สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๕

ไพจิต ศรีวรขาน พูดเรื่องการสร้างโรงพยาบาลสัตว์ โดยต้องการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ การส่งเสริมและการปศุสัตว์ของประชาชน โดยต้องการให้โรงพยาบาลสัตว์ที่มีอยู่ในภาคเอกชนและภาคภาครัฐมีสภาพแวดล้อมที่เท่าเทียมกัน

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ สถานพยาบาลสัตว์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ เป็นเครื่องมือที่จะใช้ ในการบริหารงานการเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ซึ่งถ้าเทียบอายุของกฎหมายฉบับเดิม ซึ่งได้พิจารณากันเมื่อปี ๒๕๓๓ เรื่องสถานพยาบาลสำหรับสัตว์ในปี ๒๕๓๓ ก็ถือว่า เป็นกฎหมายที่เราได้ประกาศใช้มาเป็นเวลาประมาณสัก ๒๒ ปี ผมก็ติดตามสถานการณ์ การเลี้ยงสัตว์ในประเทศ การเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินได้ขยายตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว การสร้างโรงพยาบาลเพื่อที่จะรักษาสัตว์ที่เจ็บป่วยก็มีความจำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยง ที่อยู่ในภาระของผู้มีฐานะที่ดีพอควร เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลิน เลี้ยงให้เกิดความสวยงาม แต่ว่าปัญหาที่แท้จริงการที่จะนำสัตว์มาอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งจะอยู่มีที่พักค้าง ไม่มีที่พักค้าง เป็นพัฒนาการในการเลี้ยง การปศุสัตว์ในสถานการณ์ที่มีความเติบโตและเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ถ้าฟังตามกฎหมายนี้ ผมอยากจะขอความกรุณาว่าตัวเลขที่เอามาเป็นเครื่องมือว่าถึงเวลา ที่จะต้องปรับปรุงเพื่อให้มีสถานพยาบาลสำหรับสัตว์ให้ทัดเทียมกันทั้งของภาคเอกชน และของราชการที่ทำ เมื่อก่อนเราออกกฎหมายมาให้มีโรงพยาบาลสำหรับทำให้มาตรฐาน เฉพาะของเอกชน ก็แปลว่าของราชการที่มีอยู่แล้วที่ไม่ได้ทัดเทียมกัน ใครสูงกว่า ใครต่ำกว่า ใครมาตรฐานดีกว่ากัน คราวนี้ออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อที่จะใช้เกณฑ์เป็นมาตรฐานเดียวกัน แปลว่ามาตรฐานสากลที่ภาคเอกชนทำได้ดีกว่าใช่ไหม เพื่อจะรองรับธุรกิจการรักษาพยาบาล การเลี้ยง การขยายงาน การเลี้ยงสัตว์ภายในเพื่อที่จะทำให้เกิดดอกผลทางกำไร ได้อย่างเหมาะสมกับสถานะที่เป็นไป ท่านประธานที่ผมถามแบบนี้ ผมเห็น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มานั่งเสนอกฎหมายเอง พิจารณากฎหมายมา มีหลายฉบับ เฉพาะเรื่องสัตว์ก็จะพิจารณาวันนี้อยู่ ๔ ฉบับ คือเป็นกระทรวงที่เสนอ กฎหมายมาเป็นระยะ ๆ ในขณะที่ผมก็ต้องการที่จะทราบว่าถ้าออกแล้ว ความเติบโต ทางเศรษฐกิจ การที่จะได้รับการยกย่องว่าเราสามารถที่จะจัดการเรื่องการรักษาพยาบาลสัตว์ ที่เจ็บป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับประเทศที่เขาเจริญใช่ไหมครับ มีความจำเป็น ที่จะต้องออกมา แล้วกระบวนการที่จะตั้งต้องมีแผนการล่วงหน้า แผนการขยายโรงพยาบาลก่อน ถึงจะได้ใบอนุญาตมาทำโรงพยาบาล แปลว่ามีขั้นตอนที่จะต้องพัฒนาให้เป็นสากล ได้ทัดเทียมกับประเทศที่เขามีอยู่แล้ว ผมสนใจเรื่องการเลี้ยงสัตว์แต่ว่า ต้องการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ได้ให้ความสำคัญต่องานการเลี้ยง การส่งเสริม การปศุสัตว์ของประชาชนอย่างจริงจัง เหมือนกับทำเรื่องโรงพยาบาลสัตว์ ที่จะทำให้ผู้ประกอบกิจการทางการรักษาพยาบาลสัตว์ ผมเข้าใจว่าพอสุนัขที่เลี้ยงป่วยตัวหนึ่ง ไปรักษาพยาบาลมากกว่าคนยากคนจนที่เจ็บไข้ได้ป่วยปางตาย นี่คือความสุขของคน ที่มีสตางค์ แต่ว่าในทางกลับกันถ้าเราจะใช้งานการพัฒนาการปศุสัตว์เพื่อประชาชน คนยากคนจน คนทั่ว ๆ ไป ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญเหมือน ๆ กับที่ให้ความสำคัญ ต่อการพัฒนาการสร้างโรงพยาบาลสัตว์ของคนที่มีสตางค์ให้ดูแล ให้ได้รับการพัฒนา ซึ่งมาถึงวันนี้ก็มีความจำเป็นไม่น้อยกว่าการที่จะมาตั้งพัฒนางานโรงพยาบาลสำหรับรักษา สัตว์ที่เจ็บไข้ได้ป่วย ผมขอทราบตัวเลขความเติบโตทางเศรษฐกิจของโรงพยาบาลสัตว์ ในประเทศไทยนี่ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นในเมืองใหญ่ ๆ และกรุงเทพมหานคร ส่วนเล็ก ๆ คงจะไม่มีโรงพยาบาลสัตว์แน่นอน ขณะนี้มีจำนวนอยู่พอที่จะส่งเสริมพัฒนางานเหล่านี้ได้ ถึงขั้นจะต้องออกกฎหมายเฉพาะมาสำหรับการพัฒนาสถานพยาบาลสัตว์ซึ่งเพิ่งใช้กันมาเพียง ๒๐ ปีเศษ ๆ แล้วก็มาแก้เพื่อให้สอดคล้องรองรับให้สามารถดำเนินได้มาตรฐาน แปลว่า ไม่ได้ขัดข้องที่จะส่งเสริมสนับสนุนงานการมีสถานพยาบาลสำหรับสัตว์ของคนมีสตางค์ แต่ว่าก็อยากจะให้สะท้อนมองกลับไปว่าการพัฒนางาน การที่คนยากคนจนเขามีนี่ ได้บรรลุความสำเร็จไปเป็นสัดส่วนเหมือนกับที่รัฐบาลโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์จะส่งเสริมพัฒนาให้ผู้ประกอบอาชีพในการตั้งโรงพยาบาลรักษาสัตว์ที่ เจ็บไข้ได้ป่วยให้ได้มีความทัดเทียมเช่นเดียวกันก็จะเป็นประโยชน์ ผมถือว่าเป็นภาระที่ คณะกรรมาธิการที่จัดตั้งโดยสภาไปดูสิ่งเหล่านี้ให้กว้างขวางนะครับ ในขณะที่ส่งเสริม ในเรื่องธุรกิจการรักษา การส่งเสริมการผลิตเรื่องสัตว์ของคนมีสตางค์ ในทางกลับกัน คณะกรรมาธิการก็ต้องไปดูในเรื่องสัตว์ที่เป็นคู่ชีวิตของคนยากคนจนที่เขาใช้อยู่ตามท้องไร่ ท้องนา สัตว์ที่จะมาใช้เป็นอาหาร สัตว์ที่จะทำให้คนได้บริโภคโปรตีนได้ดีขึ้น ถ้าทั้ง ๒ ส่วนนี้ ไปด้วยกันก็จะทำให้การพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ การรักษาสัตว์ในยามที่สัตว์ของคนยากคนจน เจ็บไข้ได้ป่วย หน่วยที่จะต้องเข้าไปเยียวยาดูแลคือปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัดที่มีนี่ ได้ให้ความเอาใจใส่อย่างเพียงพอต่อการที่จะรักษาเครื่องมือเครื่องใช้เหล่านี้ของคนยากคนจน ด้วยนะครับ ไม่อยากให้ทุ่มเทสติปัญญา กำลังเงินกำลังอะไรทั้งหลายมาเฉพาะสัตว์ของคน พอมีฐานะ เพื่อที่จะเลี้ยงไว้ดูเล่นเพลิดเพลินและประดับบารมีอะไรทำนองนั้นแต่เพียง อย่างเดียว ขอถือโอกาสนี้ได้อภิปรายเพื่อสนับสนุนและให้ข้อสังเกตให้คณะกรรมาธิการ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีคงจะไปเป็นกรรมาธิการ ไปเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณากฎหมายฉบับนี้ได้อย่างแน่นอน ขอขอบพระคุณครับ