สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายเวนคืนที่ดิน โดยเสนอให้เปลี่ยนแปลงมาตรา ๕ เพื่อให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศเวนคืนในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และเสนอให้เปลี่ยนแปลงมาตรา ๒๐ เพื่อให้เจ้าของที่ดินมีสิทธิร้องขอให้เจ้าหน้าที่เวนคืนหรือจัดซื้อที่ดินส่วนที่เหลือภายใน ๖๐ วัน นอกจากนี้ยังเสนอให้เปลี่ยนแปลงมาตรา ๒๖ เพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนยังไม่พอใจคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีก็มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ภายใน ๑ ปี และเสนอให้เปลี่ยนแปลงมาตรา ๗ เพื่อให้รัฐต้องซื้อไปเลยหากที่ดินเหลืออยู่น้อยกว่า ๒๕ ตารางวา หรือด้านหนึ่งด้านใดน้อยกว่า

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานคะ การแก้กฎหมายครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะว่ารัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ที่เขาออกกฎหมายมาในเรื่องของการเวนคืนว่าห้ามรัฐเวนคืน ยกเว้นถ้าจะเวนคืนได้ต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกา แล้วก็ได้เฉพาะกิจการของรัฐ เพื่อการสาธารณูปโภค การอันจำเป็นในการป้องกันประเทศ การได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ การผังเมือง การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การพัฒนาการเกษตรหรือ การอุตสาหกรรม การปฏิรูปที่ดิน การอนุรักษ์โบราณสถานและแหล่งประวัติศาสตร์ หรือ เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น และต้องชดใช้ค่าทดแทนที่เป็นธรรมภายในเวลาอันควร แก่เจ้าของ แล้วก็พูดถึงเรื่องการกำหนดค่าทดแทน ดิฉันเห็นในร่างกฎหมายนี้แล้วดิฉัน ก็ยังมีความเห็นอยู่ ๒-๓ ประการว่าการเวนคืนนี่ก็ให้เจ้าหน้าที่ไปสำรวจให้แน่นอนแล้วแจ้งกับ เจ้าหน้าที่ ต้องเรียนว่าในมาตรา ๕ ที่แก้ไขมาตรา ๑๓ นี่บอกว่า ถ้าเจ้าหน้าที่เวนคืน ออกพระราชกฤษฎีกาไปแล้วแต่เนิ่นช้าจะเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้การเวนคืนนั้น เป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน แปลว่าอันนี้จะบังคับเวนคืนใช่ไหมคะ ถ้าบังคับเวนคืน เขาก็บอกว่าถ้ารัฐมนตรีลาออกมาแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ครอบครอง ไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน แล้วทีนี้เรื่องราคา ดิฉันจะเรียนว่าในหน้า ๒ นี้ มาตรา ๗ แก้ไขมาตรา ๒๐ กรณีที่ที่ดินแปลงใดก็ตามที่รัฐจะเวนคืนใช้เฉพาะบางส่วน ถ้าเนื้อที่ดินที่เหลืออยู่น้อยกว่า ๒๕ ตารางวา หรือด้านหนึ่งด้านใดน้อยกว่า ๕ วา กฎหมายก็บอกว่าถ้าชาวบ้านเขายังเก็บเอาไว้ ตามปริมาณเท่านี้ แล้วเขาใช้การไม่ได้ เจ้าของมีสิทธิร้องขอให้เจ้าหน้าที่เวนคืนหรือ จัดซื้อที่ดินส่วนที่เหลือภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่รู้ข่าว แล้วก็ไม่เข้าใจค่ะ รัฐก็ต้องดู ถ้าเขาเหลือไว้แล้วยังใช้การไม่ได้นี่มันก็ต้องทำให้เขาก็ต้องซื้อไปให้หมดค่ะ ไม่อย่างนั้นทิ้งไว้ เขาใช้ประโยชน์ไม่ได้ แต่ในที่นี้ก็ยังเปิดโอกาสว่าถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ทำก็ได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ทำ เจ้าของมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี แล้วรัฐมนตรีพิจารณา ท่านประธานคะ ตรงที่บอกว่า ถ้าส่วนที่เหลือไม่ได้เวนคืนแล้วเขาใช้การไม่ได้รัฐต้องซื้อไปค่ะไม่ใช่ให้เขาต้องอุทธรณ์ รู้สึกเวลาทำเรื่องที่ดินนี่ประชาชนแบกรับภาระมากเหลือเกิน จะต้องอุทธรณ์เรื่องนั้น อุทธรณ์เรื่องเวลา อุทธรณ์เรื่องพื้นที่ ดิฉันว่าตรงนี้ให้รับซื้อไปเลย นอกจากมีกรณี ที่จำเป็นจริง ๆ ก็ให้เขาร้องต่อรัฐมนตรี ในนี้ก็บอกว่าคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีถือว่าเป็นที่สุด แปลว่าเขาไปฟ้องร้องอะไรไม่ได้เลยใช่ไหม ถ้าคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีเป็นที่สุด ดิฉันว่า เป็นที่สุดไม่ได้ค่ะ เพราะว่าบางทีรัฐมนตรีเองก็จำเป็นที่จะต้องทำตามเรื่องที่เขาชงขึ้นมานี่นะคะ เพราะฉะนั้นถ้าเขาร้องแล้ว ถ้ารัฐมนตรีวินิจฉัย เขาไม่พอใจเขาก็ต้องมีสิทธิไปร้องต่อศาล หรืออะไรก็ได้ ที่จริงมันควรที่จะรับไว้เลย ท่านรู้อยู่แล้วนี่ว่าเขาใช้การไม่ได้ ข้อนี้ก็เสนอให้ คณะกรรมาธิการนำไปดูด้วย มาตรา ๒๖ ถ้าผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนยังไม่พอใจคำวินิจฉัย ของรัฐมนตรี ก็มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ภายใน ๑ ปี ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นเวลาเราเวนคืน ไม่ว่าจะเอาไปทำทางด่วน เป็นอะไรก็ตาม ประชาชนโดยส่วนใหญ่เขาจะไม่พอใจเพราะว่า ให้ราคาน้อย บางทีท่านให้ราคาประเมิน ที่จริงในรัฐธรรมนูญบอกว่าต้องเป็นราคาซื้อขาย ในปัจจุบัน ถ้าเราเวนคืนในราคาซื้อขายในปัจจุบันแล้วก็คุยกันให้เรียบร้อย ดิฉันคิดว่า มันไม่น่ามีปัญหา ที่มันมีปัญหาเพราะรัฐจะให้ตามราคาประเมิน แล้วพี่น้องที่จะต้องย้ายออก ที่ดินหรือว่าสิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือน อาคารเขานี่มันแพงกว่านั้นมาก มันเป็นการมัดมือชกค่ะ ที่จะบอกว่าท่านให้ราคาประเมินหรือเขาถึงไม่พอใจ แล้วก็บอกถ้าไม่พอใจไปฟ้องศาล ไปอุทธรณ์ต่อศาล มันยากค่ะ ดิฉันถึงเรียนอย่าผลักภาระให้พี่น้องประชาชน ท่านต้องทำ อย่างสมเหตุสมผล เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าให้พี่น้องไปร้องเอาเอง ผู้มีสิทธิให้ไป ร้องอุทธรณ์ต่อศาล ดิฉันว่ามันไม่เป็นธรรม รวมทั้งการที่จะคืนเงินให้ทายาทด้วย ให้เจ้าหน้าที่ประกาศภายใน ๑๘๐ วัน ถ้าจะคืน ไม่เห็นจะต้องรอถึง ๑๘๐ วัน เพราะมันเป็นเรื่องของเจ้าของที่ดินกับรัฐเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น อันนี้ก็ไม่ควรที่จะให้มันยาวนานถึงขนาดนั้น ท่านประธานคะ ในการเวนคืนดิฉันอยากจะเรียน ฝากทั้งรัฐบาลแล้วก็ฝากทั้งสภาด้วย ดิฉันเคยไปเจอบางแห่งรัฐจะเวนคืนที่ดินทำถนน แต่มันก็เจรจากับบ้าน ๒-๓ หลังยังไม่ได้ แล้วก็ผ่านมาทิ้งเอาไว้เป็นสิบปี ตอนนั้น มันก่อนที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จะออกมา พอรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ออกมารัฐก็จะไป ทำงานนี้ต่อ แล้วพอประชาชนเรียกร้องว่า โอ้โฮ ตอนสมัยที่มาเวนคืนเขาไปไร่หนึ่ง ไม่กี่สตางค์เพราะมัน ๓๐ ปีมาแล้ว แต่ทางรัฐก็บอกว่าก็เวนคืนไปแล้ว แต่ที่จริงมันยังทำไม่เสร็จ แต่ว่าพอมีเจ้าหนึ่งซึ่งอยู่ปากทางเป็นนักการเมืองใหญ่อยู่ปากซอยถนนตรงนี้ได้รับการเวนคืน ในราคาตลาด แต่ประชาชนท่านบอกว่าท่านจ่ายเงินไปแล้วเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว เพราะฉะนั้น เมื่อมาทำใหม่ก็ต้องถืออันนั้นเป็นข้อยุติ ซึ่งถ้าถามความเห็นดิฉัน ถ้าท่านมาเริ่มต้นใหม่ ท่านต้องใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อรัฐธรรมนูญบังคับใช้แล้วก็ต้องทำกันใหม่ วิธีคิด ต้องเปลี่ยน ไม่อย่างนั้นพี่น้องประชาชนเขาก็เสียหาย เขาก็เสียเปรียบ ถ้าท่านจะบอกว่า ๓๐ ปีที่แล้วเราเวนคืนที่นี่ไปแล้ว สมมุติว่าไร่ละ ๓๐๐ บาท แต่พอมาถึงยุคนี้ท่านก็เกิด ยึดรัฐธรรมนูญสำหรับบางแปลง แล้วก็บอกว่าใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้แหละซื้อขาย ในราคาตลาดที่เป็นธรรม แล้วระยะเวลาท่านต้องดูด้วยถ้าจะถึง ๑๘๐ วัน รัฐธรรมนูญก็บอกว่า ให้จ่ายเขาชดเชยทดแทนในราคาท้องตลาดที่เป็นธรรม แล้วก็ต้องจ่ายเขาในเวลาอันสมควร ที่จริงมันควรจะไม่ชักช้ามันควรจะกำหนดเสียด้วยซ้ำไปถ้าเอาของของเขาไปแล้ว ฝากพิจารณา ฝากแก้ไขตรงนี้ ขอบพระคุณค่ะ