ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร หารือเรื่องวิกฤติปัญหาภาษาไทยในปัจจุบัน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาภาษาไทย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๔ ในเขตอ้าเภอบ้านโป่ง พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี ในหัวข้อเรื่องวิกฤติปัญหาภาษาไทยในปัจจุบัน เริ่มต้นก็คงจะเป็นที่ทราบดีว่าในปัจจุบันนี้ วิถีแห่งเทคโนโลยีและการสื่อสารไร้พรมแดนท่ามกลางกระแสสังคมที่มีค่านิยมทางวัตถุ ที่นับวันนี้จะเพิ่มทวีคูณอย่างไม่หยุดยั้ง ในขณะที่ประวัติศาสตร์ความเป็นชาติไทย วัฒนธรรมไทย ภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาประจ้าชาติก้าลังจะถูกละเลยลืมเลือนไป และปัจจุบันนี้ก็พบว่า ความโน้มเอียงในเรื่องของการเอียงเข้าหาวัฒนธรรมตะวันตกนั้นเพิ่มมากขึ้น มีแนวโน้ม ที่จะถูกครอบง้าอย่างถาวร เราเห็นได้ชัดในข่าวสารบ้านเมืองในปัจจุบันนี้ และปัญหา ด้านการเรียนการสอนในเรื่องของภาษาไทยพบว่าบุคลากรทางด้านภาษาไทย การพัฒนาทางนี้ ค่อนข้างจะเป็นไปได้น้อย เป็นสิ่งที่เป็นความห่วงใยที่อยากจะกราบเรียนไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรี และวันนี้ก็ได้มีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการมานั่งกัน อยู่ตรงนี้ ก็ฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วยนะคะ อันหนึ่งอันใดอาจจะ เป็นนโยบายส่วนหนึ่งที่จะใช้ในการบรรจุในการเรียนการสอน ปัญหาที่เราพบกันในปัจจุบันนี้ จะเป็นปัญหาของเรื่องภาษาไทยที่เป็นการพูดที่ไม่ชัด ใช้ค้าที่ไม่ถูกต้อง พูดวกวน หรือที่จะ เห็นกันก็อาจจะมีการสร้างค้าศัพท์ใหม่ ๆ ซึ่งท้าให้สื่อความหมายของภาษาไทยนั้นผิดเพี้ยน ส่วนการเขียนก็มักจะมีการเขียนในลักษณะที่ผิดความหมาย ซึ่งเราจะเห็นกันได้มาก ในหมู่วัยรุ่นที่นิยมริเริ่มสร้างค้าศัพท์ใหม่ ๆ และการอ่าน อ่านกันออกเสียงไม่ถูกต้อง จับใจความไม่ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่จะสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤติปัญหาภาษาไทย ของชาติเรา และเป็นที่น่าวิตกและกังวลใจอย่างยิ่ง หลายครั้งที่พบว่าเด็กและเยาวชน อ่านภาษาไทยไม่ได้ตามหลักเกณฑ์การศึกษาขั้นพื้นฐานในแต่ละระดับชั้น ขณะที่ปัจจุบันนี้ ครอบครัวสมัยใหม่นิยมที่จะส่งบุตรหลานไปเรียนในต่างประเทศตั้งแต่ยังเล็ก ๆ ท้าให้ใช้เวลา เรียนหนังสือในภาษาต่างชาติมาก แล้วก็ไม่มีโอกาสที่จะเรียนภาษาไทยทั้ง ๆ ที่เป็นคนไทย แล้วก็เมื่อกลับมาถึงประเทศบ้านเกิดประเทศไทยของเรานี่ไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ชัดเจน จะมีส้าเนียงที่คล้ายจะเป็นประหนึ่งลูกครึ่งต่างชาติผสมกันเวลาพูดภาษาไทย หรือยิ่งกว่านั้น ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือไม่สามารถที่จะอ่านภาษาไทยได้ นั่นก็คืออ่านไม่ออก และที่หนักข้อขึ้นไปกว่านั้นก็คือถ้าพูดถึงเรื่องการเขียนเด็กเหล่านั้นไม่สามารถเขียนได้เลย นี่คือเป็นสิ่งที่น่ากังวลใจว่าเด็กไทยในครอบครัวที่มีอันจะกินเกิดวิกฤติปัญหาภาษาไทย ในชีวิตเข้าแล้ว อีกทั้งเรายังพบได้ว่าครูผู้สอนภาษาไทยในโรงเรียนไม่มีความรู้แตกฉานเพียงพอ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็อยากจะให้รัฐบาลได้น้าเอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นต้นแบบที่จะเสนอ ในความเป็นภาษาไทย ในเมื่อชาติบ้านเมืองของเรามีภาษาเป็นของตัวเอง แล้วก็หลายชาติ ที่จะต้องใช้ภาษาอื่นเป็นภาษาแม่ แต่เรามีภาษาไทยเป็นภาษาของเราเองด้ารงความเป็น เอกลักษณ์ของเราเอง จึงจะฝากไว้ว่าถ้าอย่างไรก็ตามในลักษณะการศึกษาขั้นพื้นฐาน อยากจะให้บรรจุสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นความเข้มข้นของเรื่องความเป็นไทยไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ประวัติศาสตร์ชาติไทย วัฒนธรรม ประเพณีและเน้นไปถึงเรื่องภาษาไทยจะเป็นการอ่าน หรือการเขียนยกให้มาเป็นระดับ ๑ ในการที่จะมีบทวิเคราะห์หรือบทสรุปว่านักเรียน เรียนวิชาอะไรได้ดีไม่ค่อยมีใครพูดถึงนักว่าทอป (Top) หรือที่เรียกว่าเป็นเอก คะแนนที่ ๑ ในเรื่องของภาษาไทย แต่มักจะมุ่งกันไปที่ภาษาอังกฤษ ภาษาต่างชาติ คณิตศาสตร์ แม้กระทั่งมีการบรรจุลักษณะ ๒ ภาษาไว้ในโรงเรียน แล้วก็มีโรงเรียนนานาชาติซึ่งนับวัน เพิ่มมากขึ้น ก็เป็นสิ่งที่จะหันกลับมามองว่าประเทศไทยตรงนี้ก้าลังจะละเลยไป เป็นความห่วงใยที่ดิฉันส่งถึงรัฐบาลว่าภาษาไทยชาติบ้านเมืองของเรามีความเป็นมาอย่างไร จะต้องด้ารงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของความเป็นไทยก็ขอฝากไว้ด้วย ในขณะที่ครอบครัวในลักษณะ ฐานล่างยังต้องฟันฝ่าวิกฤติทางด้านเศรษฐกิจ ยังต้องหาเช้ากินค่้า แล้วก็ยังมีปัญหาทางสังคม ซึ่งต้องแก้ไขกัน อยู่ในพื้นที่ที่อาจจะไม่ได้รับความสะดวกสบายนักหรือบางพื้นที่ก็อาจจะเป็น สิ่งที่ไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพราะฉะนั้นหลาย ๆ ครอบครัวในประเทศนี้ ก็ต้องฟันฝ่าสิ่งเหล่านี้ และอีกทั้งความก้าวล้าทางเทคโนโลยีนี้ยิ่งห่างไกลไปเลย ส้าหรับครอบครัวระดับล่างซึ่งมีฐานะที่ยากจน ดิฉันจึงขอให้รัฐบาลนี้ให้ความส้าคัญ กับการวางรากฐานทางด้านการศึกษาอย่างจริงจัง ดิฉันไม่ได้ปฏิเสธว่ารัฐบาลก้าลังท้างาน ทางด้านการศึกษาแล้วก็วางโครงสร้างอย่างเข้มแข็ง แต่อยากจะให้ยกระดับความเป็นไทย ให้หนักแน่นขึ้นในวิถีของโลกปัจจุบันนี้ ในขณะที่เราก้าลังสู่โลกาภิวัตน์ก็ดี เพราะฉะนั้น ในแง่บทร้อยแก้วร้อยกรอง ละคร โขน วัฒนธรรมของไทยที่อยู่ในปัจจุบันนี้ก็ฝากไว้ให้ ผู้บริหารในกระทรวง ทบวงต่าง ๆ นี่ได้หยิบยกขึ้นมาเป็นงานชิ้นเอก ฉะนั้นตรงนี้ก็คงจะเป็น เรื่องของการปลูกจิตส้านึกด้วย แล้วก็ในความรักที่เป็นความรักในภาษาไทยซึ่งคงจะต้อง ด้ารงอยู่ถาวรตลอดไป ค้าถามที่ดิฉันจะถามรัฐบาลวันนี้ก็คงจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับว่ารัฐบาล มีนโยบายปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภาษาของชาติไทย เพื่อให้ด้ารงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยอย่างมีมาตรฐานอย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ