อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. โดยเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข และเสนอร่างกฎหมายที่มีประเด็นหลัก 2 ประเด็น คือ การจัดทำบันทึกประวัติศาสตร์และการเพิ่มผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้าไปในองค์ประกอบของคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุแห่งชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากวุฒิสภาได้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว โดยได้ขอแก้ไขใน ๔ มาตรา ซึ่งต้องเรียนกับท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้กระผมได้ติดตามแล้วก็ให้ความสำคัญ มีส่วนร่วมในการอภิปราย ทักท้วง แสดงความคิดเห็นทั้งในชั้นแปรญัตติและในชั้น ของการพิจารณาวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สาม และได้ท้วงติงถึงประเด็นปัญหา หลายประเด็นที่คิดว่าจะเกิดปัญหาแล้วก็เป็นจริง ซึ่งทางวุฒิสภาก็ไปดำเนินการแก้ไข วุฒิสภา ได้แก้ไขใน ๔ มาตรานี้ ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นด้วยความเจตนาดีแล้วก็ให้เกิด ความสมบูรณ์ในการทำให้กฎหมายฉบับนี้มีความสมบูรณ์รอบคอบมากขึ้น และผมก็มีโอกาส ได้รับฟังการพิจารณาของวุฒิสภาในชั้นการพิจารณาเกือบทุกวาระของวุฒิสภา ได้มีโอกาส รับฟังการแสดงความคิดเห็นของสมาชิกวุฒิสภาต่อกฎหมายฉบับนี้ ผมเห็นด้วยแม้ว่าวุฒิสภา จะมีเจตนาดีในการแก้ไขทั้ง ๔ มาตรา แต่ว่าหากว่าเราจะให้ความเห็นชอบกับวุฒิสภาทั้งหมด ที่วุฒิสภาแก้ไขมาก็จะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ซึ่งกระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะ กราบเรียนผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านดังต่อไปนี้นะครับ ในมาตรา ๖ ซึ่งเป็นมาตราแรก ที่วุฒิสภาได้แก้ไขโดยไปเพิ่มเติมในมาตรา ๖ ซึ่งเป็นเรื่องของอำนาจหน้าที่ของกรมศิลปากร ในการจัดเก็บเอกสารจดหมายเหตุ โดยไปเพิ่มเรื่องของการพัฒนาระบบการจัดเก็บเอกสาร และการให้บริการเอกสารจดหมายเหตุที่ประชาชนรวมถึงคนพิการและผู้ด้อยโอกาสสามารถ เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ อันนี้เป็นการเติมเต็มทำให้กฎหมายฉบับนี้สามารถเข้าถึง พี่น้องประชาชนและพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้พิการนั้นได้มีโอกาส ได้ใช้ประโยชน์จากจดหมายเหตุที่จะเกิดขึ้นจากกฎหมายฉบับนี้
ในประเด็นที่ ๒ ในมาตรา ๑๐ ซึ่งวุฒิสภาได้ไปเพิ่มเติมเรื่องของเอกสาร ส่วนบุคคลซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลนั้น หากว่ากรมศิลปากรตรวจสอบ และขอประเมินคุณค่าของเอกสารจะต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าของจากบุคคลนั้นด้วย ซึ่งประเด็นนี้ผมก็ให้ความเห็นชอบด้วยเนื่องจากเป็นประเด็นเดียวกับที่ผมก็ได้เคยอภิปรายไว้ ในการแปรญัตติในชั้นการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่สอง วาระที่สาม ทั้งนี้ เนื่องจากว่าการที่เราจะให้กรมศิลปากรเข้าไปประเมินคุณค่าเอกสารโดยที่เจ้าของเอกสาร จดหมายเหตุนั้นไม่ยินยอม ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง การที่วุฒิสภาได้เติมคำว่า โดยได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้นเป็นการประกันเรื่องสิทธิความเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ก็คือจดหมายเหตุที่อยู่ในความครอบครองของเอกชนเหล่านั้นด้วยนะครับ ซึ่งการเติมเต็ม ในส่วนนี้ก็เป็นประโยชน์
อย่างไรก็ตามครับท่านประธานในประเด็นที่ ๓ ซึ่งผมคิดว่าเป็นประเด็น ปัญหาก็คือในมาตรา ๑๓ ที่วุฒิสภาไปแก้ไขก็คือไปเพิ่มความใน (๗) ที่บอกว่า ในมาตรา ๑๓ ระบุว่า หอจดหมายเหตุแห่งชาติมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ใน (๗) บอกว่า จัดทำบันทึก ประวัติศาสตร์บอกเล่า อันนี้คือฉบับที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ไปเพิ่มคำว่า ในทุกความเห็น เข้าไปต่อท้าย ตรงนี้มีปัญหามาก ท่านประธานครับ ถ้าเราจำได้ ก็คือในชั้นการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเราถกเถียงกันเรื่องของการจัดทำบันทึก เอกสารเหตุการณ์สำคัญของชาติมาครั้งหนึ่งแล้ว ในครั้งนั้นเราได้มีมติร่วมกันว่าจะต้องใช้ คำว่า รวบรวมเอกสารเหตุการณ์สำคัญของชาติ เท่านั้น ไม่ให้ใช้คำว่า จดบันทึก ด้วยซ้ำครับ ทีนี้เมื่อมาถึงเรื่องการจดบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่ายิ่งเป็นปัญหาใหญ่เลยว่าการจดบันทึก ประวัติศาสตร์บอกเล่าในทุกความเห็นนั้นเป็นเรื่องที่ยากในทางปฏิบัติ ไม่มีโอกาสที่จะ เป็นไปได้หรอกครับที่จะรวบรวมทุกความเห็นที่แตกต่างกันหรือแม้แต่ความเห็นที่เหมือนกัน แต่กฎหมายไปเขียนว่าจะต้องบันทึกในทุกความเห็น เป็นไปไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์หลายเรื่องที่มีความเห็นแตกต่างหรือมีความเห็นไปในทำนองเดียวกันนั้น มีผู้แสดงความเห็นหรือมีผู้ได้บันทึกบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไว้จำนวนมากมายทีเดียว และนับวันในวันข้างหน้าเมื่อเทคโนโลยีได้พัฒนาไปยิ่งมากเท่าไรคำบอกเล่าทางประวัติศาสตร์ ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ก็จะเป็นภาระของกรมศิลปากรหรือหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในการตามไปเก็บทุกความเห็น วันนี้ถ้าเกิดต้องการจะเก็บความเห็นทุกความเห็น ในโซเชียล มีเดีย (Social media) ท่านก็ตายแล้วครับ จะไปรวบรวมที่ไหนล่ะครับได้ครบถ้วน ทั้งหมด นี่จึงเป็นประเด็นปัญหา และผมคิดว่าในชั้นการพิจารณาของวุฒิสภาเองก็ได้ เห็นปัญหานี้นะครับ แต่เข้าใจว่าโดยเทคนิคในการพิจารณาของวุฒิสภาในวันนั้นมีข้อจำกัด บางประการทำให้จำเป็นจะต้องแก้ไขมาแบบนี้ แต่ว่าสมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากก็ไม่เห็นด้วย ว่าจะให้มีการจัดทำบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่าในทุกความเห็น เพราะฉะนั้นนี่คือ เป็นประเด็นแรกที่ผมไม่เห็นด้วยว่าการเพิ่มคำว่า ในทุกความเห็น เข้ามา ของวุฒิสภานั้น จะก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๕ เป็นประเด็นหนึ่งซึ่งผมคิดว่า จะเกิดความซ้ำซ้อนกันในการแก้ไขของวุฒิสภา เนื่องจากว่าวุฒิสภาได้ไปเพิ่มเติมองค์ประกอบ ของคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุแห่งชาติขึ้นมา โดยเพิ่ม ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้าไป ในความเป็นจริงแล้วเมื่อชั้นการพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎร กระผมได้เคยแสดงความคิดเห็นและได้แปรญัตติให้มีผู้แทน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไว้ในองค์ประกอบของคณะกรรมการกองทุนส่งเสริม งานจดหมายเหตุแห่งชาติแล้วนะครับ แต่เนื่องจากว่าที่ประชุมเห็นว่าให้ใช้นายกสมาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทยเข้าไปทดแทนจะมีความเหมาะสมมากกว่า เนื่องจากว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญ เป็นเจ้าของเงินในการสนับสนุนงานของหอจดหมายเหตุแห่งชาติในส่วนภูมิภาคหรือในส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นการได้องค์ประกอบจากนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย เข้ามาน่าจะมีความสมบูรณ์แล้ว แต่เมื่อวุฒิสภาไปเติมผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าไปอีกก็ถือว่าเป็นความซ้ำซ้อน เพราะฉะนั้นจำเป็นที่จะต้องเลือกเอาผู้แทนกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นหรือนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ๒ ส่วนนี้ ใช้เพียงส่วนงานเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าวุฒิสภาไปแก้ไขแล้วก็ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนในทางการปฏิบัติ นี่คือ ๓-๔ ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมเห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา ในบางประเด็นและในบางประเด็นไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อนสมาชิกทั้งหลาย น่าที่จะลงมติที่จะไม่ให้ความเห็นชอบกับวุฒิสภาเพื่อจะได้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน พิจารณาต่อไป กราบขอบพระคุณครับ