วิชาญ มีนชัยนันท์ พูดถึงการเวนคืนที่ดิน โดยมีจุดมุ่งหมาย 7 ประการ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับถนนในพื้นที่เขตคลองสามวา โดยเฉพาะการเวนคืนที่ดินซึ่งใช้เวลา 3 ปีแล้วยังไม่เรียบร้อย และขอฝากให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการในการเจรจาแทนการใช้กฎหมาย
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ที่ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอเพื่อให้สภาได้พิจารณา ในเรื่องของการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์โดยมีจุดมุ่งหมายทั้งหมด ๗ ประการ ซึ่งผมดูคร่าว ๆ แล้ว ก็จะเป็นประโยชน์ในการที่จะใช้กฎหมายฉบับนี้เพื่อประโยชน์ในการใช้พื้นที่ส่วนของ การเวนคืนให้เกิดประโยชน์แล้วก็รวดเร็วขึ้น แต่ส่วนหนึ่งนั้นผมขออนุญาตอภิปราย ในเรื่องของสิ่งที่พบเห็นมา คือขณะนี้ที่เราจะออกกฎหมายฉบับนี้มาบังคับใช้ผมเห็นด้วยครับ โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้ประโยชน์ของที่ดินในส่วนของการเวนคืน แล้วก็การใช้กรรมสิทธิ์ ตรงนั้น แต่ถ้าใช้ไม่ถูกประโยชน์หรือใช้ไม่ถูกในส่วนของข้อกฎหมายที่บอกว่า จะไปขอใช้ประโยชน์ ยกตัวอย่างในเรื่องของการก่อสร้างทาง แต่ทิ้งไว้ในระยะเวลาที่เกินควร ผมก็เห็นว่าก็คงจะไม่เหมาะสมในเรื่องดังกล่าว แล้วก็สามารถที่จะเรียกคืนประโยชน์ให้กับ บุคคลที่เวนคืนที่ แต่มีอีกส่วนหนึ่งนะครับท่านประธาน ผมคงขออนุญาตเพิ่มเติมลงไปว่า ถ้าเป็นไปได้บางส่วนที่มีการยกที่ดินให้ โดยผู้ยกนั้นประสงค์ที่จะยกให้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน อันนี้เวนคืนที่ แต่ยกนี่ ท่านประธานครับ ฝากกรรมาธิการลงไปดูด้วยว่าจะมีการเพิ่มถ้อยคำ ข้อความอย่างไร เพราะผู้ประสงค์ที่จะให้ที่ดินที่ยกประโยชน์ให้ใช้กับรัฐมีจำนวนมาก แต่รัฐเมื่อเอาประโยชน์จากที่ดินที่ผู้ประสงค์ยกไปให้แล้วก็ไม่ได้ทำประโยชน์ในที่ดินเช่น กรณีการยกที่ดินบางแปลงยกเป็นผืนแล้วมีราคาที่ดินประมาณ ๒๐ ไร่ อย่างแถวเขตมีนบุรี ยกประโยชน์ที่ดินเพื่อจะสร้างโรงพยาบาล แต่ไปถมที่ไว้ขณะนี้ผ่านมาประมาณ ๑๒ ปีแล้ว รูปแบบต่าง ๆ ในการขึ้นอาคารเพื่อใช้ประโยชน์ในเรื่องของสาธารณสุขก็ไม่ได้เกิดครับ ผมก็เป็นห่วงวิตกกังวลกับเจตนาของผู้ยก บังเอิญรู้จักกันเขาก็บอกว่าถ้าไม่ประสงค์ ที่จะใช้เขาขอเปลี่ยนไปใช้ประโยชน์ให้กับทางกระทรวงศึกษาธิการแทนที่จะให้ กระทรวงสาธารณสุขใช้ อันนี้ก็คล้ายกันครับ สิ่งที่ท่านไปเวนคืนที่ท่านได้เอาเงิน จากรัฐไปจ่าย แต่อันนี้เขายกให้แล้วเป็นที่ดินที่ไปขอเขาบอกว่าจะสร้างโรงพยาบาล แต่ถึงเวลาแล้วไม่ดำเนินการ อันนี้มีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจำนวนมาก ส่วนที่ ๒ (๗) กำหนดให้ รัฐเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ให้เจ้าของเดิมหรือทายาท ในกรณีที่อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด ตรงนี้ผมมองว่าถ้าเกิดเราเองไปเวนคืนที่เกิดปัญหา แล้วเอาที่ดินคืนเราจะมีการชดใช้ ผลประโยชน์ที่เขาเสียหายไปไหมครับ เช่นกรณีการเวนคืนที่ดินที่มาสร้างถนน บางแปลงบางที่เขาไม่สามารถเรียกใช้ประโยชน์ได้เลย เช่นเวนคืนที่ดินไป ๒ ไร่ เขาเหลืออยู่ ประมาณสัก ๑๐๐ กว่าตารางวา เขาใช้ประโยชน์ไม่ได้เพราะว่ามีแนวกันไว้อีก ทีนี้ถ้าเกิด เขาใช้ประโยชน์ไม่ได้ แล้วเราเองก็ไม่ได้ก่อสร้างตามที่วัตถุประสงค์หลักในการเวนคืนที่ดิน แล้วบอกว่าสามารถเรียกคืนได้ เอาไปใช้ประโยชน์ได้ ผมมองว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเขา ในขณะที่ไม่ชัดเจนแล้วเกิดความเสียหายว่าโครงการนั้นยกเลิกหรือล้มเลิกไป การเอาที่ดินคืนในขณะที่เขาเองอาจจะมีโครงการเขาเสียหาย ผมเองก็ต้องมองว่า เจตนาตรงนี้ก็ต้องให้ผลประโยชน์ในบางส่วนกับเขา จะทำอย่างไรที่จะได้เปิดช่องให้ เพราะวันนี้ในส่วนของราชการเองผมไม่โทษรัฐบาลเพราะว่าเป็นนโยบาย แต่ระบบราชการไทย ดูเหมือนว่าการไปดูเวนคืนที่แต่ละแปลงนี่นะครับก็ไม่ได้ใส่ใจแล้วไม่ได้สนใจ แล้วก็ทำให้ เกิดปัญหาเสียหาย พอโครงการเกิดปัญหาแล้วก็ไม่สามารถที่จะเอาใครมาดูแลในเรื่อง ของสิทธิประโยชน์ดังกล่าวได้ ท่านประธานครับ มีในข้อ ๒ นะครับที่ผมดูว่าการต่ออายุเวลา แก้ไขการขอขยายระยะเวลาในการพิจารณากำหนดราคาเบื้องต้นของอสังหาริมทรัพย์ และจำนวนเงินค่าทดแทนให้ชัดเจนว่าให้ขยายเวลาออกไปอีกได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกิน หนึ่งร้อยแปดสิบวัน ตรงนี้ผมเห็นด้วยครับ เพราะว่าการกำหนดระยะเวลาส่วนใหญ่แล้ว การเจรจา การต่อรองที่ดินต่าง ๆ มักจะเกิดปัญหา แต่ท้ายที่สุดถ้าจะใช้ประโยชน์จากที่ดิน จริง ๆ แล้วนี่ก็ไปตกที่ศาล เพราะผู้ที่ถูกเวนคืนที่ดินก็ต้องการราคาที่ดินที่สูงกว่าราคาประเมิน แต่ราคาที่เจ้าพนักงานที่เราไปตั้งคณะกรรมการก็จะจัดในส่วนของราคาที่ดินให้ตามราคาประเมิน เป็นตัวตั้ง ทีนี้ถ้ามีการต่อระยะเวลาออกไป การเจรจาผมอยากให้มองว่าคณะกรรมการที่ตั้ง คงจะต้องไปเทียบเคียงราคาที่ดินที่เขาซื้อราคาใกล้เคียง แต่ส่วนหนึ่งคนที่จะไปเวนคืนที่ดิน มักจะไปบอกกล่าวเขาก่อนว่าจะมีการเวนคืนที่ดิน ก็เลยมีการเปลี่ยนมือกันระหว่างผู้ที่ซื้อโครงการ ที่ทราบที่ไปซื้อที่ดินของคนที่ไม่ทราบว่าโครงการจะมาลง อันนี้ก็เกิดปัญหาครับ ฉะนั้น ผมฝากท่านประธานครับว่าจะทำอย่างไรให้ราคาที่เราบอกว่ามันไม่ชดเชยชดใช้ไม่ชัดเจน แล้วต้องขยายเวลาอีก ๒ ครั้ง หรือออกไปจนถึง ๑๘๐ วัน ไม่เกิน ๒ ครั้ง จะทำอย่างไร ให้คณะกรรมการชุดที่ตั้งเข้าไปสามารถที่จะดำเนินการในช่วงระยะเวลานั้นให้ตรงไปตาม เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ได้ ไม่ใช่ขยายเวลาเป็น ๑๘๐ วันยังดำเนินการไม่ได้ ผมยกตัวอย่างนะครับที่ดินในส่วนของการก่อสร้างในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครมีหลายแปลง พอก่อสร้างเสร็จนะครับเสร็จแล้วเป็นรูปถนนนะครับ แต่ติดแนวเวนคืนที่ดินยาวเหยียดเลย อย่างถนนแถวฝั่งธนบุรี สุขาภิบาล ๑ ที่เขาเรียกกันนะครับอยู่แถวทางด้านฝั่งธนบุรี ใช้ระยะเวลาเวนคืนที่ตั้งแต่ปี ๒๕๑๒ จนถึงวันนี้การชดเชยชดใช้ค่าที่ดินนะครับ ค่าที่ดิน จ่ายจนหมดแล้ว แต่ปรากฏว่าเจ้าของที่ดินก็ยังปลูกสร้างบ้านอยู่ วันนี้ไปเสียค่ารื้อถอน ก็ยังทำงานไม่ได้ แล้วก็โครงการงบประมาณก็ดำเนินการตั้งไว้เรียบร้อยแล้วก็ยังทำอะไรไม่ได้ อันนี้ส่วนหนึ่ง
ส่วนที่ ๒ ก็ยังมีถนนในพื้นที่เขตคลองสามวา ผมยกตัวอย่างครับว่า ถนนเลียบคลองสองก่อสร้างเสร็จทั้งสายแล้วครับ ปรากฏว่ามี ๓ เลน ไป ๓ เลน กลับ ๓ เลน เหลืออยู่ประมาณ ๒ เลนในช่วงรอยต่อตรงแยกรถติดมากครับ ใช้ระยะเวลา ในการเจรจาการเวนคืนที่ดินมา ๓ ปีแล้วยังไม่เรียบร้อย ผมก็ไม่ทราบว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ ออกไปใช้แล้วนี่มันจะสามารถใช้ได้จริงหรือเปล่า มันขึ้นอยู่กับการเจรจาที่การพูดคุย แต่เจ้าหน้าที่ที่เป็นคณะกรรมการหรือคนที่ดูแลมีศักยภาพหรือเปล่าในการพูดจา ในการพูดคุยหรือในการต่อรอง ฉะนั้นผมขออนุญาตฝากไปทางรัฐบาลในส่วนที่จะใช้ เรื่องกฎหมายฉบับนี้ผมเห็นด้วยในทั้งหมดใน (๗) แต่ต้องขอว่าการตั้งคณะกรรมการการเจรจา เป็นเรื่องสำคัญมากกว่า จึงขอฝากท่านประธานไปยังทางรัฐบาลได้ดูในเรื่องของการใช้คน มากกว่าแทนที่จะใช้กฎหมาย แต่เห็นด้วยกับกฎหมายครับ ขอบคุณครับ