สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๖ กันยายน ๒๕๕๕

ศักดา คงเพชร พูดถึงปัญหาภาษาไทยในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำความสำคัญของการเรียนรู้ภาษาไทย และรัฐบาลได้ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภาษาของชาติ เพื่อให้ได้เอกลักษณ์ของความเป็นไทยอย่างมีมาตรฐาน และเรียกร้องการพิจารณาการนำหลักสูตรไปใช้ในสถานศึกษา

นายศักดา คงเพชร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศักดา คงเพชร ส.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม เรื่องวิกฤติปัญหาภาษาไทยในปัจจุบัน ก่อนอื่นก็คงจะต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ที่ให้ความสนใจแล้วก็ห่วงใยในการจัดการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนของไทยเรา ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภาษาของชาติ เพื่อให้ด้ารงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยอย่างมีมาตรฐาน

๑.๑ รัฐบาลก็ปรับปรุงหลักสูตรทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภาษาของชาติเพื่อให้ด้ารงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยอย่างมีมาตรฐาน โดยส้านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ประกาศการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เพื่อให้หน่วยงานระดับท้องถิ่นและสถานศึกษาทุกสังกัด น้าไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตรและจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเยาวชนวัยเรียนทุกคนในระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานมีความรู้และทักษะที่จ้าเป็นส้าหรับเป็นเครื่องมือในการด้ารงชีวิตในสังคม และแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยหลักสูตรนั้นได้ก้าหนดให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม ซึ่งเป็นกลุ่มสาระใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่สถานศึกษาระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานต้องน้าไปจัดการเรียนนะครับ

๑.๒ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มีมาตรฐานการเรียนที่เป็นตัวก้าหนดคุณภาพของผู้เรียนรวม ๑๒ ปีนะครับ โดยผู้เรียน จะบรรลุเป้าหมายได้ต้องผ่านการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ ๑. ภาษาไทย ๒. คณิตศาสตร์ ๓. วิทยาศาสตร์ ๔. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๕. สุขศึกษาและ พลศึกษา ๖. ศิลปะ ๗. งานอาชีพและเทคโนโลยี ๘. ภาษาต่างประเทศ ซึ่งสาระและ มาตรฐานการเรียนรู้คุณภาพผู้เรียน ๑๒ ปีก็จะเป็นตัวชี้วัด ซึ่งในปีการศึกษาประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงปีที่ ๖ และมัธยมศึกษาตอนต้นปีที่ ๑ ถึงปีที่ ๓ เป็นการศึกษาภาคบังคับอยู่แล้ว ก็จะเป็นตัวชี้วัดช่วงชั้นในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายด้วยนะครับ แล้วสถานศึกษาต้องน้า หลักสูตรแกนกลางนี่ไปท้าหลักสูตรของสถานศึกษาแล้วก็การจัดการเรียนรู้ โดยผู้เรียน ต้องเรียนรู้ผ่านตัวชี้วัดชั้นปีด้วยในช่วงชั้นที่ก้าหนดไว้ใน ๘ กลุ่มสาระ โดยค้านึงถึงวิสัยทัศน์ และจุดหมาย สมรรถนะส้าคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของหลักสูตรด้วย

๑.๓ กระทรวงศึกษาธิการถือว่าเรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภาษาของชาติ นี่เป็นนโยบายหลักในการจัดการศึกษามาโดยตลอด ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจะปรากฏ ในสาระการเรียนรู้ในวิชาสังคมศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ซึ่งก้าหนดเป็นรายวิชา วิชาประวัติศาสตร์ จ้านวน ๔๐ ชั่วโมงต่อ ๑ หน่วยกิต ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานทั้งสิ้น แล้วส่วนหนึ่งก็เป็นภาษาของชาติ แล้วก็ภาษาไทยปรากฏชัดในสาระของการเรียนรู้ภาษาไทย เป็นสาระหลักในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ แล้วก็กระทรวงศึกษานี่ เรื่องการอ่านออกเขียนได้ การอ่านคล่องเขียนคล่องและการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ตัวนี้ก็จะปลูกฝังคุณธรรมความส้านึกความเป็นชาติไทยลงไปในหมวดวิชาด้วย แล้วก็วิถีชีวิต ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็จะอยู่ในหลักสูตรนะครับ ซึ่งที่ผ่านมานั้นทางสังคม ก็มีความเป็นห่วงเรื่องการใช้แท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็จะเป็นห่วงว่าเรื่องการคัดลายมือ การพูดภาษาไทย ซึ่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้นก็ได้ประชุมกันเรื่องนี้ครับ ก็บอกว่า สังคมที่เป็นห่วงกลัวลายมือของเด็กจะไม่สวยในการเขียนภาษาไทยและการพูดภาษาไทย แล้วเด็กของเราปัจจุบันเด็กอายุ ๙ ขวบก็ใช้ชั่วโมงเรียนต่อปีก็สูงอันดับ ๑ ของโลก ๑๐ ขวบ ๑๑ ขวบ ก็สูงอันดับ ๒ ของโลก เราก็ได้ค้านึงถึงจุดนี้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเพิ่มเวลาเรียน เข้าไป แต่ก็มีการประชุมว่าเราจะต้องพัฒนาเทคนิคการเรียนและเทคนิคการสอนตลอดจน ครูภาษาไทย โดยอาศัยการกระตุ้นให้เด็กมีความสนใจในการที่จะเขียนแล้วก็คัดลายมือแล้วก็การพูด ภาษาไทย ก็จะมีโครงการที่เรียกว่าโครงการรักษ์ภาษาไทยของเราโดยส้านักงานเลขาธิการ สภาการศึกษาก็มีการจัดประกวดคัดลายมือหัวข้อทศพิธราชธรรมระดับประถมศึกษาปีที่ ๔ ถึงปีที่ ๖ และชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นแล้วก็ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายด้วย แล้ว ปวส. ปวช. และอุดมศึกษาชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะครับ และส่งเสริม การเขียน การคัดลายมือ การเขียนเรียงความ โดยจะมีการแข่งขันกระตุ้นเด็กในห้องให้ได้มี ความสนใจการแข่งขันเองในห้องเรียนในระดับชั้น ระดับโรงเรียน ระดับจังหวัด ระดับ ภูมิภาค แล้วก็ระดับประเทศ ก็เป็นที่น่าดีใจนะครับที่เยาวชนได้สนใจส่งประกวดคัดลายมือ เข้ามานับเป็นหมื่น ๆ คน นอกจากนี้ยังมีผู้ปกครองของเด็กชั้นอนุบาลโทรศัพท์มาสอบถาม อยากจะส่งลูกในชั้นอนุบาลมาแข่งขันในการคัดลายมือด้วย แม้แต่มีคนพิการไม่มีมือแต่ใช้ เท้าเขียนแล้วเขาถ่ายภาพมาด้วยเพื่อส่งเข้ามาประกวดในการคัดเลือกคัดลายมือ ซึ่งก็จะมี ศาสตราจารย์อัจฉรา ชีวพันธ์ ข้าราชการบ้านาญ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในการคัดเลือกผลงานเป็นหมื่น ๆ ชิ้นของเด็กทุกระดับชั้น แต่ปรากฏว่าที่ส่งมานี่ เด็กส่วนหนึ่งก็ได้สะกดค้าผิดเนื่องจากการใช้ไม้บรรทัดและการเขียนเบียดค้าคือการเว้นช่องไฟ ชิดกันเกินไป แล้วเขียนบอดด้วยนะครับ หัวอักษรทึบเกินไป อันนี้ก็จะเป็นตัวหนึ่งที่เรา สามารถที่จะรู้ว่าปัจจุบันเด็กไทยจะมีความบกพร่องในประเด็นใดบ้างเพื่อที่จะให้อาจารย์ที่สอน น้าไปแก้ไขในข้อบกพร่องต่าง ๆ ซึ่งการคัดลายมือรอบสุดท้ายก็จะมีการถ่ายทอดทางช่อง ๑๑ ส้าหรับผู้ที่จะได้รับรางวัลชนะเลิศ โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานมอบรางวัลในวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๕ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ในการที่จะกระตุ้นให้เด็กไทยของเราแล้วโรงเรียนทุกแห่งในการที่จะกระตุ้นในการคัดลายมือ แม้แต่การพูดภาษาไทยในห้องเรียนด้วยเขาก็จะมีเทคนิคในการที่จะกระตุ้นเด็กให้มีความใส่ใจ เพราะว่าการที่จะไปเพิ่มชั่วโมงเรียนมันไม่ได้ วันนี้เราพยายามที่จะให้กระทรวงศึกษาธิการ ได้กระตุ้นทางโรงเรียนแล้วก็ทางครูด้วยตลอดจนเด็กให้ได้มีความใส่ใจเรื่องนี้ โดยกระตุ้น ผ่านเทคนิควิธีการใหม่ ๆ หลายแนวทางครับ