อิสสระ สมชัย หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีสถานสงเคราะห์สัตว์ แต่ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบของรัฐบาลในการดูแลสัตว์ และผลักภาระให้กับเอกชน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. .... ทั้ง ๔ ฉบับ ซึ่งนำเสนอสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมมีข้อสังเกตเพิ่มเติมจาก ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยเฉพาะเรื่องสถานสงเคราะห์สัตว์ ท่านประธานครับ คงจะเป็นครั้งแรก ที่ประเทศไทยเราที่จะได้มีสถานสงเคราะห์สัตว์เพื่อจะได้ดูแลสัตว์อย่างเต็มที่ จะสังเกตเห็นว่า ทุกวันนี้มีสัตว์จำนวนมากมายโดยเฉพาะสุนัขไม่ว่าจะเป็นสุนัขเร่ร่อน สุนัขไม่มีเจ้าของ แล้วก็ถูกเทศบาลจับไป แต่หาที่จะไปเลี้ยงดูหรือมีสถานสงเคราะห์ไปดูแลรักษานั้นไม่มีเลย ที่พึ่งสุดท้ายของสัตว์เหล่านี้ที่เราจะเห็นประจำก็ได้แก่ตามวัดครับ หรือไม่ก็เป็นผู้ใจบุญซึ่งรับเลี้ยง สุนัขจรจัด ที่เห็นเจ้าภาพใหญ่ที่ทำอยู่เป็นประจำก็อย่าง พลตรี จำลอง ศรีเมือง ท่านก็ดำเนินการ แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับเงินงบประมาณในการไปดูแล ก็ทำเท่าที่สามารถจะทำได้จากองค์กรต่าง ๆ ที่บริจาคเงินให้ไป ท่านประธานที่เคารพครับ แม้ว่าจะกำหนดให้มีสถานสงเคราะห์สัตว์ แต่ก็ปรากฏว่าไม่ได้แสดงความรับผิดชอบของรัฐบาลที่จะเข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง ในหมวด ๓ เรื่องสถานสงเคราะห์สัตว์ ก็กล่าวเป็นแต่เพียงในมาตรา ๑๔ ว่า เพื่อสนับสนุน การป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ให้ผู้ซึ่งจัดตั้งสถานสงเคราะห์สัตว์ ที่ดำเนินกิจกรรมในลักษณะไม่แสวงหากำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน มีสิทธิขอขึ้นทะเบียน เป็นสถานสงเคราะห์สัตว์ต่อนายทะเบียน เห็นไหมครับ ก็กลายเป็นว่าอันนี้ก็ผลักภาระ ให้กับเอกชนอยู่เช่นเดิม เป็นแต่เพียงว่าจะมีมาตรการเข้าไปดูแลด้วยอย่างไรแค่นั้นเอง
ในมาตรา ๑๕ บอกว่า ผู้ซึ่งจัดตั้งสถานสงเคราะห์สัตว์ที่ได้ขึ้นทะเบียน ตามมาตรา ๑๔ แล้ว อาจได้รับการสนับสนุนจากกรมปศุสัตว์หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ในเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมหรือการจัดสวัสดิภาพสัตว์
(๒) การควบคุมปริมาณสัตว์และการป้องกันโรคระบาดสัตว์ภายใน สถานสงเคราะห์สัตว์
(๓) การอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการทารุณกรรมหรือการจัดสวัสดิภาพสัตว์
นี่คือสิ่งซึ่งเอกชนที่จะได้รับ แล้วทีนี้ถ้าไม่มีเอกชนเหล่านี้มาดำเนินการ ทำไม ไม่มีหน่วยงานของรัฐซึ่งน่าจะต้องตั้งขึ้นมาเพื่อมารองรับสิ่งเหล่านี้ เพราะถ้าเขาทำลักษณะอย่างนี้ ไม่แสวงหาผลกำไรเขาจะมีเงินจากไหนมาดำเนินการ นี่คือสิ่งซึ่งผมเห็นว่ามันควรจะมีหน่วยงาน ขึ้นมารองรับในการเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบสถานสงเคราะห์สัตว์ลักษณะเช่นนี้ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าทางรัฐแม้ว่าจะไม่มีหน่วยงานที่มาดูแลรับผิดชอบโดยตรง น่าจะมีเงินกองทุนมาดูแลสำหรับสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นไม่สามารถ จะดำเนินการได้หรอกครับ ในส่วนหนึ่งนะครับ ใน (๒) การควบคุมปริมาณสัตว์ และการป้องกันโรคระบาดสัตว์ภายในสถานสงเคราะห์สัตว์ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ในแต่ละแห่งที่ผมได้ติดตามข่าวสารเรื่องการเลี้ยงดูสัตว์ โดยเฉพาะสุนัขนั้นมีแห่งละเป็นร้อยเป็นพันตัว เป็นร้อยเป็นพันตัวนะครับ แล้วทีนี้ถามว่า มีเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปดูแลเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงหรือไม่ ก็ต้องอาศัยเงินงบประมาณ เข้าไปดำเนินการจึงจะสามารถดำเนินการได้ สิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะยกตัวอย่างให้นะครับ การควบคุมปริมาณสัตว์นั้นผมว่าไม่ควรจะจำกัดเฉพาะในเรื่องสถานสงเคราะห์ ท่านประธานครับ ท่านก็คงจะเคยเห็นที่ต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น รู้สึกเขาจะบังคับให้มีสุนัข ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงได้ครอบครัวละ ๑ ตัวแค่นั้นเอง และถ้าหากว่านำสัตว์ออกจากบ้าน ไปเดินตามถนนสาธารณะ เจ้าของสัตว์จะต้องจูงไปไม่ใช่ปล่อยเป็นอิสระไปเลย และเจ้าของสุนัข จะต้องนำถุงติดมือไปด้วยเผื่อว่าสุนัขนั้นถ่ายอุจจาระมา เจ้าของจะต้องเก็บอุจจาระสุนัข ของตัวเองนั้น ถ้าไม่ดำเนินการนี้ถูกจับ ถูกปรับ ถ้ามีมาตรการเข้มงวดอย่างนี้ผมเชื่อว่า ปัญหาสุนัขเร่ร่อนจะลดลงไป ส่วนหนึ่งซึ่งผมอยากจะกล่าวเพิ่มเติมการทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งเขียนไว้ในมาตรา ๑๗ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุ อันสมควร ผมยกตัวอย่างการทารุณกรรมที่เรามักเห็นข่าวเป็นประจำครับคือการลักลอบ ส่งสุนัขใส่กระชุแออัดกันไปนะครับ ลักลอบส่งขายข้ามไปฝั่งประเทศ สปป. ลาว เขาบอกว่าปลายทางคือประเทศเวียดนาม ซึ่งก็ถือว่าไปปรุงอาหาร ผมกราบเรียนว่ามีการจับกันก็ไม่ได้จริงจังเท่าไรครับ ถ้ามีการจับได้ ครั้งหนึ่งก็ถือเป็นเทศกาล ถ้ามันสนใจหน่อยก็จับบ่อยหน่อย แต่ถ้าไม่สนใจก็ปล่อยให้มี การข้ามไป ในการดำเนินการนั้นแน่นอนครับผิดกฎหมายอยู่แล้วเรื่องการส่งสัตว์ไปขาย ต่างประเทศ และนอกจากจะผิดกฎหมายเรื่องส่งสัตว์ไปขายต่างประเทศแล้ว ปรากฏว่า ในวิธีการส่งนั้นผมบอกว่าเป็นการทารุณกรรมที่ชัดเจนที่สุดเลย สุนัขต้องอยู่กันอย่างแออัด มากที่สุดคือทางภาคอีสานขนส่งข้ามแม่น้ำโขงไปที่ฝั่งประเทศ สปป. ลาว ปลายทางก็คือ ถูกเอาไปฆ่าเป็นอาหาร ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าจับได้เป็นอย่างไรครับ สัตว์เหล่านี้ ถูกนำมาเลี้ยงคล้าย ๆ สถานสงเคราะห์ ปรากฏว่าสถานสงเคราะห์เวลานี้ไม่ได้รับเงิน สนับสนุนเท่าที่ควร สุนัขจำนวนเป็นร้อยเป็นพันตัว หรือหลายพันตัวไปแออัดอยู่ในที่จำกัด ไม่มีแพทย์ไม่มีหมอไปดูแล เพราะเขาถือว่าเป็นสุนัขซึ่งเหมือนกับคนไม่สนใจไม่เอาใจใส่แล้ว ในที่สุดก็เกิดโรคระบาดตาย เพราะว่าไม่มีงบประมาณสำหรับไปจัดซื้อเป็นอาหารเลี้ยงดู สัตว์เหล่านี้ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยว่ากรณีที่ว่าเมื่อมีการจับลักษณะเช่นนี้ขึ้นมาแล้ว ก็จะสามารถนำสัตว์ซึ่งถูกทารุณกรรมโดยวิธีส่งไปขายที่ต่างประเทศนั้น เมื่อจับได้ก็จะนำมา เข้าสถานสงเคราะห์สัตว์ก็จะเป็นการแก้ปัญหาต่อไปในอนาคต ผมก็กราบเรียนว่าในส่วนหนึ่ง ซึ่งที่ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่านอภิปรายถึงเรื่องการกระทำที่ว่ายกเว้นไม่ถือว่า เป็นการทารุณกรรม การฆ่าสัตว์ไม่ว่าจะเป็นตามกฎหมายเพื่อควบคุมโรค ผมอยากจะกราบเรียน ให้ทราบว่าเวลานี้ปัจจุบันนี้การฆ่าสัตว์ในประเทศไทย ตามโรงฆ่าสัตว์ในอำเภอต่าง ๆ ที่มี มีไว้อย่างนั้นแหละครับ ผมเรียนให้ทราบว่าถ้าไปตรวจทุกแห่งจะไม่มีการควบคุมโรค เท่าที่ควร ได้มีการออกอาชญาบัตรก็จริงครับ แต่การออกอาชญาบัตรนี้ถือว่าเป็นหน้าที่ ส่งหลักฐานไปให้ก็เซ็นใบอาชญาบัตร กรณีที่มีโรงฆ่าสัตว์นั้นก็ยังอ้างว่าฆ่าจากโรงฆ่าสัตว์ได้ แต่สถานที่ขายเนื้อชำแหละอีกแห่งหนึ่ง ผมเชื่อว่าไม่มีการผ่านโรงฆ่าสัตว์เลย ก็ได้แก่ ร้านขายเนื้อชำแหละตามริมถนน จะมีถนนแทบจะทุกสายในภาคอีสานในแทบทุกจังหวัดครับ จะมีการฆ่าเนื้อโคชำแหละ เนื้อสุกรชำแหละแขวนอยู่ตามข้างทาง เท่าที่ผมได้สอบถาม เซ็นอาชญาบัตรใบเดียวแต่ฆ่า ๒ ตัว ๓ ตัว ผมถามว่าฆ่าที่ไหน ก็ฆ่าในสวนนี้แล้วก็เอามาขาย อย่างนี้แหละครับท่านประธานครับ ผมก็เลยอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า อยากจะให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ได้ไปดูแลให้ทั่วถึงด้วยว่า ท่านได้ไปดูแลสัตว์เลี้ยงซึ่งจะถูกนำมาฆ่าเพื่อจำหน่ายนั้นอย่างจริงจังหรือไม่ ได้เห็นตัวสัตว์ หรือไม่ และสัตว์นั้นเป็นโรคหรือไม่ เพราะมันเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค นี่เป็นข้อสังเกต ซึ่งผมอยากจะฝากไว้ และจะฝากทางกรรมาธิการได้โปรดนำเรื่องที่ผมได้นำมาพิจารณานี้ ไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการต่อไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน