สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๙ สิงหาคม ๒๕๕๕

อารักษ์ ชลธาร์นนท์ พูดเรื่องการแจกคูปองส่วนลดเพื่อซื้อสินค้าประหยัดพลังงาน มูลค่า 2,000 บาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อประหยัดไฟฟ้า 600 ล้านหน่วยต่อปี แต่ผลการประหยัดไฟฟ้าเพียง 152 ล้านหน่วยต่อปี

นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กราบเรียน ท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผม นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถามทั่วไป สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๕๓/๒ เกี่ยวกับเรื่องคูปองการซื้อสินค้าประหยัดพลังงาน มูลค่า ๒,๐๐๐ บาท คือในส่วนนี้ ผมขออนุญาตเรียนเบื้องต้นก่อนว่าจริง ๆ แล้วในการที่เราแจกคูปองมันเป็นการใช้เงิน จากกองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน อันนี้คือกฎเกณฑ์เป็นหลักเกณฑ์เลย พอดีกับช่วงนั้นมีผู้ประสบอุทกภัยในแถว ๆ กรุงเทพมหานคร แล้วก็อีก ๒๗ จังหวัด ทางกระทรวงก็เลยได้ใช้โอกาสนี้ในการที่จะทําการส่งเสริมเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน แล้วก็ใช้เงินกองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานนี้มาใช้ โดยการสนับสนุนให้ไปซื้ออุปกรณ์ เครื่องใช้ที่ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ ๕ ฉะนั้นพวกนี้จะต้องไปซื้ออุปกรณ์ประหยัดไฟ ไปซื้ออย่างอื่นไม่ได้ เพราะผมเคยได้ยินมาว่ามีคนไปซื้อตอนแรก ๆ เข้าใจผิดว่าไปซื้อราวตากผ้า เบอร์ ๕ ไม่มีนะครับราวตากผ้าเบอร์ ๕ อันนั้นผิด ไม่ใช่นะครับ ทีนี้ผมขออนุญาตเรียนว่า ในการแจกคูปองมี ๒ รอบด้วยกัน คือ รอบแรกระหว่างวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๕ ตอนนั้นก็มีครอบครัวมารับทั้งหมด ๒๔๘,๗๑๒ ครอบครัว เสร็จแล้วก็มีการแจก รอบที่ ๒ อีกครั้งหนึ่งคือระหว่างวันที่ ๑๐-๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นจํานวนทั้งหมด ๖๖๒,๑๓๑ ครอบครัว ซึ่งรวม ๒ รอบแล้วก็มีครอบครัวที่มารับไปทั้งหมด ๙๑๐,๘๔๓ ครอบครัว ซึ่งถ้าคิดเป็นมูลค่าโดยที่แจกคูปอง ๒,๐๐๐ บาท ก็คิดเป็นมูลค่า ๑,๘๒๑.๗ ล้านบาท ทีนี้ผมขออนุญาตเคลียร์ตรงนี้อีกนิดหนึ่งก็คือว่าคูปองที่แจกนี่เป็นคูปองส่วนลด เพื่อให้ไปซื้อสินค้าเบอร์ ๕ ไม่ใช่เราให้เงินไปตรงนี้ ไม่ใช่นะครับ ผู้รับคูปองไปที่จะใช้ก็คือ จะต้องเอาไปใช้ซื้อสินค้าและเป็นส่วนลดเท่านั้นเอง สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๕๔/๑ และส่วนลดสูงสุดไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็มีที่แตกต่างกันไปแล้วแต่สินค้าที่จะไปซื้ออะไร ที่ผ่านมานี้ก็มีการรับไปทั้งหมดแล้วที่ผมเรียนเมื่อกี้คือ ๙๑๐,๐๐๐ ครอบครัวนี้คือมีบุคคลที่มา ใช้ทั้งหมดก็อยู่ที่ ๑,๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งกระทรวงพลังงานได้คืนเงินให้กับร้านค้าที่มาร่วมรายการ ไปแล้วตอนนี้ ๓๑๗ ล้านบาท ยังเหลือเอกสารที่ตรวจสอบรอการจ่ายอีก ๔๔๐ ล้านบาท แล้วก็ยังมีเอกสารที่ตรวจสอบอีก ๕๔๓ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ผมขอเรียนว่าตอนที่ผมเข้ามา รับตําแหน่งพอดีนะครับ เข้ามาทํางานตอนนั้นก็ได้มีทางกระทรวงการคลังเข้ามาช่วยดู ที่เรียกว่าการตรวจสอบในการทํางานทั้งหมดที่ภาษาอังกฤษ ผมขออนุญาตใช้ว่าเช็ก แอนด์ คอนโทรล (Check and control) ด้วยระบบทั้งหมดเลยเพื่อให้ทุกอย่างทําการโปร่งใส ตั้งแต่การแจกจ่ายคูปองรวมทั้งร้านค้าและการตรวจสอบทั้งหมด อันนี้ยืนยันนะครับว่า มีทางกระทรวงการคลังเข้ามาช่วยในการตรวจสอบอันนี้ด้วยนะครับ สําหรับในการที่ประหยัดไฟฟ้า ตอนนั้นที่บอกว่าจะประหยัดได้ ๖๐๐ ล้านหน่วยต่อปี พอทางกระทรวงได้แจกคูปองไปแล้ว ซึ่งสิ้นสุดที่ผมเรียนเมื่อกี้ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ แต่ว่าตอนมาแลกใช้ส่วนลด ใช้ได้ถึงเดือนมีนาคมของปีนี้นะครับ แล้วก็พอสิ้นเดือนมีนาคมแล้วร้านค้าก็ต้องเอาใบเสร็จ และรายละเอียดทั้งหมดมาแสดงเพื่อจะรับเงินไปก็ต้องสิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถ้าดูแล้ว ประหยัดไปได้เท่าไร ตอนนั้นที่เราบอกว่าเราตั้งใจว่าจะประหยัดไป ๖๐๐ ล้านหน่วยต่อปี ที่ทํามาแล้วก็คือว่าสามารถประหยัดไฟฟ้าไปได้ ๑๕๒ ล้านหน่วยต่อปี ซึ่งผมขอเรียนตรงนี้ว่า ๑๕๒ ล้านหน่วยต่อปีถ้าพูดถึงในส่วนที่ได้คืนมาหรือเพย์ แบค พีเรียด (Pay back period) ก็ประมาณ ๒.๔ ปี แต่อาจจะบอกว่าส่วนนี้ได้ไม่ครบนะครับจาก ๖๐๐ ล้านหน่วยก็ต้องบอกว่า ตัวนี้เป็นส่วนประหยัดไฟฟ้าเท่านั้นนะครับ มันยังมีส่วนอื่นที่ประเทศชาติและประชาชนได้รับ ก็คือว่าตอนแรกที่วางแผนไว้ก็คือจะมีคนไปใช้แอร์ (Air) ค่อนข้างเยอะนะครับ แต่พอถึงเวลา การแลกเปลี่ยนแล้วสงสัยว่าตอนช่วงนั้นประชาชนคงได้รับความเดือดร้อนก็ไม่อยากไปซื้อแอร์ มากเท่าไร จะเป็นการไปซื้อพัดลมมากกว่า ก็มีการไปซื้อพัดลมประมาณสัก ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ของคูปองทั้งหมดที่เอาไปนะครับ แล้วก็เอาแอร์ประมาณ ๕.๕ แต่ส่วนนี้ก็จะเห็นว่าการใช้งาน คือไฟฟ้าจะลดลงเพราะประชาชนที่ใช้แอร์ก็ไปใช้พัดลมแทน ซึ่งตัวนี้มีตัวเลขที่ชัดเจนที่ชี้แจง ก็คือว่าที่ได้ส่วนลดไป ผมขออนุญาตพอดีมีตัวเลขในส่วนของจังหวัดที่ใกล้ ๆ ของเราก็คือ ที่จังหวัดปทุมธานี ที่จังหวัดปทุมธานีมีการใช้ไฟฟ้าเปรียบเทียบกันระหว่างปีนี้กับปีที่แล้ว ตอนเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นตอนช่วงที่ใช้ไฟฟ้าค่อนข้างเยอะลดไป ๑๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๕๔/๒ จากปีที่แล้วที่ใช้อยู่ ๖๕๗ ล้านหน่วย ปีนี้มาเหลือ ๕๘๗ ล้านหน่วยเท่านั้นเอง ซึ่งในส่วนนี้ ถ้าเราตีเป็นตัวเลขที่ไปดูแล้วจะเห็นว่ามีการลดการใช้ไฟฟ้าของปีที่ผ่านมาของทั้งหมด และโครงการนี้ที่ทําให้เกิดขึ้นประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านหน่วยต่อปี ก็จะเห็นว่ารวม ๆ กันแล้ว เราจะมีการลดได้มากกว่าซึ่งดูแล้วตรงนี้ก็น่าจะเป็นการดําเนินการที่ถูกต้อง สําหรับในส่วน ที่มีการตรวจสอบอยู่ในส่วนของ สตง. ตรวจสอบตอนนี้ก็ได้มีการชี้แจงว่าการนําเงินไปใช้ มันถูกต้องตามกองทุนอันนี้หรือเปล่า ทางกระทรวงเองก็ได้ตอบไปทาง สตง. แล้วนะครับว่า กองทุนที่เราเอาไปใช้นี้เป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานซึ่งตรงนะครับ ตอนนี้ ก็ยังคุยกับทาง สตง. ซึ่งคิดว่าทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยนะครับ ทุกอย่างมีความโปร่งใส มีคนอื่นเข้ามาตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนด้วยครับ ขอกราบเรียนเท่านี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ