ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยสนับสนุนร่างที่คณะรัฐมนตรีเสนอ และขอให้พิจารณาเพื่อความเป็นธรรม โดยเฉพาะเรื่องการยกเลิกมาตรา 51 ที่มีความไม่เท่าเทียมกันระหว่างข้าราชการที่รับบำนาญปกติและข้าราชการที่ถูกล้มละลายทุจริต
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาต ท่านประธานที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อคณะรัฐมนตรี โดย ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้เสนอร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาในชั้นรับหลักการ ท่านประธานที่เคารพครับ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการสำคัญอยู่ ๓ หลักการ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไป บางส่วน กระผมจะเพิ่มเติมในประเด็นที่เป็นความเห็นต่างใน ๓ หลักการ หลักการที่ ๑ หลักการที่ ๒ เท่าที่ฟังเสียงสมาชิกที่อภิปรายไม่มีข้อคัดค้าน ไม่มีความเห็นต่าง เห็นด้วยกับ ร่างที่คณะรัฐมนตรีเสนอ
หลักการที่ ๑ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้มีสิทธิได้รับ บำนาญพิเศษเพราะเหตุแห่งทุพพลภาพ ได้รับบำนาญพิเศษเพิ่มสูงขึ้นเป็นการแก้ไขมาตราเดิม คือมาตรา ๔๕ มาตรานี้ประเด็นอยู่เพียงแต่ว่ากฎหมายฉบับนี้เห็นความสำคัญของผู้ที่ได้รับ บำนาญที่มีเงินรวมกันแล้วไม่ว่าจะเงินบำนาญปกติบวกกับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพ รวมกันแล้วไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาทก็จะยกให้เอา ๒ อย่างมารวมกันให้ได้ ๑๕,๐๐๐ บาท นั่นคือขั้นต่ำเป็นหลักประกันของการดำรงชีพให้สอดคล้องกับสภาวะ ของเศรษฐกิจและสังคมของบ้านเมืองในปัจจุบัน กำหนดขั้นต่ำได้ ๑๕,๐๐๐ บาท แต่การที่จะ ให้ได้ ๑๕,๐๐๐ บาท เหตุแห่งการเพิ่มถ้าจะไปเพิ่มบำนาญปกติมันเพิ่มไม่ได้ สิ่งที่จะเพิ่มได้ก็คือ บำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพก็ให้ยกตัวนั้นขึ้นมาเอา ๒ อย่างมารวมกันได้ ๑๕,๐๐๐ บาทขึ้นไป ถ้าไม่ถึงให้ได้ ๑๕,๐๐๐ บาทให้ปรับอย่างนั้น ถ้าเกิน ๑๕,๐๐๐ บาทก็จบไป นั่นหลักการ ข้อที่ ๑ เพื่อนสมาชิกสนับสนุน ผมเองก็สนับสนุน
หลักการที่ ๒ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหลักการการจ่ายบำเหน็จตกทอด ให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิได้รับ ให้สามารถนำเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับบำนาญของราชการ ส่วนท้องถิ่นที่เรียกว่า ช.ค.บ. เงินช่วยค่าครองชีพผู้รับบำนาญของราชการส่วนท้องถิ่น ส่วนใหญ่ผู้รับบำนาญหลังจากที่มีการปรับเงินเดือนของข้าราชการประจำหรือมีการปรับ เรื่องวงเงิน ข้าราชการบำนาญส่วนใหญ่จะไม่ได้รับการปรับ เพราะฉะนั้นวิธีการออกของรัฐบาล ในปัจจุบันหรือในแต่อดีตที่มาก็จะใช้มาตรการของการเพิ่มค่าครองชีพให้ การเพิ่มค่าครองชีพ ตรงนี้เองก็จะไปทดแทนส่วนที่ขาดไป กฎหมายเดิมบำเหน็จตกทอดหมายถึงที่จะให้กับทายาท ไม่ได้นำส่วนนี้มารวมคิดคำนวณให้ กฎหมายฉบับนี้ให้พิเศษครับให้นำเอาเงินช่วยค่าครองชีพพิเศษ มาบวกบำนาญปกติให้เป็นบำเหน็จตกทอดแก่ทายาทไป อันนี้ก็ได้ประโยชน์กับผู้ที่ได้รับสิทธินั้น ไม่มีผู้คัดค้าน
หลักการที่ ๓ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ให้ช่วยกันพิจารณาครับ เพราะมาตรานี้เป็นการยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิที่จะได้รับบำนาญ ของผู้รับบำนาญ ไปยกเลิกมาตรา ๕๑ เดิม ในมาตรา ๕๑ ของร่างกฎหมายเดิมเป็นการตัดสิทธิ ของข้าราชการบำนาญ หมายถึงผู้ที่ได้รับบำนาญอยู่แล้วครับท่านประธาน ร่างกฎหมายเดิม บัญญัติไว้อย่างนี้ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอ่าน
มาตรา ๕๑ ผู้ใดรับบำนาญปกติหรือบำนาญตกทอดอยู่ ถ้า
(๑) กระทำความผิดถึงต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาโทษจำคุก เว้นแต่ ความผิดในลักษณะลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือ
(๒) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
ผู้นั้นหมดสิทธิรับบำนาญปกติหรือบำนาญตกทอดตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา ถึงที่สุด
ความหมายก็คือว่าถ้ามี ๒ กรณี ถ้าผู้ที่ได้รับบำนาญอยู่แล้วต้องโทษ ผมขีดเส้นใต้นะครับ ผู้ที่ได้รับบำนาญอยู่แล้วต้องโทษหรือล้มละลายโดยทุจริตหมดสิทธิ รับบำนาญหรือบำเหน็จตกทอด กฎหมายฉบับนี้ไปแก้ไขโดยการยกเลิกมาตรานี้ทั้งหมด นั่นหมายความว่าหลักการข้อที่ ๓ เป็นการยกเลิกมาตรา ๕๑ ในกฎหมายเดิม ไม่มีบัญญัติไว้ ความหมายก็คือเป็นการให้สิทธิผู้ที่ได้รับบำนาญปกติแม้จะต้องโทษคำพิพากษาให้จำคุก จนถึงที่สุดโดยคำพิพากษาหรือถูกพิพากษาว่าล้มละลายโดยทุจริตก็ยังมีสิทธิที่จะได้รับ บำนาญไปตามปกติอยู่ ถึงแม้จะจำคุก ถึงแม้จะล้มละลาย หรือรับบำเหน็จตกทอด ที่เขาใช้สิทธิอยู่นะครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้คงต้องเป็นประเด็นที่จะต้องอภิปรายกัน พอสมควร กระผมเองผมเห็นด้วยที่จะยกเลิกมาตรานี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดถ้ากรรมาธิการรับไป ถ้าสมมุติกรรมาธิการไม่เอาด้วยกับหลักการนี้ ต้องพิจารณาในชั้นนี้ครับว่าจะรับหลักการ อย่างไร จะรับหลักการเฉพาะหลักการที่ ๑ หลักการที่ ๒ ไม่รับหลักการที่ ๓ หรือไม่ ถ้ารับหลักการไปแล้วสิทธิในการที่จะไปแก้ไขก็เข้าข่ายไปแก้ไขหลักการของกรรมาธิการ เป็นประเด็นที่ยุ่งยากในการพิจารณา ประเด็นของผมอยู่ที่ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมเห็นด้วยในการยกเลิกมาตรานี้
เหตุผลอันที่ ๑ ในพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการปี ๒๕๕๑ ที่ประกาศล่าสุดของข้าราชการทั่วไปที่ใช้กับส่วนกลางและภูมิภาค ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ เป็นต้นไป ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๓๒๕ ตอนที่ ๓๓ ก หน้า ๑ วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ เป็นการแก้ไข พระราชบัญญัติบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๒๕) ปี ๒๕๕๑ เขาไปยกเลิกมาตรานี้ทั้งมาตรา ในกฎหมายฉบับนี้ครับ ความหมายก็คือข้าราชการทั่วไปทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่รับบำนาญปกติอยู่ตามกฎหมายฉบับนี้คือบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เขาต้องโทษ เขาถูกล้มละลายทุจริตเขายังได้รับบำนาญอยู่ แต่ว่ากฎหมายบำเหน็จบำนาญข้าราชการท้องถิ่น ยังมีมาตรานี้บังคับใช้อยู่ในมาตรา ๕๑ เขียนเหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นเกิดความลักลั่น ระหว่างข้าราชการ ๒ กลุ่ม ถ้ารัฐสภาแห่งนี้ได้ตรากฎหมายบังคับใช้มาในคนกลุ่มหนึ่ง แล้วคนอีกกลุ่มหนึ่งถูกเลือกปฏิบัติ ก็เป็นข้อพิจารณาว่าท่านสมาชิกจะเห็นเป็นอย่างไร เหตุผลอันแรกสุดที่ผมสนับสนุนเพราะว่าต้องการให้ได้รับความเป็นธรรมเหมือนกับ ข้าราชการกลุ่มอื่น ๆ ที่เขาได้รับบำนาญอยู่ เพราะคนที่ได้สิทธิตรงนี้เป็นผู้ที่ได้รับบำนาญ ไม่ใช่ข้าราชการ เป็นผู้ที่พ้นไปแล้วแล้วรับบำนาญอยู่ ถ้าเขามีความผิดเขาก็ได้รับโทษ ตามที่เขากระทำ ถ้าเขาล้มละลายเขาก็ต้องได้รับโทษจากการทำล้มละลายของเขา ขณะที่เขาเป็นข้าราชการบำนาญ ประเด็นข้อห่วงใยเรื่องของการทุจริตต่อหน้าที่ราชการตรงนั้น ผมเชื่อว่าข้าราชการบำนาญไม่มีอำนาจหน้าที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ราชการ เพราะฉะนั้นคนละประเด็นกันครับท่านประธาน เฉพาะข้าราชการบำนาญที่รับบำนาญ ปกติอยู่ เพราะฉะนั้นการยกเลิกมาตรานี้เหตุผลแรกที่สอดคล้องกับข้าราชการกลุ่มอื่นนั้น ผมเห็นด้วยครับ
เหตุผลอันที่ ๒ ครับท่านประธาน บำนาญหรือบำเหน็จเป็นสิทธิผู้ที่ทำหน้าที่ ให้กับรัฐไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐพึงได้รับในการที่จะได้ผลตอบแทน เมื่อเขาเกษียณอายุราชการไป หรือหมดวาระที่เขาดำรงตำแหน่งหน้าที่ไปจะด้วยการตาย หรือลาออกอะไรก็แล้วแต่ เขาพึงได้รับเป็นสิทธิของเขาย้อนหลัง ไม่เกี่ยวข้องกับสิทธิ ที่เขาจะเกิดขึ้นในขณะที่เขาเป็นปัจจุบันเช่นโทษหรือล้มละลาย เว้นแต่การล้มละลายนั้น ไปเกี่ยวเนื่องกับการทุจริตในหน้าที่ในขณะที่เขาเป็นข้าราชการอยู่ก็ต้องว่ากันไปตาม ตัวบทกฎหมาย
ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลตรงนี้ผมเองก็กราบเรียนท่านประธานว่า ผมสนับสนุนหลักการทั้ง ๓ หลักการ และที่สำคัญครับการลงโทษของผู้กระทำผิด ข้าราชการ บำนาญกระทำผิดเขาก็ได้รับโทษแล้ว เขาก็ถูกให้ล้มละลายไปแล้ว นั่นคือโทษที่เขาได้รับ ไปแล้ว ถ้าไปเติมโทษไม่ให้ได้รับบำเหน็จบำนาญอันพึงมีพึงได้จากผลงานในอดีตของเขา ก็เป็นการลงโทษ ๒ ต่อ ลักษณะกฎหมายอย่างนี้เป็นกฎหมายเลือกปฏิบัติครับท่านประธาน ผมก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่าอยากให้เพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการช่วยพิจารณาดู ในรายละเอียดเหล่านี้และเขียนกฎหมายให้บังคับใช้คล้าย ๆ กัน เหมือนกันเพื่อความเป็นธรรม ด้วยเหตุผลที่ผมกล่าวมาทั้งหมดผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็หวังว่าสภาแห่งนี้ คงจะได้ช่วยกันพิจารณาและรับหลักการพิจารณาต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ