎหมายเพื่อเอื้อว่าต่อไปนี้เป็นตัวแทนของหน่วยงานมาก็ได้ ซึ่งท่านประธานลองนึกดูว่าวันนี้กรรมการคนนี้มา แล้ววันหลังตัวแทนคนนี้ไม่มา เอาตัวแทน ของหน่วยงานนี้มาแทนแล้วความต่อเนื่องมันจะเป็นอย่างไรในการประชุม มาตรฐาน ทางวิชาการของสินค้าเกษตรแต่ละประเภทจะได้รับความเชื่อถือจากผู้ขอตรวจสอบมาตรฐาน อย่างไร และจะได้รับการยอมรับจากต่างชาติที่เราไปทําการค้าขายกับเขาได้อย่างไร ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นที่มีความสําคัญ ที่สําคัญก็คือว่าในการประชุมเมื่อวาระที่หนึ่งก็มีคนตั้งข้อสังเกต ในที่ประชุมแห่งนี้อภิปรายกัน กว้างขวางตอนที่รับหลักการร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ว่าไปออกทําไมตัดคําว่า ผู้ทรงคุณวุฒิ ก็มีไว้เหมือนเดิม กลับไปใช้ร่างเดิมไม่มีความจําเป็น ต้องแก้ไขร่างฉบับนี้ นี่บันทึกไว้ในสภาชัดเจนเลยว่าในการอภิปรายในวันนั้นเราก็เห็นกันว่า ไม่จําเป็นจะต้องตัดคําว่า ผู้ทรงคุณวุฒิ ออกไปแต่ว่าในชั้นกรรมาธิการก็ยังคงยืนยัน ตามร่างที่รัฐบาลเสนอเข้ามา ผมก็คิดว่าจําเป็นจะต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็อยากให้กรรมาธิการได้ทบทวนใหม่ ผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ได้พูดเรื่องนี้ ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการแล้ว แต่ว่ากรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยก็ยังคงยืนยัน เหมือนเดิม ก็ขอให้ท่านทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ