เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือเรื่องการนำเสนองบประมาณของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเรียกร้องการอ้างอิงข้อมูลที่เป็นจริงและถูกต้องในการนำเสนอ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องค่านิยมที่ไม่เห็นด้วยกับการทุจริต และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบการใช้งบประมาณเพื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการเจรจา 2 ฝ่าย เพื่อยุติโดยเร็วและหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง และยังหารือเรื่องการสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี และเสนอให้ทุกฝ่ายตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นอารยประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็ได้ดูรายงานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติซึ่งชื่อ ก็มีความส้าคัญอยู่แล้ว ก็ดีใจ ผมไม่อยากอภิปรายซ้ากับท่านอื่น ๆ แต่เท่าที่ดูจดหมายที่ส่งมา ใน พ.ร.บ. ของท่านมิใช่เป็นองค์กรเพื่อต่อรองผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด อยากจะให้ท่านเอาอันนี้ไปใช้ เพราะว่าเท่าที่ฟังสมาชิกผู้ทรงเกียรติมานี่รู้สึกท่านไม่เป็นกลาง ไม่ว่าฝ่ายไหน ท่านประธาน เอาตรงไปตรงมา ผมไปดูงบประมาณที่ท่านรายงานมาปี ๒๕๕๓ ท่านได้งบประมาณไป ๑๗๘ ล้านบาท ใช้ไปคงเหลือ ๒๘ ล้านบาท แต่ท่านได้เรื่อง ๑๔ เรื่อง เฉลี่ยแล้วท่านเสนอให้รัฐบาลชุดที่แล้ว ๑๒ ล้านบาทต่อเรื่อง ท่านดูว่าคุ้มค่าไหม ท่านต้อง ไปดูด้วย แต่เห็นคนในสภามันเยอะ แล้วก็มาหลากหลายก็เป็นเรื่องที่ดี ท่านประธานครับ ข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่านจะรับท่านก็ฟังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไป โดยเฉพาะในสภานี้ท่านก็ฟังหูไว้หู ท่านเป็นองค์กรทางวิชาการอันหนึ่ง ต้องไปหาข้อมูลที่เป็นจริงแล้วก็มีอ้างอิงได้ด้วย มันถึงจะเป็นที่น่าเชื่อถือ เพราะฉะนั้นในรายงานของท่านต้องมีเรฟเฟอเรนซ์ (Reference) ดีแล้ว มีการอ้างอิง ท่านประธาน ผมสนใจอยู่ ๔ เรื่อง เดี๋ยวท่านตอบหน่อยก็แล้วกันว่า ท้าไม ๑๔ เรื่อง ผมสนใจอยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องค่านิยมต่อต้านทุจริต ท่านเสนอรัฐบาลชุดที่แล้ว ๒๖ มกราคม ๒๕๕๓ บอกว่ามีเอแบคโพลส้ารวจเมื่อวันที่ ๒๕-๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๒ ประชาชน ๘๔.๕ เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าการโกงเป็นเรื่องปกติในการท้าธุรกิจ แสดงว่า สถานการณ์ตอนนั้นมีการโกงกันมากใช่ไหม ๕๑.๕๒ เปอร์เซ็นต์ยอมรับได้ที่มีรัฐบาลทุจริต แล้วท้าให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง แล้วความรุนแรงของการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ในประเทศไทยนี่ก็ไม่ได้ลดลง เห็นไหมครับ ผมสนใจข้อนี้นะครับ ท่านน้าเสนอรัฐบาลไปแล้ว บอกว่าควรจะให้เป็นวาระแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาเพราะเป็นนโยบายที่ส้าคัญ แล้วก็ให้แก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการทุจริตหลายฉบับ ผลก็คือรัฐบาล ให้กระทรวงอื่น ๆ ไปท้า แล้วก็ให้กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็อีกหลายกระทรวงไปเผยแพร่แค่นั้นเอง ผมอยากจะให้ท่านศึกษาต่อ แล้วจะให้ ท่านตอบด้วยว่าในปัจจุบันนี้ที่รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์มาเป็นรัฐบาลนี่มีนโยบายหลักเลยก็คือ ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน เราอยากให้ท่านศึกษาว่ามันเปรียบเทียบกันแล้วมันลดลงไหม เพราะว่างบประมาณที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้มีการใช้เลยก็ยังมีการกล่าวหาว่ามีการโกงกันไปแล้ว ซึ่งมันเป็นเรื่องประหลาด อยากให้พูดความจริง ขอให้ท่านติดตามต่อเนื่อง และให้ตรวจสอบ งบประมาณปี ๒๕๕๓ ในปีที่ท่านเสนอว่ามันโปร่งใส มีปัญหาอะไรหรือเปล่าด้วยเพื่อจะได้มา เปรียบเทียบกับปี ๒๕๕๕ หรือปี ๒๕๕๖ ปีปัจจุบันนี้
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องที่ ๘ ทางออกประเทศไทยจากภาวะวิกฤติ เสนอเมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๓ ก็เหมือนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดไป ท่านได้เสนอว่าการแก้ไข วิกฤติตอนนั้นได้มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง ไม่มีอาวุธร้ายแรงละครับ มีแต่หนังสติ๊กกับไม้ เพราะว่าถูกทหารยิงตายก็ต้องป้องกันตัว ท่านเสนอให้ใช้วิธีทางการเมือง ซึ่งต้องท้า โดยสันติวิธีและหลีกเลี่ยงการกระท้าโดยใช้ความรุนแรง อันที่ ๑ นะครับ อันที่ ๒ เพื่อให้ ปัญหาคลี่คลายยุติโดยเร็วอยากให้มีเจรจา ๒ ฝ่ายโดยท่านจะเป็นตัวกลาง ท่านก็ไปยื่นให้ แล้วมีรูปถ่ายด้วย ผมอยากให้ท่านติดตามดูว่าผลจากที่ท่านเสนอไปแล้วก็หายไปเลย ไม่มีการน้าเข้าเสนอ ครม. คุณวีระกานต์ก็มีคุณก่อแก้วมารับ อยากให้ท่านติดตามผลว่า ที่ไม่ท้าตามที่ท่านเสนอแล้วมันเกิดเหตุการณ์ที่ประชาชนคนไทยด้วยกันถูกฆ่าตายกลางถนน กลางเมืองหลวงในประเทศพุทธศาสนา ๙๘ ศพ ไม่ว่าทหารหรือว่าพลเรือนนะครับ และบาดเจ็บอีก ๒,๐๐๐ คนมันเป็นอย่างไร ท่านไม่ต้องไปเกี่ยวกับของคุณคณิต อะไรก็แล้วแต่อยากให้ศึกษาขึ้นมา ผมอยากให้มีข้อมูลหลาย ๆ ฝ่ายมายืนยันจริง ๆ ว่า มันเป็นอย่างไร เอาความจริงมาเปิดเผย ท่านประธานครับ เรื่องต่าง ๆ เราอาจจะ กล่าวกันไปกล่าวกันมาได้ แต่ผมยังเชื่อว่าท่านเป็นกลาง
เรื่องที่ ๓ แนวทางสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี ซึ่งเสนอเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ แล้วท่านให้เหตุผลว่า ธุรกิจขนาดกลางมี ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ ขนาดย่อม ๙๙.๓ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้วเป็น ๙๙.๗ เปอร์เซ็นต์ ของวิสาหกิจทั้งหมดซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของประเทศ แต่น้ารายได้ให้เพียง ๒๕.๕ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี (GDP) แค่นั้นเอง ซึ่งนโยบายของรัฐบาลชุดนี้อยากจะเห็นเศรษฐกิจภายในเติบโต เยี่ยงอารยประเทศ ยิ่งมีการใช้เงินซื้อขายของที่ผลิตในประเทศไทยยิ่งดี ผมอยากให้ท่านไปดูว่า ผลที่ท่านแนะน้า โดยเฉพาะท่านไปเสนอว่าควรจะมีนโยบายปล่อยเงินกู้ให้การท่องเที่ยว ๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านยังแนะน้าว่าควรจะเพิ่มเป็น ๑๐,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็ส่งไปให้ ครม. ยังไม่ได้รับค้าตอบจาก ครม. เลย ซึ่งมันก็ตรงกับนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่อยาก จะเห็นการใช้เงินในประเทศ แล้วก็กระตุ้นคนมาท่องเที่ยวมาใช้จ่ายเงินในประเทศไทย แล้วก็มีการสนับสนุนเงินลงไปในงบประมาณเป็นจ้านวนมาก ผมอยากให้ท่านศึกษาเรื่องนี้ต่อ เพราะว่าหลาย ๆ อย่างท่านท้าเหมือนมันขาดตอน เรื่องที่เป็นปัญหาของสังคมควรจะ ต่อเนื่องกัน แล้วรัฐบาลนี้ก็ได้ด้าเนินการอย่างนี้อยู่แล้ว ผมอยากให้ท่านศึกษาดู ท่านประธานครับ มีเพื่อนสมาชิกบอกว่าหนังสือของท่านควรจะเอาไปให้ห้องสมุดหรือว่า ใช้เป็นอาวุธ ผมเลยนึกถึงว่าวันนั้นที่ท่านประธานถูกอาวุธนี่แหละครับหนัก ๆ ก็อันตราย เหมือนกัน แต่ท่านประธานครับอันนี้มีการสิ้นเปลืองเยอะ ในฐานะผมเป็นอนุกรรมาธิการ ดูแลงบประมาณฝึกอบรม ถ้าผมทราบอย่างนี้ผมจะตัดงบประมาณท่านเพิ่มนะครับ มันหนักเกินไป ท่านควรจะใช้พวกไอที (IT) ต่าง ๆ เพราะว่าไปอยู่ห้องสมุดเด็กมันไม่ดูแล้ว ยกเว้นคนบางคน แล้วใช้อ้างอิงได้ เอาไปไว้ตามห้องสมุด ในเมื่อมีสมาชิกอยากจะฝากให้ ท่านท้าหลาย ๆ อย่าง ผมอยากจะฝากสัก ๓-๔ เรื่องนะครับ อยากให้ท่านศึกษาการใช้ งบประมาณขององค์กรอิสระของท่านด้วยนั่นละครับ องค์กรที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ มีเยอะแยะเลยนะครับ องค์กรมหาชนว่ามันคุ้มค่าไหม เพราะเท่าที่ผมดูเงินเดือนก็สูง แล้วเงินที่เอาไปใช้ก็เอาไปใช้สร้างส้านักงาน เงินที่จะลงไปจริง ๆ มันน้อย ผมอยากดู ในความคุ้มค่ามากกว่า เพราะถ้าท่านช่วยได้ประเทศจะดีขึ้นเยอะ เพราะงบประมาณของเรา มีเยอะก็จริง แต่พวกนี้เหมือนถังก้นรั่ว มันต้องให้ครับ เพราะว่าเกิดขึ้นตามกฎหมาย อยากให้ดูช่วยกันประหยัดนะครับ อันที่ ๑ นะครับ อันที่ ๒ เรื่องของเยาวชนกับการศึกษา เพราะประเทศที่เจริญแล้วนี่เยาวชนเขาให้การศึกษาดีมาก โดยเฉพาะทางประเทศ ในกลุ่มสแกนดิเนเวียเขาดูแลเด็กก่อนวัยเรียน แล้วก็เด็กในช่วงปฐมวัยดีมาก ผมจะให้ท่านดู แล้วก็มาแนะน้ารัฐบาลด้วย
อีกอันหนึ่งอันสุดท้าย เรื่องพลังงานที่มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไป ผมเป็นกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่องพลังงานเราพูดกันมาเยอะ ๆ เราไม่เคยสรุปสักที โดยเฉพาะพลังงานทดแทนคือเอธานอล มันมีบทสรุปเรียบร้อยแล้ว ผมอยากให้ท่านศึกษาดูแล้วก็มายืนยัน เพราะว่าทางคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเราก็ศึกษาเหมือนกัน ถ้าตรงกันจะได้ช่วยผลักดันให้มีการใช้พลังงานที่ผลิต ในประเทศไทย เพราะเอธานอลเราผลิตเยอะแต่ขายใช้น้อยไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ขายส่งออก สักเกินครึ่งอย่างนี้มันเสียหาย แล้วก็เอธานอลผลิตจากผลิตภัณฑ์ทางเกษตรด้วย เวลาผลิตผลทางเกษตรโดยเฉพาะมันส้าปะหลังราคาตกก็อาจจะเอามาใช้ได้ ท่านประธานครับ ผมให้ก้าลังใจท่านกรรมการสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มาชี้แจง ขอให้ท่าน ยืนหยัดในที่ผมกล่าวครั้งแรกว่าเป็นกลางจริง ๆ แล้วก็ไม่ต้องมองอะไร ให้ประเทศไทย มันเป็นอารยประเทศเสียทีครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ