สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๓ · ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข หารือเรื่องโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกรที่รัฐบาลนำมาใช้ และเสนอแนวทางการปรับปรุงโครงการให้เข้มแข็งขึ้น โดยขอให้รัฐมนตรีตรวจสอบและควบคุมปัจจัยการผลิตที่ไม่เข้าร่วมโครงการ และเรียกร้องการจูงใจให้ร้านค้าเข้าร่วมโครงการ เช่น การลดหย่อนภาษี หรือส่วนลด

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้บรรจุระเบียบวาระกระทู้ถามทั่วไป เกี่ยวกับเรื่องการด้าเนินการโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกรของรัฐบาลของดิฉันเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุม แต่ก่อนที่ดิฉันจะพูดถึงปัญหาต่าง ๆ และค้าถาม ดิฉันอยากจะ อภิปรายเรื่องจนหมดก่อนจึงจะถามค้าถามกับท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ข้อนะคะ ก่อนอื่นดิฉัน ต้องขอชมทางรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้มีโครงการดี ๆ ให้กับพี่น้อง เกษตรกรเกี่ยวกับเรื่องบัตรสินเชื่อเพื่อเกษตรกรหรือบัตรเครดิตเพื่อเกษตรกร ที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ยากจน ซึ่งเป็นปัญหามาอย่างยาวนานที่ท้าให้ พี่น้องเกษตรกรต้องไปขอยืมเงินทุนจากนายทุน แล้วก็ถูกตกเขียวกิจกรรมตั้งแต่ การไถ การหว่าน การเก็บเกี่ยวจนถึงราคาผลผลิตที่ตกต่้าเพราะว่าถูกตัดเกี่ยวกับ เรื่องความชื้น ตัดเกี่ยวกับเรื่องสิ่งเจือปนทั้งหลายแหล่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยนี้ทางรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็มาจากพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรที่เป็นส่วนใหญ่ ของประเทศชาติให้การสนับสนุน ดิฉันก็ต้องขอชื่นชมผ่านท่านประธานสภาผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง วันนี้ท่านมาให้โอกาสดิฉันแล้วตอบค้าถามให้ดิฉัน ส่วนการด้าเนินการโครงการ การตกเขียวนี้ ตัวดิฉันก็อยากจะให้พี่น้องเกษตรกรทั้งหลาย ให้หลุดพ้นตรงนี้ มีโครงการตรงนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งตัวดิฉันห่วงใยพี่น้องเกษตรกร เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งส่วนมากจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการตกเขียวแล้วก็ยังมีเกี่ยวกับเรื่องข้อจ้ากัด หลายสิ่งหลายอย่างกว่าจะเข้าร่วมโครงการดี ๆ ของทางรัฐบาล ดิฉันขอยกตัวอย่างเช่น ก่อนอื่นก็จะต้องไปขึ้นทะเบียนการเป็นเกษตรกรกับส้านักงานการเกษตรก่อน กว่าจะได้เป็นได้ ๑. จะต้องเป็นผู้ที่เป็นเกษตรกรปลูกพืชอยู่ในพื้นที่ในอ้าเภอนั้น ๆ จากนั้นจะต้อง ๑ ไร่ขึ้นไปแล้วก็จะต้องมีการประชาคมในชุมชนและในหมู่บ้าน เมื่อมีคุณสมบัติครบแล้วจึงเข้าไปร่วมโครงการกับ ธ.ก.ส. ได้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตรก็มีข้อจ้ากัด ๑. เกษตรกรต้องไม่เป็นหนี้กับ ธ.ก.ส. ๒. ต้องไม่อยู่ระหว่าง การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ๓. ต้องจับกลุ่มกันตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไปเพื่อที่จะค้าประกันกันเอง นี่คือข้อจ้ากัดที่ท้าให้พี่น้องเกษตรกรที่เป็นคนยากคนจนมีความรู้น้อย แล้วก็ไม่เข้าใจเกี่ยวกับ เรื่องโครงการ ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้สิ่งหนึ่งประการใดอย่างยกตัวอย่างเช่นเกษตรกร ที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ ดิฉันอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังนะคะ ส่วนนี้ดิฉันว่าเจตนาของพี่น้องเกษตรกรก็อยากที่จะ ปลดหนี้ปลดสินอยู่แล้ว แต่อาจจะมีปัญหาบางสิ่งบางอย่าง อย่างเช่น เกิดภัยพิบัติ ภัยแล้ง ปีที่ผ่านมาท้าให้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการใช้หนี้ใช้สินและพยายามปรับโครงสร้างหนี้ให้เป็น ลูกค้าที่ดี เพราะฉะนั้นข้อจ้ากัดตรงนี้อยากจะให้ปลดลงไป และในฐานะที่ดิฉัน เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดเลยและมีพื้นที่ที่เป็นที่ราบสูง มีพี่น้องเกษตรกร ในภาคอีสานหลาย ๆ จังหวัดจะมีพื้นที่ในลักษณะเดียวกันในจังหวัดเลยและทางภาคเหนือ คือพื้นที่เป็นที่ราบสูงมีที่ราบน้อย เพราะฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรส่วนมากจะปลูกพืชเป็นพืชไร่ จะปลูกข้าวน้อยมาก เขาปลูกเอาไว้เฉพาะกิน พี่น้องประชาชนในจังหวัดเลย ๖๕๐,๐๐๐ คนเศษ มีพี่น้องเกษตรกร ๕๕๐,๐๐๐ กว่าคน ๘๕ เปอร์เซ็นต์เป็นเกษตรกร ปลูกข้าวเอาไว้ เพื่อบริโภค เหลือเพื่อจ้าหน่ายตีเป็นถัวเฉลี่ยแล้ว ๙ ไร่ต่อครอบครัวเท่านั้นเอง แต่ถ้าเป็นพืชไร่อย่างเช่นปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะตีถัวเฉลี่ยเป็น ๒๕ ไร่ต่อ ๑ ครัวเรือน แต่ที่ทางรัฐบาลมีการประกาศโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร จุดเริ่มต้นให้โอกาสกับพืชชนิดแรก คือข้าว ซึ่งจะได้เฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาในภาคกลาง และภาคเหนือ ภาคอีสาน บางจังหวัดเท่านั้น แต่ในจังหวัดเลยไม่ได้รับอานิสงส์ในส่วนนี้เลย น้อยมาก มีการออกบัตรเครดิต สินเชื่อเพื่อเกษตรกรนี้ในจังหวัดเลยเยอะ แต่ที่ดิฉันได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ว่า ที่ผ่านมาพี่น้องเกษตรกรชาวนาเข้าร่วมโครงการใช้บัตรเครดิตน้อยมาก เพราะว่าจังหวัดเลย ที่เล่ามามีเกษตรกรเกี่ยวกับเรื่องการปลูกข้าวเป็นชาวนาน้อยมาก เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหา ที่ตัวดิฉันอยากเรียนท่านรัฐมนตรี และสิ่งหนึ่งที่ส้าคัญดิฉันอยากน้าเรียนข้อมูลท่านรัฐมนตรี ผ่านไปทางท่านประธานสภาก็คือประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนหรือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของเกษตรกรในจังหวัดเลยจะเป็นเกษตรกรที่ยากจน มีความรู้น้อย ไม่สามารถช่วยเหลือ ตัวเองได้ ปัญหาส้าคัญ ก็คือ ๑. มีรายได้น้อย ๒. ไม่มีที่ดินท้ากิน ๓. ไม่มีเอกสารสิทธิ ๔. ขาดความรู้ แล้วก็น้าความรู้นั้นมาวางแผนในการผลิตและขาดเงินทุน สิ่งส้าคัญคือ ราคาผลผลิตตกต่้า ตัวดิฉันจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าห้วงเวลา ที่ดิฉันลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชน ดิฉันได้พูดถึงโครงการบัตรเครดิตหรือบัตรสินเชื่อเกษตรกร ให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรฟัง เขาไม่รู้สึกยินดีเลย เขาบอกว่าให้ ส.ส. ช่วยมาน้าเรียนทางรัฐบาลว่าสามารถที่จะขยายเป็นพืชไร่ได้ไหมเพราะว่าในจังหวัดเลย นอกจากปลูกข้าวไว้กินแล้วส่วนมากจะปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อย มันส้าปะหลัง และยางพารา ซึ่งมีคุณภาพดีและมีจ้านวนมาก ๆ ถ้าทางรัฐบาลสามารถขยายโครงการ บัตรสินเชื่อเกษตรกรนี้ไปยังพืชไร่ตัวดังกล่าวแล้วจะท้าให้พี่น้องประชาชนคนจังหวัดเลย สามารถที่จะลืมตาอ้าปากได้ ใช้หนี้ใช้สินได้ อย่างเช่นชาวนาในภาคกลางที่ทางรัฐบาล ให้สินเชื่อ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตในพืชคือข้าว ตัวนั้นในปีที่ผ่านมาก็ได้ราคาผลผลิต เช่นข้าวได้ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อตัน ตัวดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าขยายโครงการไป พี่น้องเกษตรกรไม่ต้องไปถูกตกเขียว ไม่ต้องไปยืมเงินจากนายทุนแล้ว ไม่ต้องมีความกังวล ที่จะเป็นหนี้เป็นสินแล้ว เมื่อได้สินเชื่อบัตรเครดิตนี้ไปซื้อปัจจัยการผลิต ปุ๋ย ยาฆ่าหญ้า เมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ยาปราบศัตรูพืชมา ได้ผลผลิตเอาเงินไปใช้หนี้ เวลาขายแล้วเอาเงินไปใช้หนี้ ที่เหลือคือก้าไร นี่แหละค่ะที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรคนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้ลืมตาอ้าปากได้ ปลดหนี้ปลดสิน สิ่งนี้สิ่งส้าคัญ แต่ห้วงเวลาที่ผ่านมาดิฉันก็พยายาม หาข้อมูล ชาวไร่ชาวนาในจังหวัดเลยของดิฉันถึงแม้ว่าจะน้อย ดิฉันก็หาข้อมูล ดิฉันได้รับทราบข่าวจากหลาย ๆ แห่งว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ในจังหวัดเลยมีอ้าเภอทั้งหมด ๑๔ อ้าเภอ แต่มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการแค่ ๑๓ ร้านเท่านั้นเอง ตีถัวเฉลี่ยให้ก็คืออ้าเภอละ ๑ ร้านค้าเท่านั้นเอง แต่ส่วนมากร้านค้าส่วนใหญ่จะอยู่ในเมืองใหญ่ ๆ ยกตัวอย่าง เช่น อ้าเภอเมืองเลย อ้าเภอวังสะพุง เพราะฉะนั้นหลาย ๆ อ้าเภอก็แทบจะ ไม่มีร้านค้าเลย ข้อนี้ดิฉันกังวลมาก ตัวดิฉันอยากน้าเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าอยากจะให้ทางรัฐบาลพยายามหาร้านค้าให้เข้าร่วมโครงการเยอะ ๆ ถ้าเป็นหนึ่งร้านค้า หนึ่งต้าบล ยิ่งดี เพื่อที่จะอ้านวยความสะดวก บริการพี่น้องเกษตรกร ให้เข้าร่วมโครงการเป็นจุดสนใจในส่วนนี้

ข้อกังวลข้อที่ ๒ คือในร้านค้านี้ตัวดิฉันอยากให้เป็นร้านค้าที่มีสินค้าที่ดี มีคุณภาพ มีมาตรฐานและเป็นสินค้าที่พี่น้องประชาชนสนใจ เป็นยี่ห้อที่เขาใช้อยู่เป็นประจ้า เป็นสูตรเดิม ๆ ของเขา ไม่ใช่เป็นปุ๋ยที่เขาเรียกว่าปุ๋ยปลอม ปุ๋ยไม่มีคุณภาพไม่เอา ท่านรัฐมนตรีต้องก้าชับก้าชาในเรื่องนี้เป็นส่วนที่ ๒

ส่วนที่ ๓ ที่ส้าคัญก็คือราคาจะต้องยุติธรรม ต้องเท่ากับร้านค้าทั่ว ๆ ไปข้างนอก ที่ไม่เข้าร่วมโครงการแล้ว ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ถ้าถูกกว่ายิ่งดี เป็นการจูงใจให้พี่น้องเกษตรกร เข้ามาร่วมโครงการนี้

ข้อสุดท้ายอีกข้อหนึ่ง ก็คือเกี่ยวกับเรื่องการทุจริต มีร้านค้านายทุนหาก้าไร บวกกับเกษตรกรรู้มากไปรูดบัตรเครดิต เสร็จแล้วไม่เอาสินค้าไปหรอกค่ะ แต่ขายคืนในราคาถูก พ่อค้าท้าไมจะไม่เอาคะ สมมุติซื้อ ๑๐๐ บาท ให้ ๖๐ บาท เกษตรกรอยากได้เงิน เอาไป แล้วพ่อค้าก็ขายได้ ๑๐๐ บาทเต็มราคา นี่ละค่ะก็ต้องมีการดูแลควบคุมดี ๆ นะคะ

อีกอย่างหนึ่งที่เป็นจุดสุดท้ายที่ดิฉันอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี เพราะดิฉันหาข้อมูลมาแล้วก็อยากน้าเรียนท่านรัฐมนตรี และถือว่า เป็นการเสนอแนะนะคะ หรือว่าท่านรัฐมนตรีท้าอยู่แล้วดิฉันก็จะเบาใจก็คือเกี่ยวกับเรื่อง ร้านค้าที่ไม่เข้าร่วมโครงการ ความกังวลหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้น การท้าความเข้าใจเป็นสิ่งส้าคัญ ก็อยากจะให้แต่ละจังหวัดเชิญร้านค้าที่ขายปัจจัยการผลิต ทั้งหลายแหล่เข้ามาร่วมประชุมให้ความรู้ความเข้าใจกับร้านค้าต่าง ๆ แล้วก็สิ่งส้าคัญคือ มาตรการจูงใจ เช่นการลดหย่อนภาษีหรือเสียภาษีน้อยกว่าปกติ นี่เป็นการจูงใจเพื่อจะดึงเขา เข้าร่วมโครงการ และอีกส่วนหนึ่งคือสิ่งนี้ดิฉันได้ยินมาเกี่ยวกับเรื่องเครื่องรูดการ์ด ก็อยากให้เร่งรัดให้มีจ้านวนเยอะขึ้นให้เท่ากับร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ

อีกข้อหนึ่ง ก็คือการสร้างความมั่นใจกับร้านค้าเกี่ยวกับเรื่องภาษี อันนี้ส้าคัญ เขากลัวไปตรวจสอบบัญชีภาษีย้อนหลังค่ะ ฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นท่านต้องให้ความมั่นใจว่าในอดีตไม่รู้เป็นอย่างไรแต่ในอนาคตข้างหน้า เพื่อพี่น้องเกษตรกรแล้ว การไปดูแลตรวจสอบภาษีย้อนหลังไม่มี สิ่งนี้ก็จะสร้างแรงจูงใจ ให้กับร้านค้าเข้าร่วมโครงการนะคะ

ดังนั้นดิฉันจึงขอถามค้าถามท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ๒ ข้อค่ะ

ข้อแรก รัฐบาลได้ด้าเนินการโครงการบัตรเครดิตเกษตรกรหรือบัตรสินเชื่อ เกษตรกรแล้วอย่างไร

ข้อ ๒ อยากทราบว่ารัฐบาลจะสามารถด้าเนินการขยายโครงการ บัตรเครดิตเกษตรกรให้ครอบคลุมถึงเกษตรกรที่ท้าการเพาะปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา มันส้าปะหลัง อ้อย ในทุกพื้นที่ได้เมื่อใด อย่างไร และรัฐบาลมีแนวทาง ในการควบคุมและตรวจสอบการใช้จ่ายบัตรเครดิตเกษตรกรอย่างไร ขอทราบรายละเอียด ขอบพระคุณค่ะ