สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๙ สิงหาคม ๒๕๕๕

ฐานิสร์ เทียนทอง หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยพูดถึงนโยบายของรัฐบาลและหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยา โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม และได้ดำเนินการไปถึง 90% ของเปอร์เซ็นต์แล้ว และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรมที่สุด

นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มา ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านวัชระ เพชรทอง ซึ่งท่านเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณ แล้วก็ขอชื่นชมต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้สนใจในนโยบายในการแก้ไขปัญหาเรื่อง อุทกภัยของรัฐบาล ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบเรียนชี้แจงแทน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีด้วย เพราะว่าท่านได้ถูกพาดพิงเต็ม ๆ เนื่องจากว่าการจ่ายเงินชดเชยเยียวยา ไม่ว่าจะเป็น ๓๐,๐๐๐ บาทหรือ ๑๕ บาทหรือแม้แต่บาทเดียวนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไม่มีอํานาจ ในการที่จะไปกําหนดกฎเกณฑ์ สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๕๑/๑ ตามความพอใจได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้นําเรียนมาสักครู่นั้นก็คงจะ เป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนตัว เพราะว่าการจ่ายเงินเยียวยานั้นมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนไม่ใช่ว่า จะจ่ายกันตามความพอใจได้ ซึ่งต้องขอเรียนว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นมีความเป็นห่วงเป็นใย ต่อสถานการณ์มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นได้ออกเยี่ยมให้กําลังใจในการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี นอกจากนั้นท่านก็ได้บัญชาให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวง มีหน้าที่มีความรับผิดชอบในการออกเยี่ยมออกอํานวยการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนเป็นรายจังหวัด แล้วก็ให้ทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง ทบวง กรม ได้แก้ไขปัญหาร่วมกันแบบบูรณาการ เดี๋ยวอีกสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็คงจะได้มาตอบในส่วนของการเยียวยาของกระทรวงพลังงาน ส่วนตัวกระผมเองนั้น ขออนุญาตที่จะกราบเรียนชี้แจงในส่วนการช่วยเหลือเยียวยาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเราก็มีหลักเกณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาอย่างชัดเจน แล้วก็มีความเสมอภาคทั่วกันทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานครหรือในต่างจังหวัด สําหรับหลักเกณฑ์ก็มีอยู่หลัก ๆ ๒ ประเด็นด้วยกันนะครับ

ประการแรก ก็คือการให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นไป ตามมติคณะรัฐมนตรีมีหลักการใหญ่ ๆ ก็คือกรณีน้ําท่วมบ้านโดยฉับพลัน ทรัพย์สินได้รับ ความเสียหาย กรณีบ้านพักอาศัยถูกน้ําท่วมขังเกินกว่า ๗ วัน ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย กรณีน้ําป่าไหลหลากหรือดินโคลนถล่มบ้านเรือนหรือทรัพย์สินได้รับความเสียหาย กรณี ที่พักอาศัยได้รับความเสียหายจากวาตภัยแล้วก็คลื่นลมแรง เรื่องนี้ถ้าหากว่ามีการตรวจสอบ แล้วพบว่ามีความเสียหายตามนั้นจริงก็สามารถที่จะให้การเยียวยาได้ทันที ซึ่งในส่วนของ ๕,๐๐๐ บาทนั้นต้องยอมรับว่าได้ดําเนินการไปถึง ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะว่า มีหลักเกณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือที่ชัดเจน

มีอีกประเด็นหนึ่งที่ถือว่าเป็นอีกนโยบายสําคัญของรัฐบาลก็คือการให้ ความช่วยเหลือโดยใช้ระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีฉุกเฉิน พุทธศักราช ๒๕๔๖ กรณีนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดซึ่งมีเงินทดรองราชการ อยู่จํานวน ๕๐ ล้านบาท สามารถที่จะอนุมัติเงินทดรองราชการในการที่จะช่วยเหลือเยียวยา ได้ทันที แต่ถ้าหากว่างบประมาณไม่เพียงพอก็สามารถที่จะขอขยายวงเงินได้ โดยเป็นอํานาจ ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งก็มีหลักเกณฑ์อีกเช่นกัน หลักเกณฑ์ สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๕๑/๒ ในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบของกระทรวงการคลังนั้นก็เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า เป็นค่าวัสดุซ่อมแซมบ้านที่เสียหายบางส่วนเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาทต่อครอบครัว ค่าวัสดุในการก่อสร้างบ้านซึ่งเสียหายทั้งหลังเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาทต่อครอบครัว ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพเท่าที่เสียหายจริงแต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อครอบครัว นอกจากนั้น ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยก็คือค่าเครื่องครัวเท่าที่เสียหายจริงแต่ไม่เกิน ๓,๕๐๐ บาทต่อครอบครัว ค่าเครื่องนุ่งห่มคนละ ๒ ชุดไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท ค่าชุดนักเรียนคนละ ๒ ชุดไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท ค่าเครื่องนอนไม่เกิน ๕๐๐ บาท กรณีมีผู้เสียชีวิตจะได้ค่าจัดการศพ ๒๕,๐๐๐ บาท แล้วถ้าหากว่าเป็นหัวหน้าครอบครัวซึ่งมีภารกิจ มีหน้าที่ มีความรับผิดชอบ ต้องดูแลบุคคลในครอบครัวก็จะได้รับชดเชยอีกไม่เกิน ๒๕,๐๐๐ บาท ในส่วนนี้ก็เป็นอํานาจ ของผู้ว่าราชการจังหวัดในการที่จะตั้งคณะกรรมการในการประเมินแล้วก็ให้ความช่วยเหลือ ตามระเบียบต่าง ๆ ที่ได้วางไว้ ซึ่งต้องขอเรียนนะครับว่าคณะกรรมการที่ได้ทําการประเมินนั้น ก็มีท้องถิ่นเป็นคนตั้งขึ้น ซึ่งรัฐบาลเองนั้นเป็นแต่เพียงผู้กําหนดในเรื่องของนโยบาย ส่วนจะให้ความช่วยเหลือมากน้อยอย่างไรนั้นอยู่ที่คณะกรรมการที่ท้องถิ่นเป็นคนตั้ง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาก็ค่อนข้างที่จะมีปัญหา เนื่องจากว่าท้องถิ่นเองก็มีมาตรฐาน มีการใช้ดุลยพินิจในการประเมินที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเรื่องนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงก็ได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมา แล้วก็พร้อมที่จะออกไปดูแล สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๕๒/๑ พี่น้องประชาชนในกรณีที่มีความรู้สึกว่ามีความเหลื่อมล้ําในเรื่องของการประเมิน มีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ถ้าหากว่าการเยียวยาอาจจะน้อยกว่าหลักเกณฑ์ ก็จะดําเนินการเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดให้ นั่นก็คือหลักเกณฑ์กว้าง ๆ ที่อยากจะนํากราบเรียน ต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่ารัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้น เราทํางานกันอย่างมีหลักการ มีเหตุมีผล และท่านจะย้ําอยู่ตลอดเวลาว่าการช่วยเหลือเยียวยา พี่น้องประชาชนนั้นต้องทําด้วยความรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรมที่สุด ขอบคุณครับ