สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๒ กันยายน ๒๕๕๕

อัตถาวงศ์ แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน โดยกล่าวว่าผู้ที่มีอิทธิพลในหมู่บ้านอาจใช้อำนาจในการบริหารท้องถิ่น และผู้ที่มีโอกาสเข้าสู่ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านโดยง่ายมักจะไม่มีอุดมการณ์หรือจิตวิญญาณในการเสียสละ

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็จะเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ไม่ว่าจะเป็น ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรานี้ผมเชื่อว่าเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ที่มีความเห็นสอดคล้องต้องการจะเปลี่ยนแปลง เนื่องจากว่าการที่เรามีผู้น้าท้องที่ ไม่ว่าจะเป็นก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในอดีตก่อนที่เราจะเปลี่ยนมาเป็นวาระละ ๕ ปีเราก็ใช้วาระ เกษียณอายุ ๖๐ ปีกันมานาน พอมาเปลี่ยนเป็นวาระ ๕ ปีก็มีบทเฉพาะกาลให้ผู้ที่ได้รับ การเลือกตั้งก่อนที่จะประกาศใช้กฎหมายว่าท้าหน้าที่จนกว่าอายุจะ ๖๐ ปี กระทั่งทุกวันนี้ ผู้ใหญ่บ้านกลุ่มนั้นก็ยังคงอยู่ ก็มีการเปลี่ยนกลับมาใช้ ๖๐ ปี ซึ่งการเปลี่ยนกลับมาใช้ ๖๐ ปี ก็มีลักษณะที่ผิดแปลกไปจากที่เคยเป็นมาก่อนคือมีการเลือกตั้งก้านันโดยให้ผู้ใหญ่บ้าน ในต้าบลใดต้าบลหนึ่งสมัครคัดเลือกกันเองมาเป็นก้านันในต้าบล ซึ่งตรงนี้ท้าให้เห็น ความแตกต่าง แตกต่างตรงไหนครับ คุณสมบัติของผู้ใหญ่บ้านอายุครบ ๒๕ ปีสามารถที่จะ สมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านได้ คนที่ตั้งใจอยากจะเป็นก้านันก็เข้าสู่ระบบการเป็นผู้ใหญ่บ้าน สุดท้าย ถ้าหมู่บ้านใดมีจ้านวน ๑๒ หมู่บ้านก็เรียกมาครับ เรียกมาเพียง ๖ คน ๖ คนบวกกับ ตัวเจ้าของเอง ที่อยากจะเป็นก้านันเป็น ๗ คน แล้วก็ใช้ปัจจัย ใช้ความได้เปรียบในเรื่องของ ฐานะพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านในต้าบลนั้นก็สามารถที่จะเข้าสู่ต้าแหน่งก้านันอย่างง่ายดาย โดยไม่ผ่านระบบการเลือกตั้ง ถ้าลูกหลานคนใดเกิดมา ถ้าผู้ใหญ่บ้านที่เริ่มต้นเป็นก้านัน ตั้งแต่อายุ ๒๕ ปีก็ด้ารงต้าแหน่งไปอีก ๓๕ ปี คนที่เกิดมาอายุไม่ถึง ๓๕ ปีจะไม่รู้เลยครับว่า การเลือกตั้งก้านันในต้าบลเขานั้นมีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร นี่คือสิ่งหนึ่งที่ท้าให้เห็นข้อแตกต่างครับ

อีกส่วนหนึ่งก็คือในเมื่อการเข้าสู่ต้าแหน่งก้านันนั้นเข้ามาง่ายก็จะมี ผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้านนั้นเสนอตัว พอเสนอตัวมาแล้วการที่บุคคลจะมาเป็นผู้น้า ผมเชื่อว่า การจะเป็นผู้น้าในท้องที่หรือท้องถิ่นก็แล้วแต่อุดมการณ์ต้องมาก่อน ถ้าท่านไม่มีจิตใจ ไม่มีภาวะการเป็นผู้น้า ต้องการเข้าสู่ต้าแหน่งเพื่อที่จะใช้อ้านาจ ไม่คิดที่จะบริหารท้องถิ่น หรือท้องที่ผมเชื่อว่าหมู่บ้านนั้นก็จะได้ผู้น้าที่ไม่มีคุณสมบัติเท่าที่ควร จะไม่มีอุดมการณ์ จะไม่มีจิตวิญญาณของการเป็นผู้น้า จะไม่มีจิตวิญญาณของการเสียสละ ต้องการแต่ต้าแหน่ง จะไปท้าเพื่อประโยชน์ของตนเท่านั้น นี่คือสิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นในทุกหมู่บ้าน ทุกต้าบลที่ผ่านมา เท่าที่สังเกตดูก็จะเห็นนะครับว่าใครที่มีโอกาสเข้าสู่ก้านันอย่างง่าย ๆ นี้ เราในฐานะที่เป็น ผู้แทนราษฎรต้องไปประสานงานกับผู้ใหญ่บ้าน ก้านันทุกต้าบล แต่พอไปเจอก้านันประเภทนี้เราจะประสานงานได้ค่อนข้างยาก เพราะผู้น้าพวกนี้เขาจะ ไม่รู้ครับว่าความยากล้าบากในการที่จะท้ากิจกรรมร่วมกับพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านนั้น เป็นอย่างไร เพราะเราในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี่เราต้องเข้าถึงเข้าใจว่า พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านของเรานั้นต้องการอะไร มีปัญหาอะไร เราจะหวังพึ่งผู้น้าที่มาจาก ระบบนี้ค่อนข้างจะยาก เพราะเขาไม่มีทางที่จะเข้าใจความรู้สึกของพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่ผมเองเห็นสอดคล้องครับว่าการที่เราจะเปลี่ยนกลับไปใช้ระบบ ๕ ปีนะครับ จะดีกว่าที่จะให้ก้านัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ถึงวาระ ๖๐ ปี แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่ผมเองจะขอฝาก ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญก็คือในเรื่องของว่าถ้าหากเรากลับไปใช้ระบบ เลือกตั้งวาระละ ๕ ปีแล้ว ขอสิทธิครับ ให้โอกาสผู้ใหญ่บ้านที่เขาอยู่ในวาระมาก่อนหน้านั้นแล้ว อาจจะมีต้าแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ๓ ปี ถ้าเขากลับไปสมัครแล้วได้รับเลือกตั้งเป็นก้านัน ควรจะให้โอกาสให้สิทธิเขาเริ่มต้นนับ ๑ ใหม่เพื่อที่จะให้ได้อยู่ครบวาระ ๕ ปี เพราะที่ผ่านมานั้น พอเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้วไปสมัครเป็นก้านัน พอได้เป็นก้านันนับวาระต่อจากผู้ใหญ่บ้าน บางคนได้เป็นก้านันปีครึ่ง บางคนได้เป็นปีเดียว นั่นคือสิ่งที่ท้าให้เขาอุตส่าห์เสียสละลงทุน สมัครรับเลือกตั้งแต่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ก็ขอฝากท่านประธานไปยังผู้ที่จะมี โอกาสเป็นกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ