สงวน พงษ์มณี เสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปรับปรุงการทำงานขององค์กรให้เหมาะสมและยึดโยงกับประชาชน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงระบบการตรวจสอบและขจัดการทุจริตในประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมคิดว่า ส.ส. เรานี่นะครับโอกาสที่จะลุกขึ้นยืน เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนกับการรับทราบในวาระการรับทราบของหน่วยงานตามรัฐธรรมนูญ เป็นโอกาสที่ดีที่สุด เพราะว่าเราจะได้รับทราบว่าท่านทําอะไรมาบ้าง และท่านก็จะได้รับทราบว่า พวกผมคิดอย่างไร ผมเองนี่สนใจในลักษณะที่เรียกว่าลักษณะทั่วไปของการรายงาน ผมจับรายงานของแต่ละเรื่อง แต่ละคณะ แต่ละองค์กร ผมจะดูว่าหลักการทั่วไปของท่านคืออะไร ผมจะเปรียบเทียบหลักการทั่วไปไม่ได้เปรียบเทียบสาระสําคัญของการเขียน ท่านครับ ทําไมผมพูดประเด็นนี้ ผมจะใช้เวลาไม่นานแต่ผมจําเป็นต้องขอความกรุณาท่านที่มารายงานต่อเรา รัฐธรรมนูญหลักที่สุดคือ ๗ มาตรา มาตรา ๓ นี่ทําให้เราต้องมาพูดคุยกันเรื่องนี้ในสภา เพราะว่าพวกผมเป็นตัวแทนของประชาชนก็มาเกี่ยวข้องกับการศึกษาและการทํางานของท่าน มาเสนอความเห็นต่อท่าน ท่านก็รับทราบว่าเรามีความเห็นอะไรก็จะได้กลับไปรายงาน ต่อหน่วยงานของท่าน วิกฤติทั้งหมดของประเทศนี้มันเกิดขึ้นจากการออกแบบ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งออกแบบมาแล้วมันทับซ้อนเหลื่อมกันอยู่ เมื่อครบ ๕ ปีก็เขียนไว้ สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๖๐/๒ ในมาตราสุดท้ายว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญเหล่านี้ปฏิบัติการมา ๕ ปีแล้วก็ขอให้เสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญ เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับหลักการทั่วไปของรัฐธรรมนูญ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วนี่ไม่มีองค์กรใดเลยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนั้นจนเกิดวิกฤติ วิกฤติทั้งหมดยังคงอยู่ถึงปัจจุบันครับท่านประธาน วิกฤตินั้นเรียกว่าวิกฤติเขตอํานาจ ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ วันนี้เรื่องนี้ยังมีอยู่ หลายคนเสนอว่าองค์กรนั้นต้องปรับอย่างนั้น องค์กรนี้ต้องปรับอย่างนี้ ผมว่าผมไม่ค่อยรับฟังเท่าไร แต่สิ่งที่ผมอยากจะรับฟังและฝากท่าน ไปยังองค์กรของท่านและองค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่น ๆ ท่านคิดว่า ๒ หลักการใหญ่ท่านจะปรับ อย่างไร อันที่ ๑ ปรับให้กระบวนการของท่านสามารถทํางานได้ อันที่ ๒ ปรับองค์กรของท่าน ให้ยึดโยงกับประชาชน ถ้าประชาชนท่านใดหรือตัวแทนองค์กรใดพูดถึงการปรับตัวเพื่อยึดโยง กับประชาชนนี่ ท่านโปรดรับฟังแล้วนําไปคิดดูหน่อย ผมตกใจครับท่านประธานครับ ที่อ่านทุกฉบับแล้วมันเหมือนกันอยู่เรื่องหนึ่ง เหมือนกันของท่านคือการทุจริตประพฤติมิชอบ แต่บ่อยครั้งเหลือเกินครับแม้นายคนนี้ หรือบุคคลท่านนี้ หรือองค์กรนี้จะทุจริตนี่ แต่สิ่งที่ตัดสินว่าถูกหรือผิดนี่กลายเป็นกาลเวลา กลายเป็นกระบวนการ ถ้าองค์กร ตามรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบคิดได้แค่นี้นี่อันตรายแก่ประเทศชาติมาก ท่านประธาน หมายความว่าอย่างไร สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๖๑/๑ สาระสําคัญของการทุจริตยังดํารงอยู่แต่มันไม่เป็นมรรคเป็นผล มันเป็นไปไม่ได้เพราะว่า มันเลยกาลเวลามา ท่านครับ กาลเวลาสําคัญไหมครับ ท่านดูให้ดีท่าน ป.ป.ช. ครับ มีประเทศหนึ่งไล่ฆ่าประชาชน ในขณะนั้นหลักการของประเทศเพื่อนบ้านใครช่วยเหลือ ประเทศเพื่อนบ้านถือว่าเป็นคนผิด คนคนนั้น กลุ่มนั้นเป็นคนผิด ยิวถูกไล่ฆ่าจากประเทศหนึ่ง หนีเข้าไปประเทศหนึ่ง ใครช่วยเหลือยิวขณะนั้นถูกตัดสินมีความผิด ๖๐ ปี ๗๐ ปีต่อมา ประเทศนั้นออกกฎหมายใหม่ว่าคนกลุ่มนั้นเขาทําโดยชอบ เขาทําสิ่งที่ดีงาม ออกกฎหมาย คืนความดีให้เขาทั้ง ๆ ที่เขาตายไปแล้ว นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ของประเทศนั้น ๆ เขาสนใจสาระสําคัญของความผิด ไม่ใช่ว่ายู (You) ผิดไปแล้วหมดเวลา ก็ถือว่าเลิกกัน ไม่ใช่ แล้วสังคมไทยทําอะไรกับ ป.ป.ช. ครับ ผมไม่ชอบเลยครับท่านประธาน ไม่ชอบเลยอยู่ ๆ ก็ตั้ง ป.ป.ท. ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบระดับ ๘ ลงมา ผมไม่ชอบจริง ๆ เพราะอะไรครับ มันไม่ชอบด้วยเหตุผล ไม่ใช่ไม่ชอบเพราะอารมณ์ความรู้สึก
ผมจะเสนอและพูดเป็นเรื่องสุดท้ายสั้น ๆ ต่อท่านประธานไปยังคณะทํางาน ของ ป.ป.ช. เป็นไปได้ไหมครับขยายตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ของท่านนี่แหละที่ให้มี ป.ป.ช. จังหวัด ให้มี ๙ คนเหมือนกัน แต่ ป.ป.ช. จังหวัดท่านแต่งตั้งได้ ๔ คน อีก ๕ คน ให้ประชาชนเลือก แล้วให้ทุกอย่างตัดสินในจังหวัด คดีโกงต่าง ๆ ที่เป็นหมื่น ๆ เรื่องนั่น จบหมดเลย หากใครจะอุทธรณ์ให้อุทธรณ์ต่อกรรมการกลางหรือ ป.ป.ช. กลาง มีแต่อย่างนี้ เท่านั้นทุจริตที่เกิดขึ้นถึงจะยุติ ทุจริตมันมีองค์ประกอบ ๓ อย่าง ทําเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาต หรือทําโดยเขียนกฎหมายเอง หรือสมรู้ร่วมคิดซึ่งกันและกัน นี่คือหลักการโดยทั่วไป แล้วอะไรล่ะครับ หลักการทั้งหมดต้องเป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะ เราไม่จํากัดให้คนจังหวัดนี้ คุณจะเลือกใครมาก็ได้ ๕ คน อยู่ ๔ ปีหรืออยู่ ๕ ปี แล้วคุณจะแต่งตั้งใครมาก็ได้มาบวกกัน แล้วให้เขาเลือกกันเองเป็นประธานและตัดสินเหมือนตรงนั้นเลยครับ ผมคิดว่าการทุจริต ในประเทศนี้จะลดฮวบเลย วันนี้ผมยินดีทุจริตเพราะอะไรครับ เพราะคุณตัดสินว่าผมผิดก็ต้อง ส่งไปให้ ป.ป.ช. และค้างอีกเป็น ๑๐ ปี ในที่สุดก็หมดอายุความ นี่หรือครับสังคมไทยที่บอกว่า จะปราบยาเสพติดบ้าง ทุจริตบ้าง ทําไม่ได้เพราะอะไรครับ เพราะกฎเกณฑ์ที่มีอยู่มันไม่รับใช้ ปัญหาที่มีอยู่ ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่รังเกียจซึ่งกันและกัน วันนี้คนทั้งสังคมรังเกียจใครครับ รังเกียจคนกลุ่มเดียวคือนักการเมืองครับเป็นคนเลวที่สุด นอกนั้นเป็นพระเจ้า เป็นเทวดา หมดเลย หลายคนตั้งตัวเองเป็นศาสดาขึ้นมา ฉันพูดถูกหมด คุณพูดผิดหมด มันใช้ไม่ได้กับ สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๖๑/๒ ระบบตรวจสอบ ผมหวังพึ่ง ป.ป.ช. มากเลยครับ ถ้าหลับตานึกภาพว่าวันนี้ ป.ป.ช. จังหวัด ๗๖ จังหวัด มีคน ๙ คน เลือกตั้งมา ๕ คน ท่านตั้งไป ๔ คน ตัดสินคดีความในจังหวัด ยกเว้น ๔๐ ต้องขึ้นองค์กรกลางอย่างนี้นะครับ ผมถึงว่าทุกอย่างมันจะจบ สิ่งที่รายงาน ก็เหมือนการสรุปว่าทั้งปีทําอะไร ทําอย่างไรมา ทําตรงไหนบ้าง มันเป็นคําวินิจฉัยส่วนตน ของท่านทั้ง ๙ คนเท่านั้นเอง ผมถูก ป.ป.ช. เรียกไปสอบก็เคยโดน ไปแจ้งความคนอื่นก็เคยทํา อนุทั้งหลายก็พูดคุยกันเห็นภาพ แล้วผมไม่เคยร้องต่อเมื่อท่านเห็นต่างจากผมเพราะอะไรครับ ผมเข้าใจว่าระบบนี้อํานาจคือกฎหมาย ผมยืนขึ้นพูดตรงนี้อยากจะพูดเหลือเกิน อยากจะบอก เหลือเกิน ก็ผมไม่อยากให้อํานาจคือกฎหมายอย่างไรละครับ ผมไม่อยากกระแนะกระแหน หรือตั้งเรื่องว่าคนนั้นเลว ผมดี คนนั้นไม่ดี ผมดี ผมไม่อยากจะพูดอย่างนี้ ผมจบลงอย่างนี้นะครับ สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ปัทมา ๖๒/๑ เป็นไปได้ไหมช่วยจัดการสัมมนาในองค์กรของท่านแล้วส่งเรื่องสรุปนั้นต่อสาธารณะ วันนี้จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ต้องแก้ ท่านช่วยบอกกับประชาชนหน่อยว่าท่านจะสัมผัส ประชาชนตามมาตรา ๓ โดยวิธีใด สิ่งที่ผมเสนอท่านนี่คือหลักการทั่วไปที่สําคัญ ถ้าท่าน จะทําอย่างผมนี่ประชาชนจะชื่นชอบ การทุจริตจะลดเลย การทุจริตจะลดลงโดยวิธีการ เรายึดโยงกับมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญเท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน