พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก หารือเรื่องการปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยระบุว่ารัฐบาลได้เริ่มปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อปรับปรุงสภาพการเดินรถและทรัพย์สิน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงสภาพการเดินรถและทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้ขอเพิ่มอัตรากําลังเพื่อจัดหาบุคลากรในการปฏิรูป
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถามเกี่ยวกับ นโยบายปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย ก่อนอื่นกระผมขอขอบพระคุณท่านนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เป็นอย่างยิ่ง ท่านได้เล็งเห็น ความสําคัญของการปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านเข้าใจในระบบการขนส่งได้ดี ผมขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติในส่วนคําถามที่ท่านได้ถามเป็นข้อ ๆ ดังต่อไปนี้ครับ
ขอตอบคําถามข้อที่ ๑ รัฐบาลมีนโยบายที่จะดําเนินการปฏิรูปการรถไฟ แห่งประเทศไทยอย่างไร ก็ถูกต้องตามที่ท่านกล่าว คือได้มีหลายหน่วยงานเห็นว่าการรถไฟ แห่งประเทศไทยนั้นจะต้องทําการปฏิรูป ขอกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อเดือนสิงหาคม ที่กระผมได้เข้ามารับหน้าที่และได้เข้ามากํากับดูแลงานการรถไฟแห่งประเทศไทยนี้ เมื่อได้มาตรวจดูแล้วเป็นที่น่าตกใจครับ การรถไฟแห่งประเทศไทยขาดการช่วยเหลือเยียวยา มาถึง ๓๐ ปีเศษ ไม่มีการซ่อมบํารุงที่เพียงพอ ไม่มีการซ่อมราง ไม่มีการซื้อหัวรถจักร ไม่มีการซื้อโบกี้ (Bogie) รวมทั้งแคร่บรรทุกของ เป็นเหตุให้การคมนาคมของไทยนั้น ต้องตกอยู่กับการขนส่งทางถนน ซึ่งต้องสิ้นเปลืองค่าน้ํามันเชื้อเพลิงตามที่ท่านนคร มาฉิม ได้กล่าวถูกต้องทุกประการ เป็นเหตุให้เราเสียเงินตราให้ต่างประเทศต้องไปซื้อน้ํามัน ถูกต้องครับ และมาขณะนี้รัฐบาลได้เล็งเห็นความสําคัญของรถไฟแล้ว ก็จะได้มีการปฏิรูป การรถไฟแห่งประเทศไทย คือปฏิรูปสิ่งก่อสร้างขั้นพื้นฐานและขบวนรถต่าง ๆ ที่จะใช้ ในการขนคน ขนของ นอกจากนั้นบุคลากรของการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นถูกจํากัด การรถไฟแห่งประเทศไทยขาดคนงานนับพันคน ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น จะเริ่มขาดแคลนบุคลากรไปภายในอีก ๒-๓ ปีข้างหน้า เนื่องจากบุคลากรที่มีความรู้ ไม่ว่าทางด้านวิศวกรรมโยธา ด้านวิศวกรรมเครื่องกล ในด้านพนักงานขับรถ พนักงานต่าง ๆ ถูกจํากัดโดยรัฐบาลที่แล้ว ๆ มาไม่ให้เพิ่มอัตราคนงาน พนักงาน จึงเป็นเหตุให้การรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเคยมีโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ ซึ่งเคยมีมาช้านานได้ฝ่อลงไป ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้แก้ไขโดยเอาคนงานของ การรถไฟแห่งประเทศไทยให้ทุนไปเรียนเพิ่มเติมในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เป็นต้นว่า มหาวิทยาลัยบางมด สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขณะนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้ขอเพิ่มอัตรากําลัง ๒,๔๐๐ อัตรา ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติแล้ว และการรถไฟแห่งประเทศไทยกําลังจัดหาบุคลากร ในแผนกต่าง ๆ เพื่อจะได้มาซ่อมเสริม ทดแทน อบรม ให้มาอยู่ในแผนกต่าง ๆ ในวันข้างหน้า ก็อาจจะพอบรรเทาไปได้เมื่อพวกนี้ได้รับการฝึกอบรมแล้ว แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ เรื่องการที่จะทํางานต่อกัน นอกจากนั้นบุคลากรของการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งอยู่กับ การปกครองระบอบที่แล้ว ๆ มาเป็นเวลาช้านาน เป็นระบอบที่ไม่นิยมคุณธรรม เป็นเหตุให้ บุคลากรย่อหย่อน ขาดการรักองค์กร ขาดการเอาใจใส่เท่าที่ควร ซึ่งจะต้องพัฒนาบุคลากร เป็นขนานใหญ่ ขณะนี้ผมได้ให้มีการศึกษาเพื่อจะจัดรูปแบบในการที่จะพัฒนาบุคลากร เหล่านี้ให้เกิดประสิทธิภาพขึ้นได้ ให้มีศักยภาพเต็มที่ ส่วนเรื่องการปฏิรูปนั้นตั้งแต่รัฐบาล ชุดที่แล้วก็ได้มีการดําเนินการอยู่คือได้ให้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นทําการศึกษา ได้จ้างเอกชนเข้ามาศึกษารูปแบบของการรถไฟแห่งประเทศไทยว่าจะปฏิรูปกันอย่างไร ในด้านการบริหารงานซึ่งขณะนี้ก็ยังศึกษาไม่เสร็จ คงจะเสร็จสิ้นอีกประมาณสัก เดือนตุลาคม ผมก็ได้แอบทราบมาว่าได้แบ่งงานกันเกี่ยวกับการเดินรถ การซ่อมบํารุง ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน ๓ แผนกงานใหญ่ ๆ ซึ่งคิดว่าเมื่อศึกษาเสร็จคงจะต้องมีการซ่อมเสริม การที่จะศึกษาระบบที่จะแยกการบริหารเป็นหน่วยงาน ผมจะตรวจสอบดูแนวการศึกษานี้ว่า จะใช้ได้เพียงไร นอกจากนั้นก็จัดให้เป็นบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จํากัด ซึ่งให้เป็นบริษัทลูก ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ทางรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ได้ศึกษาร่วมกับธนาคารเอดีบี (ADB) ผลการศึกษาว่าจะให้บริษัท รถไฟฟ้าหรือแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ (Airport Rail Link) นี้เป็นบริษัท เป็นรัฐวิสาหกิจขึ้นอีกบริษัทหนึ่ง แบบเต็มรูปแบบ ไม่ต้องไปเป็นบริษัทลูกของบริษัท รถไฟฟ้าจะดีกว่า กําลังดําเนินการอยู่ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีความเห็นชอบมาเมื่อวันอังคารที่แล้วนี้เองนะครับว่าจะให้เป็นบริษัท เป็นรัฐวิสาหกิจเหมือนกับการรถไฟแห่งประเทศไทยทุกประการ จะได้แบ่งแยกทรัพย์สินกันมา แบ่งแยกกันบริหารโดยเด็ดขาด เป็นบริษัท เป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งขึ้นกับรัฐบาลอีกบริษัทหนึ่ง เป็นอีกรัฐวิสาหกิจหนึ่ง ก็ขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่าเราจะดําเนินการไปในรูปแบบนี้นะครับ
มาถึงคําถามที่ ๒ ที่ว่ารัฐบาลได้เล็งเห็นความสําคัญในการแก้ไขปัญหา การทุจริตคอร์รัปชันในการรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างไร เราก็ได้ยินข่าวลืออยู่เนือง ๆ ว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันในการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่ว่าเมื่อได้เข้ามาดําเนินการนี้ก็ต้อง จัดระบบโดยได้มีการสับเปลี่ยนผู้บริหารที่ถูกร้องเรียนว่าทุจริตหรือไม่เร่งดําเนินการ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับผลประโยชน์ในกําหนดเวลา ก็ได้พิจารณาปรับปรุงแก้ไข ในการบริหารบุคลากรในบุคคลที่ดํารงในตําแหน่งต่าง ๆ จริง ๆ แล้วการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของกระบวนการ คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม อยู่ภายใต้ ป.ป.ช. เหมือนกับรัฐวิสาหกิจอื่น ๆ การทุจริตนั้นก็คงจะต้องใช้ ผู้ควบคุมกํากับดูแลของฝ่ายการเมือง ซึ่งผมรับผิดชอบกํากับดูแลอยู่ ก็คอยสดับตรับฟัง ในเรื่องราวที่ผิดแปลก ล่าช้า หรือได้รับการร้องเรียนอยู่ตลอดเวลาครับ นอกจากนี้ผมก็จะได้ อาศัยโดยวิธีการปลูกจิตสํานึกของผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทยให้มีจิตสํานึก ในการรักองค์กร ให้มีจริยธรรมในการบริหาร และให้มีความซื่อสัตย์ เราก็จะต้องฟื้นฟู โดยควบคู่กันไปในการพัฒนาบุคลากรซึ่งได้กล่าวถึงในการปรับปรุงบุคลากรไว้ในข้อ ๑ ก็คงจะดําเนินการกวดขันกันต่อไปนะครับ เพราะว่าถ้าเผื่อหย่อนเมื่อไรก็เกิดเหตุขึ้น เช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจอื่น ๆ เหมือนกันนะครับ
มาถึงคําถามที่ ๓ ที่ท่านถามว่ารัฐบาลมีนโยบายจะดําเนินการก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูงตามที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ อย่างไร ขอเรียนท่านประธานว่าแนวคิดที่จะพัฒนารถไฟความเร็วสูงนั้น เมื่อรัฐบาลได้นํานโยบายพรรค แล้วก็ได้แถลงต่อรัฐสภาไปแล้วก็ได้เริ่มดําเนินการทันทีครับ โดยกําหนดเบื้องต้นว่าให้รถไฟนี้ จะใช้เส้นทางสร้างรถไฟความเร็วสูงในสายทางที่มีรถไฟเดิมอยู่นะครับ โดยกําหนด ความใหญ่โตของรถไฟตามมาตรฐานสากลคือมาตรฐานสแตนดาร์ด (Standard) ๑.๔๓๕ ความกว้างของรางครับ กําหนดความเร็วสูงโดยประมาณ ขณะนี้เท่าที่ได้รับข้อมูลว่า เราจะกําหนดประมาณ ๒๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วก็จะสร้างในเส้นทาง ๔ สาย ตามที่ได้ศึกษาไว้เดิมใน ๔ สายนะครับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ กรุงเทพฯ-ระยอง แต่การสร้างนั้นแบ่งกันเป็นช่วง ๆ ช่วงแรกก็จะสร้างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่นั้นคงจะกําหนดว่า ไปจังหวัดพิษณุโลกบ้านท่านนครก่อนเป็นสายแรก ขณะนี้กําลังดําเนินการสํารวจ ความเป็นไปได้ ช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลกนั้นเสร็จแล้ว ได้ร่วมมือกับรัฐบาลประเทศจีน กระทรวงรถไฟของประเทศจีนซึ่งมาสํารวจให้โดยไม่คิดมูลค่า เป็นไมตรีจิต ช่วงที่ต่อจาก จังหวัดพิษณุโลกที่จะต้องผ่านภูมิประเทศป่าเขาขึ้น ๆ ลง ๆ ตรงนั้นยังไม่ได้รับรายงาน การสํารวจ ก็คิดว่าจะทําไปถึงจังหวัดพิษณุโลกก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูรายงาน ความเป็นไปได้ที่สํารวจเบื้องแรกก่อน ส่วนสายอีสานเราก็คงจะทํากําหนดว่า กรุงเทพฯ-นครราชสีมาก่อน ส่วนสายใต้ก็จะกรุงเทพฯ-หัวหินก่อน หลังจากนั้น ไม่นานหรอกครับก็คงจะทําต่อเนื่องกันไปให้มันสุดสายทางเลย กรุงเทพฯ-ระยองนี้ไม่ใช่ รถไฟความเร็วสูงเป็นรถไฟฟ้าซึ่งต่อจากแอร์พอร์ต ลิงค์ (Airport Link) ต่อจาก สนามบินสุวรรณภูมิไปเมืองพัทยาไปสิ้นสุดที่จังหวัดระยองก่อน และในอนาคตก็คงจะไป จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด เราก็คงจะต้องทําเรื่อย ๆ ไปโดยเริ่มต้นอย่างนี้ สําหรับกระทู้ถามที่ถามว่าจะต้องใช้เงินเท่าไร จากกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ๗๕๔ กิโลเมตร ก็คาดว่าประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ ประเทศญี่ปุ่นได้มาสํารวจบอกว่าจะต้อง ใช้เงินประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมคิดว่ามันแพงมันสูงเกินไปครับท่านประธาน เอาจริง ๆ ก็คงจะพอลดได้เพราะมาตรฐานประเทศญี่ปุ่นนั้นสูงมาก รถไฟของเขา ค่าแรงของเขา อาณัติสัญญาณในการควบคุมรถไฟของเขาแพงมาก ทางประเทศจีนก็มีการสํารวจคร่าว ๆ ไว้ว่าประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้เรายังสํารวจไม่เสร็จ เมื่อสํารวจเสร็จแล้ว เมื่อมีการออกแบบก่อสร้างผ่านสิ่งแวดล้อมแล้วเราก็คงจะบอกตัวเลขได้แต่คาดว่า อยู่ในราว ๆ นี้ ในทํานองเดียวกันจากกรุงเทพมหานครไปจังหวัดหนองคายก็คาดว่าคงจะ ประมาณสัก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ก็คงจะประมาณสัก ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็คงอยู่ในราว ๆ นี้ สําหรับกรุงเทพฯ-ระยองนั้นก็คงจะประมาณอีกสัก ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาทคงจะพอทําได้ครับ เพราะช่วงนี้เราไม่ได้ใช้ความเร็วสูง เราใช้ความเร็วโดยถัวเฉลี่ยประมาณ ๑๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงครับ คิดว่าครอบคลุมคําถาม ของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติแล้วนะครับ ถ้าเผื่อผมตอบอะไรยังไม่ครบก็ขอความกรุณา ถามเพิ่มเติมนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ