นิยม เวชกามา สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ระบุว่าในจังหวัดสกลนครไม่ทารุณสัตว์ แต่เนื่องจากมีการกินหมาในบางกลุ่ม จึงขอชี้แจงว่าไม่ทั้งหมดทุกคนในจังหวัดสกลนคร
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. จังหวัดสกลนคร วันนี้ไม่พูดไม่ได้เพราะถูกพาดพิงถึงหลายรอบแล้ว ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปรายแสดงความเห็นสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติป้องกัน การทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. .... วันนี้ผมดีใจที่รัฐบาลนำโดย ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร สนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีเรามานั่งประกบเลย เพื่อชี้แจง ท่านประธานครับ จังหวัดสกลนครถูกตราหน้าไม่ว่าไปไหนก็ตาม มาจากจังหวัดสกลนคร จังหวัดสกลนครกินหมา ผมไม่ปฏิเสธ แต่ว่าต้องขอชี้แจงว่าไม่ทั้งหมดครับ การกินหมานั้น เป็นแค่วิถีชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น และจะไปว่าเรื่องทารุณไม่ทารุณผมก็ว่าคงไม่ใช่ วันนี้ถ้าผมไม่ออกมาพูดเดี๋ยวก็จะบอกว่าคนสกลนครกินหมาทั้งหมด มันไม่ใช่ ต้องขอยืนยันว่า ไม่ใช่ พี่น้องบ้านผมก็มีวิถีชีวิตเหมือนคนทั่ว ๆ ไป แต่ถ้าคนอีกกลุ่มหนึ่งจะมีการกินบ้าง ก็เป็นวิถีชีวิตเขาครับ แต่ขอยืนยันว่าสุนัขหรือหมาที่บ้านผมพวกผมก็เลี้ยงอย่างดี เหมือนอีกหลาย ๆ ท่าน หลายจังหวัด แล้วก็ไม่ได้เอาไปเกี่ยวข้องกัน หมาส่วนที่กินก็กินไป ส่วนที่เลี้ยงอย่างดีก็เลี้ยง เพราะฉะนั้นคงไม่มีปัญหาในเรื่องทารุณกรรมสำหรับ จังหวัดสกลนคร ผมดูใน ๓ หมวดของร่างกฎหมายฉบับนี้เห็นแล้วชื่นชมครับ คือ หมวด ๓ หมวด ๔ หมวด ๕ เพียงแต่ว่าขอตั้งข้อสังเกตให้ท่านที่จะไปเป็นกรรมาธิการอยากจะให้ ตรวจสอบในเนื้อหา เพราะดูในบางมาตราแล้วยังคลุมเครือ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าวันนี้ ส.ส. จังหวัดสกลนครก็สนับสนุนพระราชบัญญัตินี้ พี่น้องบ้านผมก็สนับสนุนครับ ดีใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เห็นที่ไปจับกุมที่จังหวัดนครพนมกลับมาตายเกือบหมด อันนั้นเพราะไม่มี สถานสงเคราะห์หมา เพราะในหมวด ๓ บอกว่าสถานสงเคราะห์สัตว์ เป็นเรื่องดีเลยเพราะได้ ดูแลเขา ที่จังหวัดสกลนครบ้านผมเรื่องอาหารสัตว์ อาหารหมาขายดีมากครับ แสดงให้เห็นว่า คนที่จังหวัดสกลนครเขามีเมตตา เขาไม่มีหรอกทารุณสัตว์ที่ว่านี่ เพียงแต่ว่ามันเป็นกิจกรรมหนึ่ง ผมบอกว่าเป็นวิถีชีวิต วิถีชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ในหมวด ๓ ผมเห็นแล้วดีใจบอก สถานสงเคราะห์สัตว์ แต่ไปดูในมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ แล้วเขียนไว้คลุมเครือ คลุมเครืออย่างไร ก็ไม่ได้ชัดเจนว่าสงเคราะห์อย่างไร แถมท่านไปบังคับไว้ในมาตรา ๑๔ ที่บอกว่าเพื่อสนับสนุน การป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ให้ผู้ซึ่งจัดตั้งสถานสงเคราะห์สัตว์ ที่ดำเนินกิจกรรมในลักษณะต้องไม่แสวงหากำไร ถ้าจะให้เขาทำสถานสงเคราะห์แบบนี้ ก็ต้องให้เขามีรายได้เพื่อจะมาดูแลสัตว์บ้าง ท่านเขียนแบบนี้ไปปิดประตูเขาหมดแล้ว มันดูแลไม่ได้หรอกครับ ไม่มีใครอยากเอาเงินมาละลายเล่นโดยที่ไม่มีรายได้เลย ในเมื่อเขาจัด กิจกรรมสุนัขพันธุ์สวย ๆ ก็ให้เขาขายไป ท่านทราบไหมสุนัขที่เขาแลกไปที่จังหวัดสกลนคร ต้องยอมรับ ผมไม่ใช่ไม่ยอมรับ เขาก็ขายไปเลี้ยง เอาไปแล้วขายไปเลี้ยง ลูกตัวเล็กขายไปเลี้ยง เลี้ยงอย่างดี ดูแลกันอย่างดี ก็ไม่ใช่เอาไปกินทั้งหมดครับ อันนี้ต้องยอมรับกันว่ามันเป็นประเด็น ผมถึงบอกว่าในหมวด ๓ ในเมื่อท่านจัดสถานสงเคราะห์สัตว์แล้วท่านต้องเขียนให้ชัดกว่านี้ว่าถ้าเงื่อนไขของท่าน จะกำหนดอย่างไรให้เขามีรายได้บ้าง ในส่วนมาตรา ๑๖ ผมไปอ่านดูแล้วมันเป็นการไปเขียนกันไว้ ผมจึงฝากท่านโดยเฉพาะองค์กรภาคเอกชนเข้ามาดูแลช่วยดูกฎหมายด้วยว่า ในส่วนของกรรมาธิการ ท่านไปดูว่าความเหมาะสมมันต้องมีเงินมีรายได้จากการที่ตั้ง สถานสงเคราะห์ไป สงเคราะห์แล้วเอาไปขายได้ก็ให้เขาขายครับ ในส่วนมาตรา ๑๗ ไม่น่าจะมีเลยในความเห็นผม หลายท่านก็พูดไปแล้ว ผมคนหนึ่งมีความเห็นโต้แย้งว่ามาตรา ๑๗ ท่านเขียนเลย ห้ามมิให้ผู้กระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร คำว่า ทารุณมันไม่สมควรสักเรื่องแหละ ต้องไม่ทารุณเลย ตัดออกเลยมาตรา ๑๗ นี่ ฝากท่านกรรมาธิการที่จะไปเขียนนะครับ ห้ามมิให้คือห้ามเลย ไม่ใช่ไม่สมควร คนจะทำ มันอ้างเหตุทุกอย่างแหละ คำว่า ทารุณ ส่วนในกรณีที่มาตรา ๑๘ ไปถึง (๑๑) ท่านก็เขียนไว้ว่า ไม่เข้าข่ายทารุณ อันนั้นผมถึงบอกว่ามาตรา ๑๗ ไม่ต้องมี ถ้าท่านเขียนแบบนี้ มันก็เป็นปัญหา อ้างทุกเรื่อง ในส่วนของหมวด ๕ ผมไม่ได้ลงรายละเอียดในมาตรา ๑๘ เพราะว่าหลายคนพูดไปแล้ว แต่ผมเพียงติงว่าถ้าท่านเขียนมาตรา ๑๗ แบบนี้มันมีปัญหา ก็ลบออกไปเลยไม่ต้องใส่ คือการทารุณไม่มีเหตุสมควรหรอกครับ ผมนี้ย้ำอีกครั้งหนึ่ง ส่วนในหมวด ๕ ฟังดูหัวข้อแล้วเป็นเรื่องดีเลย การจัดสวัสดิภาพสัตว์ ท่านบอก แต่ไปดูเนื้อหา ของมาตราต่าง ๆ ไม่ว่ามาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ ผมดูแล้วไม่มีเนื้อหาใดที่จะสนับสนุน เพราะฉะนั้นท่านต้องไปเขียนแก้ให้มันสมบูรณ์ขึ้น อันนี้ฝากจริง ๆ ผมก็อ่านดูมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ ไม่สมบูรณ์ครับ ก็ฝาก อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องถือปฏิบัติ ส่วนในหมวด ๖ นั้น เป็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องเห็นใจ ผมไปหลายครั้งไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปค้น บางทีไปไม่ทัน นี่ใช้มาตรการ ถูกต้องครับ เพราะเขาขนหนี แต่ว่าเอาไปไหนไม่ทันหรอกครับ หมาเป็นร้อยเป็นพัน เอาไปไหนไม่รอดหรอก อย่างน้อยก็ให้เกียรติกันหน่อยโดยใช้หมายค้น ดีที่สุด เพราะอย่าบังคับเขา อันนี้ฝากถึงท่านรัฐมนตรีด้วย วันนี้นั่งดูแล้วท่านจะไปนั่ง ในกรรมาธิการ ขอบคุณมากครับ