อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เสนอแก้ไขพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการประชาชนและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านทุก ๕ ปี และการแก้ไขปัญหาการใช้เงินซื้อเสียงในการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องกรรมการหมู่บ้านและร่างพระราชบัญญัติฉบับ ๕ ฉบับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมแม้ว่าจะไม่เคยเป็นก้านัน ไม่ได้เป็นลูกก้านัน แต่ก็เป็นหลานก้านัน คุณตาเป็นก้านัน คุณทวดเป็นก้านัน แล้วก็เข้าใจถึงบทบาทความส้าคัญของสถาบันก้านัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นอย่างดี ผมเห็นด้วยที่สภาผู้แทนราษฎรของเราในวันนี้ได้หยิบยก ร่างพระราชบัญญัติ ๕ ฉบับ ซึ่งมีเนื้อหาสาระคล้ายกันก็คือให้มีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งอาจจะมีเนื้อหาสาระรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องพิจารณากันในล้าดับต่อไป แต่การแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาสาระในครั้งนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วก็เป็นไปในทิศทางเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชน และสอดคล้องกับสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เดิมนั้นเราเคยมีการแก้ไขเมื่อปี ๒๕๕๑ ที่ท้าให้การเลือกตั้งก้านัน ผู้ใหญ่บ้านต้องถอยหลัง เข้าคลองไปครั้งหนึ่งก็คือการไปอนุญาตให้ก้านัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ในวาระจน ๖๐ ปี ซึ่งเป็น การให้โอกาสในการถือครองต้าแหน่งของผู้ด้ารงต้าแหน่งที่มาจากการเลือกตั้งที่ยาวนานที่สุด ในบรรดาการเลือกตั้งทั้งหลายทั้งปวง ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักของประชาธิปไตย แล้วก็ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริงของบ้านเมืองด้วยซ้า วันนี้เมื่อทั้ง ๕ ฉบับ ได้น้าเสนอร่างเข้ามาแล้ว มีทิศทางเดียวกันคือให้มีการเลือกตั้งในทุก ๕ ปีนั้นผมจึงเห็นด้วย ท่านก็ทราบนะครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้หยิบยกประเด็นปัญหาว่าในระยะ ตั้งแต่หลังจากปี ๒๕๕๑ ที่กฎหมายให้เลือกตั้งก้านัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ได้ ๖๐ ปีบังคับใช้นะครับ มันส่งผลท้าให้เกิดปัญหาใหญ่ประการหนึ่งก็คือปัญหาการเข้าสู่ต้าแหน่งของก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีการใช้เงินซื้อเสียงลุกลามกลายเป็นค่านิยมในการเลือกตั้งไป ในการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งลามมาถึงการเลือกตั้งระดับชาติ การใช้เงินซื้อเสียงเข้ามามีบทบาท อย่างน่ากลัวที่สุด แล้วก็มีการยกตัวอย่างเปรียบเทียบเรื่องการเลือกตั้งก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ต้องจ่ายเงินกันเป็นล้าน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อให้ได้ต้าแหน่งมา สิ่งนี้ไปแลกกับอะไรหรือครับ ถ้าไม่ใช่การมีเป้าหมายเพียงเพื่อการด้ารงอยู่ของตนและ การแสวงหาผลประโยชน์ในอนาคต นี่เป็นเรื่องที่มีความส้าคัญแล้วก็จะเป็นค่านิยมที่ผมคิดว่า จ้าเป็นที่พวกเราซึ่งเป็นผู้ที่มาจากการเลือกตั้งด้วยกันต้องช่วยกันหยุดยั้ง เงินที่มาจาก การซื้อเสียงไม่ใช่เงินที่ถูกกฎหมายหรอกครับ แล้วก็โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นเงินที่มาจาก กระบวนการผิดกฎหมายทั้งสิ้น เงินจากยาเสพติด เงินจากบ่อนการพนัน หรือเงินจากอื่น ๆ ที่ผิดกฎหมายถูกน้ามาใช้เพื่อการซื้อเสียงเลือกตั้งในทุกระดับเช่นนี้บ้านเมืองอยู่ไม่รอดหรอกครับ ท่านประธานครับ บทบาทส้าคัญของก้านัน ผู้ใหญ่บ้านซึ่งผมไม่ขอน้ามาพูดถึงในที่นี้ได้ครบ ทุกประเด็นนะครับ แต่ว่ามีอยู่ ๒ ส่วนใหญ่ ๆ ซึ่งผมคิดว่าอยากจะฝากไว้ส้าหรับการท้างาน ของก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน ภายหลังจากการเลือกตั้งที่มีการเปลี่ยนระบบใหม่นี้แล้วก็คือว่า บทบาทหน้าที่ประการหนึ่งของก้านัน ผู้ใหญ่บ้านก็คือการเป็นกลไกในการเชื่อมโยงราชการ ส่วนภูมิภาค เวลานี้การใช้งานก้านัน ผู้ใหญ่บ้านโดยมีเงินค่าตอบแทนที่ไม่มากนัก แต่ว่าภารกิจของก้านัน ผู้ใหญ่บ้านมีมากมายนั้น จ้าเป็นที่จะต้องมีการทบทวนกันเป็นระยะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสวัสดิการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือ ก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน ถูกใช้งานในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน แต่ก้านัน ผู้ใหญ่บ้านต้องหาซื้อปืน ด้วยตัวเอง ก้านัน ผู้ใหญ่บ้านต้องออกเงินในการซื้อน้าชากาแฟเลี้ยงดูชุด ชรบ. ที่จะช่วย ผู้ใหญ่บ้านในการออกลาดตระเวน ก้านัน ผู้ใหญ่บ้านต้องวิ่งหาเงินเพื่อที่จะตัดชุด ชรบ. ให้กับพี่น้อง ชรบ. ที่ปฏิบัติงานดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อย ผมเคยเสนอเรื่องนี้ให้กับ กรมการปกครองในระหว่างการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจ้าปีก็รับที่จะไปด้าเนินการ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีไปด้วยนะครับว่าน่าที่จะไปดูแลในเรื่องนี้เพื่อให้การท้างานของก้านัน ผู้ใหญ่บ้านในการดูแลปฏิบัติงานเพื่อรับใช้นโยบายของราชการส่วนภูมิภาคสามารถเป็นไปได้ ด้วยความราบรื่น การดูแลเรื่องยาเสพติดก็เช่นกัน หรือแม้กระทั่งเรื่องของภัยพิบัติ ตามธรรมชาติซึ่งเกิดขึ้นแล้วคนที่เข้าไปแบกรับต่อหน้างานมากที่สุดก็คือก้านัน ผู้ใหญ่บ้านนี่แหละ เพราะฉะนั้นถ้าคนเหล่านี้ไม่มีกลไกที่ดีพอ ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่เพียบพร้อมในการดูแล พี่น้องประชาชนเขาก็ท้างานไม่ได้เต็มที่ วันนี้ก้านันมีเงินเดือน ๑๐,๐๐๐ บาท มีผู้ช่วยอยู่ ๓ คนซึ่งเป็นผู้ช่วยที่มาจากผู้ใหญ่บ้าน ก็เงินเดือนคนละ ๓,๐๐๐ บาท ก็ได้แถมสารวัตรก้านัน อีก ๒ คน ได้แพทย์ประจ้าต้าบลมาอีกคนหนึ่ง แต่กลไกเหล่านี้จ้าเป็นที่จะต้องปรับให้เข้ากับ สถานการณ์ด้วย ไม่ใช่เป็นต้าแหน่งที่ตั้งมาเพื่อเป็นโบนัสให้กับก้านัน ต้าแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ๓ คนที่ตั้งมาก็ไม่ใช่เป็นโบนัสเพื่อที่จะแจกจ่ายให้กับคนที่ใกล้ชิด ผู้ใหญ่บ้านประการเดียว ต้องแจกจ่ายไปเพื่อที่จะให้เขามีบทบาทมีภารกิจ เงินแม้จะจ้านวนน้อย ๕,๐๐๐ บาทแต่ว่ามีความหมายและถ้าเราได้มอบหมายภารกิจที่ชัดเจนในการช่วย ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยก้านันจริง ๆ ผมคิดว่าก็จะเป็นประโยชน์
ในประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะฝากไว้ก็คือว่าเรามีกรรมการหมู่บ้าน ในแต่ละหมู่บ้าน เรามีกรรมการหมู่บ้านแต่เราลืมไปเสียแล้ว เพราะว่าเราใช้งานเพียงผู้ใหญ่บ้าน ใช้งานผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจากนั้นก็จบ แต่ว่ากลไกของกรรมการหมู่บ้านมีความส้าคัญ องค์ประกอบของกรรมการหมู่บ้านมีผู้ใหญ่บ้านเป็นประธาน มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ๓ คนก็เป็น กรรมการ มีสมาชิกสภา อบต. หมู่บ้านละ ๒ คนมาเป็นกรรมการ นอกจากนั้นก็มีตัวแทน กลุ่มอาชีพ กลุ่มองค์กร ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนกลุ่มบ้านต่าง ๆ เข้ามาเป็นกรรมการ แต่ปัญหา ที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ คนเหล่านี้เขาได้รับเกียรติเป็นกรรมการหมู่บ้านก็จริง แต่ว่าเขาไม่มี เครื่องไม้เครื่องมือ เขาไม่มีสิ่งจูงใจในการมาประชุมร่วมกับผู้ใหญ่บ้านในการประชุมเนื้อหา สาระที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมเคยเสนอเรื่องนี้ว่ากรรมการหมู่บ้านมีเบี้ยประชุม ให้เขาบ้างได้ไหม กรมการปกครองสามารถที่จะเสนอตั้งงบประมาณไปให้กับผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเป็นขวัญก้าลังใจในการปฏิบัติงานของกรรมการหมู่บ้าน แน่นอนครับ ถ้าประชุมกรรมการหมู่บ้านนี่ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อบต. สามารถเข้าประชุม ได้อยู่แล้ว เพราะเขามีเงินเดือนอยู่แล้ว แต่คนที่เป็นตัวแทนเหล่านั้นน่าที่จะจัดเบี้ยประชุม ให้กับเขาซึ่งใช้เงินไม่มากหรอกครับ ผมคิดว่ามันจะสร้างการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ กิจการของหมู่บ้านได้เป็นอย่างดี นั่นคือสาระที่อยากจะฝากไว้ แต่ประเด็นที่ผมอยากจะน้าเสนอ เพื่อผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นก็คือว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับ ที่น้าเสนอนี้ แม้จะมีทิศทางการแก้ไขกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่คล้ายกัน แต่มีสาระอันหนึ่งที่ไม่เหมือนกันก็คือบางฉบับมีการเสนอเฉพาะเรื่องก้านัน คือฉบับของท่านประเสริฐ บุญเรือง ขออภัยที่เอ่ยนาม นี่เฉพาะเรื่องก้านันอย่างเดียว ท่านที่ ๒ ท่าน ส.ส. นพคุณ รัฐผไท มีบทเฉพาะกาลขึ้นมา เป็นบทเฉพาะกาลที่บอกว่าให้ก้านัน ผู้ใหญ่บ้านที่ด้ารงต้าแหน่งอยู่เดิมเป็นอยู่ต่อไปจนครบอายุ ๖๐ ปี ของท่าน ส.ส. นิยม วรปัญญา ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน ของท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ก็มีลักษณะเป็นในทิศทาง เดียวกัน ยกเว้นของท่าน ส.ส. พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ที่ระบุว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้ออกมา ก้านัน ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นอยู่อยู่ได้อีก ๕ ปี เนื้อหาเหล่านี้ถูกก้าหนดไว้ในหลักการ ของการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมจะต้องซักถามประธาน ก็คือว่าเมื่อเราจะรับหลักการกฎหมายฉบับนี้เราจะรับหลักการของทั้งหมดหรือไม่ ถ้ารับหลักการของทั้งหมดเมื่อน้าไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญจะใช้ร่างใด เป็นร่างหลัก และถ้ารับหลักการทุกหลักการนั่นก็แสดงว่าหลักการที่มีความขัดแย้งกัน เราก็โยนให้กรรมาธิการไปตัดสินแล้วก็จะเป็นปัญหาในอนาคต เมื่อกลับเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ จะมีการแก้ไขกันในทิศทางใดนั้นก็อีกเรื่อง แต่ผมคิดว่านี่เป็นปัญหาในเชิงเทคนิคที่จะเกิดขึ้น แล้วก็ขอให้เราได้ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบด้วย ส้าหรับผมแล้ว ท่านประธานครับ การที่เราก้าหนดบทเฉพาะกาลไว้ให้ผู้ที่ด้ารงต้าแหน่งอยู่ได้จน ๖๐ ปีเหมือนกับที่ ๔ ร่าง ก้าหนดไว้นั้นจะเป็นปัญหาในอนาคตแน่นอน เพราะเราก็จะเกิดความลักลั่นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เมื่อเป็นกฎหมายแล้วมันไม่ได้มี ผลบังคับใช้ทั่วทุกพื้นที่เท่าเทียมกัน บางพื้นที่ที่ผู้ใหญ่บ้านอายุ ๓๐ ปี นั่นหมายความว่า กฎหมายที่เราจะแก้ไขในวันนี้จะไปมีผลเอาเมื่ออีก ๓๐ ปีข้างหน้า บางพื้นที่ที่ผู้ใหญ่บ้านอายุ ๕๘ ปี ๕๙ ปี ก็อีก ๒ ปี ๓ ปีข้างหน้ากฎหมายนี้ก็มีผลบังคับใช้ นี่คือความลักลั่นที่จะเกิดขึ้น และเราจะต้องรับผิดชอบกับการตัดสินใจออกกฎหมายในลักษณะเช่นนี้ด้วย ก็อยากจะฝาก ประเด็นเหล่านี้ไว้ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นมาได้พิจารณาโดยรอบคอบด้วย กราบขอบพระคุณครับ