สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๕

กรณ์ จาติกวณิช พูดเรื่องร่างกฎหมายที่จะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิและดูแลสวัสดิภาพของสัตว์ โดยมองว่าสัตว์เลี้ยงควรได้รับการคุ้มครองจากการฆ่า และสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติในหลักการของการฆ่าสัตว์โดยไม่ทารุณกรรมสัตว์

นายกรณ์ จาติกวณิช บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขอแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนที่รักสัตว์ทั่วประเทศ คงจะได้เห็นว่าพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่วมกันนะครับ ร่างกฎหมาย ที่จะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิแล้วก็ดูแลในเรื่องสวัสดิภาพของสัตว์ ก็ต้องขอขอบคุณ ทางคณะรัฐมนตรีด้วย และทางรัฐบาลที่ได้นำเสนอร่างที่คงจะเป็นร่างที่พวกเรา จะใช้ในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการเป็นหลัก ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากที่จะเรียนสั้น ๆ มีอยู่เพียงแค่ ๒-๓ ประเด็น เพื่อจะได้มีความชัดเจนในส่วนของร่างที่เราจะได้มีการพิจารณา ในรายละเอียดต่อไปนะครับ

ประเด็นแรก ก็คือในมาตรา ๑๘ ร่างของทางรัฐบาล (๑) ได้พูดถึงกรณีการฆ่าสัตว์ ที่ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ (๑) บอกว่าการฆ่าสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหารก็คือเป็นสิ่งที่กระทำได้ แต่ทว่ามีเขียนต่อไปว่า ทั้งนี้ เฉพาะสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร ประเด็นนี้ผมคิดว่า คงจะต้องพยายามให้มีความชัดเจนนะครับว่าความหมายสุดท้ายก็คือสัตว์เลี้ยงที่เรานำมาฆ่า เพื่อใช้เป็นอาหารในทุกกรณีสามารถที่จะทำได้หรือไม่ เพราะว่าความหมายโดยทั่วไป ของคำว่าสัตว์เลี้ยงตามความเข้าใจของประชาชนนี่ก็คือสัตว์ที่มีไว้เพื่อเลี้ยงดูแล้วก็เป็นเพื่อนกับเรา ในฐานะเจ้าของสัตว์เลี้ยง แต่ในกรณีที่เราเปิดช่องให้มีการนำสัตว์เลี้ยงมาฆ่าได้โดยไม่ผิดกฎหมาย เพื่อใช้เป็นอาหาร ความหมายที่แท้จริงก็คือสุนัขที่เลี้ยงอยู่ที่บ้าน แมวที่เลี้ยงอยู่ที่บ้าน ฆ่าได้ตราบใดที่ฆ่าเพื่อกิน ซึ่งตรงนี้ก็สุดแล้วแต่นะครับว่าพวกเราจะคิดอย่างไร แต่ส่วนตัวผมมองว่าประชาชนทั่วไปคงมองว่าสัตว์ที่ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงก็ควรจะได้รับ การคุ้มครองจากการฆ่าในทุกกรณี ความจริงพวกเราก็มีทางเลือกเยอะนะครับว่าเราจะกินอะไร ไม่ว่าจะเป็นสุกร เนื้อ ปลา กุ้ง เรามีอาหารการกินที่เราสามารถที่จะกินได้มากมายอยู่แล้ว ก็ต้องถามพวกเรากันเองครับว่าเราคิดว่ามีความจำเป็นจริงหรือที่ยังจะต้องเปิดช่องทาง กฎหมายเพื่อให้เราสามารถที่จะฆ่าสุนัขที่เราเลี้ยงไว้มาเป็นอาหารได้ ประเด็นตรงนี้ ก็คงจะเป็นประเด็นที่คงจะต้องมีการพิจารณากันในรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการ แล้วก็จะมีการอภิปรายกันต่อไปเมื่อถึงเวลาและโอกาสที่เหมาะสม

ส่วนประเด็นที่ ๒ ในมาตรานี้ก็คือสิ่งที่ได้มีบทบัญญัติไว้ก็หลายข้อนะครับว่า การฆ่าสัตว์ประเภทใดบ้างที่ไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่ประเด็น ที่ผมอยากที่จะเน้นเพื่อกรรมาธิการได้ใช้เป็นประโยชน์ในการพิจารณาต่อไปก็คือ มันไม่ใช่เพียงแค่ว่าฆ่าสัตว์อะไรบ้างไม่ถือว่าผิดกฎหมาย อย่างเช่นการฆ่าสัตว์ เพื่อควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์อย่างนี้ ก็คือเราก็รู้ ๆ กัน อยู่แล้วว่ามนุษย์ก็มีความจำเป็นที่จะต้องบริโภคเนื้อสัตว์ เมื่อจะกินเนื้อสัตว์ก็ต้องมีการฆ่าสัตว์ เพื่อได้เนื้อมา แต่ประเด็นที่เราควรจะให้ความสำคัญก็คือวิธีการฆ่า เห็นด้วยว่าฆ่าสุกร ฆ่าไก่ เพื่อมาเป็นอาหารให้กับมนุษย์มันเป็นสิ่งที่จำเป็น เราจะบอกว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ที่ต่างประเทศเขาก็จะให้ความสำคัญกับวิธีการฆ่าว่าเราฆ่าสัตว์ประเภทเหล่านี้ด้วยวิธีใด อย่างแม้แต่ห้างใหญ่ที่เขาซื้อเนื้อสัตว์จากประเทศเรา อย่างเท่าที่ผมทราบ ยกตัวอย่างเช่น ห้างเทสโก้ที่ประเทศอังกฤษที่ซื้อเนื้อไก่จากประเทศเรา เขาก็ให้ความสำคัญว่าผู้เลี้ยงไก่ฆ่าไก่ ด้วยวิธีใด ถ้าฆ่าไก่ด้วยวิธีที่เขามองว่าเป็นการทารุณไก่ เขาก็จะไม่พร้อมและไม่ยอม ที่จะรับซื้อเนื้อไก่จากเรา เพราะฉะนั้นเขาก็มีกฎเกณฑ์กติกาชัดเจนว่าเลี้ยงไก่อย่างไร เลี้ยงหมูอย่างไร ไม่ให้ทารุณไก่และหมู และนอกเหนือจากนั้นวิธีการเชือดไก่ วิธีการฆ่าสุกร ก่อนที่จะชำแหละเนื้อเพื่อส่งไปให้เขานี่เขาก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญด้วย แต่ว่าในร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยเฉพาะในมาตรานี้อาจจะไม่ได้ครอบคลุม ส่วนประเด็นที่ผมอยากจะเรียนสนับสนุน ในหลักการอย่างมากเลยก็คือในส่วนของหมวด ๕ ของร่างพระราชบัญญัติป้องกัน การทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. .... ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ หรือมาตรา ๒๑ ที่ดูเหมือนว่าจะทำให้มีกฎหมายคุ้มครองวิธีการที่เราดูแลสัตว์ที่มี ความชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่ผมก็อยากที่จะให้ทางกรรมาธิการให้ความสำคัญกับประเด็นต่าง ๆ ที่ได้หยิบยกขึ้นมา แล้วก็เห็นด้วยกับการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่าน อยากจะเรียนว่า ย้อนกลับไปในประเด็นของวิธีการฆ่าสัตว์นั้นมันมีผลทั้งในแง่ของสภาพจิตและมีผลทางด้าน สุขภาพด้วย เพราะว่าหลักวิทยาศาสตร์ก็ได้มีการพิสูจน์กันว่าสัตว์ที่มีความเครียด แล้วก็แน่นอนถ้ากำลังจะถูกฆ่าในวิธีที่ไม่เหมาะสมระดับความเครียดก็จะสูงจะมีการผลิตสาร ที่ทำให้เป็นภัยต่อมนุษย์ที่เป็นผู้บริโภคด้วย เพราะฉะนั้นเหล่านี้จึงมีเหตุผลมากมายที่เรา ควรจะให้ความสำคัญกับวิธีการฆ่าสัตว์ถึงแม้เป็นกรณีที่เป็นสัตว์ที่สามารถที่จะฆ่าได้ ตามกฎหมาย ก็อยากที่จะเรียนว่าโดยรวมกฎหมายฉบับนี้กระผมเห็นด้วยในหลักการแน่นอน แล้วก็เชื่อว่าถ้ามีการพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วน มีการปรับปรุงให้มีความเหมาะสมจะมีผล ทั้งในแง่ความรู้สึกของประชาชน ทั้งในแง่ของสุขภาพของประชาชน ทั้งในแง่ของเศรษฐกิจด้วย เพราะว่าจะทำให้ประเทศต่าง ๆ เขามีความพร้อมที่จะค้าขาย แล้วก็ซื้อสินค้าทางการเกษตร จากเรามากยิ่งขึ้น และที่สำคัญมีผลอย่างยิ่งในการวัดระดับความเป็นอารยประเทศของเรา เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติทุกฉบับครับ ขอบคุณครับ