สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๕

บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 20** **และเรียกร้องการปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัย

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมใคร่ขออภิปรายประกอบหลักการและเหตุผลในการรับร่างพระราชบัญญัติ ในวาระที่หนึ่งแห่งร่างพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. .... สืบเนื่องจากกฎหมายเดิมคือ พ.ร.บ. โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งบังคับใช้มา ณ ปัจจุบันนี้ก็ถึง ๕๖ ปีด้วยกัน ก็ถือว่า สภาผู้แทนราษฎรในสมัยนั้นร่างกฎหมายที่มีมาตรฐานสูงแล้วก็ใช้ได้จนถึงปัจจุบันนี้ กว่าครึ่งศตวรรษ แต่อย่างไรก็ตามวิวัฒนาการของโรคภัยไข้เจ็บอันเนื่องจากการแพร่ระบาด จากสัตว์สู่คนหรือแม้กระทั่งจากสัตว์ไปสู่สัตว์ด้วยกันมันเพิ่มขึ้นตามระยะเวลา ของการพัฒนาการแล้วก็เทคโนโลยีในการตรวจพบโรคต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมเห็น ร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณามานำเสนอ มีแง่มุมหลายประการที่จะพัฒนา ให้กลไกทางกฎหมายมีความทันสมัยแล้วก็มีความครอบคลุม ทันสมัยกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ในปัจจุบันแล้วก็อนาคต ถ้าหากว่าร่างกฎหมายนี้ได้ดีก็คงจะใช้ได้อีกครึ่งศตวรรษด้วย เช่นเดียวกัน ผมเห็นว่าในปัจจุบันนี้ถ้ากฎหมายนี้ออกมาค่อนข้างจะเป็นกฎหมาย ที่จัดระเบียบสัตว์ครั้งยิ่งใหญ่เพราะว่าสัตว์จำนวนมาก ในเมืองไทยของเรานี้เดิมทีเดียว เป็นเมืองกสิกรรมก็คือปลูกพืชเป็นส่วนใหญ่ แต่ในระยะหลัง ๆ เนื่องจากพื้นที่การกสิกรรม ค่อนข้างที่จะมีข้อจำกัดในปริมาณ การทำปศุสัตว์ใช้พื้นที่น้อยก็ให้ผลตอบแทนที่สูง ก็จะมาทดแทนการกสิกรรมคือปลูกพืชมากขึ้น แต่การปศุสัตว์เขาใช้พื้นที่ประยุกต์ ซ้อนทับเข้าไปในพื้นที่ของกสิกรรม เช่นจากนาข้าวก็กลายเป็นเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา ซึ่งผม ดูในกฎหมายนี้แล้วว่าเลี้ยงสัตว์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่สัตว์ใหญ่ก็อยู่ในอำนาจของรัฐมนตรี ที่จะประกาศได้ว่าเป็นสัตว์ที่เป็นโรค จะควบคุมการระบาดโรคสัตว์ได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการปศุสัตว์นี้เข้ามาแทนที่กสิกรรม เพราะฉะนั้นกฎหมายทางด้านปศุสัตว์หรือ ควบคุมการระบาดโรคของสัตว์ก็จะมีความสำคัญที่จะต้องปรับปรุงพัฒนาให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น นอกจากสัตว์ที่เลี้ยงเป็นปศุสัตว์ เป็นอุตสาหกรรมการเกษตรแล้ว สัตว์เลี้ยงที่เลี้ยง ตามบ้านเรือนนี่ก็ไม่ใช่น้อย ๆ นะครับ ปัจจุบันมีสุนัขจำนวนมากในประเทศไทย ต่างชาติมาเมืองไทยนี่สิ่งที่แตกต่างจากที่อื่นก็คือเห็นสุนัขทุกบ้านเลยนะครับ มีสุนัขทั่วไป แล้วก็สุนัขที่เลี้ยง สัตว์เลี้ยงนี่บางครั้งก็เป็นสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ เช่น ตามวัดวาอาราม ในชุมชน ในตลาดต่าง ๆ ก็มีเป็นจำนวนมาก แม้ว่าปัจจุบันสัตว์จำพวกนี้จะลดน้อยลงเนื่องจากว่า การจราจรรถมากมีอุบัติเหตุก็เสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก แล้วก็สัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงตามบ้านนี่ บางครั้งก็เป็นความชอบที่ไม่สามารถที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขอนามัยที่ดี บางครั้งก็ไปซื้อสัตว์เลี้ยงมา ในราคาแพง ๆ แล้วก็เลี้ยงไม่ได้ดี ทำให้สัตว์นั้นอ่อนแอ ขาดอาหาร เมื่อขาดอาหารก็อ่อนแอ สัตว์เลี้ยงเหล่านั้นก็ติดโรคได้ง่าย เมื่อติดโรคได้ง่ายก็เป็นตัวแพร่เชื้อเสียเอง เพราะฉะนั้น ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้มาจัดระเบียบสัตว์ทั้งแง่ของสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลิน หรือเลี้ยงเพื่อความสวยงามตามบ้านเรือน ไม่ว่าจะเป็น สัตว์บก สัตว์ปีก สัตว์น้ำก็ดี รวมจนถึงสัตว์ที่เลี้ยงเป็นอุตสาหกรรม เป็นการเกษตร ปศุสัตว์ก็ดี ส่วนนี้จะได้รับการจัดระเบียบ ขึ้นมาทั้งหมด ก็อยากจะเรียนท่านประธานว่าผลจากการที่ไปจัดระเบียบสัตว์เข้านี้ย่อมมีผลกระทบ ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ค่อนข้างจะมีผลกระทบต่อเจ้าของผู้ที่เลี้ยงสัตว์ เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะไปปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับร่างของ ครม. นี้ ได้พิจารณาถึงผลกระทบว่าสัตว์ที่เลี้ยงตามวัดต่าง ๆ ซึ่งเจ้าของไม่ชัดเจน จะเรียกว่า เป็นสัตว์จรจัดก็ได้ พวกนี้จะทำอย่างไร เนื่องจากกฎหมายนี้ออกมานี่ก็จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องหาเจ้าของ ถ้าหาเจ้าของไม่ได้ก็เอาคนที่เลี้ยงนั่นแหละเป็นเจ้าของ ถ้าสัตว์นั้นตาย ก็ต้องเอาพื้นที่ที่สัตว์นั้นไปนอนตายนั่นแหละเป็นผู้ที่จะต้องมีภาระ ธุระที่จะต้องมาแจ้งความว่า สัตว์นั้นมีการตายผิดธรรมชาติเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่าการออก อาจจะไม่ยาก แต่เมื่อออกแล้วนี่จะบังคับใช้ค่อนข้างที่จะต้องมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ แล้วก็ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในวงกว้าง เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความเข้าใจในข้อดี ข้อเสียของกฎหมายฉบับนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คือเพื่อวัตถุประสงค์เรื่องของสุขภาพอนามัย ของพี่น้องประชาชนชาวไทยของเรา แล้วก็เรื่องคุณภาพของสัตว์เลี้ยง สัตว์ปศุสัตว์ต่าง ๆ ที่จะต้องส่งขายหรือจำหน่ายในประเทศก็ดี จะได้มีความเชื่อมั่น มีความมั่นใจว่าผู้บริโภคนั้น จะสามารถนำไปบริโภคด้วยความปลอดภัยครับ แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้อาจจะไม่ได้ครอบคลุม ไปจนถึงสัตว์ที่เป็นสัตว์ตามธรรมชาตินะครับ เดี๋ยวนี้สัตว์ตามธรรมชาติต่าง ๆ เช่น นกที่บินไปบินมาก็ดี ตามภูมิประเทศต่าง ๆ มีการอพยพย้ายถิ่นก็ดี สัตว์เหล่านี้ก็นำโรค มาได้ด้วยเช่นเดียวกัน เราจะใช้กฎหมายฉบับนี้ในการควบคุมโรคระบาดสัตว์ตรงส่วนนี้ ได้หรือไม่นะครับ ผมอ่านกฎหมายดูคร่าว ๆ แล้วก็ยังไม่เห็นตรงนี้ อย่างไรก็ตาม ก็สามารถที่จะเขียนกฎหมายให้ครอบคลุมในส่วนที่จะเป็นโรคระบาดสัตว์ตามธรรมชาติได้ด้วย ซึ่งไม่ปรากฏเจ้าของนะครับ ในส่วนนี้ก็อยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ดูความรอบคอบของสัตว์ทุกประเภทที่จะต้องครอบคลุมในกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็อยากจะให้ทางกระทรวงสาธารณสุขที่ดูแลเรื่องสุขอนามัยของคนนี่ส่งตัวแทน เข้ามาเป็นกรรมาธิการหรือมาเป็นที่ปรึกษาในการที่จะช่วยกันปรับปรุงยกร่างกฎหมายฉบับนี้ ให้มีความครอบคลุม มีความสอดคล้องต้องกันที่จะเอาผู้เชี่ยวชาญในทุกสาขาวิชาเข้ามา เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบสัตว์ครั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการควบคุมโรคระบาด ของสัตว์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งการระบาดของโรคของสัตว์นั้นมันระบาดทั้งจากทางอากาศสู่อากาศ ทั้งจากมูลสัตว์สู่น้ำ สู่ดิน ในส่วนของพยาธิต่าง ๆ ก็อยากจะให้ครอบคลุมไปจนทุกมิติของการระบาดของโรคด้วย แล้วก็อยากจะให้คำนึงถึงในแง่ของคุณธรรม มนุษยธรรม เรื่องของการที่จะต้องไปกำจัดสัตว์ ที่จะต้องมีเป็นหมู่มาก เช่น กำจัดสัตว์จรจัด กำจัดสัตว์ปีก หรือกำจัดสุกรที่ติดโรคว่า จะต้องมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไรที่จะให้สัตว์เหล่านั้นได้ถูกกำจัดน้อยที่สุด แล้วก็กำจัดอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดความอุจาด บางครั้งผมเห็นการทำลายสัตว์ เอารถแบคโฮ (Backhoe) เอาหมู เอาไก่ต่าง ๆ ที่ยังดิ้นพราด ๆ นี่เอาดินไปทับไปถมเหมือนกับเป็น การทำลายสัตว์อย่างทารุณกรรม ภาพเหล่านั้นบางครั้งออกไปแล้วก็ทำให้เกิดความสลดหดหู่ เพราะว่าสัตว์ทั้งหลายก็เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นนะครับ ก็อยากจะฝากว่าการทำลายสัตว์ต่าง ๆ ก็ต้องมีกฎกระทรวง มีประกาศของรัฐมนตรี หรือของกระทรวง แล้วก็อาจจะต้องมีคณะกรรมการอะไรที่จะมาดูเรื่องของสิทธิสัตว์ สิทธิมนุษยชนต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะว่าเราอย่าคิดถึงเรื่องการควบคุมโรคระบาด อย่างเดียว เพราะโรคระบาดนั้นมันน่าจะมีกลไกที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น การล้างมือ การที่จะป้องกันส่วนบุคคลร่วมด้วย อันนี้ก็ฝากทางท่านประธาน ถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญให้ช่วยหาวิธีการเหล่านี้เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นประโยชน์ เพื่อประชาชน แล้วก็ยังเป็นการที่จะดูแลสัตว์ไม่ให้เกิดการทารุณกรรมมากจนเกินไปด้วย กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน