ศุภชัย ศรีหล้า เสนอร่างพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ..... โดยชี้ว่ามีความครอบคลุมกว่าร่างของคณะรัฐมนตรี และขอให้ท่านประธานและคณะกรรมาธิการพิจารณาให้ความสำคัญกับร่างนี้ นอกจากนี้ยังตั้งคำถามเกี่ยวกับคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ และขอให้เพิ่มสัดส่วนตัวแทนประชาชนที่ทำอาชีพประมง และมีกองทุนพัฒนาประมง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรากำลังพิจารณากฎหมายที่ถือได้ว่ามีความสำคัญยิ่ง เป็นกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนทุกภาค มิได้มีเฉพาะภาคใต้ หรือภาคกลาง หรือภาคอีสาน แต่หากมีพี่น้องประชาชนทุกภาคเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ นั่นคือ พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. .... ซึ่งมีผู้เสนอร่างรวม ๕ หน่วยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ร่างของคณะรัฐมนตรี ร่างของท่านนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ร่างของท่านอนันต์ ศรีพันธุ์ ร่างของท่านชลน่าน ศรีแก้ว และร่างของท่านอรรถพร พลบุตร และคณะ ท่านประธาน ที่เคารพครับ โดยปกติการพิจารณากฎหมายเมื่อเข้าสู่ชั้นกรรมาธิการเรามักจะมีร่างใดร่างหนึ่ง เป็นร่างหลักประกอบการพิจารณาหลังการตั้งคณะกรรมาธิการ และโดยธรรมเนียมปฏิบัติ มักจะเอาร่างของรัฐบาลเป็นหลักในการพิจารณา ในวันนี้ก่อนรับหลักการผมจึงอยากจะเรียน ความเห็นผ่านท่านประธานไปยังผู้เสนอร่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งของรัฐบาล รวมถึง คณะกรรมาธิการที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างหลัก คือร่างของคณะรัฐมนตรี มีด้วยกัน ๑๑ หมวด ๘๗ มาตรา และร่างที่ผมขออนุญาต หยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบเพื่อเป็นข้อสังเกตผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ที่จะมีขึ้นอย่างที่ผมได้กราบเรียนคือร่างของท่านอรรถพร พลบุตร และคณะ มี ๑๑ หมวด ๑๐๒ มาตรา ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเผื่อว่าเราจะย้อนหลังกลับไปดูกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องเราจะพบได้ว่ามาตรา ๓ ที่ท่านอรรถพรเขียนไว้ได้ลำดับพัฒนาการ ของพระราชบัญญัติการประมงมาเป็นลำดับ การลำดับนี้แสดงให้เห็นว่าบ้านเรา มีการพัฒนาการมาไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่าประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติการประมง พุทธศักราช ๒๔๙๐ นั่นแปลว่าในยุคโบราณเราก็มีพระราชบัญญัติการประมง มีพระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๙๖ มีพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการประมง พุทธศักราช ๒๔๙๐ พุทธศักราช ๒๕๑๓ มีประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๕ ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ และจนกระทั่งล่าสุด เรามีพระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๕๒๘ ที่ผมนำเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านตัวแทนคณะรัฐบาลหรือผู้ที่กำลังจะเป็นคณะกรรมาธิการ ในอนาคตด้วยเหตุว่าพัฒนาการของบ้านเมืองเรามีอดีต เรามีปัจจุบันและเรามีอนาคต ในขณะเดียวกันก็อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการที่จะมีขึ้นด้วยว่า ในความหมายที่เราให้ไว้ในเรื่องของการประมงเป็นความหมายที่ค่อนข้างจะครอบคลุมชัดเจน นั่นคือร่างพระราชบัญญัติที่ท่านอรรถพร พลบุตร ได้เสนอไว้ ได้เสนอไว้ว่าการประมง มีความหมายว่าการทำประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การดูแลรักษาสัตว์น้ำหลังการจับหรือ การแปรรูปสัตว์น้ำ ถ้าให้นิยามอย่างนี้หรือให้ความหมายอย่างนี้พี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานี พี่น้องชาวจังหวัดร้อยเอ็ด พี่น้องชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ พี่น้องอีกหลาย ๆ จังหวัดที่มีอาชีพ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่ตามริมแม่น้ำสำคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็นริมแม่น้ำมูล ริมแม่น้ำชี ริมแม่น้ำโขง ริมแม่น้ำลำน้ำปาว ริมแม่น้ำลำเซบก ริมแม่น้ำลำเซบาย พี่น้องประชาชนเหล่านี้ถ้าเผื่อว่า มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนั่นแปลว่าต้องมีอาชีพที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความครอบคลุมกับพี่น้องประชาชน เป็นจำนวนมาก ผมจึงขออนุญาตตั้งข้อสังเกตให้กับท่านประธาน ดังนี้นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนที่ ๒ มีสาระสำคัญมาก และมีส่วน ที่จะทำให้กิจกรรมการประมงนับจากนี้ไปมีความเจริญก้าวหน้าหรือไม่ ส่วนที่ ๒ ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้พูดถึงคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ข้อสังเกต ของกระผมที่อยากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังตัวแทนของคณะรัฐบาลก็คือว่า ตามมาตรา ๙ จะพบว่าคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติที่จะมีขึ้นตาม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีที่มาจากข้าราชการประจำเป็นจำนวนมาก ข้าราชการประจำ ในร่างที่นำเสนอโดยรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เหล่านี้คือข้าราชการประจำ ผมไล่เลียงดูแล้วมีมากกว่า ๑๓ ท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะที่มีมากกว่า ๑๓ ท่าน ข้าราชการประจำเหล่านี้ผมไม่ได้ปฏิเสธเรื่องความรู้ความสามารถ แต่ผมอยากให้มีสัดส่วน ที่มาจากพี่น้องประชาชนมากหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวแทนพี่น้องชาวประมงที่ทำ อาชีพประมงจริง ๆ ถ้าทำอาชีพประมงจริง ๆ เราก็คงจะต้องย้อนกลับไปดู ๔ ประเด็น ที่ผมกราบเรียนในเบื้องต้น ๔ ประเด็นที่ผมกราบเรียนในเบื้องต้นคือตัวแทนพี่น้องเกษตรกร ที่ทำประมง ตัวแทนเกษตรกรที่ทำอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตัวแทนเกษตรกรหรือผู้เกี่ยวข้องที่ทำหน้าที่ ในการรักษาสัตว์น้ำ หรือตัวแทนผู้ที่ประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำ ตัวแทนเหล่านี้ต่างหาก ที่จะเป็นตัวแทนที่เราน่าจะหยิบยกขึ้นมาอยู่ในคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และในขณะเดียวกันก็อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังตัวแทนของรัฐบาลด้วยว่าในร่างของคณะรัฐบาลไม่มีในเรื่องของกองทุนพัฒนา การประมง ประเด็นนี้เป็นประเด็นใหญ่ครับท่านประธานครับ ในเมื่อเรามีพี่น้องที่ประกอบอาชีพ การประมงเป็นจำนวนมากอย่างที่ผมกราบเรียนในเบื้องต้น ทำไมเราไม่มีกองทุน เพื่อพัฒนาการประมง ในร่างของรัฐบาลละเลยประเด็นนี้ ในขณะที่ละเลยประเด็นนี้ ประเด็นนี้ต่างหากที่เป็นหัวใจของร่างพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. .... ที่เรากำลังพิจารณา อยู่ในขณะนี้ ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าถ้าเผื่อว่าเรามีกองทุนพัฒนาการประมง รัฐบาล ทุกรัฐบาลจัดสรรเงินสนับสนุนกองทุนนี้ ในขณะเดียวกันก็มีกรรมการบริหารกองทุน มีการแสวงหารายได้ กองทุนนี้ก็จะเป็นกองทุนที่สามารถซับน้ำตาพี่น้องชาวประมงได้ ถ้าเผื่อว่าเขาพลาดพลั้งเสียทีจากภัยพิบัติต่าง ๆ เมื่อเขาประสบในขณะที่เขาประกอบอาชีพ จึงอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปว่าขอให้รัฐบาลได้ใส่ในเรื่องของกองทุนเข้าไป ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ถ้าเผื่อว่าไม่มีกองทุนเท่ากับว่าไม่มีหัวใจของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ แต่ถ้าเผื่อว่าท่านใส่กองทุนเข้าไปแล้ว หัวใจของพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะเป็นหัวใจ ที่งดงามและเป็นหัวใจที่สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับ