สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา โดยขอให้ตรวจสอบความครอบคลุมและรอบคอบของพระราชบัญญัตินี้ และเสนอแนะการแก้ไขเพิ่มเติม เช่น การเพิ่มการแต่งตั้งกรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ และการแก้ไขมาตรา 20 เพื่อให้มีความชัดเจนในเรื่องการดำรงตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่วุฒิสภาได้ส่งร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่งนะครับ เนื่องจากมีการแก้ไขมีจำนวน ๔ ประเด็นด้วยกันตามที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวถึง อยากจะ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมเองในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในส่วน ของสภาผู้แทนราษฎร ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการแล้วก็สภาของเรา ก่อนที่จะเสนอไปวุฒิสภานั้นของเรามีการออก กฎหมายที่ครอบคลุมหรือรอบคอบแล้วหรือยัง ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่สภาผู้แทนราษฎรได้ส่งไปวุฒิสภา แล้วก็วุฒิสภามีการแก้ไข ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรเราก็ได้ เสนอกฎหมายที่รอบคอบแล้วก็ครอบคลุมทุกด้าน ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าที่วุฒิสภา ได้แก้ไขมาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน ที่วุฒิสภาเพิ่มเติมก็คือกรรมการสภาสถาบัน ผู้ทรงคุณวุฒิ ๗ คน ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกสถาบัน โดยคำแนะนำของนายกสภาสถาบันและกรรมการสภาสถาบัน ตาม (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ในจำนวนนี้ ตรงนี้ที่วุฒิสภาเพิ่มเติมก็คือในจำนวนนี้ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านกีฬาคนพิการ อย่างน้อย ๑ คน ก่อนหน้านี้ทำไมสภาของเราไม่ได้กำหนดไว้ครับว่าจะต้องเป็นคนที่มีความรู้ ทางด้านกีฬาคนพิการ ท่านประธานครับ ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง ๗ ท่าน ได้รับการเสนอชื่อ จากคณะกรรมการสภาสถาบัน ท่านประธานดูนะครับ มีนายกสภาสถาบัน มีอุปนายกสภาสถาบัน คืออธิการบดี มีกรรมการสภาสถาบันโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา อธิบดีกรมพลศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีคณะกรรมการสภาสถาบัน ๓ คนที่เลือกจากรองอธิการบดี หรือรองอธิการบดีประจำวิทยาเขต มีกรรมการสภาสถาบัน ๓ คน ซึ่งเลือกจากคณบดี ๑ คน ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬา ๑ คนและหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าคณะอีก ๑ คน มีกรรมการสถาบัน ๔ คนที่เป็นตัวแทนจากคณาจารย์ประจำวิทยาเขต ๓ คน และข้าราชการครูของโรงเรียนกีฬา ๑ คน กลุ่มนี้คือเป็นกลุ่มที่จะไปเลือก ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง ๗ ท่าน ผมเชื่อว่าคณะกรรมการสภาสถาบันคงมีแนวคิดว่าภารกิจ ของสภาสถาบันมีอะไรบ้าง ท่านประธานครับ สถาบันการพลศึกษามีภารกิจก็คือ ในการผลิตและพัฒนาบุคลากรทางด้านพลศึกษา ด้านกีฬา ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา วิทยาศาสตร์สุขภาพ นันทนาการ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าใน ๗ คน ท่านก็ต้องเลือกคนที่ มีหน้าที่ในการผลิตบุคลากร ในสถาบันการพลศึกษามีการจัดการเรียนการสอน มีการทำวิจัย เรื่องความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของกีฬา มีการให้บริการทางวิชาการ มีการให้บริการ ชุมชน รวมถึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับทางด้านการกีฬา รวมถึงภารกิจที่สำคัญ ของสถาบันการพลศึกษาก็คือสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความสามารถ พิเศษทางการกีฬา นันทนาการ และบุคคลที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย รวมถึง ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและการละเล่นพื้นเมืองและกีฬาไทย นอกจากนั้นสถาบัน การพลศึกษายังมีการจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายคือ เข้าไปเรียนในสถาบันการพลศึกษา มีการจัดการเรียนการสอนสำหรับคนพิการ ส่วนที่ ๓ ในทุกประเทศเขาจะส่งเสริมให้ผู้บกพร่องทางด้านร่างกายได้มีโอกาสเข้าร่วมในการแข่งขันกีฬา ในการศึกษา ในการใช้อาคารสถานที่ รวมถึงเปิดโอกาสให้คนพิการที่มีความสามารถทางกีฬา ได้มีส่วนร่วมในการเป็นตัวแทนของประเทศ ผมเรียนท่านประธานก็คือสถาบันการพลศึกษามีภารกิจหลายเรื่องด้วยกัน แต่เรื่องหลัก ๆ ก็คือเรื่องการผลิต เรื่องการสอน เรื่องการวิจัย เรื่องการให้บริการชุมชน เรื่องการดูแล คนพิการด้วย แล้วเราก็เลยเชื่อว่าในคณะกรรมการสภาสถาบันคงจะเลือกบุคคลที่มีความรู้ ทางด้านกีฬาคนพิการเข้าไปนะครับ เพราะเราเชื่อว่าถ้าเกิดให้ระบุกันทุกฝ่ายว่าผู้ทรงคุณวุฒิ จะต้องเป็นคนที่มีความรู้ทางด้านวิจัยเข้าไป ต้องมีความรู้ทางด้านวิชาการเข้าไป ผมคิดว่าตรงนี้มันจะกลายเป็นเรื่องของการล็อกไปนิดหนึ่ง แต่ว่าเมื่อวุฒิสภาได้แก้ไขมา เราก็เห็นควรด้วยครับ เพราะเราเชื่อว่าทางวุฒิสภาอาจจะมีความประสงค์ให้สภาสถาบัน อย่างน้อยการกำหนดผู้ทรงคุณวุฒิควรจะมีคนที่มีความรู้ทางด้านกีฬาคนพิการ และจริง ๆ แล้ว ก็ไม่น่าห่วงครับ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีของเราดูแลคนพิการของเราอย่างดี ในปีนี้เราไป แข่งขันกีฬาโอลิมปิก เราก็ได้เหรียญทองมาในกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ที่ผ่านมา รวมถึง ผมทราบข่าวเมื่อวานนี้ว่าท่านมีมติที่จะสร้างศูนย์ฝึกกีฬาคนพิการที่ผมเคยเรียกร้องไว้ นานแล้วครับ ทราบว่าท่านจะให้งบประมาณเพื่อก่อสร้างศูนย์ฝึกกีฬาคนพิการ ท่านครับ ก็ทราบว่าจะไปสร้างที่จังหวัดสุพรรณบุรี ผมก็เห็นด้วยนะครับ เนื่องจากที่จังหวัดสุพรรณบุรี ก็คงมีความพร้อม มันไม่เพียงแค่มีศูนย์กีฬาขึ้นมาอย่างเดียวครับ มันจำเป็นจะต้องมี องค์ประกอบอื่น สิ่งอำนวยความสะดวกอื่น แต่อยากกราบเรียนท่านประธานว่าไม่เพียง เรามีศูนย์แค่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องจากคนพิการเวลาจะไปฝึกนี่เขาไม่เพียงแค่ฝึกกีฬาครับ จะต้องมีอาชีพเสริมของเขาเอง และโดยส่วนใหญ่ก็คือจะขายลอตเตอรี่ หรือทำอาชีพ ในกรุงเทพฯ เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมถ้าเกิดทางรัฐบาลหรือท่านรัฐมนตรี สามารถจะหาพื้นที่ที่อยู่ในส่วนกลาง โดยเฉพาะใน กทม. หรือรอบจังหวัดปริมณฑล ก็จะเป็นประโยชน์ให้กับคนพิการ
แล้วส่วนที่ ๒ ก็คืออยากให้ท่านได้ดูแลถึงคนพิการในส่วนภูมิภาคด้วย ถ้าเกิดสามารถที่จะไปจัดตั้งศูนย์ฝึกกีฬาคนพิการเพียงแค่ศูนย์เล็ก ๆ ในภูมิภาค ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ แล้วก็ภาคตะวันออกนะครับ ก็สามารถที่จะทำให้คนพิการ ได้มีโอกาสได้พัฒนามากขึ้นนะครับ และโดยเฉพาะที่จังหวัดตรังนะครับยินดี เนื่องจาก มีสถาบันการพลศึกษาแล้วก็มีโรงเรียนกีฬาอยู่ด้วย ซึ่ง ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ได้เล็งเห็น เรื่องการพัฒนากีฬานะครับ ได้ไปตั้งอยู่ที่จังหวัดตรัง
ประเด็นที่ ๒ ที่เขามีการแก้ไขก็คือให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน มาตรา ๑๙ (๘/๑) แต่งตั้งกรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๑ (๕) เช่นเดียวกันครับท่านประธาน เราถามว่าตรงนี้การแต่งตั้งกรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณวุฒินี่ คณะกรรมาธิการในหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรเราทำตกหรือเปล่า ไม่ครับท่านประธาน เดิมการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิของกรรมการสภาวิชาการนี่เขากำหนดในข้อบังคับของสถาบัน แต่วันนี้วุฒิสภามีความรู้สึกว่าเนื่องจากเราจำเป็นจะต้องใช้ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เกียรติ เขาหน่อย ก็คือการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในสภาวิชาการนี่ให้มากำหนดไว้ใน พ.ร.บ. แค่นั้นเองครับ เดิมมีอยู่ในข้อบังคับ วันนี้ก็คือเพียงเพิ่มเติมขึ้นมาในพระราชบัญญัติแค่นั้นเอง ผมคิดว่าในสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะเห็นด้วย
ประเด็นที่ ๓ ก็คือให้เพิ่มคำว่า นั้น ในมาตรา ๑๔ ก็ขออนุญาตกราบเรียน เหมือนที่ท่านรัฐมนตรีได้กราบเรียนนะครับ เป็นประเด็นเล็กน้อยไม่ใช่เป็นการแก้ไข สาระสำคัญ
ประเด็นสุดท้ายก็คือประเด็นที่ ๔ มาตรา ๒๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน ก็คือมีการเพิ่มเติมวาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการศูนย์ หรือหัวหน้าส่วนราชการ ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะและรองของผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ท่านประธาน สาระสำคัญคือเขาเพิ่มว่าในตำแหน่งของผู้อำนวยการต่าง ๆ ที่เทียบเท่าคณะไม่มีวาระ การดำรงตำแหน่ง วันนี้วุฒิสภาก็เลยเพิ่มเติมว่าการเข้าสู่ตำแหน่งทำอย่างไร การออกจากตำแหน่ง ทำอย่างไร เดิมในพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ไม่มีความชัดเจนครับ ทางวุฒิสภาก็เลยต้องการให้มันมีความชัดเจนขึ้น รวมถึงตำแหน่งที่เกี่ยวกับรองผู้อำนวยการ รองของตำแหน่งดังกล่าวก็ขอให้มีวาระการดำรงตำแหน่ง การออกจากตำแหน่งทำอย่างไร เนื่องจากขณะนี้ตำแหน่งคล้าย ๆ ตำแหน่งทางการเมืองละครับ ก็คือถ้าเกิดบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เข้ามาเป็นอธิการบดีก็จะมีทีมทำงานคล้าย ๆ กับมหาวิทยาลัย เมื่ออธิการบดีหมดวาระ หลายตำแหน่งก็ต้องหมดวาระตามตำแหน่งของอธิการบดีด้วย ซึ่งก็คิดว่าเป็นการพัฒนา สถาบันการพลศึกษาอย่างหนึ่ง ผมเห็นด้วยที่วุฒิสภาแก้ไข คิดว่ากฎหมายฉบับนี้รับได้ครับ ขอบคุณมากครับ