อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ โดยเรียกร้องให้เข้าใจว่าสัตว์มีสิทธิตามธรรมชาติ และต้องดึงเอาเนื้อหาสาระของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิของสัตว์ เข้ามาอยู่ในร่างกฎหมายด้วย นอกจากนี้ยังหารือเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ และบทบาทของคณะกรรมการที่กำหนดไว้ในมาตรา 8 เพื่อให้มีความหลากหลายและมุมมองในการดูแลป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อยกเว้นในการกระทำที่ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรม และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. .... ทั้ง ๔ ร่าง เนื่องจากว่าทั้ง ๔ ร่างมีหลักการ เหตุผล และเนื้อหาสาระที่เหมือนกัน และเป็นไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาจิตสำนึก ของพี่น้องประชาชนที่จะมีต่อสัตว์ ต้องเรียนกับท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายใหม่ ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศนี้ แล้วก็ต้องยืนยันกับประธานว่านี่ไม่ใช่เป็นกฎหมายสัตว์ แต่เป็นกฎหมายที่เกิดขึ้นเพื่อจะยกระดับจิตใจของมนุษย์โดยแท้ แล้วก็สอดคล้องกับ กระแสความคิดที่เป็นอารยะของมนุษย์ทั่วโลก ผมคิดว่าในช่วงจังหวะเวลานี้อาจจะล่าช้าไปด้วยซ้ำ ที่เราออกกฎหมายฉบับนี้ แต่ก็ไม่เสียหาย เรายังมีเวลาที่จะได้ใช้กฎหมายฉบับนี้ก่อให้เกิดประโยชน์ ตามเจตนารมณ์ต่อไป ที่ผ่านมาเรามีองค์กรเอกชนมากมายที่มีบทบาทในการป้องกัน การทารุณกรรมสัตว์ องค์กรเหล่านั้นทำงานหนักและทุ่มเทเพื่อที่จะกระตุกจิตสำนึก ของพี่น้องประชาชนให้หันมาเอื้ออาทรต่อสัตว์ และที่สำคัญก็คือว่าไปกระตุกจิตสำนึก ของฝ่ายรัฐที่จะต้องเข้ามาดูแลปัญหานี้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามข่าวคราวที่ปรากฏ ตามสื่อสารมวลชนต่อปัญหาการทารุณกรรมสัตว์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ปีแล้วปีเล่า แต่ว่าเกิดขึ้นแล้วก็ได้รับความสนใจอยู่สักระยะหนึ่งเท่านั้น เสร็จแล้วปัญหา การทารุณกรรมสัตว์ก็เงียบหายไป กลายเป็นเรื่องที่ลอยหายไปตามสายลม เสร็จแล้ว ก็เกิดเรื่องที่มีลักษณะเช่นเดิมซ้ำรอยเดิมเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ วันนี้ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ต่อเรื่องการทารุณกรรมสัตว์นั้นได้ทำให้ภาพลักษณ์ในสายตาของชาวโลกเสียหาย เทียบประเทศเรากับประเทศล้าหลังอื่น ๆ ในหลายทวีปที่มีการทารุณกรรมสัตว์ ท่านประธานครับ วันนี้การผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาต้องนับว่า เป็นก้าวสำคัญที่จะให้การดูแลคุ้มครองสัตว์อย่างเป็นระบบและจะมีความหมายต่อสายตา ของพี่น้องชาวโลกในโอกาสต่อไปด้วย ความจริงแล้วความพยายามที่จะดูแลเรื่องสิทธิ ของสัตว์นี้มีมาเมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อนแล้วในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิของสัตว์ตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๗๘ ที่มีการร่วมกันประกาศของผู้คนกลุ่มหนึ่งที่ให้ความสำคัญ ประกาศกันที่สำนักงานยูเนสโก (UNESCO) ที่ประเทศฝรั่งเศส ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิของสัตว์ สาระสำคัญก็คือว่า เป็นการยอมรับว่าสัตว์มีสิทธิตามธรรมชาติไม่ต่างจากมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ผมคิดว่าหลักนี้ มีความสำคัญแล้วถ้าเรายึดหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิของสัตว์ ในร่างของกฎหมาย ทั้ง ๔ ร่างนี้จำเป็นจะต้องดึงเอาเนื้อหาสาระของปฏิญญาสากลนี้เข้ามาอยู่ในร่างกฎหมาย ฉบับนี้ด้วย ท่านประธานครับ มีอะไรบ้าง เช่น เขาบอกว่าสัตว์ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการเคารพ และยอมรับในสิทธินั้น การห้ามมิให้มีการกระทำที่รุนแรงต่อสัตว์ การฆ่าสัตว์จะกระทำได้ เฉพาะกรณีจำเป็น สัตว์ป่าย่อมมีสิทธิที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระตามธรรมชาติ สัตว์เลี้ยง ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการดูแลและบำรุงเลี้ยงดูอย่างดี การเลี้ยงสัตว์และการใช้งานสัตว์จะต้อง คำนึงถึงทางด้านกายภาพและความรู้สึกของสัตว์แต่ละชนิด การใช้สัตว์เพื่อการแสดงต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีของสัตว์ และต้องไม่กระทำรุนแรงต่อสัตว์ การทดลองสัตว์นี่ จะต้องไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด อย่างนี้เป็นต้น ผมคิดว่าหลักการตรงนี้ต้องปรากฏอยู่ ในร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่น่าเสียดายที่มีบางข้อเท่านั้นที่อยู่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ในสภาพปัญหาการทารุณกรรมสัตว์ในประเทศไทย ต้องขอขอบคุณ สำนักวิชาการของสภาผู้แทนราษฎรที่ไปหยิบเอาวิทยานิพนธ์ นิติศาสตรมหาบัณฑิต ของคุณประพิมพ์พรรณ เงินทิพย์ เรื่องมาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองสัตว์ ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งเป็นวิทยานิพนธ์ที่ทำเมื่อปี ๒๕๕๔ ผมคิดว่ามีสาระสำคัญ ที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ยกเฉพาะสภาพการณ์การทารุณสัตว์ในประเทศไทย เฉพาะสัตว์เศรษฐกิจเราเห็นภาพชัดเขายกตัวอย่างให้เห็นว่าในเรื่องการเลี้ยงดู พบการทารุณ เช่น การเลี้ยงในกรงที่แคบ วิธีการเลี้ยงดูและอุปกรณ์การเลี้ยงดูที่ไม่ถูกสุขลักษณะ การใช้สารเคมีผสมอาหารเพื่อเร่งเนื้อและการเจริญเติบโต การจับเชือดลูกวัวตัวผู้ของวัวนม อย่างนี้เป็นต้น ผมคิดว่าเหล่านี้เป็นประโยชน์ เป็นข้อค้นพบที่มีความสำคัญที่เราจะต้อง ให้ความสำคัญลงไปในกฎหมายฉบับนี้ การขนส่งก็พบว่าการจับสัตว์หลาย ๆ ตัวใส่กรง กล่องที่คับแคบ หรือถุงทึบทำให้อากาศหายใจไม่เพียงพอในขณะขนส่ง การเชือด การชำแหละ ที่พบการทารุณสัตว์ เช่น การเชือด ชำแหละ ไม่ถูกหลักวิชาการ การเชือด ทำให้สัตว์เกิดความเครียดและทุกขเวทนา การใช้งานที่มีการทารุณสัตว์เช่นการที่ควาญช้าง ให้ช้างกินยาบ้าเพื่อให้ทำงานหนักและทนเป็นต้น ผมคิดว่าสภาพเหล่านี้เป็นสภาพที่ เป็นปัญหาของประเทศและจำเป็นที่จะต้องให้กฎหมายฉบับนี้เข้าไปตอบโจทย์ ที่เป็นปัญหาเหล่านี้ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะเรียนกับท่านประธานว่า ในร่างกฎหมายฉบับนี้แม้จะมีหลักการและสาระที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งก็ตาม แต่ว่า ยังมีข้อสังเกตบางประการที่ผมอยากจะฝากไว้เพื่อไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้น ได้รับไปพิจารณาด้วยใน ๔ ประเด็น ก็คือ
ข้อสังเกตเรื่องแรก คือเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการตามมาตรา ๕ ที่เป็นคณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ คณะกรรมการ ตามร่างชุดนี้มีกรรมการโดยตำแหน่ง ๑๑ ท่าน มีกรรมการที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง อีก ๔ ท่าน แล้วก็มีอธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นกรรมการและเลขานุการ รวมแล้วก็เป็น ๑๖ ท่าน องค์ประกอบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะทำให้การดูแลป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ เป็นไปอย่างที่เจตนารมณ์ของกฎหมายนี้ต้องการให้เป็นหรือไม่ ท่านประธานครับ การมีคณะกรรมการที่มีกรรมการในตำแหน่งเยอะ ๆ โดยเอาตำแหน่งอธิบดีทั้งหลาย มาเป็นกรรมการเพื่อให้มีจำนวนมากนั้นไม่ได้เกิดประโยชน์หรอกครับ เรามีปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ มีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีอธิบดีกรมการศาสนา อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย อธิบดีกรมอนามัย อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อาจจะไม่เพียงพอ ผมยังคิดว่าบางตำแหน่งไม่มีความจำเป็นจะต้องเข้ามานั่งในคณะกรรมการ ชุดนี้ ในทางกลับกันกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีแต่งตั้งกำหนดให้เพียง ๔ คน เอามาจากคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ เอาจากตัวแทนสมาคมหรือมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับ การจัดสวัสดิภาพสัตว์ อย่างนี้เป็นต้น ผมคิดว่าในส่วนนี้จำเป็นที่จะต้องเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น เพื่อให้คนเหล่านี้ได้เข้ามาเป็นหูเป็นตา มองประเด็นปัญหาได้รอบด้านมากขึ้นกว่ากรรมการโดยตำแหน่งที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ในกระทรวง ทบวง กรม ของตัวเองอยู่แล้ว นี่อยากจะฝากไว้เป็นประเด็นแรก แล้วก็ ในประเด็นเดียวกันนั้นผมคิดว่าตำแหน่งอย่างอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อีกไม่กี่วันก็ต้องเปลี่ยน เนื่องจากว่ากรมนี้จะต้องถูกผนวกรวมเข้าไปอยู่กับกรมป่าไม้ ต่อไปชื่อนี้ก็จะหายไป บทบาทก็จะอยู่ที่กรมป่าไม้ ก็อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยน
ประเด็นที่ ๒ เรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการที่กำหนดไว้ในมาตรา ๘ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ใน ๕ เรื่อง เสนอนโยบาย เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรี ในเรื่องต่าง ๆ แต่ที่ขาดไปก็คือว่าเราอุตส่าห์มีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาทั้งที ให้มีคณะกรรมการ เป็นการเฉพาะขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ทั้งที ผมคิดว่าบทบาทของคณะกรรมการชุดนี้จะต้องส่งเสริม สนับสนุนให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจ ในการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ บทบาทอันนี้ไม่ได้ปรากฏ อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรรมการ ทั้ง ๆ ที่ตรงนี้แหละครับเป็นหัวใจสำคัญ ท่านไปเขียนไว้ ในกฎหมายในร่างมาตราอื่น ๆ ที่ให้บทบาทนี้ไปอยู่กับบทบาทขององค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์บ้าง สถานสงเคราะห์สัตว์บ้าง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่อยู่ภายนอกภาคราชการทั้งสิ้น ขณะที่ภาคราชการจัดตั้งคณะกรรมการอันนี้ขึ้นมาแล้วนี่ ผมคิดว่าบทบาทในการส่งเสริม เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนต้องเป็นบทบาทหลักด้วยซ้ำ ของคณะกรรมการ
ประเด็นที่ ๓ เรื่องของการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งเป็นหมวด ที่มีความสำคัญ ในมาตรา ๑๘ เป็นมาตราที่ว่าด้วยข้อยกเว้น ข้อยกเว้นว่าการกระทำต่อไปนี้ ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งมีอยู่ ๑๑ อนุมาตรา ล้วนแล้วแต่เป็นข้อยกเว้น ที่ผมคิดว่าจะเป็นปัญหาในอนาคต ยกตัวอย่างเช่นในมาตรา ๑๘
(๑) การฆ่าสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหาร ทั้งนี้ เฉพาะสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร
ท่านประธานก็เห็นแล้วที่ผมได้ยกตัวอย่างการทำวิทยานิพนธ์เรื่องมาตรการ ทางกฎหมายในการคุ้มครองสัตว์ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ของคุณประพิมพ์พรรณ เงินทิพย์ เขาก็ยกมาให้เห็นว่าการเชือดชำแหละที่มีลักษณะไม่ถูกหลักวิชาการ อุปกรณ์ และสถานที่ ชำแหละไม่ถูกสุขลักษณะ กระบวนการเชือดที่ทำให้สัตว์เกิดความเครียดและทุกขเวทนา รวมทั้งการบริโภคสัตว์ขณะที่มีชีวิตอยู่ นี่คือสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แล้วกฎหมาย ถ้าไปยกเว้นด้วยข้อความแบบนี้ วันข้างหน้าเราก็จะเห็นคนไปตัดสมองลิงกินในขณะที่ลิง มีชีวิตอยู่เหมือนที่เราได้ยินข่าวเหล่านี้เป็นต้น
(๕) ที่บอกว่า การฆ่าสัตว์ตามพิธีกรรมหรือความเชื่อทางศาสนา
ผมคิดว่าลักษณะพิธีกรรมบางครั้งแม้ว่าจะเป็นความเชื่อส่วนบุคคลแต่มันไป กระทบและไปทำร้ายชีวิตสัตว์โดยที่ไม่มีเหตุมีผล ตรงนี้การยกเว้นก็จำเป็นจะต้องระมัดระวัง
กรณี (๘) การตัด หู หาง ขน เขา หรืองาโดยมีเหตุอันสมควรและไม่เป็นอันตราย ต่อสัตว์
ผมคิดว่ามันมีคำอธิบายได้ทิ้งสิ้นในการอธิบายว่ามันมีเหตุสมควรและไม่เป็น อันตรายกับสัตว์ สุนัขบางพันธุ์ที่ตั้งฟาร์มขึ้นมาเพาะเลี้ยงเพื่อที่จะขาย ออกลูกมาก็ตัดหางทันที อ้างว่าไม่เป็นอันตรายแต่ว่าเพื่อประโยชน์ทางการค้า แบบนี้นี่จะยอมกันหรือไม่ในอนาคต
ที่ผมกังวลมากที่สุดคือใน (๙)
(๙) ข้อยกเว้นที่ว่า การจัดให้มีการต่อสู้ของสัตว์ตามประเพณีท้องถิ่น
อันนี้จำเป็นที่จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ บัดนี้เรามีกีฬาวัวชนในภาคใต้ เป็นกีฬาที่เป็นประเพณีท้องถิ่นได้รับความนิยมสูงมาก และสำหรับพี่น้องชาวภาคใต้แล้ว กีฬาวัวชนเป็นหน้าเป็นตา กีฬาชนไก่ในหลายพื้นที่กลายเป็นกีฬา แม้ว่าจะเป็นการพนัน ที่แฝงเร้นไว้ในทุกการแข่งขันก็ตาม แต่เราก็ไปคิดว่านั่นก็คือเป็นกีฬา จะไม่เป็นปัญหาเลย ถ้าการใช้สัตว์เหล่านั้นมาใช้เพื่อการกีฬาคือมีการชนกัน สู้กันอย่างเข้าใจสภาพชีวิตของสัตว์ แต่ในความเป็นจริงเวลานี้โคหรือวัวที่ชนก็มีการตกแต่งเขา เอาเขาที่มีความแหลมคม เข้ามาสวมแทนเขาตัวเดิม ไก่ก็มีการใช้เหล็กเอามาทำเป็นเดือยแล้วก็ให้ตีกัน นี่คือสภาพปัญหา ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นการบอกว่าการจัดให้มีการต่อสู้ของสัตว์ ตามประเพณีท้องถิ่นเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายฉบับนี้ ผมคิดว่าจะเป็นปัญหาในอนาคต แล้วก็จะมีคำร้องเรียน จะมีประเด็นปัญหาให้ท่านประธาน ให้ผู้ที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ จะต้องขบคิดกันต่อไป นี่เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าเป็นส่วนที่จำเป็นจะต้องทักท้วงไว้ เพื่อให้คณะกรรมาธิการได้ไปพิจารณา
สุดท้ายครับ ในมาตรา ๒๔ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีสาระสำคัญนักก็คือในกรณีที่ พบสัตว์ตกอยู่ในสภาพที่ทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บสาหัส และสัตวแพทย์ เห็นว่าการให้สัตว์มีชีวิตอยู่ต่อไปจะได้รับความทุกข์ทรมาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ สั่งให้ฆ่านั้นได้
มันมีกรณีรูปธรรมเกิดขึ้นหลากหลายมาก ท่านประธานครับ ท่านประธาน ขับรถไปตามท้องถนนหลวงแล้วไปชนกับสัตว์เลี้ยงของพี่น้องประชาชนที่ปล่อยปละละเลย ให้ขึ้นมาบนถนนหลวง ชนแล้วสัตว์เหล่านั้นไม่ตาย ท่านประธานครับ ท่านจะทำอย่างไร รูปธรรมที่เห็นชัดเจนก็คือว่าสัตว์นั้นตามกฎหมายเขาบอกว่าการฆ่าสัตว์ตามวรรคหนึ่ง จะต้องดำเนินการโดยสัตวแพทย์ และในกรณีสัตว์นั้นมีเจ้าของต้องได้รับความยินยอม จากเจ้าของสัตว์ สัตว์นั้นมีเจ้าของแน่นอนแต่ไม่มีใครยอมรับความเป็นเจ้าของ ทุกครั้ง บนถนนหลวงจะเกิดปัญหานี้ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๒๔ นี้ก็จะเป็นประเด็นปัญหาหนึ่ง ที่คณะกรรมาธิการจะต้องนำไปขบคิด
สุดท้ายครับ เรื่องของโทษซึ่งระบุไว้ในมาตรา ๓๐ ว่า ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๕ ก็คือเรื่องของการไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้อยู่ทั้งสิ้น ๕ เรื่องนะครับ เช่น การมีหนังสือเรียก เจ้าของสัตว์ การเข้าไปในสถานที่ใด ๆ การสั่งให้หยุดพาหนะ การยึดหรืออายัดซาก และการนำสัตว์ ที่ถูกทารุณกรรมไปตรวจรักษา นี่เป็นอำนาจหน้าที่ แต่ว่าโทษถ้าไม่ปฏิบัติตามก็คือ ไม่อำนวยความสะดวกก็จะต้องถูกปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่งผมคิดว่าในการวินิจฉัยว่า ใครไม่อำนวยความสะดวกให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควร ในการตัดสินใจ
ก็ฝากเป็นประเด็นไว้ให้เป็นข้อสังเกตให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้น ได้พิจารณาต่อไป สำหรับผมขอสนับสนุนและให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ