องอาจ คล้ามไพบูลย์ พูดถึงการเข้าร่วมประชุมสหประชาชาติและผลกระทบต่อประเทศไทย รวมถึงข้อกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงเอฟทีเอไทย-สหรัฐอเมริกา และหารือเรื่องการเจรจาและมาตรการเยียวยา
ท่านประธานครับ ผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ฟังท่าน ผู้มาตอบแทนนายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องนี้ท่านบอกไม่มีผลเสียไม่มีอะไรเลย มีผลดี ผมเข้าใจว่า ท่านก้าลังเล็งผลเลิศ ท่านเองเมื่อกี้ได้อ่านเอกสารที่เจ้าหน้าที่มาให้บอกว่ามิติทางด้าน ความมั่นคงมีหลายด้าน ท่านพูดเองครับ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่าน ก็คือว่าทีพีพีไม่ใช่เพียงอีกเวทีหนึ่งในการเคลื่อนไหวเรื่องการเจรจาการค้าเสรีหรือเอฟทีเอ ของประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ซึ่งท่านเองก็คงทราบดี หรือนายกรัฐมนตรีก็คงทราบดีว่า ประเทศไทยกับประเทศสหรัฐอเมริกามีปัญหาเรื่องเอฟทีเอมาระยะเวลาพอสมควร แต่ทีพีพีเป็นช่องทางส้าคัญอีกช่องทางหนึ่งที่จะท้าให้ประเทศสหรัฐอเมริกาได้คานอ้านาจ ทางเศรษฐกิจกับประเทศจีนในภูมิภาคนี้ครับ ขณะเดียวกันประเทศสหรัฐอเมริกาก็จะใช้เป็น เงื่อนไขส้าคัญที่จะกดดันประเทศจีน และถือว่าเป็นอาวุธส้าคัญที่จะใช้เผชิญหน้ากับแผน การขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจของประเทศจีนในภูมิภาคนี้ เหตุผลส้าคัญก็เพราะ ประเทศสหรัฐอเมริกาได้สูญเสียพื้นที่อ้านาจและอิทธิพลในภูมิภาคนี้ให้กับประเทศจีนไป พอสมควรแล้ว และที่ส้าคัญอย่างที่สุดท่านประธานทราบไหมครับ ในการดีเบต (Debate) ชิงชัยประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลนี้ทราบหรือไม่ ท้าไมผมถึงหยิบยกเรื่องนี้มาถามท่าน ในการดีเบตชิงชัยประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างนายมิตต์ รอมนีย์ กับประธานาธิบดีบารัก โอบามา นายมิตต์ รอมนีย์ ได้โจมตี ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ในการดีเบตบอกว่าประธานาธิบดีบารัก โอบามา นั้นหงอกับ ประเทศจีนครับ พูดภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ยอมประเทศจีนทุกอย่าง จนกระทั่งประเทศจีน เข้ามามีอิทธิพลในหลาย ๆ พื้นที่ในโลกนี้ ทั้งมิติทางด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมการเมือง ท่านประธานทราบไหมว่าประธานาธิบดีบารัก โอบามา ตอบชี้แจงในดีเบตครั้งนั้นว่าอย่างไร และมิตต์ รอมนีย์ โจมตีบารัก โอบามา เรื่องนี้เพราะอะไรครับ เพราะต้องการสร้างกระแส ชาตินิยมให้เกิดขึ้นว่าประธานาธิบดีบารัก โอบามา นั้นไปหงอกับประเทศจีน ไปยอม ประเทศจีนทุกสิ่งทุกอย่าง ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เองก็ตอบโต้นายมิตต์ รอมนีย์ ในเรื่องนี้ว่าอย่างไรท่านทราบไหมครับ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา บอกว่าไม่ต้องห่วง นโยบายทางด้านจัดการกับประเทศจีน ต่อไปนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาจะใช้ทีพีพี เป็นเครื่องมือในการต่อรองจัดการกับประเทศจีน รัฐบาลไปเปิดดูเทป (Tape) การดีเบต ในเรื่องนี้ รัฐบาลจะเห็นว่าท้าไมการถามกระทู้ถามสดเรื่องนี้ของผมจึงเป็นเรื่องส้าคัญ ที่นายกรัฐมนตรีควรให้ความใส่ใจมากกว่านี้ ผมหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพื่อจะบอกว่า การเข้าร่วมทีพีพีนั้นไม่น่าจะเป็นอย่างที่ท่านผู้มาตอบแทนนายกรัฐมนตรีบอกหรอกครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องอ่อนไหว ที่รัฐบาลต้องตระหนักถึงการถ่วงดุลอ้านาจระหว่างผลประโยชน์ของ มหาอ้านาจในภูมิภาคนี้ให้เหมาะสม ผมคิดว่ารัฐบาลต้องก้าหนดขอบเขตและกรอบการ เจรจาให้ชัดเจน อย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่ามันจะต้องมีการเจรจากันไปอีกระยะเวลา พอสมควร รัฐบาลคงต้องเตรียมตัวแล้วก็เตรียมการให้ดีด้วยความรอบคอบเพื่อประโยชน์ของ คนไทยเป็นส้าคัญ
ค้าถามข้อที่ ๓ ของผมสิ่งที่ผมอยากจะถามก็คือว่าแน่นอนที่สุดท่านรัฐมนตรี บอกว่าเราไม่เสียประโยชน์อะไรเลย เรามีแต่จะได้ คงไม่จริงครับท่านรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบท่านจะรู้ว่าแน่นอนที่สุดเราได้ประโยชน์บ้าง แต่เราก็เสียประโยชน์ ปัญหาอยู่ตรงที่ว่ารัฐบาลจะต้องประเมินว่าโอกาสที่เราจะได้ประโยชน์ มันคุ้มค่าความเสี่ยงที่เราจะเสียประโยชน์หรือไม่ เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อท่านบอกว่ารัฐบาล หรือประเทศไทยไม่เสียประโยชน์อะไรเลยเรามีแต่ได้ ท่านบอกไปแล้วได้เยอะแยะมากมาย ผมจะบอกให้ท่านทราบว่าเราเสียอะไรบ้างครับ สิ่งที่เราจะเสียประการแรกเป็นการเสีย ที่กระทบต่อประเทศไทยหลายด้าน ประการที่ ๑ ก็คือข้อตกลงเรื่องสิทธิบัตรยา ยาจะแพงขึ้นครับท่านประธาน
ประการที่ ๒ สิทธิบัตรพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ที่จะกระทบต่อภาคเกษตรของไทย ท่านเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาก่อน ไม่ทราบว่า ท่านทราบหรือไม่ว่าเรื่องนี้ที่เจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐอเมริกาบรรลุไม่ได้เป็นระยะเวลา หลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งการเจรจาครั้งสุดท้ายที่จังหวัดเชียงใหม่ เอฟทีเอ ไทย-สหรัฐอเมริกา มีประชาชนไปต่อต้านคัดค้านจากหลายส่วนนับหมื่นคน จนแทบจะเกิดจลาจลที่จังหวัดเชียงใหม่ในปีนั้น ช่วงที่ท่านทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี
ประการที่ ๓ ที่จะเป็นปัญหาก็คือการเปิดเสรีการเงิน จะท้าให้ต่างชาติถือหุ้น ในสถาบันการเงินได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
ประการที่ ๔ การค้าการลงทุนที่เสรี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาครับ ที่ผมบอกนี่แค่ ๔ เรื่อง ๒๖ รายการที่จะต้อง เจรจากันนั้นยังมีปัญหาอีกเยอะครับ ผมอยากจะให้รัฐบาลตระหนักในสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นที่ท่านบอกว่าไม่มีปัญหา ทุกอย่างดี เราได้ประโยชน์ ไม่จริงครับท่านประธาน
ค้าถามของผมที่จะถามท่านในเรื่องนี้ก็คือว่ารัฐบาลจะมีมาตรการ ในการด้าเนินการเจรจาอย่างไรให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด และรัฐบาลพร้อมที่จะมีมาตรการ เยียวยาหรือลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจและประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ หรือไม่ อย่างไร เพราะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเจรจาต่อไปนี้นั้นกระทบคนยากคนจนครับท่านประธาน ฝากถามไปยังรัฐบาลในครั้งนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ