ร้อยตํารวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ หารือเรื่องรายงานของ ป.ป.ช. และแสดงความพอใจในเรื่องการป้องกันและสร้างคุณธรรมและจริยธรรม แต่ยังมีคําถามเกี่ยวข้อง 2 ประเด็น ได้แก่ ความไม่แน่นอนของรายงานการประเมินความโปร่งใสของประเทศไทยจากองค์กรนานาชาติ Transparency International และปัญหาการจัดซื้อเครื่องมือตรวจสอบที่ไม่แท้ โดยเรียกร้องให้ป.ป.ช. ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับที่กรุณาให้โอกาส ผมได้ทราบว่ารายงานของ ป.ป.ช. นั้น สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๗๑/๒ มาถึงสภาแห่งนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ แต่ผมเพิ่งได้รับรายงานเมื่อเช้านี้เอง แต่ก็ด้วยความตั้งใจ ก็พยายามจะศึกษา ๒ เรื่องด้วยกันที่เกี่ยวข้องกับผมโดยตรงก็คือ
ประการที่ ๑ โดยพื้นฐานการศึกษานั้นผมจบคณะอาชญาวิทยาในระดับ ปริญญาเอก
ประการที่ ๒ ผมเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งในฐานะเป็นผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา มาโดยตลอด
ต้องยอมรับครับ รายงานของ ป.ป.ช. ฉบับนี้ก็มีจุดเด่น ซึ่งผมมีความพอใจ แล้วก็มีความชื่นชมก็คือจุดเด่นในเรื่องของการที่ท่านทํางานเชิงรุกมากขึ้น เน้นเรื่อง การป้องกัน เป็นต้นว่าเรื่องการสร้างคุณธรรมและจริยธรรมให้แก่เด็กและเยาวชน เรื่องการที่ท่านมีการยกย่องให้รางวัลกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ซื่อสัตย์สุจริต เป็นต้น เรื่องเหล่านี้สําคัญครับ เรื่องทั้งหลายนั้นควรจะป้องกันดีกว่าการแก้ไข ทํางาน ในเชิงบวกดีกว่ามุ่งเน้นเฉพาะในเชิงลบ เพราะว่าการสร้างคุณธรรมและจริยธรรมเป็นพื้นฐาน ที่สําคัญประการหนึ่งของการที่จะทําให้บ้านเมืองนั้นก้าวไปข้างหน้า แต่กระนั้นผมก็ยังมี คําถามที่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช. ที่ได้รายงานมาใน ๒ ประเด็นสําคัญ
ในประเด็นแรก เป็นเรื่องระดับนานาชาติที่อยู่ในรายงานของ ป.ป.ช. เอง ป.ป.ช. ได้อ้างถึงทรานสแพเรนซี อินเตอร์เนชันแนล (Transparency International) ว่าได้พิจารณาจัดลําดับประเทศ ๑๗๙-๑๘๐ ประเทศในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยที่ท่านได้อ้างข้อมูล ปี ๒๕๕๐ ว่าประเทศไทยนั้นอยู่ในอันดับที่ ๘๔ ปี ๒๕๕๑ นั้นประเทศไทยขึ้นมาเป็น อันดับที่ ๘๐ และพอถึงปี ๒๕๕๒ ในรายงานฉบับนี้ประเทศไทยก็กลับตกลงไปเป็นลําดับที่ ๘๔ เหมือนเดิม ผมไม่ทราบว่าปี ๒๕๕๓ และปี ๒๕๕๔ นั้นผลเป็นอย่างไรนะครับ การที่จะ แก้ปัญหานั้นจําเป็นที่จะต้องทราบสาเหตุ ซึ่งผมไม่พบว่าในรายงานวิจัยหรือโครงการวิจัย ทั้ง ๑๒ เรื่องที่ ป.ป.ช. สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๗๒/๑ ได้เสนอไปนั้นมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาความเบี่ยงเบนของภาพลักษณ์การทุจริต ในประเทศไทยแม้แต่โครงการเดียว ก็อยากจะถามละครับว่ามีการวิจัยทางอาชญาวิทยา เพื่อทราบถึงสาเหตุของการเบี่ยงเบนขึ้นลงของภาพลักษณ์นี้หรือไม่ อย่างไร และควรจะ แก้ไขอย่างไร เพราะว่า ป.ป.ช. นั้นเป็นองค์กรระดับประเทศที่คนทั้งหลายนั้นคาดหวัง
ในประการที่ ๒ ที่เป็นคําถามซึ่งอาจจะซ้ําซ้อนกับเพื่อนสมาชิกที่ได้ถามไปบ้างแล้ว แต่เป็นความตั้งใจก็คือว่าแต่ละปีนั้น ป.ป.ช. รับผิดชอบเรื่องที่ค้างอยู่สะสมประมาณปีละ ๖,๐๐๐ เรื่อง เพิ่มใหม่ประมาณปีละเกือบ ๓,๐๐๐ เรื่อง เพราะฉะนั้นเรื่องที่อยู่ใน ป.ป.ช. ปีหนึ่งก็ประมาณเกือบ ๙,๐๐๐ เรื่อง คําถามที่ ๒ ก็คือ ป.ป.ช. เองไม่เปิดเผยข้อมูล ซึ่งควรจะต้องเปิดเผยอย่างยิ่งว่าหมดอายุความปีละกี่เรื่อง ซึ่งตรงนี้เป็นข้อมูลสําคัญ และเมื่อ เรื่องที่ขาดอายุความมีจํานวนมากซึ่งผมทราบว่ามีเป็นพันนะครับแต่กี่พันไม่แน่ใจจึงต้องถาม ท่าน ป.ป.ช. มีการแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร เป็นเรื่องใหญ่ครับ หลายเรื่องนั้นทําให้ประเทศ ขาดโอกาส และความล่าช้าทั้งหลายนั้นก็คือความไม่ยุติธรรม อันนี้เป็นหลักการใน กระบวนการยุติธรรมแน่นอนชัดเจน และประการที่จะต้องถามให้ชัดเจน ก็ขอประทานโทษ ไม่ใช่เป็นการก้าวล่วงก็คือเมื่อมีการหมดอายุความถ้าเป็นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ ต้องรับผิดชอบทั้งกฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญานะครับ รับผิดที่วินัยด้วย ผมถามว่า ป.ป.ช. ต้องรับผิดชอบเรื่องคดีหมดอายุความอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านกรรมการทั้ง ๙ ท่าน เรื่องคดีสําคัญหลายคดีนั้นหมดอายุความ แล้วก็ไม่มีการแจ้งเรื่องราวต่าง ๆ นั้นไปยัง ผู้ที่กล่าวหาด้วยซ้ําไป ผมขออนุญาตฝากเรื่องที่เป็นรูปธรรมสักเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่ดังระดับโลก แล้วประเทศไทยก็เกี่ยวข้องและถูกกล่าวหาว่าเป็นหมูให้เขาต้มระดับโลกก็คือเรื่อง จีที ๒๐๐ (GT200) เครื่องที่อ้างว่าตรวจวัตถุระเบิดได้ ตรวจยาเสพติดได้ ตรวจสารพัดอย่างได้ ขณะนี้ทางรัฐบาลอังกฤษโดยเฉพาะอย่างยิ่งตํารวจอังกฤษนั้นได้แจ้งความดําเนินคดีกับผู้ผลิต ในประเทศอังกฤษแล้ว เครื่องนี้มีการใช้ในประเทศอิรักอย่างกว้างขวางและประเทศกําลังพัฒนา อีกหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยด้วย ผมเสียดายเงินรัฐบาลที่ได้จ่ายไปประมาณเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาทในการจัดซื้อเครื่องมือที่แม้กระทั่งเอฟบีไอ (FBI) ได้เตือนมาแล้ว ตั้งแต่ปี ๑๙๙๕ ว่ามันคือของปลอม มันไม่ต่างอะไรกับกล่องพลาสติกที่ติดด้วยลวดธรรมดา เท่านั้นเอง และในการจัดซื้อนั้นก็ห้ามเปิดห้ามตรวจ ในขณะนี้ สตง. ของเราแจ้งว่า ให้หน่วยงานที่จัดซื้อทั้งหลายนั้นแจ้งความดําเนินคดีกับตัวแทนจําหน่ายในประเทศไทย สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๗๒/๒ คําถามที่ต้องถามก็คือ ป.ป.ช. ได้ดําเนินการอย่างไรกับหน่วยงานทั้งหลายที่มีการจัดซื้อ ตรวจรับทั้งที่เป็นของปลอม มีการจัดซื้ออย่างมากหลังจากปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา ประเทศไทย สูญเสียเงินเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาทเพราะการจัดซื้อเครื่องมือปลอมอันนี้ทั้งที่มีเว็บไซต์ (Web site) เตือนมาแล้วจากทั้งรัฐบาลอเมริกันและรัฐบาลอังกฤษครับ ผมขอถามเป็น ๒ ประเด็นนี้ครับ ขอบคุณครับ