พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก เสนอโครงการรถไฟรางคู่ 3 เส้นทาง และหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเสนอให้มอบการดูแลให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ จากคําถามกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอเรียนว่า เกี่ยวกับเรื่องรถไฟรางคู่ที่จะทํานั้นขณะนี้เรากําลังเริ่มตามแผนเดิม มิได้มีการเปลี่ยนแปลงเลย ตั้งแต่การรถไฟแห่งประเทศไทยออกแผนไว้แต่เดิม ๆ มา คือขณะนี้กําลังสํารวจแล้วก็ กําลังจะดําเนินการรถไฟรางคู่เส้นสําคัญก็คือเส้นจากจังหวัดฉะเชิงเทราไปยังอําเภอหนองแค เป็นราง ๑ เมตรเพื่อจะเป็นการขนส่งสินค้าลงไปยังท่าเรือแหลมฉบัง เป็นระยะทางประมาณ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร กําลังจะเริ่มดําเนินโครงการนี้โดยจัดหาประมูลผู้ก่อสร้าง ผู้รับเหมา ได้แล้วในเร็ว ๆ นี้ครับ อีกเส้นหนึ่งก็คือจะต่อจากจังหวัดนครราชสีมาจะต่อไปถึงจังหวัดขอนแก่นเป็นรางคู่อีกเส้นหนึ่ง ซึ่งคู่ขนานกันไปกับเส้นเดิม เป็นไปตามโครงการเดิมทุกประการ เป็นนครราชสีมา-จิระ และจิระ-ขอนแก่น เป็น ๒ ช่วงนะครับ แล้วนอกจากนี้โครงการที่เรามีก็คือจากที่ได้ศึกษา แล้วก็เสร็จสิ้นแล้วในการที่จะสร้างจากจังหวัดขอนแก่นไปจังหวัดมุกดาหาร ไปจังหวัดนครพนม โดยเป็นทางกว้าง ๑ เมตร อีกเส้นหนึ่งคือจากอําเภอเด่นชัยไปจังหวัดเชียงราย อําเภอเชียงของ แต่เส้นนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ ทันทีที่เราได้สํารวจความเป็นไปได้ เสร็จแล้วก็จะได้ดําเนินการออกแบบก่อสร้าง แล้วก็หางบประมาณแล้วก็เปิดประมูล ต่อไปทันทีครับ เป็นต้นว่าตรงสถานีรถไฟมักกะสันซึ่งมีอยู่ ๔๙๗ ไร่ สามารถจะนําออกทําผลประโยชน์ได้ ซึ่งมีมูลค่าถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ขณะนี้ยังเป็นที่รกร้างอยู่กําลังจะนําออกประมูล เพื่อหาผู้ที่มาลงทุนเพื่อจะได้สร้างมูลค่าเพิ่มและเป็นประโยชน์เป็นรายได้ให้กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย ยังมีอีกหลายที่กําลังเร่งรัดให้คณะกรรมการบริหารงาน การรถไฟแห่งประเทศไทยดําเนินการอยู่ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกท่านนครที่ท่านได้กรุณา มองเห็นความสําคัญในเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงครับ แล้วก็ขอให้ท่านได้ช่วยติดตามดูไม่ว่าจะเป็น สถานีรถไฟที่จังหวัดพิษณุโลกบ้านท่านก็ตามมันมีการปล่อยปละละเลย ท่านทราบท่านช่วยดู แล้วเราจะได้ช่วยกันเร่งรัด แล้วก็ทําให้เกิดประโยชน์กับการรถไฟแห่งประเทศเพื่อจะได้ ไม่ต้องมารบกวนงบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นภาษีอากรของราษฎร
คําถามสุดท้ายที่ท่านถามคือเรื่องเกี่ยวกับจุดตัดซึ่งเกิดอุบัติเหตุมากมาย ถามว่าระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว จะดําเนินการต่อไปอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ จุดตัดทางรถไฟนั้น เนื่องจากมีการปล่อยปละละเลยกันมานาน ประชาชนที่จะข้ามทางรถไฟ จะสัญจรข้ามทางรถไฟตั้งแต่ไล่สัตว์ผ่าน ตั้งแต่นํายานพาหนะผ่าน จนกระทั่งทําเป็น ทางรถยนต์ผ่าน รถไฟนั้นควบคุมได้ยากจริง ๆ เนื่องจากมีความยาวถึง ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร สุดที่จะหาคนไปเฝ้าดูแลรักษาได้ ประชาชนทั่วไปนึกจะข้ามทําทางตัดข้ามตรงไหนก็ตัด แล้วก็ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ไม่กล้าที่จะไปดําเนินคดีกับประชาชนที่ละเมิดเหล่านั้น จนกระทั่งขณะนี้มีจุดตัดผ่านรถไฟเมื่อเกิดเหตุมาก ๆ การรถไฟแห่งประเทศไทยก็ลงทุนเสียเอง ไปทําไฟ ทําไม้กั้น จัดให้คนเฝ้า จัดทําสัญญาณ ซึ่งลงทุนเกี่ยวกับทางเหล่านี้มากเหลือเกิน แล้วการรถไฟแห่งประเทศไทยเรียกทางเหล่านี้ว่าจุดลักผ่านคือเป็นการลักลอบผ่านทาง โดยที่ไม่ได้ขออนุญาต แล้วก็เกิดเหตุรถไฟชนกับรถยนต์เพราะต้นไม้ขึ้นบังบ้าง คนขับประมาทข้ามทางรถไฟโดยที่ไม่ระมัดระวังบ้าง รถไฟก็หยุดไม่ทันแล้วก็ไม่สามารถที่จะ หยุดได้ก็เกิดเหตุเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินมากมาย ขณะนี้มีจุดลักผ่านที่สํารวจแล้วมีอยู่ ๒,๔๐๐ กว่าจุด สุดที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจะไปทําทางกั้นได้ทั่วถึงแน่นอน ผมกําลัง ประชุมปรึกษาหารือกันว่าจะมอบจุดตัดผ่านนี้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจจะเป็น อบต. อบจ. หรือกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยดู โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยออกค่าจ้างไม้กั้นให้ แล้วให้พวกนี้มาเก็บสตางค์ มีคนเฝ้า ให้คนในหมู่บ้านนั้นบํารุงท้องถิ่นแล้วเก็บเงิน ไม่ทราบว่ายังปรึกษาหารือกันอยู่ ไม่ทราบว่าจะชอบด้วยข้อกฎหมายหรือชอบด้วย ประเพณีกันอย่างไร กําลังหารือกันอยู่เท่าที่คิดอยู่ก็ไม่ทราบว่าทางองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นจะรับหรือไม่ นี่เป็นระยะที่จะแก้ปัญหายาว ๆ ต่อไป หากท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้คิดหาวิธีที่เหมาะสมได้ก็ขอความกรุณาแนะนํา ผมยินดี ที่จะรับฟังและนําไปปฏิบัติ ขณะนี้มี ๒,๔๐๐ กว่าจุดครับ แล้วก็เกิดเหตุเมื่อวานนี้ก็มีการชน เมื่ออาทิตย์ก่อนก็ชน ชนกันเกือบทุกอาทิตย์ ชนรถ ชนคน รถไฟก็เสียหายไปฟ้องร้อง ก็เป็นประชาชนที่ไม่มีทรัพย์สินที่จะมาชดเชยให้การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟ แห่งประเทศไทยเสียหายทีหนึ่งเป็นสิบล้านบาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ส่วนประชาชนก็เสียหาย รถยนต์เสียหาย ชีวิตครั้งหนึ่งบางครั้งหลายศพ ก็ขอกราบเรียนเพียงเท่านี้ครับท่านประธาน