รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ
วันพุธที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
พระบรมราชโองการ ประกาศ
“พระราชกฤษฎีกา
เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญทั่วไป
พ.ศ. ๒๕๕๕
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
เป็นปีที่ ๖๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติให้ปีหนึ่งมีสมัยประชุม สามัญทั่วไป และสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ โดยให้ถือวันที่มีการเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก เป็นวันเริ่มสมัยประชุมสามัญทั่วไป และเนื่องจาก ได้มีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้ สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรกในวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ จึงสมควรเรียกประชุม รัฐสภาสมัยประชุมสามัญทั่วไปสําหรับปี ๒๕๕๕ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ตามความในมาตรา ๑๒๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒๘ และมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุม รัฐสภาสมัยประชุมสามัญทั่วไป พ.ศ. ๒๕๕๕ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี”
ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ ก่อนที่จะแจ้งเรื่องเพื่อทราบที่บรรจุไว้ในระเบียบวาระ ผมมีเรื่องสําคัญที่จะแจ้ง ให้ที่ประชุมทราบ ซึ่งไม่ได้ปรากฏอยู่ในระเบียบวาระ จํานวน ๓ เรื่อง
เรื่องแรก รับทราบการถึงแก่อนิจกรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดลําพูน เขตเลือกตั้งที่ ๒ สังกัดพรรคเพื่อไทย ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยการติดเชื้อในกระแสเลือด จากปอดอักเสบ เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ซึ่งถือว่าเป็นการสูญเสียบุคคลสําคัญของ สภาผู้แทนราษฎร จึงขอเชิญท่านสมาชิกโปรดยืนขึ้นเพื่อเป็นการไว้อาลัยเป็นเวลา ๑ นาทีครับ
(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อแสดงความไว้อาลัยเป็นเวลา ๑ นาที)
ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ
เรื่องที่ ๒ รับทราบเรื่องการลาออกจากตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ด้วยท่านพงษ์ศักดิ์ เรือนเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรครักประเทศไทย ได้มีหนังสือขอลาออกจากตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ ดังนั้นความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของท่านพงษ์ศักดิ์ เรือนเงิน เป็นอันสิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๖ (๓) แจ้งที่ประชุมทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
เรื่องที่ ๓ รับทราบคําสั่งศาลฎีกา กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีการยื่นคําร้องขอให้ศาลฎีกา มีคําสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและขอให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่
ด้วยศาลฎีกาได้มีหนังสือแจ้งคําสั่งกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ยื่น คําร้องขอให้ศาลฎีกามีคําสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และขอให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๓๙ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๖ ในจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้
๑. จังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ขอให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง และขอให้มีการเลือกตั้งใหม่แทน นายดิสทัต คําประกอบ โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้มีคําสั่งให้รับคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๕
๒. จังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ ขอให้มีการเลือกตั้งใหม่แทน นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคําสั่งให้รับคําร้องไว้พิจารณา วินิจฉัยเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕
๓. จังหวัดชัยภูมิ เขตเลือกตั้งที่ ๑ ขอให้มีการเลือกตั้งใหม่แทน นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคําสั่งให้รับคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ จึงมีผลให้สมาชิกทั้ง ๓ ท่านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ได้ และมิให้นับทั้ง ๓ ท่านเข้าในจํานวนรวมของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ดังนั้นปัจจุบัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ปฏิบัติหน้าที่ได้มีทั้งหมด ๔๙๔ ท่าน องค์ประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งคือ ๒๔๗ ท่าน ท่านกิตติศักดิ์มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ พิษณุ นะครับท่านประธาน
ขอโทษครับ ท่านพิษณุเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธานครับ เปิดสมัยประชุมวันแรกผมก็มีเรื่องรบกวนท่านประธาน ขออนุญาต อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ เลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของสภาแห่งนี้ โดยจะขอ เลื่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว จํานวน ๑๐ เรื่องขึ้นมาพิจารณาก่อน เรื่องของร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติซึ่งได้เลื่อนไว้ครั้งหนึ่งแล้ว ท่านประธานจะอนุญาตให้อ่านเลยทั้ง ๑๐ เรื่องไหมครับ
เชิญครับ
ขอผู้รับรองด้วยนะครับ
มีสมาชิกฝั่งนี้ บอกว่าไม่ได้ยิน ถ้าอย่างนั้นขอใหม่อีกทีครับ
ผมขอใหม่อีกรอบนะครับ ท่านประธานที่เคารพ พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภู โดยอ้าง ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ และเพื่อประโยชน์ของสภาแห่งนี้ขออนุญาตเลื่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว จํานวน ๑๐ เรื่องขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องที่เคยเลื่อนไว้ นั่นคือเรื่อง ของร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ
๑๐ เรื่อง ต้องระบุด้วยครับเรื่องอะไรบ้าง
ได้ครับ
๑. ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. ....
๒. ร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ในท้องที่ตําบลห้วยโป่ง และตําบลมาบตาพุด อําเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๓. ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. ....
๔. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ....
๕. ร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๖. ร่างพระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๗. ร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๘. ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่น ของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการ การเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการ และกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการ และกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๙. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๑๐. ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้อง มีท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม มีคําถามว่าเนื่องจากการประชุมสภานัดนี้เป็นการประชุมสภานัดพิเศษ เพราะฉะนั้นการที่ สมาชิกขอเลื่อนระเบียบวาระเมื่อสักครู่ ถือว่าเป็นการขอเลื่อนระเบียบวาระจากการประชุม นัดพิเศษเพื่อเลื่อนไปสําหรับการนัดประชุมนัดพิเศษครั้งหน้า หรือเลื่อนไปเพื่อที่จะให้มีผล สําหรับการบรรจุกําหนดระเบียบวาระในการประชุมปกติในครั้งต่อไป ถ้าหากว่า มีความประสงค์ที่จะเป็นการเลื่อนระเบียบวาระจากการประชุมนัดพิเศษนัดนี้ให้ไปมีผลต่อ การกําหนดระเบียบวาระในการประชุมนัดปกติครั้งต่อไป กระผมก็มีคําถามว่าสามารถ ที่จะทําได้หรือไม่ และเป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่ นั่นคือประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่ากระผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะขอ เลื่อนระเบียบวาระ ถ้าหากว่าจะเป็นการขอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหากฎหมาย ล้างผิดที่ได้มีการเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาในการประชุมครั้งก่อนที่ผ่านมา เนื่องจากว่า ถ้าการขอเลื่อนระเบียบวาระในลักษณะเลื่อนมาทับแบบนี้ ที่สุดกฎหมายปรองดอง หรือกฎหมายล้างผิดที่เป็นปัญหาอยู่ในสภาแล้วก็นําไปสู่ความไม่สงบสุขของบ้านเมืองในช่วง ระยะเวลาที่ผ่านมาก็ยังจะคาอยู่ในระเบียบวาระของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ดี ความจริง การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมครั้งที่แล้ว ท่านประธานก็คงรับทราบเพราะท่าน ก็นั่งเป็นประธานอยู่ในที่ประชุมว่าได้มีการขอเลื่อนระเบียบวาระเรื่องกฎหมายปรองดอง หรือกฎหมายล้างผิดที่ว่าเข้ามา แต่ว่าวันนี้ยังไม่ทันที่กฎหมายฉบับนี้จะได้เข้าสู่การพิจารณา ท่านก็ขอเลื่อนออกไป วันนั้นเราจะพูดอย่างไร ให้เหตุผลอย่างไร ท่านก็ไม่ฟัง จะขอเลื่อน ขึ้นมาพิจารณาก่อนจนสภาเดือดแล้วก็นํามาสู่ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างที่พวกเราเห็นอยู่ แต่ว่านี่ยังไม่ทันได้พิจารณาท่านขอเลื่อนออกไปแล้ว ท่านเห็นสภาเป็นอะไรครับ นี่คือสิ่งที่ อยากขอสอบถาม ครั้งที่แล้วท่านเอาสภามาสร้างปัญหา แต่ครั้งนี้ท่านเอาสภามาแก้ปัญหา ที่ท่านสร้างขึ้นในการประชุมครั้งที่ผ่านมา ผมถึงอยากทราบเหตุผลว่าจริง ๆ แล้วเหตุผล เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองหรือว่าใบสั่งเปลี่ยนไป ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตกราบเรียนแสดงความเห็นกับท่านประธานเพิ่มเติมว่าถึงแม้ว่าจะเลื่อนไป อย่างไรก็ตามปัญหาก็ยังไม่จบละครับ ตราบใดที่กฎหมายฉบับนี้ยังคาอยู่ในสภา เพราะถ้าเลื่อนขึ้นมา ๑๐ เรื่อง เมื่อหมด ๑๐ เรื่องท่านก็จะต้องเลื่อนอีกต่อไป แล้วก็จะต้อง เลื่อนไปโดยไม่รู้จบ สภาพสภาก็จะกลายเป็นสภาแบบลิงแก้แห ที่ท่านจะต้องแก้ไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่กฎหมายฉบับนี้ยังค้างอยู่ในระเบียบวาระของสภา ถ้าท่านเห็นแก่ความสงบ เรียบร้อยของบ้านเมืองจริง ๆ ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าจะต้องถอน กฎหมายฉบับนี้ออกไป และผู้ที่อยู่ในฐานะที่จะทําได้อย่างน้อยก็มีอยู่ด้วยกัน ๔ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ ท่านที่ ๑ คือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กลุ่มที่ ๒ ท่านที่ ๒ ที่อยู่ในฐานะที่จะ ทําได้ก็คือนายกรัฐมนตรี กลุ่มที่ ๓ ก็คือผู้ที่เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาทั้ง ๔ ร่าง และกลุ่มที่ ๔ ก็คือเสียงข้างมากในสภา สําหรับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเอง ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านว่าความจริงท่านเคยบอกว่าท่านจะหารือกับท่าน พลเอก สนธิ ขออภัยที่เอ่ยนาม ในฐานะผู้เสนอร่างคนหนึ่ง และจะหารือกับคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ของพรรคการเมืองที่ท่านประธานสังกัดเพื่อที่จะขอให้มีการถอนกฎหมายฉบับนี้ ออกไป เพราะฉะนั้นวันนี้เนื่องจากท่านประธานไม่รับความปรารถนาดีที่กระผมได้ขออนุญาต ที่จะเข้าพบท่านประธานเพื่อสอบถามความคืบหน้าเป็นการภายใน ก็จะต้องขอถือโอกาสนี้ กราบเรียนสอบถามท่านประธานในสภาว่ากรณีที่ท่านจะมีการหารือกับ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน กับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคการเมืองของท่านนั้นให้ถอนกฎหมาย ฉบับนี้ออกไป มีผลความคืบหน้าเป็นอย่างไร และขออนุญาตที่จะรับทราบแนวทางแก้ปัญหา จากท่านประธานว่าท่านประธานจะใช้วิธีแก้ปัญหาโดยการใช้วิธีนัดประชุมนัดพิเศษเช่นนี้ ไปเรื่อย ๆ เพื่อเลี่ยงการที่จะบรรจุร่างพระราชบัญญัติล้างผิดหรือปรองดองฉบับนี้ขึ้นมา อยู่ในระเบียบวาระแรกเนื่องจากมีการเลื่อนไปแล้ว หรือจะใช้วิธีการอย่างอื่น สําหรับ ท่านที่ ๒ ที่อยู่ในฐานะที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างที่ผมกราบเรียนก็คือนายกรัฐมนตรี กระผมกราบเรียนว่านายกรัฐมนตรีอยู่ในฐานะที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ถ้าท่านคิดจะทํา ทําไม ถึงเป็นเช่นนั้นครับ
ประการที่ ๑ ร่างกฎหมายฉบับนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๔ ร่าง ๓ ร่างแรก เป็นของสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคการเมืองเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีสังกัด และเป็น พรรคการเมืองเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ด้วย ส่วนร่างที่ ๔ เป็นร่างของ พลเอก สนธิ แต่เสนอร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีทั้งในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและในฐานะหัวหน้าของพรรคร่วมรัฐบาลก็อยู่ในฐานะที่จะ ดําเนินการที่จะให้มีการถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไปทั้ง ๔ ร่างได้ เพื่อความสงบเรียบร้อย ของบ้านเมือง เพราะไม่เช่นนั้นถ้าเกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง ในที่สุด ความรับผิดชอบก็หนีไม่พ้นหัวหน้าฝ่ายบริหารคือตัวนายกรัฐมนตรีนั่นเอง การโยน ความรับผิดชอบให้เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะการบอกว่า ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของสภาก็คือการปัดความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี และเข้ากรณีที่ ผมขออภัยต้องใช้คําว่าปากว่าตาขยิบ ที่ต้องใช้คําเช่นนี้เพราะว่าก่อนหน้านี้ไม่ใช่เรื่องนี้ รัฐบาลไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่รัฐบาลได้เข้ามาเกี่ยวข้องและเกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ ที่บอกว่าได้เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการก็เพราะเหตุว่าคณะรัฐมนตรีได้ไปเคยมีมติเรื่องนี้ ให้มีการไปจัดสานเสวนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และเพื่อเอาความเห็นนั้น มาใช้เป็นประโยชน์ในการที่จะสนับสนุนกฎหมายล้างผิดหรือกฎหมายปรองดองต่อไป และเมื่อวานซืนที่ชัดเจนยิ่งขึ้นก็คือนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม คณะรัฐมนตรีว่าท่านได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ไปดําเนินการเป็นเจ้าภาพ ในเรื่องนี้ ซึ่งกระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนกับท่านประธานว่า เพราะฉะนั้นตรงนี้ จึงเป็นข้อพิสูจน์และเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่ารัฐบาลก็ได้มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ จะปฏิเสธให้เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างเดียวไม่ได้ อย่างไรก็ตามสําหรับเรื่อง การจัดสานเสวนา ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานเพิ่มเติมตรงนี้ว่าผมไม่เห็นด้วย ถ้าจะให้มีการจัดสานเสวนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นว่าประชาชนจะเห็นด้วยกับการออก กฎหมายล้างผิดฉบับนี้หรือไม่ โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยไปเป็นเจ้าภาพ ดําเนินการ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่ากระทรวงมหาดไทยอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของรัฐบาล ซึ่งมีความชัดเจนว่าแม้รัฐบาลจะไม่ใช่ผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้โดยตรง แต่พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคแกนนํารัฐบาลเป็นผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ย่อมมีแนวโน้มในการที่จะสนับสนุน กฎหมายฉบับนี้ชัดเจน เพราะฉะนั้นจะให้กลไกที่อยู่ภายใต้กํากับขององค์กรที่สนับสนุน กฎหมายฉบับนี้ไปทําความคิดเห็น ไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนย่อมเป็นองค์กร ที่ถือว่าไม่เป็นกลาง และขาดความน่าเชื่อถือ และขาดการที่จะให้ผลที่ปรากฏออกมา เป็นที่ยอมรับได้ต่อสาธารณะต่อไป ซึ่งประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นที่ผมขออนุญาตที่จะแสดง ความเห็นกับท่านประธานไว้เป็นเบื้องต้นในที่นี้ อย่างไรก็ตามสําหรับนายกรัฐมนตรี ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมขอให้นายกรัฐมนตรีได้ก้าวออกมาแก้ปัญหา กฎหมายล้างผิดหรือกฎหมายปรองดองฉบับนี้ที่คาอยู่ในสภา ด้วยการประสานงานกับ พรรคการเมืองที่ท่านสังกัด กับเพื่อน ส.ส. พรรคเดียวกันกับท่าน และพรรคร่วมรัฐบาล ที่ท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล ให้ถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไป
สําหรับร่างสุดท้ายของท่าน พลเอก สนธิ ขออนุญาตกราบเรียนว่าโดยเหตุที่ ถ้าสมมุติท่าน พลเอก สนธิไม่มีความประสงค์ที่จะถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไป แต่อย่างน้อยที่สุด ส.ส. ท่านอื่นอีกจํานวนมากที่ร่วมลงชื่อในกฎหมายร่างเดียวกับท่าน พลเอก สนธิ ก็เป็น ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งถ้า ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลจะได้รับการประสานงาน ให้ถอนออกไป ลําพังเฉพาะท่าน พลเอก สนธิเหลือชื่ออยู่เพียง ๑ ชื่อ หรือ ๒ ชื่อ ถ้าสภาอนุญาตให้ถอนก็จะมีผลให้กฎหมายฉบับนี้ตกไปโดยปริยาย เพราะรายชื่อ ผู้เสนอกฎหมายไม่ครบ ๒๐ คน ตามที่กําหนดไว้นั่นเอง
ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นกระผมจึงขออนุญาตกราบเรียนว่า กระผมเห็นว่าการเลื่อนระเบียบวาระอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอไปเมื่อสักครู่ไม่ได้ช่วย แก้ปัญหา แต่เป็นเพียงการซื้อเวลาเพื่อลดกระแสการต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ชั่วคราว และเมื่อถึงเวลาจังหวะเหมาะเมื่อไร ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ก็จะได้รับการเลื่อนขึ้นมา พิจารณาอาละวาดในสภาแล้วก็จะนํามาสู่ปัญหาในสภา โรคมือ เท้า ปาก ก็จะเข้ามาระบาด ในสภาอีกวาระหนึ่งต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้นจุดนี้จึงเป็นจุดที่กระผมขออนุญาต กราบเรียนว่าผมขอแสดงความคิดเห็นขอให้ได้มีการถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไป ซึ่งจะเป็น การดึงเชื้อไฟออกจากกองเพลิง และจะช่วยให้บ้านเมืองได้เดินหน้าไปสู่ความสงบ อย่างแท้จริงอย่างน้อยก็ในระยะหนึ่ง ตราบเท่าที่รัฐบาลไม่เสนอเรื่องอื่นขึ้นมาสร้างปัญหา ให้เกิดความแตกแยกขัดแย้งของประเทศอีกต่อไป และถ้าหากว่ายังมีความพยายามที่จะให้ มีการลงมติขอเลื่อน พวกกระผมก็ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าพวกกระผม ก็จะไม่ร่วมลงมติในเรื่องนี้ด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ผมขออนุญาตชี้แจงสั้น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวของผม ต้องขออนุญาตชี้แจงว่ายืนยันครับ ผมไม่เคยให้สัมภาษณ์ว่าให้มีการถอนร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ แล้วผมก็ไม่เคยให้สัมภาษณ์ว่าผมจะไปคุยกับเจ้าของญัตติให้ถอน ยืนยันด้วยเกียรตินะครับ แต่ผมพูดมาโดยตลอดว่าโดยส่วนตัวของผม ผมเห็นด้วยที่จะมีการยื้อร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติออกไป แล้วผมก็จะไปหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ผมพูด อย่างนี้มาโดยตลอด แล้วผมก็ได้ปฏิบัติตามที่ผมพูดครับ แล้วแนวโน้มก็ออกมาดีเท่าที่ฟังดู ท่านสมาชิกก็เห็นคล้อยตามว่าควรที่จะต้องยื้อร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ออกไป ส่วนการยื้อจะยื้อในรูปแบบอย่างไรก็ให้เป็นความเห็นของสมาชิกซึ่งคงต้องได้หารือกัน ต่อไป เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นคงต้องขอทําความเข้าใจกับท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้านคือ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามท่าน เนื่องจากว่าเป็นประเด็น ที่ท่านได้กล่าวชื่อกฎหมายผิดครับ กฎหมายที่ท่านได้กล่าวถึงนั้นชื่อเต็มเรียกว่า ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ท่านประธานครับ กฎหมายล้างผิดไม่มี อยู่ในสภาแห่งนี้ครับ กระผมเองด้วยความยินดีอย่างยิ่งที่วันเปิดประชุมวันนี้เป็นวันแรก ได้ยินคําว่าความปรารถนาดีออกจากปากของท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ผมอยากจะให้ ความปรารถนาดีที่ท่านพูดถึงนี้ได้กินความในเรื่องอื่นด้วยในทุก ๆ ด้าน ท่านประธานครับ คําถาม ของท่านประธานวิปฝ่ายค้านใน ๒ ประเด็นนั้น ผมเข้าใจว่าท่านรู้ดีหมดแล้วครับ ท่านคงไม่ต้องการคําตอบในเรื่องว่าเป็นการเลื่อนกฎหมายที่จะมาพิจารณาในวาระการประชุม สามัญทั่วไปหรือในวาระพิเศษ ท่านคงรู้ครับว่าวันพุธหน้านั้น นี่คือเจตนาของ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ที่เสนอกฎหมาย ๑๐ ฉบับขึ้นมาพิจารณาก่อนกฎหมายว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ส่วนที่ท่าน บอกว่าไม่เห็นด้วยนั้น ท่านประธานครับ กระผมอยากจะได้ขอเวลาตรงนี้ทําความเข้าใจ กับเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านซึ่งไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น แต่หมายถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ๆ ว่าเราน่าจะหันหน้ามาหากัน ท่านประธานครับ ในโอกาส ปิดสมัยประชุมนั้นผมได้เดินทางไปต่างประเทศกับคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ และได้อาศัยเวลาออกเยี่ยม พี่น้องประชาชนในต่างประเทศ ปรากฏว่าความห่วงใยของคนไทยในต่างประเทศไม่น้อยไปกว่าคนในประเทศเลยที่อยากจะเห็น ความปรองดองเกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ ดังนั้นเมื่อกฎหมายปรองดองได้เกิดขึ้นแล้ว บรรจุอยู่ใน ระเบียบวาระแรกแล้ว เราเจ็บปวดมากครับ ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้านเท่านั้นที่เจ็บปวด คนไทย ทั้งโลก คนต่างประเทศทั้งโลก ยังจดจําภาพการขว้างหนังสือใส่ท่านประธานได้อยู่ ยังจดจํา ภาพที่มีคนบุกขึ้นไปทําร้ายท่านประธานได้อยู่ มันเป็นภาพลักษณ์ที่เป็นลบของสภาเรา ตรงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุแน่นอนครับ ถ้าเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุมันน่าจะเกิดขึ้น ในวันเดียวเท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นได้ ๒ วันติดต่อกัน ถ้าเกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุทําไมจึงเกิดขึ้น ประสานกับความวุ่นวายรอบสภาพร้อม ๆ กันด้วยล่ะครับ แต่ตรงนี้เราคงไม่อยากจะมา ตําหนิอะไรกันอีกแล้ว แต่ขอบอกท่านประธานว่าเหตุการณ์วันนั้นพรรคร่วมรัฐบาลได้นั่งนิ่ง อยู่ในกติกา เพียงแต่ว่าเมื่อเห็นมีบุคคลกลุ่มหนึ่งจะไปทําร้ายประธานจึงอดรนทนไม่ได้ กลัวท่านประธานจะได้รับการทําร้ายนั้น ท่านประธานครับ แต่แม้กระทั่งวันนี้เราก็อภัยให้ ไม่อยากมาลําเลิกอะไรอีก แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้เรามีธรรมเนียม ปฏิบัติมายาวนานแล้วครับ การเสนอกฎหมายในสภานั้น
ท่านสุนัย มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ผมคิดว่าประธานก็ยืนยันได้นะครับ ว่าประธานถูกทําร้ายหรือไม่ ไม่มีใครขึ้นไปทําร้ายท่านประธานครับ ประธานไม่ได้ถูกทําร้ายครับ สมาชิกท่านนี้โกหกต่อสภาครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเอง ได้ปรึกษาหารือกันในพรรคร่วมรัฐบาล ในส่วนกรรมการประสานงานหรือที่เรียกว่าวิป เราอยากเห็นการประชุมวันนี้ส่งสัญญาณไปถึงพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าระบบรัฐสภา หรือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีศูนย์กลางการดูแล พี่น้องประชาชนอยู่ที่สภาแห่งนี้นั้น พร้อมจะส่งสัญญาณให้พี่น้องประชาชนทั้ง ๖๕ ล้านคน มีความมั่นใจว่าระบบนี้ยังถูกต้อง ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเราจะร่วมมือกันในการแก้ปัญหา ประเทศ ดังนั้นเมื่อสักครู่ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขอประทานโทษเอ่ยนามท่านอีกครั้งหนึ่ง ที่ขึ้นมาพูด เราจึงนั่งเงียบฟังท่านอย่างอดออมที่สุด และไม่โต้แย้งอะไร ไม่ประท้วง ผมก็กราบเรียนว่าถ้าจะได้รับเกียรติเช่นนั้นร่วมกัน ก็น่าจะกราบขอบพระคุณยิ่ง ถ้าจะไม่ประท้วงผม ผมขอเสนอเหตุผลว่าทําไมเราไม่เอามาพิจารณาเสียเดี๋ยวนี้ ทําไมต้องเลื่อน ๑๐ ฉบับขึ้นมาก่อน ท่านประธานครับ สิ่งที่พรรคฝ่ายค้านพูดตลอดเวลาว่า เราดึงดันด้วยเสียงข้างมากนั้น ไม่จริงครับ คําเสนอของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ จากภาคอีสาน นําเสนอนั้นเป็นเจตนารมณ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายรัฐบาลทั้งหมดที่อยากจะรอคอยโอกาสให้พรรคฝ่ายค้านเปลี่ยนใจครับ ท่านประธานครับ เรามีกติกา เรามีธรรมเนียมปฏิบัติของสภามายาวนานแล้วว่าไม่ว่าฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล หรือฝ่ายพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลทั้งนั้น เมื่อรัฐบาล เป็นด้านหลักในการเสนอกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติอะไรทั้งนั้นที่ผ่านมา ฝ่ายค้าน ก็จะถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่จะเสนอกฎหมายอีกฉบับหนึ่งมาประกบ ในร่างพระราชบัญญัติ ของฝ่ายรัฐบาลที่ฝ่ายค้านเห็นว่าไม่ดี ฝ่ายค้านก็มีสิทธิโดยชอบที่จะเสนอร่างกฎหมาย อีกฉบับหนึ่งขึ้นมาในชื่อใกล้เคียงกันหรือชื่อเดียวกัน แล้วก็แก้ไขต่าง ๆ ในสิ่งที่ฝ่ายค้านเห็นว่า ดีที่สุดมาประกบกัน นี่คือลักษณะของรัฐสภาที่ทั้ง ๒ ฝ่ายจะได้เสนอกฎหมายเพื่อประโยชน์ แห่งมหาชน ดังนั้นกฎหมายลักษณะที่ผมกําลังจะกราบเรียนท่านประธานอยู่ขณะนี้คือร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาตินี้ก็คือพระราชบัญญัติทั่ว ๆ ไป ๑ ฉบับ แต่มีลักษณะพิเศษ นั่นก็คือเป็นร่างกฎหมายที่พรรคประชาธิปัตย์ก็เสนอในเวลาหาเสียงเลือกตั้งว่าจะเข้ามา เพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติขึ้น ผมมีหลักฐานยืนยัน กระผมเองได้มีโอกาสได้รับเชิญ ร่วมกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ท่านหนึ่งไปออกรายการโทรทัศน์ด้วยกันก่อนที่จะมี การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ผมเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากเกินครึ่งนี้ เป็นเพราะพรรคเพื่อไทยได้เสนอแนวทางความปรองดองแห่งชาติอย่างเป็นรูปธรรม ในขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ก็เสนอความปรองดองเหมือนกันในการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นมติมหาชน ซึ่งถือเป็นนโยบายอันศักดิ์สิทธิ์ที่เสนอต่อประชาชน ผมเชื่อเหลือเกินว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าจะไม่ออกกฎหมายหรือจะไม่หาทางปรองดองเลยนั้น ถ้าท่านเสนอนโยบายอย่างนั้น ณ เวลาเลือกตั้ง ผมเชื่อเหลือเกินว่าท่านจะได้จํานวนเสียง ลดลงกว่านี้อีก ท่านประธานสภาที่เคารพครับ การเสนอกฎหมาย ๑๐ ฉบับขึ้นมาก่อน ไม่ใช่การเตะถ่วง ไม่ใช่การยื้อ ท่านประธานครับ ผมเองยังอยากจะให้ท่านประธาน ช่วยเปลี่ยนถ้อยคําหน่อยเถอะ นี่ไม่ใช่ยื้อครับ แต่เป็นการรอเวลาที่พรรคฝ่ายค้านจะเปลี่ยนใจ เพื่อที่จะให้พรรคฝ่ายค้านได้พิสูจน์สิ่งที่เรียกว่าความปรารถนาดีที่พูดเมื่อสักครู่นี้ ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ วันนี้ประชาชนตั้งข้อสงสัยไปหมดแล้วว่าคําว่า ปรองดอง ทําไมจึงกลายไปเป็นเรื่องที่พรรคฝ่ายค้านนําเสนอติดป้ายแต่ไม่ใส่ชื่อ บอกว่าให้ล้มกฎหมาย ปรองดองเพราะกฎหมายปรองดองจะล้มสถาบัน ท่านประธานครับ ตํารวจจับได้ครับว่า ใครเป็นคนติดป้าย ท่านประธานครับ การรักกัน การสมัครสมานสามัคคีในหมู่พี่น้องประชาชน คนไทยด้วยกันนั้นเป็นสิ่งสูงสุด เป็นพระราชปณิธานขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่อยากจะเห็นคนไทยสมัครสมานสามัคคีกัน การเสนอกฎหมาย ๔ ฉบับของ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล รวมตลอดทั้งฝ่ายค้านบางท่านก็มาร่วมด้วยนั้น ถ้าท่าน เห็นว่าเป็นการล้างผิดให้แก่คนคนเดียว ซึ่งอันนี้ไม่จริงครับ ถ้าท่านเห็นอย่างนั้นผมก็เคารพ ความเห็นท่าน ถามสักคําถามได้ไหมครับท่านประธาน ทําไมท่านไม่เสนอกฎหมายที่ดีกว่านั้น มาประกบกัน พรรคเพื่อไทยจะได้ขายขี้หน้าไปเลยครับ ปรากฏว่าท่านก็ไม่ทํา ท่านใช้ วาทกรรมว่าจะต้องไปสานเสวนากันก่อน ต้องพูดกันก่อน ท่านพูดมาฝ่ายรัฐบาลก็ทํา ผมเป็นคนหนึ่งในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศได้ปรึกษาหารือกับ เพื่อน ส.ส. ทุกฝ่ายในคณะกรรมาธิการว่าเราน่าจะร่วมมือกัน แล้วเราก็ได้จัดครับท่านประธาน เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม คณะกรรมาธิการการต่างประเทศก็เป็นเจ้าภาพจัดสานเสวนาศึกษา เรื่องแนวทางการปรองดอง ประสบการณ์จากต่างประเทศ เชิญเอกอัครราชทูต ทูตานุทูต ต่าง ๆ มานั่งประชุมกันที่ศาลาสันติธรรม ที่ห้องประชุมใหญ่ของที่ทําการสํานักงานเลขาธิการ แห่งสหประชาชาติที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศนี้ ท่านประธานครับ ทําไมเราต้องเริ่มตรงนี้ เพราะว่าการนําทูตานุทูตต่าง ๆ มาแสดงความเห็นนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่คนในต่างประเทศ และตัวแทนรัฐบาลทั่วโลกเขาเป็นห่วงเป็นใยบ้านเมืองไทย วันนี้ประเทศไทยไม่ใช่เพียง คนไทยเท่านั้นที่เป็นห่วง แต่ในยุคโลกาภิวัตน์ โกลบะไลเซชัน (Globalization) นั้น ประเทศต่าง ๆ ก็ได้มาลงทุนมีส่วนร่วมกับคนไทยไม่ใช่น้อย ยกตัวอย่างดังจะเห็นได้จากการที่น้ําท่วมครับ ท่านประธาน น้ําท่วมคนไทย ชาวนา ชาวไร่ ก็เดือดร้อน แต่บริษัทต่างประเทศก็เดือดร้อน ไม่น้อยไปกว่านั้น นั่นคือเขาได้มาลงทุนเป็นนิคมอุตสาหกรรม ดังนั้นต่างประเทศเขาก็สนใจเรื่องนี้ ในบรรยากาศอย่างนี้เอง ผมคิดว่าถ้าเราจะหันหน้าเข้าหากัน มองความปรารถนาดีด้วยกัน ผมอยากจะให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้รับทราบเถอะครับว่าวันนี้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลเสนอ กฎหมาย ๑๐ ฉบับขึ้นมาพิจารณาก่อนเพื่อรอเวลาให้ได้มีการปรึกษาหารือกันเผื่อจะมี การเปลี่ยนใจในพรรคฝ่ายค้านที่เคยเสนอการปรองดองต่อสาธารณชนแล้วได้เปลี่ยนใจเสนอ กฎหมายเข้ามาประกบ แล้วมาแก้กันตามกลไกแห่งกระบวนการของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และตามระบบที่สภาได้เคยดําเนินการมา ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ การเสนอเลื่อนนี้เป็นไปตามข้อบังคับชัดเจนคือข้อบังคับ ข้อ ๔๖ และเพื่อให้เกิด ความศักดิ์สิทธิ์แห่งระบบรัฐสภาที่มีการแยกส่วนระหว่างอํานาจนิติบัญญัติและอํานาจบริหาร กระผมเห็นว่าเรื่องนี้ไม่จําเป็นจะต้องไปพาดพิงหรือไปหวังพึ่งอะไรกับท่านนายกรัฐมนตรี อันเป็นฝ่ายบริหาร วุ่นวายในสภาเป็นสิ่งที่เราไม่ปรารถนาแต่มันก็เกิดแล้ว อย่าให้ การฉุดกระชากลากถูไปถึงขนาดเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในทําเนียบรัฐบาลเลยครับท่านประธาน เอาเฉพาะเท่านี้ก็พอแล้ว เป็นบทเรียนที่เจ็บปวดที่สุดแล้ว คํากล่าวให้ร้ายว่าท่านนายกรัฐมนตรี ปากว่าตาขยิบ อภัยให้ไม่ตอบโต้ แต่ขอเรียกร้องว่าผู้ใหญ่ด้วยกันแล้วบ้านเมืองเป็นอย่างนี้ เราควรจะหาทางที่จะใช้ถ้อยคําที่ดีต่อกัน
ท่านประธานครับ วันนี้ความห่วงใยของต่างประเทศไม่ได้มีแค่เรื่องข้อขัดแย้ง ทางการเมืองภายในประเทศไทย แต่ปัญหาใหญ่คือขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน (ASEAN) อีก ๙ ประเทศ ซึ่งมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนขนาดใหญ่ และเป็น บทบาทนําในกลุ่มประเทศอาเซียน แต่วันนี้รัฐบาลในประเทศอาเซียนก็เริ่มไม่สบายใจว่า ประเทศไทยจะไปในทิศทางใด ท่านเชื่อไหมครับไม่ได้มีการนัดหมายกันเลย คณะกรรมาธิการการต่างประเทศก็จัดสานเสวนาที่ศาลาสันติธรรม ยูเอ็น (UN) ประเทศไทย ปรากฏว่าที่ประเทศอินโดนีเซียเขาก็จัดครับ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ก็ไปร่วมพิจารณาร่วมกันว่าจะหาทางสร้างความปรองดองในหมู่อาเซียนอย่างไร เพราะสถานการณ์ขณะนี้ไม่ได้มีปัญหาเฉพาะประเทศไทย แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดขณะนี้คือ วิกฤติเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นในสหภาพยุโรปและยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงได้เมื่อไร ผมไม่อยากเห็น การแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของโลกที่จะเกิดผลกระทบต่อเอเชียแล้วประเทศไทย ต้องกลายเป็นประเทศที่บอบช้ําที่สุดจากปัญหาความขัดแย้งในประเทศ ด้วยเหตุนี้เองครับ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ถ้าเราจะเห็นต่อความสงบของบ้านเมืองอย่างน้อยที่สุดให้เริ่มต้นจากพวกเรา ที่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน ผมอยากจะขอให้วันนี้มันจบลงเพียงว่าให้เลื่อน ๑๐ ฉบับไหม ไม่ต้องตําหนิติเตียนกัน และไปเปิดอีกวันหนึ่งวันพุธหน้า วันนี้ถือเป็นปฐมฤกษ์เราได้รับทราบ พระบรมราชโองการเปิดสภาอันเป็นมงคลยิ่ง อยากจะให้วันนี้เราเริ่มต้นของการปรองดอง ด้วยจิตใจที่ดีต่อกันเถอะครับ จึงกราบขอบพระคุณและขอให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านได้เห็นด้วยกับการเลื่อนนี้ เพื่อจะรอให้พรรคประชาธิปัตย์เสนอกฎหมายเข้ามา ประกบครับ จะได้หาทางแก้ปัญหากันว่ากฎหมายปรองดองที่ท่านเสนอไว้ ที่เคยเสนอ นโยบายไว้ต่อประชาชนนั้นท่านมีทิศทางอย่างไร เรามาประกบกันตามธรรมเนียมปฏิบัติ ของรัฐสภา กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขต พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ด้วยความยินดีนะครับ
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณหมอ มีประท้วงหรือครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงที่เพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนามคือท่านสุนัยได้พาดพิงผมไป ๒ ประเด็น ประเด็นแรกได้พูดว่า ภาพการขว้างหนังสือไม่ได้เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุ เท่ากับว่ากําลังกล่าวหาว่าผมนี่รับคําสั่ง แล้วไปทําหน้าที่นี้ และประเด็นที่ ๒ ได้พาดพิงว่าเรียกร้องพรรคประชาธิปัตย์ให้เสนอ กฎหมายปรองดอง ถ้าพี่น้องประชาชนไม่เข้าใจ หลายคนก็แปลกใจว่าทําไม พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องการปรองดองหรือ ผมจึงต้องขออนุญาตชี้แจงครับ ผมย้ํากับ ท่านประธานนะครับว่าข้อกล่าวหาที่กล่าวหานี้
คุณหมอครับ เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกอยากให้บรรยากาศมันดี
เขามากล่าวหาผมครับท่านประธาน
ทราบครับ อยากให้บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ผมอนุญาตให้ท่านใช้สิทธิพาดพิง เพราะพอฟังแล้ว ก็เสียหาย แต่ขอให้ชี้แจงในประเด็นที่เสียหายเท่านั้นนะครับ ถ้าจะให้ดีเพื่อรักษาบรรยากาศ ไม่อยากให้พาดพิงกลับ ขอความร่วมมือด้วยนะครับ เชิญครับคุณหมอ
จริง ๆ ถ้าเพื่อนสมาชิกไม่ได้พาดพิง ผมก็เฉย ๆ ครับท่านประธาน แต่เวลาการกล่าวเหมือนกับว่าผมรับจ็อบ (Job) หรือรับ คําสั่งมาเพื่อไปปฏิบัติภารกิจ มันไม่ใช่ ผมพูดจากใจนะครับท่านประธานว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งหมดไม่มีใครมาสั่งผม เป็นความตั้งใจผมและผมตัดสินใจในช่วงเสี้ยววินาทีตอนนั้นเอง และท่านประธานกับผมตามองตาครับ ใจเรารู้กันอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ผมเคารพ ท่านประธานมาตลอด ถ้าท่านประธานทําหน้าที่อย่างนี้ผมก็เคารพท่านครับ แต่ท่านยอมรับ ไหมว่าวันนั้นท่านไม่ใช่เป็นอย่างนี้ ในเมื่อท่านไม่เป็นอย่างนี้จะให้ผมทําอย่างไรครับ ถ้าท่าน ทําหน้าที่อย่างนี้ผมเคารพท่านตลอดครับ ผมต้องย้ํา แล้วท่านก็รู้อยู่แก่ใจว่าท่านไม่เห็นด้วย แล้วท่านคัดค้านกฎหมายฉบับนั้นมาตั้งแต่ต้น แต่พฤติกรรมวันนั้นท่านไม่เป็นตัวท่านเองเลยครับ ในเมื่อถ้าท่านไม่เป็นตัวท่านเอง
เอาเฉพาะที่มัน ทําให้ท่านเสียหายดีกว่า
ผมก็กําลังชี้แจงครับว่าทําไมผมต้อง ตัดสินใจ เพราะเขากล่าวหาผมว่าไม่ได้เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุ โดยสรุปผมเข้าใจความรู้สึกท่านดี ว่าวันนี้วันแรกต้องการให้ทุกอย่างมันคลี่คลาย แต่เมื่อพาดพิงผมมาอย่างนี้ผมก็จะชี้แจง ให้เห็นว่าเพราะท่านครับ ผมต้องทําอย่างนั้น ถ้าวันนั้นท่านเป็นอย่างนี้ไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น แน่นอน ผมย้ําว่านิสัยผมไม่ใช่คนเกเรโดยสันดาน แต่ผมเป็นคนรักความถูกต้องครับ ฉะนั้น ถ้าเห็นความไม่ถูกต้องเกิดขึ้นมา ผมก็ต้องตัดสินใจทําบางสิ่งบางอย่างออกไป ผมชี้แจงแค่นี้ครับ
แล้วประเด็นที่ ๒ เรื่องที่จะให้พรรคประชาธิปัตย์เสนอกฎหมายปรองดอง ผมก็ต้องย้ําเพื่อนสมาชิกว่าเราต้องมาทําความเข้าใจคําว่าปรองดองให้ตรงกันก่อนครับ ปรองดองของพรรคประชาธิปัตย์คือการเคารพกฎหมายครับ การเห็นอกเห็นใจกัน คนที่มี อํานาจเหนือกว่ายื่นมือสิครับ ที่เราจะเจรจากันหาทางออกที่ดีแก่ชาติบ้านเมือง อันนี้คือ ปรองดอง แต่ไม่ใช่ปรองดองหมายถึงการออกกฎหมายเพื่อล้างผิดคนโกง ไม่ใช่ครับ มันจึง เป็นเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่เสนอกฎหมายประกบครับ ก็อยากจะกราบเรียนให้กับ พี่น้องประชาชนทุกคนได้เข้าใจว่าเพราะเหตุใดครับ เราต้องการปรองดอง แต่คําว่าปรองดอง ความหมายเราไม่ตรงกัน ขอบคุณครับท่านประธาน
คือผมอย่างนี้ ได้ไหมครับ เมื่อกี้มีสมาชิกเสนอให้เลื่อนญัตติขึ้นมาพิจารณาและมีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ผมก็ได้ถามว่ามีท่านสมาชิกเห็นเป็นอื่นหรือไม่ ถ้าเห็นเป็นอื่นก็อยากจะให้เสนอญัตติขึ้นมา ไม่เห็นด้วย แล้วก็มีผู้รับรองถูกต้อง จะได้อธิบายเหตุผลประกอบ ขออย่างนั้นนะครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ ขอเป็นญัตติก่อนนะครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงเป็นเรื่องเดียวกันกับ ที่สมาชิกได้เสนอให้มีการเลื่อนกฎหมายขึ้นมา ๑๐ ฉบับ คือประเด็นยังไม่ได้คําตอบที่ชัดเจน จากท่านประธานเลย ผมจะเสนอญัตติได้อย่างไรครับ ประเด็นเป็นอย่างนี้ครับว่า ท่านประธานวิปได้ลุกขึ้นถามว่าการขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระเมื่อสักครู่นี้เป็นการขอเสนอ เลื่อนระเบียบวาระในโอกาสที่ท่านประธานได้กําหนดการประชุมให้เป็นวาระการประชุม พิเศษ เพราะฉะนั้นการเสนอเลื่อนนี้เป็นการเสนอเลื่อนเฉพาะในวาระพิเศษ ซึ่งไม่รู้ว่า สัปดาห์หน้าท่านจะนัดแบบนี้คือพิเศษอีกหรือไม่ หรือจะถือว่าเป็นการเสนอเลื่อนระเบียบวาระ ที่เกี่ยวเนื่องถึงระเบียบวาระปกติ
ผมขอชี้แจงเลย
ผมพูดให้จบก่อนสิครับท่านประธาน หรือจะหมายถึงการเสนอเลื่อนระเบียบวาระในระเบียบวาระปกติทั่วไปด้วย อันนี้ก็คือเหตุผล ประการที่ ๑ นะครับ
ประการที่ ๒ ที่ซักถามเมื่อสักครู่นี้ก็คือถามว่าในการเสนอเลื่อนระเบียบวาระนี้ เป็นการเลื่อนของวันนี้หรือเป็นการเลื่อนของสัปดาห์ถัดไป ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกันด้วยว่า เป็นวาระพิเศษหรือเป็นวาระปกติ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วฝ่ายค้านเองก็ปฏิบัติไม่ถูก รวมถึงสมาชิก ท่านอื่น ๆ ด้วย คําถามประการที่ ๒ ที่ถามไปก็คือถามเรื่องว่าที่ต้องบรรจุระเบียบวาระพิเศษนั้น ก็ชัดเจนจากถ้อยแถลงของท่านประธานเองว่าเป็นการหลีกเลี่ยงกรณีที่จะเกิดปัญหาเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติหรือกฎหมายล้างผิดที่หลายฝ่ายเรียกกัน ก็เลยสอบถามว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้มีการถอน ซึ่งดูเหมือนว่าความเห็นท่านประธาน กับความเห็นสมาชิกของพรรคท่านประธานก็เห็นไม่ตรงกัน เพราะมีความเห็นคล้าย ๆ กับว่า ไม่เห็นด้วยที่ท่านประธานบอกว่าให้ยื้อไปก่อน ท่านใช้คําว่าก็รอสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน เปลี่ยนใจ ซึ่งผมต้องเรียนท่านประธานนะครับว่าที่จําเป็นจะต้องถามเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า ทุกฝ่ายเห็นด้วยเรื่องความปรองดอง แต่ปรับความหมายปรองดองก่อนว่าปรองดองหมายถึง ความเห็นพ้องต้องกันของทั้งสังคมว่าต้องการความสมัครสมานสามัคคีกันในชาติ ประเทศอื่น ที่ท่านยกตัวอย่างเขาก็เห็นตรงกันว่าจะต้องนําไปสู่เรื่องแผนปรองดองอย่างเช่นแอฟริกาใต้ ในสมัยก่อนเป็นต้น แต่ถ้าสังเกตดูร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติของ ท่านทันทีที่เสนอนะครับ สถานการณ์การเมืองซึ่งปกติมาก่อนมันร้อนระอุขึ้นมาทันที มีการ ชุมนุมกัน จนบัดนี้ก็ยังเห็นไม่ตรงกัน แล้วบางฝ่ายก็ประกาศชัดว่าวันใดที่กฎหมายนี้เข้าสภา หน้าสภาก็จะมีผู้มาชุมนุมอีก ประเด็นก็คือว่าถ้าหากว่าท่านประธานกับพรรคที่ท่านประธาน สังกัด นายกรัฐมนตรีเห็นพ้องต้องกันว่าต้องสร้างความปรองดอง มันง่ายมากเลยครับที่จะ ถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไป ส่วนแนวทางที่ท่านจะดําเนินการต่อไปอย่างไรก็เป็นเรื่องที่ รัฐบาลกับพรรครัฐบาลก็จะต้องไปหารือกัน แต่เมื่อไรก็ตามที่กฎหมายฉบับนี้ซึ่งมีเนื้อหา ที่ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นลักษณะของการที่จะไปยกโทษความผิดที่ศาลพิพากษาไปแล้ว เปิดช่องให้มีการคืนเงินที่มาจากการตัดสินโดยศาลว่าทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) แล้วมีการริบเป็นเงินแผ่นดินไปแล้วกลับมา ความเห็นพ้องต้องกันในชาติไม่เกิดหรอกครับ เพราะเขาเห็นว่านั่นเป็นการทําลายหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม ซึ่งนี่เป็นจุดยืนไม่เฉพาะ แต่ฝ่ายค้านเท่านั้น แต่อีกหลายฝ่าย อย่างน้อยที่สุดคนส่วนใหญ่ในสังคมเขาเห็นตามนั้น เพราะฉะนั้น ๒ เรื่องนี้โยงกัน ท่านประธานครับ ผมอยากให้ตอบกันให้ชัดในประเด็นที่ ๑ ที่ผมถามไปก่อน ส่วนประเด็นที่ ๒ นั้นตอบได้เลยครับว่าถ้าเกิดรอให้มีการเปลี่ยนใจ ประเด็นก็คือว่าถ้ากฎหมายยังเหมือนเดิม ไม่มีวันเปลี่ยนใจใครได้หรอกครับที่จะไปทําลาย หลักนิติรัฐ นิติธรรม และกลับไปสู่การลบล้างคําพิพากษา ถ้าต้องการความปรองดอง ที่แท้จริง ท่านทําง่ายมากครับ ถอนกฎหมายนี้ออกไป แล้วสิ่งที่ฝ่ายค้านกับรัฐบาลร่วมกันได้ แน่นอนที่สุดผมตอบได้เลยครับ ๑. ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ํา ทุจริตจํานําข้าว ราคายางที่ตกต่ํา ราคาสินค้าเกษตรตกต่ํา ฝ่ายค้านร่วมมือเต็มที่ ๒. แก้ปัญหาแพงทั้งแผ่นดิน ฝ่ายค้านก็ร่วมมือเต็มที่ครับ นี่คือความปรองดองที่แท้จริงครับ ก็อยากให้ตอบคําถามนี้ ให้สมาชิกของฝ่ายค้านได้เข้าใจชัดเจนรวมถึงประชาชนด้วยครับ
ประเด็นเรื่อง ญัตตินะครับ เมื่อกี้ทางท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ได้เป็นผู้เสนอ แล้วผมก็ฟังพร้อม ๆ กับ ท่านสมาชิก ซึ่งท่านเสนอว่าขอเลื่อนญัตติ ๑๐ เรื่องที่ว่าขึ้นมาพิจารณาก่อนร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ก็เลยใช้มติของที่ประชุมแห่งนี้เพื่อเลื่อนญัตติ ๑๐ เรื่องนั้น ไปพิจารณาก่อนร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งเป็นญัตติที่เสนอก็เห็นว่า ชัดเจนครับ ส่วนเรื่องความเห็นที่ว่าท่านได้พูดถึงเมื่อกี้ก็เป็นเรื่องของความเห็นส่วนบุคคล ไม่ใช่เป็นความเห็นโดยรวม ก็เป็นเรื่องของส่วนบุคคล มีผู้เสนอญัตติให้มีการเลื่อนญัตติครับ ผมถามมีท่านใดจะเห็นเป็นอื่นหรือเปล่าครับ เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมเห็นว่าการเสนอเลื่อนญัตติ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วขึ้นมานี่ไม่จําเป็นครับท่านประธาน ท่านประธานดูข้อบังคับ ข้อ ๑๖ การจัดระเบียบวาระการประชุมให้จัดลําดับดังต่อไปนี้ ๑. กระทู้ถาม ๒. เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ๓. รับรองรายงานการประชุม ๔. เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว แล้วค่อยต่อ ๕. เรื่องที่ค้างพิจารณาครับ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติเป็นเรื่องที่ค้างพิจารณาอยู่แล้วครับ ดังนั้นไม่มีความจําเป็นใด ๆ ที่ต้องเลื่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วขึ้นมา มันเรียงตามลําดับของมันอยู่แล้วครับ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ทางท่านพิษณุ ขออนุญาตเอ่ยนาม ทางรัฐบาลนี่พยายามจะหลอกประชาชนนะครับว่าจะเอาเรื่องอื่นขึ้นมาก่อนร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ จริง ๆ ท่านสามารถทําได้อยู่แล้วในระเบียบวาระการประชุม ไม่จําเป็นต้องเลื่อนครับ
ทางฝ่าย เลขาธิการช่วยชี้แจงว่าคราวก่อนโน้นมีการเสนอเลื่อนร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ขึ้นมาพิจารณาก่อน แล้วก่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วด้วย เพราะฉะนั้น วันนี้ก็เป็นความจําเป็นที่จะต้องมีการเสนอญัตติให้เลื่อนขึ้นมานะครับ มีผู้เสนอญัตติให้เลื่อน มีท่านใดเห็นเป็นอื่นหรือเปล่าครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามนี้ เชิญท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงกระผมและคณะได้แสดงความเห็นไว้ ชัดเจนก่อนหน้านี้แล้วว่าการเลื่อนระเบียบวาระครั้งนี้เป็นการแก้ปัญหาที่สภานี้ได้สร้างขึ้น ในการประชุมในสมัยประชุมที่แล้ว พวกกระผมคิดว่าการเลื่อนระเบียบวาระเป็นการแก้ปัญหาไม่สุด เพราะเลื่อน ๑๐ เรื่องขึ้นมาพิจารณาก่อนก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ที่สุดกฎหมายล้างผิดฉบับนี้ ก็ยังค้างอยู่ในระเบียบวาระของสภาอยู่ดี เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาคือการต้องควรจะได้ถอน กฎหมายทั้ง ๔ ร่างนี้ออกไป แต่ว่าถ้ายังมีความพยายามที่จะขอเลื่อนพวกกระผมก็ขออนุญาต ที่จะไม่ร่วมลงมติด้วย เพราะฉะนั้นถ้าท่านประธานจะถามว่ามีผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ พวกกระผมก็มีความเห็นเป็นอย่างอื่นคือคิดว่าการเลื่อนเป็นการแก้ปัญหาไม่สุด ต้องถอนออกไปเท่านั้น ถ้าท่านจะขอใช้วิธีการลงคะแนนด้วยการขอเลื่อน พวกกระผม ก็ไม่ขอร่วมลงมติด้วย นี่ก็คือความชัดเจนแล้วครับท่านประธาน
คุณหมอ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานตามที่เพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ได้เสนอญัตติตามข้อบังคับแล้วมีผู้รับรองญัตติ ถูกต้อง ท่านประธานเองก็ได้สอบถามเพื่อนสมาชิก สอบถามสภาแห่งนี้ว่ามีผู้ใดเห็นเป็นอื่น หรือไม่ ซึ่งความเห็นเป็นอื่นก็คือเป็นญัตติที่ตรงกันข้ามหรือไม่เห็นด้วยกับญัตติเดิม เท่าที่ดูแล้วสังเกตเพื่อนสมาชิก ในญัตติไม่มีเห็นเป็นอื่นนะครับ นั่นก็ถือว่าสภาแห่งนี้ มีมติให้เลื่อนได้ ส่วนประเด็นที่ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ต้องขออนุญาตนะครับที่กล่าวถึงว่า ความเห็นเป็นอื่นของท่านนั้นคือต้องถอนกฎหมายที่อยู่ในระเบียบวาระออกไป นี่มันคนละประเด็นกันครับ มันคนละประเด็น จะถือว่าเป็นญัตตินี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น เมื่อญัตตินี้ไม่มีการลงมติโดยความเห็นพ้องของสภาทั้งหมดแล้ว ก็ถือว่าสภาให้ความเห็นชอบ ไปแล้ว การไม่ลงมติของท่าน สภาไม่จําเป็นต้องลงมตินะครับท่านประธาน เพราะไม่มีญัตติอื่น มันมีญัตติเดียว เพราะฉะนั้นความเห็นของกระผมเองที่ท่านประธานสรุปว่าเมื่อไม่มีญัตติอื่น ขึ้นมาก็ถือว่าสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบกับการเลื่อนญัตติของคุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ส่วนประเด็นข้อเห็นต่างอื่น ๆ จะพูดไปอีกกรณีหนึ่งผมไม่ได้ติดใจ ก็ว่ากันไปด้วยเหตุด้วยผล แต่ไม่ใช่ญัตติที่จะต้องเอามาโหวตกัน ถ้าจะเสนอญัตติว่าให้เอาเรื่องนี้ออกจากระเบียบวาระ ท่านต้องเสนอญัตติขึ้นมาอีกญัตติหนึ่ง คนละประเด็นกันครับ ต้องกราบขอบคุณท่านประธาน ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ผมมีอีกนิดเดียวครับ ประเด็นที่มีความจําเป็นต้องขอเลื่อนญัตติ เท่าที่ผมฟังจาก ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน สภาแห่งนี้อาจจะต้องขอเลื่อนตลอดไป ผมคิดว่ามีวิธีทางออกครับ ไม่จําเป็นต้องเลื่อนตลอดไปก็ได้ ญัตติที่สภาเห็นว่าจะดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อมีมติ แล้วก็สามารถดําเนินการได้ ให้ไปบรรจุในระเบียบวาระอยู่ในเรื่องด่วนเหมือนเดิม ก็ยังกระทําได้ นั่นคือมติสภา หรือหลายท่านบอกว่าไม่จําเป็นต้องเลื่อนเพราะว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ค้างอยู่ในวาระพิจารณาในระเบียบวาระการประชุม โดยอ้างข้อบังคับ ข้อ ๑๖ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ถ้าจะแปลความว่าเรื่องนี้ค้างอยู่ ในการพิจารณาของสภา นั่นคือสภาได้ดําเนินการพิจารณาไปแล้ว พิจารณายังไม่แล้วเสร็จ ถึงจะเป็นเรื่องค้างพิจารณา แต่ขณะนี้สภายังไม่ได้พิจารณาครับ สภาเพียงมีมติให้เลื่อนขึ้นมา พิจารณาเป็นอันดับต้น ๆ เท่านั้นเอง เป็นอันดับแรก แต่ยังไม่เข้าสู่การแถลงญัตติ ไม่มีการแถลงหลักการและเหตุผลของกฎหมายที่เลื่อนขึ้นมา นั่นก็ถือว่ายังไม่ได้พิจารณา เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระเท่านั้นเองครับ ด้วยข้อบังคับการประชุม ข้อ ๒๑ เขียนไว้ชัดเจนครับว่าจะต้องพิจารณาไปตามระเบียบวาระ นั่นคือมติครั้งสุดท้ายของสภา เป็นอย่างไรระเบียบวาระก็เป็นไปอย่างนั้น เมื่อระเบียบวาระเป็นไปอย่างนั้นแล้ว ถ้าเกิดเราเอาเรื่องอื่นขึ้นมาพิจารณาโดยไม่ขอมติสภา ก็ไม่ชอบด้วยข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นมีความจําเป็นที่เราจะพิจารณาในสัปดาห์ต่อไปซึ่งเป็นระเบียบวาระปกติ ซึ่งผู้เสนอญัตติก็ย้ําว่าให้เลื่อนมาพิจารณาก่อนร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ นั่นก็คือระเบียบวาระปกติ ไม่ใช่ระเบียบวาระพิเศษ ถึงแม้เลื่อนระเบียบวาระพิเศษวันนี้นะครับ เราพิจารณาไปแล้วถึงระเบียบวาระเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วก็พิจารณาไม่ได้ พิจารณาไม่ได้ถ้ามีการเลื่อนนะครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ที่สามารถเอาระเบียบวาระ ตรงนี้มาเลื่อนในวันนี้ได้ก็เนื่องจากว่าท่านประธานเองได้บรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุม ในวันนี้ อยู่ในระเบียบวาระของวันนี้อยู่แล้ว ก็สามารถที่จะนําขึ้นมาเลื่อนได้เพื่อให้มีผล ในการประชุมสภาครั้งต่อไป ก็ด้วยความเคารพท่านประธานครับ โดยสรุปแล้วเมื่อไม่มี ความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าญัตตินี้ได้รับความเห็นชอบจากสภา กราบขอบคุณท่านประธานครับ
คุณหมอสุกิจ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ที่จริงผมลุกขึ้นมา เพื่อแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยกับคุณบุญยอด เพราะว่าตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖ ก็ระบุไว้ชัดแล้วว่า การจัดระเบียบวาระการประชุมทําอย่างไร คือ กระทู้ถาม เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม รับรองรายงานการประชุม เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว แล้วถึงต่อด้วย เรื่องที่ค้างพิจารณา เมื่อกี้ท่านประธานได้เรียนต่อที่ประชุมทําให้ผมเกิดข้อสงสัย ท่านเลขาธิการ บอกว่าวันก่อนเราได้เลื่อนร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ที่ท่านเรียกว่าปรองดอง แต่พวกผมไม่เรียกอย่างนั้น มาหลังจากระเบียบวาระกระทู้ถามทั่วไป อย่างนั้นหมายความว่า ในการจัดระเบียบวาระการประชุมครั้งต่อไปในสัปดาห์หน้า ท่านประธานจะต้องเขียน ระเบียบวาระดังนี้ใช่ไหมครับ ก็คือ ๑. กระทู้ถาม ๒. เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว แล้วถึงจะต่อด้วยเรื่องอื่น ๆ อย่างนั้นใช่ไหมครับ ผมขอเรียนถามแค่นี้ครับ
ขอบคุณครับ คุณหมอ ถ้าที่ประชุมอนุมัติให้มีการเลื่อน ๑๐ เรื่องขึ้นมานะครับ ระเบียบวาระการประชุม ในสัปดาห์หน้าก็อาจจะเป็นเรื่องที่ ๑ กระทู้ถาม แล้วก็หลังจากกระทู้ถามแล้วก็ตามด้วย ๑๐ เรื่องที่ว่า แล้วหลังจาก ๑๐ เรื่องที่ว่านี้แล้วก็จะตามด้วยร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ๔ ฉบับ แล้วถึงเป็นระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้ง ต่อที่ประชุม ชัดเจนนะครับ เชิญคุณประเสริฐครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าเราทําอย่างนี้เราจะสร้างประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ให้กับสภาไหมครับ การสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสภาก็คือต่อจากนี้ไป ถ้ามีการเปิดประชุมขึ้นมาครั้งใดก็ต้องเอาเรื่องที่สมาชิกมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน แล้วต่อไปเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ความเป็นจริงมันเป็นเรื่องแรกของทุกเรื่อง ของทุกภาวะปกติ ของทุกภาวะของการประชุม ไม่ว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือประชุมคณะกรรมาธิการ หรือที่ประชุมเล็กกว่านั้น เขาก็ต้องมีเรื่องที่ประธานจะแจ้ง ต่อที่ประชุมขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ วันนี้เราก็จะต้องเอาเรื่องอื่นขึ้นมาก่อนเรื่องที่ประธาน จะแจ้งต่อที่ประชุม ต่อจากนี้ไปถ้ามีเรื่องสําคัญที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมก็คงทําไม่ได้ เพราะต้องรอการพิจารณาตามมติที่เรามีมติไปในวันนี้ให้เลื่อนขึ้นมากลบหน้าเรื่องที่ประธาน จะแจ้งต่อที่ประชุม นี่เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสภาผู้แทนราษฎรเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ เราจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสภาอีกเหมือนกัน เพราะเรา นําเรื่องที่เราเลื่อนในระเบียบวาระของวันนี้ไปก่อนระเบียบวาระที่ไม่ได้บรรจุอยู่ในสภาวันนี้ ท่านประธานเขียนไว้ในหน้า ๑ ท่านประธานบอกว่าวันนี้เป็นการประชุม ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ ในวันพุธที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.๐๐-๒๑.๐๐ นาฬิกา ณ ตึกรัฐสภา โดยให้จัดระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเฉพาะเรื่องที่จะมีการพิจารณา ท่านบอกว่าจะมีเฉพาะเรื่องที่มีการพิจารณา แต่วันนี้เราก็ใช้มติของที่ประชุมใช้เสียงข้างมาก เอาไปเลื่อนระเบียบวาระไปในสิ่งที่ไม่ได้บรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุมในสภาวันนี้ คําถามง่าย ๆ ถามว่าเราควรทําอย่างนี้หรือไม่ครับ ถ้าเราควรทําอย่างนี้ก็เท่ากับว่าสภา ต่อจากนี้ไปข้อบังคับไม่ค่อยมีความหมายเท่าไร แบบที่ท่านประธานวิปฝ่ายค้านพูด แล้วเรา ก็จะมีปัญหาต่อไปก็คือแก้ไม่สุด ภาวะของสภาต่อจากนี้ไปก็จะเป็นภาวะที่ไม่ปกติ ไม่เป็นไป ตามข้อบังคับ เราต้องการอย่างนั้นใช่หรือไม่ ถ้าเราต้องการอย่างนั้นเสียงข้างมากย่อมทําได้ แต่ในส่วนของซีกกระผม พวกผมก็ไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะให้ทําในสิ่งที่ไม่เป็นปกติ เราอยากเห็น สภาเป็นจุดในการแก้ปัญหา เราอยากเห็นสภาเป็นสภาที่ปกติ ท่านประธานช่วยพิจารณา ในเรื่องที่ผมนําเสนอด้วยครับ
ขอบคุณ ท่านประเสริฐครับ ก็ขอชี้แจงที่ท่านได้เรียนถามนะครับ ที่จริงการขอเลื่อนญัตติเป็นเรื่องปกติ ของสภาเราอยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นเรื่องประวัติศาสตร์อะไรที่ว่า ก็เป็นเรื่องปกติ เราก็เลื่อนกันมา เป็นปกติอยู่แล้ว นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ถ้ามีเรื่องจําเป็นที่ประธานจะแจ้งเพื่อทราบ ประธานก็พร้อม ที่จะแจ้งได้ทุกช่วงเวลาได้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องแจ้งเพื่อทราบที่บรรจุในระเบียบวาระ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่ถ้าประธานมีเรื่องอะไรเร่งด่วนที่จะแจ้งก็สามารถแจ้งได้ทุกขณะ คงไม่เป็นอุปสรรคอะไร ทีนี้มีผู้เสนอญัตติ มีผู้รับรองถูกต้องให้เลื่อนญัตติขึ้นมา ถ้าไม่มี ผู้เสนอญัตติเป็นอื่น ผมถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามนี้นะครับ ท่านบุญยอดเชิญครับ
เรียนท่านประธาน ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมย้ําอีกครั้งว่าสิ่งที่ท่านพิษณุจะเลื่อนมานี่ มันไม่จําเป็นต้องทํา เพราะเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วอยู่ก่อน เรื่องที่ค้างพิจารณาอยู่แล้ว เรื่องที่เราเลื่อนกันเมื่อสมัยที่แล้วคือเรื่องด่วนที่นําเข้ามาสู่การพิจารณา ผมจําได้ว่า เป็นเรื่องที่ ๑๐ หรือ ๒๐ กว่า ท่านก็เลือก ๔ เรื่องนี้ขึ้นมาเป็นเรื่องที่ ๑ ถูกไหมครับ แล้วมัน เป็นเรื่องที่ค้างพิจารณาครับ ก็ยังไม่ได้พิจารณาอย่างไรครับ ก็เรียกว่าค้างพิจารณา มันไม่มี วาระอย่างอื่นนะครับ สิ่งที่ท่านทําไม่จําเป็นต้องทํา ถ้าท่านจะเสนอญัตตินี้ผมก็จําเป็นครับ ที่ต้องเสนอญัตติค้าน เพราะผมคิดว่าท่านทําไม่ได้ ท่านไม่จําเป็นต้องทําหรอกครับ เพราะว่า เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วต้องมาพิจารณาอยู่แล้วครับ ถ้าท่านจะเลื่อน ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติสิครับข้ามหัวเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ท่านค่อยมาขอเลื่อนตรงนั้นครับ ท่านต้องมาขอต่อสภาครับว่าจะขอเลื่อนเรื่องนั้นขึ้นมา พิจารณาก่อน ถูกไหมครับ ประธานเองก็บอกว่าจะยื้อเรื่องนี้ออกไป ท่านก็ไม่พิจารณากัน อยู่แล้วนี่ครับจะทําไปทําไมครับ จะมาเสียเวลาพูดกันเรื่องนี้ทําไมครับ แต่ถ้าท่านยังยืนยันว่า นี่เป็นญัตติ ผมเสนอญัตติว่าคงการพิจารณาตามเดิมครับ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้อง ผมขอมติเลยครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่านสุนัย มีอะไรครับ
ประท้วงครับ ญัตตินี้ท่านประธาน ย้ําหลายครั้งว่ามีใครเสนอหรือไม่ เมื่อไม่มี ท่านประธานได้สรุปไปแล้วว่าไม่มีการเสนอ ถือว่าเลื่อนแล้ว หากจะมีการเสนอญัตติใหม่จะต้องตั้งเรื่องใหม่ แต่ขอความกรุณาเถอะครับ เมื่อกี้นี้ยกอยู่ประมาณ ๕ คนไม่ถึงดีครับท่าน ผู้รับรองไม่ครบครับ
เมื่อกี้ผมนับ เห็นว่าครบแล้วนะครับ ผมนับอยู่ครบ ๕ ครับ คงไม่ต้องเสนอใหม่ ผมขอทําความเข้าใจ อีกรอบหนึ่งนะครับ คราวที่แล้วนี่ ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ๔ ฉบับ ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วก็คือ มาเป็นลําดับต้นเลยในระเบียบวาระที่ ๑ ต่อจากกระทู้ถาม แล้วคราวนี้ท่านพิษณุได้เสนอ เลื่อน ๑๐ เรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อนร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ เพราะฉะนั้นถ้าที่ประชุมอนุมัติ ที่ประชุมเห็นชอบ การประชุมคราวต่อไปก็จะเป็นการประชุม ปกติ โดยที่ระเบียบวาระที่ ๑ ก็คือกระทู้ถาม พอจบกระทู้ถามเสร็จแล้วก็จะตามด้วย ๑๐ ฉบับ ที่ท่านพิษณุเสนอขึ้นมา แล้วจบจาก ๑๐ ฉบับนี้แล้วถึงจะไปเป็น ๔ ฉบับ ร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ แล้วจบจากนั้นแล้วถึงจะเป็นระเบียบวาระที่ ๒ ชัดเจนนะครับ
(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณหมอ ประท้วงหรือครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจาก ที่ท่านประธานพูดเมื่อกี้ และที่ผมได้พูดไปเมื่อครั้งที่แล้วคือการจัดระเบียบวาระการประชุม ครั้งหน้า ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงผมเกรงว่ามันจะผิดข้อบังคับ ข้อ ๑๖ ท่านประธานดูสิครับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๖ เขียนไว้ชัดเจนนะครับว่าการจัดระเบียบวาระการประชุมให้จัดลําดับ ดังต่อไปนี้ ๑. กระทู้ถาม ๒. เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ๓. รับรองรายงานการประชุม ๔. เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว แล้วก็ต่อไป ๕ ๖ ๗ แล้ววรรคสุดท้ายครับ บอกว่าในกรณีที่ประธานสภาเห็นว่าเรื่องใดเป็นเรื่องด่วนจะจัดไว้ในลําดับใด ของระเบียบวาระการประชุมก็ได้ แต่จะจัดไว้ก่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่ได้อย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นมันก็ต้องเรียงมาตามข้อ ๑ ๒ ๓ ๔ ผมตีความหมายของข้อบังคับ ไว้ว่าอย่างนี้ เขาจัดลําดับไว้อย่างนั้น จะเอาระเบียบวาระเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไปไว้หลังกระทู้ถามนี่ผมว่ามันก็คงไม่ได้นะครับ ถ้าดูอย่างนี้แล้ว
ขอบคุณคุณหมอ คุณหมอครับ ขอชี้แจงอย่างนี้นะครับ สิ่งที่คุณหมอพูดมาถูกต้องครับ เป็นอํานาจปกติ ของประธานสภาในการที่จะจัดระเบียบวาระต้องจัดตามที่ท่านพูดเมื่อกี้นี้ แต่ในกรณีนี้ เป็นเรื่องของมติที่ประชุม ซึ่งมติที่ประชุมนี่เหนือกว่าข้อบังคับ มติที่ประชุมยกเว้น การใช้ข้อบังคับยังได้เลย เพราะฉะนั้นก็อาศัยมติของที่ประชุมตรงนี้เพื่อเลื่อนขึ้นมาตามที่เรา ได้พูดคุยกัน ผมขอมติเลยดีกว่าครับ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ก่อนที่ท่านประธานจะถามมติ ผมเองต้องขออนุญาตที่จะกราบเรียน ถามท่านประธานและผู้เสนอญัตติด้วยว่าโดยข้อเท็จจริงญัตติท่านคือญัตติอะไร แล้วพวกเรา จะต้องลงคะแนนอย่างไร แล้วประเด็นข้อเสนอของท่านประธานวิปฝ่ายค้านที่จะไม่ขอลงมติ มันจะเป็นอย่างไร
ท่านประธานครับ ประเด็นแรกก่อน ญัตติของท่านพิษณุเป็นการขอเลื่อน เรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว จํานวน ๑๐ เรื่องขึ้นมา พิจารณาก่อนร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติที่อยู่ในระเบียบวาระปกติ อันนี้เป็นที่เข้าใจกันนะครับ หมายความว่าถ้าสภาอนุมัติแล้วตอนบรรจุระเบียบวาระปกติ ก็เป็นไปตามที่ท่านประธานได้ชี้แจง แต่ถ้าท่านบุญยอด ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน จริง ๆ ได้เสนอญัตติว่าขอให้เป็นญัตติที่คงตามระเบียบวาระ คงตามระเบียบวาระ ความหมายของท่านบุญยอดหมายถึงว่าคงตามระเบียบวาระของการประชุมวาระพิเศษ หรือคงตามระเบียบวาระการประชุมวาระทั่วไป ถ้าคงตามระเบียบวาระทั่วไปการจัดลําดับ ของการประชุมในระเบียบวาระก็จะเป็นเรื่องที่ท่านประธานได้นําเสนอไปแล้วก็คือกระทู้ถาม หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องที่ที่ประชุมได้มีมติพิจารณาให้เลื่อนขึ้นมาก่อน ก็จะเป็นร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ๔ ฉบับ ถ้าสมมุติเป็นซีกโน้นชนะ หลังจากนั้นก็เข้าสู่ ระเบียบวาระตามปกติไป คือตอนนี้ต้องยอมรับด้วยความเคารพว่า เราเห็นแก่ ความปรองดองที่ทุกท่านเป็นห่วง เราก็พยายามที่จะไม่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ถึงแม้สภามีมติว่าให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน เพื่อที่จะรอ ความเห็นพ้องต้องกันอย่างความสามัคคีของประเทศชาติบ้านเมืองนี้บนเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เรา ต้องมาทํากันต่อไป จะสานเสวนาโดยใคร จะทําอย่างไรก็ว่ากันไป ความเห็นไม่สอดคล้องว่า กระทรวงมหาดไทยถ้าทําไม่ดีจะเสนอให้ใครทําก็ว่ากันไป อันนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องมา พิจารณากัน อันนั้นเป็นอีกวาระหนึ่ง แต่ตอนนี้มันเป็นประเด็นแค่เราจะพิจารณาเรื่อง การบรรจุระเบียบวาระเท่านั้นเอง ผมก็กราบเรียนท่านประธานว่าความชัดเจนตรงนี้ ต้องให้ชัด
ประเด็นที่ ๒ ในการจัดระเบียบวาระตามข้อ ๑๖ นั่นคือการจัดระเบียบวาระ และเป็นอํานาจของท่านประธาน ในวรรคสองกรณีถ้าเป็นเรื่องด่วน วรรคหนึ่งเป็นอํานาจ ของท่านประธาน วรรคสองก็เป็นอํานาจของท่านประธานที่จะจัดไว้ แต่ไม่ใช่เรื่องที่สภา จะต้องยึดถือตามนั้น ถ้ามีความจําเป็น ท่านประธานครับ ดูข้อ ๒๑ วรรคท้ายประกอบครับ สภามีมติเป็นอย่างไรให้เป็นไปตามมติสภา สภาจะมีมติเอาเรื่องที่มีความจําเป็นขึ้นก่อน กระทู้ถามก็ได้ ถ้ามีความจําเป็น เพราะฉะนั้นผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าประเด็นญัตติ ของท่านบุญยอดต้องให้ชัดว่าท่านขอคงระเบียบวาระของวันนี้หรือของระเบียบวาระทั่วไป ที่เป็นวาระปกติในวันพุธหน้า เพราะเจตนารมณ์ผู้เสนอญัตตินี่คือระเบียบวาระในวันพุธหน้า พวกเราจะได้ลงมติได้ หรือแม้กระทั่งอาจจะไม่มีการลงมติถ้ามีความเข้าใจญัตติทั้ง ๒ อย่าง อย่างชัดเจนที่มันไม่ขัดแย้งกัน ต้องขอให้ท่านประธานได้กรุณานําประเด็นนี้ ถามเพื่อนสมาชิกที่นําเสนอญัตติด้วย กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณคุณหมอครับ ท่านบุญยอดได้เสนอญัตติไม่เห็นด้วยให้มีการเลื่อน แล้วมีผู้รับรองถูกต้อง ผมเห็นว่าชัดเจน และถูกต้องแล้วครับ เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธาน บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมเสนอก็คือว่าท่านกําลังทําในสิ่งที่ ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖ สิ่งที่ท่านกําลังทําอยู่ในขณะนี้มันไม่เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖ จะเลื่อนขึ้นมาไม่ได้ อยากให้ท่านพิจารณาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ต่อด้วยว่าถ้าท่าน จะของดเว้นข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใด ทั้งหมดหรือบางส่วนต้องใช้เสียง ๒ ใน ๓ ของสมาชิก ในที่ประชุม ท่านกําลังทําในสิ่งที่ไม่ใช่ข้อบังคับ ข้อ ๑๖ นะครับ
เมื่อกี้ ผมทําความเข้าใจไปแล้วนะครับ ข้อ ๑๖ เป็นอํานาจปกติของประธานสภาที่จะบรรจุตามขั้นตอน ที่ว่ามาทั้งหมด แต่ที่ประชุมถ้าเห็นมีความจําเป็นก็เป็นมติที่ประชุมจะเลื่อนเรื่องอะไรไปอยู่ ตรงไหนได้ทั้งนั้นครับ ท่านพิษณุมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ผมเป็นผู้ขอเสนอ เปลี่ยนแปลงเรื่องอื่น ๆ ขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องที่เลื่อนไว้ ถ้าไม่ทัน ไม่ตั้งใจฟังอาจจะฟังสับสน แต่ผมคิดว่าผมมีข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ซึ่งญัตติอันนี้ผมไม่จําเป็นต้องเสนอเป็นหนังสือล่วงหน้า ข้อ ๔๖ (๒) เขียนไว้เลยว่าผมขอเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระการประชุมได้ ผมเรียน ท่านบุญยอดนะครับท่านประธาน เพราะพาดพิงผมหลายครั้งเหลือเกิน แล้วก็ผมเรียน ท่านประธานว่าการขอเสนอเลื่อนญัตติครั้งนี้ ซึ่งมีเพื่อนผู้ลุกขึ้นอภิปรายเหตุผลต่าง ๆ นานา ผมเรียนท่านประธานว่าทุกคนรักบ้านนี้เมืองนี้ ท่านประธานครับ ผมถามว่าถ้าเรื่องปรองดอง อยู่จริง ๆ พวกผมโหวตก็ได้ครับ เพียงแต่ว่ามันมีบางคนบอกว่าไปคุยกันก่อนได้ไหม สานเสวนาทําความเข้าใจกันก่อน ใช้เวลาสักนิดได้ไหม ผมก็ฟังครับท่านประธานครับ เหมือนกับที่ท่านประธานว่า คือพวกเราฟังท่านครับ แต่ขณะนี้เรารู้แล้วว่าเราต้องใช้เวลา บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาตินั้นคืออะไร เราก็จะพยายามชี้แจงให้เข้าใจ แล้วหน่วยงานทุกหน่วยงานที่กําลังตั้งขึ้นมานี้กําลังทํากันอยู่ ผมเรียนท่านประธานว่าเรายังไม่ได้ถอนร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ออกไปครับ ยังอยู่ในสภา แต่กําลังทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน อาจจะมีส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ผมมั่นใจว่าเสียงส่วนมากจริง ๆ ถ้าโหวตกันร่างฉบับนี้ชนะอยู่แล้ว นั่นคือเสียงข้างมาก และเป็นความสวยงามของสภาแห่งนี้ แต่ด้วยความที่ท่านประธานก็ดี หลายคนก็ดี แม้แต่ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานวิปเองก็พาดพิงไปหลายคน ซึ่งอาจทําให้ พี่น้องประชาชนเสียหายแล้วก็ไม่เข้าใจ ผมเหมือนกันครับท่านประธาน ผมอยากเรียนว่า ผมเลื่อนเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะคิดว่าถ้าหากว่าเรามีเวลาได้พิจารณากันให้มันชัดเจนแล้ว เราค่อยตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะเอาอย่างไรต่อไป ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้ ผมเสนอให้เลื่อนขึ้นมา ๑๐ เรื่อง ท่านบุญยอดเสนอว่าให้คงระเบียบวาระเดิมไว้ ก็คิดว่า คงจะต้องโหวตกันละครับ เพราะว่านี่คือความสวยงามของรัฐสภา และผมก็ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ เปิดไว้ชัดเจนครับท่านประธาน อันนี้น่าจะตอบฝ่ายที่คัดค้านเรื่องนี้ได้ ส่วนระเบียบวาระ ท่านประธานก็แจ้งแล้วว่าสัปดาห์หน้าวันที่ ๘ เปิดขึ้นมาก็เป็นเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนพวกผมเลื่อน ขึ้นมาอยู่แล้ว มันเป็นข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร เรื่องไหนที่ผมเลื่อน เรื่องไหนที่สมาชิก เลื่อนขึ้นมา เราจะเลื่อนอีกสักกี่ครั้งก็ได้อยู่ที่สภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นน่าจะทําความเข้าใจ แล้วก็ขอให้ท่านประธานช่วยย้ํา แล้วก็ลงมติครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ผมขอมติเลย ดีกว่าครับ ขอมติเลยนะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่านบุญยอด มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ เพื่อความชัดเจนนะครับ สิ่งที่ท่านกําลัง จะขอมติคือการขอมติงดการใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ซึ่งต้องใช้คะแนนเสียง ๒ ใน ๓ ถ้าท่านจะทําอย่างนั้นเท่ากับท่านต้องงดเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๖ ในการเรียงลําดับ เรื่องที่จะพิจารณากันใหม่ ท่านต้องอยู่ในข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ คือต้องใช้เสียง ๒ ใน ๓ ของที่ประชุมนี้จึงจะให้งดเว้นข้อบังคับได้ครับ
ผมชี้แจงไปแล้วว่า ไม่จําเป็นต้องงดใช้ข้อบังคับ ใช้มติที่ประชุมตรงนี้ก็ดําเนินการได้เลย มีผู้เสนอญัตติถูกต้อง มีผู้รับรองถูกต้อง แล้วเมื่อกี้ท่านบุญยอดก็เสนอญัตติไม่เห็นด้วย ผมก็จะขอมติเสียเลย เชิญท่านบุญยอดครับ
ท่านประธานไม่เข้าใจผมนะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ สิ่งที่ผมเสนอคือผมเสนอต่อที่ประชุมว่า สิ่งที่ท่านกําลังทําเป็นเรื่องของการงดเว้นการใช้ข้อบังคับนะครับ ถ้าท่านจะพิจารณาเรื่องนี้ ต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ มันไม่ใช่เรื่องที่พิจารณาได้เลยตามญัตติที่จะเลื่อนขึ้นมา อะไรต่าง ๆ ท่านกําลังใช้การงดเว้นการใช้ข้อบังคับ เพราะฉะนั้นท่านต้องใช้เสียงในสภานี้ ๒ ใน ๓ ครับ
ผมชี้แจง หลายรอบแล้วนะครับ เชิญท่านพิษณุครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ชี้แจงเพื่อนสมาชิกท่านบุญยอดอย่างนี้นะครับ ผมไม่ได้งดเว้นข้อบังคับนะครับ ผมใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ขอเลื่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วขึ้นมาพิจารณาก่อน เรื่องปรองดอง ๑๐ เรื่องนี้จะได้พิจารณาก็คือสัปดาห์หน้าครับท่านบุญยอด ถ้าจะเลื่อน เป็นข้อ ๑๗๖ นั้นคือว่าจะเอาเรื่องนี้ ๑๐ เรื่องขึ้นมาแล้วพิจารณาเลย อันนั้นต้องใช้ข้อ ๑๗๖ ครับ อันนี้ไม่ต้องครับ ใช้ข้อ ๔๖ ครับ ขอบพระคุณนะครับ โหวตเสียทีเถอะครับท่านประธานครับ
ขอมติเลยนะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญสมาชิก ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติด้วยนะครับ ท่านผุสดีมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ต้องขอประทานโทษจริง ๆ ดิฉันไม่ค่อยเข้าใจนะคะ จริง ๆ ในการเลื่อน ระเบียบวาระในวันนี้เป็นการประชุมครั้งพิเศษ ดิฉันคิดว่าเรื่องของการปรองดองมันไม่อยู่ที่ ระเบียบวาระเลย ท่านจะเลื่อนสิ่งที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วมาอยู่ก่อนหน้าอะไร ตรงไหนคะ ต้องขอรบกวนนิดเถอะค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
เมื่อกี้ ผมได้อธิบายไปแล้วนะครับประเด็นนี้ เราใช้มติของที่ประชุมที่นี่แหละครับเพื่อเลื่อนญัตติ ที่ท่านพิษณุได้เสนอเอาเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ๑๐ เรื่องของวันนี้ ไปพิจารณาก่อนร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติในระเบียบวาระปกติ ตรงนี้ชัดเจน ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม ถ้าพร้อมก็แสดงตนได้เลยครับ แสดงตนได้เลยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ข้างหลังมีอะไรครับ หลังสุดเลยครับ
ท่านประธานครับ ผม ก่อเกียรติ สิริยะเสถียร บัตรใช้ไม่ได้ครับ หมายเลข ๐๐๘ ครับ
หมายเลข ๐๐๘ ท่านใช้สิทธิแสดงตนเลย เดี๋ยวนับเพิ่มอีก ๑ ท่าน ส่งผลได้เลยครับ ผู้เข้าประชุม ๒๙๔ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ผมขอมติเลยนะครับ มติเห็นด้วยกับญัตติที่เสนอขอให้มีการเลื่อน ๑๐ เรื่อง ขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ท่านเห็นด้วยหรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ เห็นด้วยหรือไม่นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ข้างหลังใช้สิทธิ ไม่ได้ใช่ไหมครับ มีปัญหาใช่ไหมครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูหน่อยครับ
ท่านประธานครับ ผม ก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ๐๐๘ เห็นด้วยครับ
ครับ เรียบร้อยครับ ปิดการลงคะแนน ส่งผลได้เลยครับ เห็นด้วย ๒๗๑ บวก ๑ เป็น ๒๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ
ต่อไปเป็นเรื่องรับทราบที่บรรจุในระเบียบวาระครับ
๒.๒ รับทราบเรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้นําเรื่องขออนุญาต สภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกตัวนายครรชิต ทับสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปทําการสอบสวน ในฐานะเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาในระหว่างสมัยประชุม ออกจากระเบียบวาระการประชุม ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๗๙ วรรคสอง
ด้วยผมได้อนุญาตให้นําเรื่องการขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกตัว นายครรชิต ทับสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปทําการสอบสวนในฐานะผู้ต้องหา ในคดีอาญาในระหว่างสมัยประชุม ออกจากระเบียบวาระการประชุม เนื่องจาก ได้พ้นกําหนดการขออนุญาตเรียกตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแล้ว ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๙ วรรคสอง จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๓ รับทราบ การพิจารณาของวุฒิสภา จํานวน ๒ เรื่อง
๒.๓.๑ วุฒิสภาได้มีมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติออกไป เป็นกรณีพิเศษ จํานวน ๓ ฉบับ
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้มีมติให้ขยายเวลา การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๓ ฉบับ ออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ คือ
๑. ร่างพระราชบัญญัติกําหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ในท้องที่เขตห้วยขวาง เขตวัฒนา และเขตสาทร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ....
๒. ร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๓. ร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .....
จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๓.๒ รายงาน ของผู้สอบบัญชีและงบการเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สําหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๒
ด้วยสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้รับทราบ รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สําหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๒ แล้ว จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๔ รับทราบ รายงานการตรวจสอบการแบ่งแยกทรัพย์สินของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ให้กระทรวงการคลัง ตามคําพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ ฟ. ๓๕/๒๕๕๐ ของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินครับ
ด้วยสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้เสนอรายงานผลการตรวจสอบ การแบ่งแยกทรัพย์สินของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยให้กระทรวงการคลัง ตามคําพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ ฟ. ๓๕/๒๕๕๐ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔๔ วรรคท้าย ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่ง รายงานดังกล่าวให้แก่สมาชิกแล้ว เชิญท่านอลงกรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในรายงาน เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรรับทราบรายงานการตรวจสอบการแบ่งแยกทรัพย์สินของ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยให้กระทรวงการคลัง ตามคําพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ ฟ. ๓๕/๒๕๕๐ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย เมื่อเกิดข้อโต้แย้ง ทางกฎหมายในการดําเนินการตามหน้าที่ราชการของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กําหนดไว้ ในมาตรา ๔๔ วรรคท้าย โดยจะต้องรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาและคณะรัฐมนตรี กระผมเห็นว่าเรื่องดังกล่าวนั้นมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารราชการแผ่นดินและมีผล โดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องของพลังงาน ได้แก่ ก๊าซ และน้ํามัน และรวมโยงไปถึงเรื่องไฟฟ้า ผมยังมีคําถาม
ท่านอลงกรณ์ ผมขออภัยครับ ด้วยสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มีหนังสือขออนุญาตให้ผู้แทนของ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณา ผมจึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ เพราะฉะนั้น ขอเชิญผู้มีรายนามดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมครับ ๑. คุณชลาลัย สุขสถิตย์ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน ๙ ชช. ๒. คุณเกล็ดนที สสิกาญจน์ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน ๘ ขอเชิญเข้าประจําที่ เชิญท่านอลงกรณ์ต่อครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน กระผมเห็นว่าเรื่องดังกล่าวนั้นมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลผลประโยชน์ของผู้บริโภค และพี่น้องประชาชนโดยส่วนรวม ขณะเดียวกันเพื่อให้เกิดแนวปฏิบัติที่ถูกต้องในกรณี การแปรรูปรัฐวิสาหกิจในโอกาสต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ศาลปกครองสูงสุดนั้น ได้มีคําพิพากษาให้กระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังได้ดําเนินการในการแบ่งแยก ทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติ รวมไปถึงสิทธิอํานาจของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ที่รัฐบาลในขณะนั้นได้ดําเนินการในการแปรรูปเป็นบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ปรากฏว่า ในการร้องของมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ร้องรวมทั้งสิ้น ๕ รายด้วยกัน ได้ร้องต่อ ศาลปกครองสูงสุดจนกระทั่งมีคําพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้กระทรวงพลังงานและ กระทรวงการคลังได้ดําเนินการให้มีการแบ่งแยกทรัพย์สินซึ่งใช้อํานาจมหาชน ปรากฏว่าได้มี การดําเนินการแบ่งแยกทรัพย์สินส่วนหนึ่งครับ แล้วก็สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเห็นว่า การส่งมอบทรัพย์สินให้กับกระทรวงการคลังจัดการแบ่งแยกยังไม่ครบถ้วน กล่าวคือว่า มีการแบ่งแยกทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่าเพียง ๓๒,๖๑๓ ล้านบาท แต่ว่ายังมิได้มีการแบ่งแยก ในส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สิทธิการใช้ที่ดินเพื่อวางระบบการขนส่งปิโตรเลียม ทางท่อ รวมทั้งแยกอํานาจและสิทธิในส่วนที่เป็นอํานาจมหาชนของรัฐออกจากอํานาจและ สิทธิของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ดังนั้นการแบ่งแยกและโอนทรัพย์สินให้กระทรวงการคลังจึงยังไม่ได้ดําเนินการให้แล้วเสร็จ ตามคําพิพากษา โดยสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้แจ้งผลการตรวจสอบตามหนังสือ ฉบับลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๑ ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการสํานักงาน ศาลปกครอง และบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) เพื่อพิจารณาดําเนินการบังคับคดีให้เป็นไป ตามคําพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ซึ่งต่อมาปรากฏว่าบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ได้มี หนังสือโต้แย้งและยืนยันว่าในอีก ๑ เดือนถัดมาคือวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๒ แจ้งสํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดินว่าบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ได้แบ่งแยกทรัพย์สินตามคําพิพากษา เรียบร้อยแล้ว สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินจึงได้มีความเห็นถึงกระทรวงการคลัง เพื่อที่จะให้กระทรวงการคลังนั้นได้มีหนังสือถึงสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งในมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อครั้งที่ได้มีการรับทราบคําสั่งศาลปกครองสูงสุด ในมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ก็ได้กําหนดไว้ว่าในกรณีมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายหรือการพิจารณาในส่วนของคําวินิจฉัย ก็ให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย ประเด็นอยู่ที่ว่าในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เมื่อปี ๒๕๔๔ ต่อเนื่องปี ๒๕๔๕ นั้น การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยซึ่งถือว่าเป็นรัฐวิสาหกิจนั้น ได้มีการแปรรูปเป็นบริษัทจํากัด (มหาชน) เรียกว่า บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) เพราะฉะนั้นจึงจําเป็นที่จะต้องมีการแบ่งแยกทรัพย์สิน ทรัพย์สินที่เกิดในช่วงที่เป็น การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยที่เป็นรัฐวิสาหกิจนั้นจะต้องส่งมอบให้กับแผ่นดิน โดยส่งมอบ ให้กับทางกระทรวงการคลัง แต่ก็มีข้อโต้แย้งอย่างที่กระผมได้เห็นรายงานของสํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดินว่าในด้านของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งถือว่าเป็นผู้ตรวจบัญชี การเงิน ทรัพย์สินของแผ่นดิน เห็นว่าการส่งมอบที่ทาง ปตท. ได้แจ้งนั้นยังไม่ครบถ้วน เพราะฉะนั้นจึงได้ยืนตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี ๒๕๕๐ ขอให้กระทรวงการคลังได้ส่งเรื่อง ให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อวินิจฉัย เข้าใจว่าตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๔ ซึ่งกระผมทราบว่าตอนนั้นก็คงเป็นช่วงของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แต่บัดนี้ กระทรวงการคลังได้รับทราบเรื่องดังกล่าวมาเป็นเวลาปีเศษแล้ว ก็เห็นว่าได้ดําเนินการ อย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ แล้วก็เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะเกี่ยวข้องไปกับเรื่องของค่าก๊าซ ค่าน้ํามัน ค่าบริการทั้งหลาย ที่บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) คิดค่าบริการ หรือการจําหน่ายสินค้า รวมไปถึงในเรื่องของการจําหน่ายก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้า และท่านประธานคงทราบว่าค่าเอฟที (Ft) เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟหลายสิบล้านรายทั่วทั้งประเทศนั้นก็จะมีค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น มันก็เกี่ยวโยงมาถึงในเรื่องของสิทธิและการครอบครองทรัพย์สินว่าจะเป็นของรัฐหรือว่า เป็นของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) นี่เป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจมาก แล้วก็การดําเนินการของรัฐบาลจะมีผลโดยตรงต่อการสร้าง ประการที่ ๑ บรรทัดฐาน ในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและการแบ่งแยกทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจกลับคืนมาในช่วงที่ใช้ อํานาจมหาชน หรือในช่วงที่ยังเป็นของรัฐอยู่ กับในช่วงที่เป็นบริษัทเอกชน ตรงนี้ก็เป็น ส่วนที่จะสร้างบรรทัดฐาน ประการที่ ๒ ก็คือเป็นการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับรัฐ ในกรณีถ้าหากว่าระบบท่อก๊าซทางทะเลซึ่งไม่ได้ส่งมอบเลยนะครับ บางส่วนของระบบท่อ แล้วก็อุปกรณ์ทางบกนั้นได้ส่งคืนมาส่วนหนึ่ง แต่ว่ามูลค่าของระบบท่อก๊าซทางทะเล และอุปกรณ์อีก ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และยังมีส่วนอื่นอีก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ทางสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้รายงานว่าในมุมของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เห็นว่าบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) นั้นจะต้องส่งมอบให้กับกระทรวงการคลัง ขณะเดียวกัน กระผมก็เรียนท่านประธานผ่านไปถึงกระทรวงการคลังซึ่งไม่ได้ส่งผู้แทนมาชี้แจงด้วยนะครับว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีนั้นมีความเห็น อย่างไรในเรื่องนี้ว่าเมื่อสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินรายงานต่อคณะรัฐมนตรีไปแล้ว รายงานต่อวุฒิสภาไปแล้ว และเห็นว่าทรัพย์สินอีกส่วนหนึ่งอย่างน้อย ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อย่างสูง ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทยังไม่ได้ส่งมอบจะทวงคืนกลับมาหรือไม่ ขณะเดียวกัน บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ซึ่งรัฐยังถือหุ้นใหญ่อยู่จะดําเนินการอย่างไรต่อไป และจะมีผล ต่อราคาหุ้นแล้วก็มูลค่าทรัพย์สินของ ปตท. หรือไม่ อย่างไร ในกรณีที่จะต้องมีการโอน ทรัพย์สินดังกล่าวมา และผลประโยชน์อันจะเกิดขึ้นจากการใช้ดังกล่าวนั้นใครจะเป็น ผู้รับผิดชอบ ใครเป็นผู้ดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของก๊าซ ระบบการค้าการจําหน่าย ก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยต้องเรียนว่า ปตท. เป็นผู้ผูกขาดแต่ผู้เดียว เพราะฉะนั้นก็มี ส่วนสําคัญอย่างยิ่งต่อข้อโต้แย้งของมูลนิธิองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค และตัวผู้บริโภคเองที่มีความเห็นว่าราคาก๊าซหรือแม้แต่ในส่วนของน้ํามันนั้นในประเทศไทย ราคาควรจะถูกกว่านี้ ประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นที่ต้องการคําชี้แจง ส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ได้กรุณาอนุญาตให้กับสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มาชี้แจงในข้อเท็จจริง แล้วก็มุมของกฎหมายที่ท่านเสนอรายงาน แล้วก็มารายงานสภาว่าขณะนี้หลังจากท่านทํา หนังสือถึงกระทรวงการคลังแล้ว ถึงรัฐบาลแล้ว ๑ ปีที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้ดําเนินการ อย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ มีความคืบหน้ามากน้อยแค่ไหน และ ๓. ก็คือในส่วนของเอกสาร หลักฐานทั้งหมดที่ สตง. เห็นว่าเป็นเรื่องของทรัพย์สินที่เป็นของแผ่นดิน ท่านมีหลักกฎหมาย มีหลักฐานอะไรนะครับ เพราะถึงอย่างไรก็ตามก็ต้องยอมรับว่าวันนี้การแปรรูปดังกล่าว ถือเป็นการแปรรูปที่ใหญ่ที่สุดนะครับ แล้วเป็นการแปรรูปที่เกี่ยวข้องกับกิจการพลังงาน ที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งในเรื่องของผู้บริโภค ผู้ใช้พลังงานที่เป็นพี่น้องประชาชน ทั่วทั้งประเทศก็ดี แล้วก็เกี่ยวโยงกับเรื่องของอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่เป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด อุตสาหกรรมหนึ่งในภาคของปิโตรเคมี แล้วก็อุตสาหกรรมปลายน้ําอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้น การวินิจฉัยและดําเนินการเรื่องนี้จึงต้องดําเนินการอย่างรอบคอบเป็นหลักเป็นฐาน แล้วก็ อยู่บนหลักผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และเหนืออื่นใดคือความโปร่งใส แล้วก็การเปิดเผยที่ไม่อยู่บนผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ กระผมก็รอการชี้แจงจาก ทางสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน แล้วก็จะรอเอารายงานจากท่านเพื่อที่จะได้ซักถาม ทางกระทรวงการคลัง หรือว่าทางท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ
กราบสวัสดี ท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านค่ะ ต้องขอขอบพระคุณมากนะคะ แล้วรู้สึกเป็นเกียรติ อย่างยิ่งที่ได้มานําเรียนข้อเท็จจริง เมื่อกี้ท่านสมาชิกพูดคําว่าเป็นเรื่องสําคัญ ต้องเรียนว่าเป็นเรื่องสําคัญจริง ๆ ขออนุญาตเรียนค่ะ ดิฉันชื่อ นางชลาลัย สุขสถิตย์ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน ๙ ชช. ได้เป็นผู้ตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่ะ เราทํางานเรื่องนี้ มาประมาณ ๒-๓ ปีแล้วค่ะ ประเด็นคําถามที่ท่านถามว่าขณะนี้ทางรัฐบาลทําอะไร ต้องเรียนว่าหัวใจของเรื่องนี้คือมติคณะรัฐมนตรีที่มอบหมายให้สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองความถูกต้อง มีประเด็นหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีนี้ได้ให้ความเห็นไว้ในบรรทัดสุดท้ายว่าในกรณีที่มีความเห็นแย้ง เหมือนกับหารือไปที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อให้ได้ข้อยุติ ขณะนี้สํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดินมีจุดยืนอย่างที่ท่านว่าก็คือเราเห็นว่าการส่งทรัพย์สิน ของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) นี่อยู่ที่ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทไม่ครบถ้วน ยังมีทรัพย์สิน ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินน่าจะต้องส่งคืนอีก ๓๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วคนที่จะ เป็นคนทวงติดตามน่าจะเป็นเจ้าหนี้ก็คือกระทรวงการคลัง เราได้ทําหนังสือถึง กระทรวงการคลังแจ้งข้อเท็จจริงทั้งหมด แล้วก็เมื่อปี ๒๕๕๔ ตามที่ท่านทราบ ขณะนี้ ปี ๒๕๕๕ เราทําหนังสือเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๕ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากว่าท่านยังไม่ได้ตอบหนังสือของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จนกระทั่งติดตามจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการตอบจากกระทรวงการคลังแต่ประการใด อันนี้ คือความก้าวหน้าครั้งสุดท้าย ซึ่งอย่างที่เรียนเรามองว่าถ้าเรื่องนี้มีการหารือตามมติ ครม. ไปถึงสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาน่าจะได้ข้อยุติที่พึงพอใจกันทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนในเรื่องของทรัพย์สินต่าง ๆ หรือว่าทางด้านกฎหมายที่ท่านสมาชิกนําเรียนต่อที่ประชุม เมื่อกี้นี้ค่อนข้างละเอียดแล้วก็เป็นไปตามที่ท่านนําเรียนจริง ๆ
ขออนุญาตประเด็นเดียวที่สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินมองในเรื่องที่เรา ทักท้วง เราติดใจในเรื่องของคําว่าสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา ๑๓๐๔ (๓) ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรามองว่าทรัพย์สินใดก็ตามที่ได้มาด้วยอํานาจมหาชน ในขณะที่เป็นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเมื่อแปรรูปมาก็น่าจะต้องส่งคืนทั้งหมด โดยเฉพาะในส่วนของท่อก๊าซธรรมชาติใช้ทั้งระบบนะคะไม่ใช่เฉพาะท่อก๊าซ ท่อก๊าซ และระบบควบคุมทั้งหมดที่เราเก็บตัวเลขมา ถ้าท่านดูตามรายงานจะปรากฏอยู่ในรายงาน หน้า ๙๖ เป็นต้นไป ทางผู้ตรวจสอบได้เก็บตัวเลขทั้งหมดเลย ทรัพย์สินในช่วงของ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยมีทั้งหมด ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในตัวนี้ก็จะมีทรัพย์สิน ที่เป็นทั้งส่วนของอาคาร ที่ดิน อุปกรณ์ แล้วก็ระบบท่อก๊าซ ทั้งบนบกและในทะเล และเรา จะมีตารางเปรียบเทียบว่าทรัพย์สินทั้งหมด ปตท. แบ่งแยก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ยังเหลือ อีกหลายส่วนที่ยังไม่ได้ส่งคืน โดยเฉพาะค่อนข้างจะให้ความสําคัญกับท่อก๊าซในทะเล ซึ่งบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ไม่ได้ส่งคืนเลยค่ะ ส่วนท่อก๊าซบนบกนี่ส่งคืนเป็นบางส่วน ปตท. มองว่าที่ดินที่ท่อก๊าซบนบกผ่านที่ดิน ๔ ประเภทด้วยกัน โดยการซื้อ การเช่า การรอนสิทธิ แล้วก็เวนคืน ท่อก๊าซที่ผ่านที่ดินที่ซื้อแล้วก็เช่าจุดตรงนี้ ปตท. จะไม่ได้คืนนะคะ โดยอ้างว่า ไม่ได้ใช้อํานาจมหาชน แต่ทางสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินพิจารณาได้ว่าท่อก๊าซนี่ มีการวางระบบเป็นแนวท่อก๊าซอยู่แล้วซึ่งเป็นกฎหมาย เพราะฉะนั้นพิจารณาได้ว่า ถือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินทั้งหมด จึงทักท้วงเรียกเงินคืน ทักท้วงเรียกทรัพย์สินตัวนี้ กลับคืนมาอีก ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท รายละเอียดปรากฏตามรายงานที่นําเสนอทางสภา ไม่ทราบว่ายังมีประเด็นอะไรที่สงสัยอีกก็ยินดีค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ
ท่านอลงกรณ์ ต่อเนื่องและค่อยหมอสุกิจครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงกระผมได้ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจจากการปิโตรเลียม แห่งประเทศไทยเป็นบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อปลายปี ๒๕๔๔ ก็ ๑๑ ปีที่ผ่านมานะครับ แล้วก็ประเด็นนี้ยังเป็นประเด็นข้อโต้แย้ง คราวนี้ก็เป็นทางการที่ทางสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ปฏิบัติตามกฎหมายตรวจเงินแผ่นดินในการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ดังนั้นกระผมเห็นว่าเรื่องดังกล่าวนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่สําคัญอย่างเดียว แต่ว่าเป็นเรื่อง การสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นทั้งในส่วนของรัฐซึ่งถือว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ประชาชน ที่ได้รับผลโดยตรงทั้งทางบวกทางลบต่อการดําเนินกิจการของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ที่แปรรูปจากการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ดังนั้นทรัพย์สินที่ทางสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เห็นว่ายังคงค้างอยู่อีกอย่างน้อย ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในส่วนนี้เป็นทั้งระบบท่อก๊าซ ในทะเลและอุปกรณ์ รวมทั้งโรงแยกก๊าซด้วย ตรงนี้เป็นประเด็นที่จําเป็นอย่างยิ่งที่คิดว่า สภาผู้แทนราษฎรควรจะต้องมีท่าทีในการดําเนินการในฐานะที่เราควบคุมการบริหาร ราชการแผ่นดิน แล้วก็รับผิดชอบต่อรัฐธรรมนูญและภารกิจหน้าที่ กระผมได้อ่านรายงาน ค่อนข้างละเอียดนะครับ คงไม่ได้มีคําถามเพิ่มเติม แต่ว่าหารือท่านประธานนิดเดียวครับว่า ในการที่ทางสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ปฏิบัติตามกฎหมายในการรายงานต่อ สภาผู้แทนราษฎร แล้วเมื่อเห็นว่ามีปัญหาในกรณีที่เกิดความล่าช้าจากการที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะกํากับดูแลกระทรวงการคลังยังไม่ดําเนินการใด ๆ ในฐานะเป็นเจ้าหนี้ อย่างน้อยที่สุดการที่เจ้าหนี้จะได้ส่งเรื่องให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามที่มติคณะรัฐมนตรีได้กําหนดไว้ว่าถ้ามีข้อโต้แย้งก็ให้ส่งให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้มีการวินิจฉัยเพื่อถึงข้อยุติ ซึ่งถ้าหากว่าดําเนินการโดยเร็วก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ถ้าหากว่าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ปฏิบัติหน้าที่ ถูกต้องก็จะได้บังคับคดีให้ดําเนินการ ก็เท่ากับว่าเราสามารถได้ทรัพย์สินคืนเป็นของรัฐ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเป็นอย่างน้อย และจะมีผลอย่างยิ่งต่อราคาก๊าซ ราคาค่าบริการทั้งระบบ ทั้งค้าปลีก ค้าส่งของก๊าซและน้ํามันในประเทศไทย แต่การที่รัฐบาลยังไม่ดําเนินการในเรื่องนี้ ก็เป็นผลเสีย เพราะว่าทําให้เกิดการเสียโอกาสในการดูแลประโยชน์ของประชาชน กระผมก็เลยหารือท่านประธานว่าในฐานะที่สภาผู้แทนราษฎรทําหน้าที่ในการควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน และเมื่อทราบรายงาน ท่านประธานจะดําเนินการอย่างไร ในการที่จะให้รายงานของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินนั้นและมีปัญหากรณีที่ส่งไปให้ ฝ่ายบริหารแล้ว ฝ่ายบริหารยังไม่ดําเนินการใด ๆ เลย ก็เลยถือโอกาสนี้หารือท่านประธาน ในฐานะที่เป็นประมุขว่าเราจะดําเนินการอย่างไรต่อไปในเรื่องนี้ครับ
ท่านเลขาธิการครับ กรณีนี้เรามีหนังสือ คณะกรรมาธิการการพลังงานติดตามเรื่องนี้อยู่ใช่ไหมครับ ส่งไปที่ คณะกรรมาธิการการพลังงานใช่ไหม เรื่องนี้สภาเราส่งไปที่คณะกรรมาธิการการพลังงาน เพื่อติดตามเรื่องนี้อยู่ เชิญท่านอลงกรณ์
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ต่อเนื่องนิดเดียวครับ ผมมีความเห็นแย้งท่านประธานนิดเดียวครับคือถ้าเป็นเรื่องที่ร้องเรียนมา หรือเป็นเรื่องที่ต้องไปศึกษาติดตามยังไม่ได้มีข้อสรุปนี่ ผมคิดว่าเราส่งให้คณะกรรมาธิการ การพลังงานก็ชอบอยู่ครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่รายงานตามกฎหมายมายังสภาใหญ่ นี่นะครับ ผมคิดว่าตามแนวท่านประธานนั่นละครับ เพียงแต่ว่าก็ให้มีหนังสือไปหรือแจ้ง ไปยังรัฐบาลว่าขอให้กระทรวงการคลังดําเนินการโดยเร็วนะครับก็เพียงแค่นั้นเอง ก็คิดว่า จะเร็วกว่า ไม่อย่างนั้นเรื่องก็ยิ่งเนิ่นช้า
ขอบคุณครับ เชิญคุณหมอสุกิจครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เห็นด้วยกับท่านอลงกรณ์ทุกอย่างนะครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญของประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นทรัพย์สมบัติของประเทศชาติ ซึ่งกําลังจะโดนบริษัทที่เขาบอกว่า เป็นบริษัทที่มีกําไรมากติดอันดับต้นของบริษัทพลังงานของโลกกําลังยื้อแย่งทรัพย์สินกันอยู่ กับรัฐบาล เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของการทวงเงินคืน ทวงท่อก๊าซคืน ทวงสมบัติคืน อย่างเดียว แต่มันจะเป็นเยี่ยงอย่างให้กับรัฐวิสาหกิจหรือว่าองค์กรอื่น ๆ ด้วย ที่เมื่อกลายไปเป็น บริษัทมหาชนแล้วเอาเปรียบรัฐบาล เอาเปรียบประเทศชาติ นั่นก็คือการเอาเปรียบ พี่น้องประชาชน เรื่องนี้ความจริงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะสับสน เพราะฉะนั้นถ้าผมพูดอะไร มีความผิดพลาดไป ไม่เข้าใจอย่างไร ผมต้องขออภัยด้วย เพราะว่ารายงานของท่านหนามาก เหลือเกินครับ ขอเรียนตรง ๆ ว่าไม่สามารถที่จะอ่านให้จบได้ แต่ได้อ่านจากรายงานย่อ ๆ ก็คือว่าตอนนี้บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ได้คืนทรัพย์สินให้กับกระทรวงการคลังแล้ว เป็นมูลค่า ๑๖,๑๗๖.๑๙ ล้านบาท ในขณะที่ยังมีปัญหาในส่วนที่ยังไม่คืนอยู่ โดยเฉพาะ ส่วนที่เป็นท่อส่งก๊าซและอุปกรณ์ที่จะประกอบเป็นระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ มูลค่าทรัพย์สิน ๓๒,๖๑๓.๔๕ ล้านบาท ซึ่งเงินจํานวนนี้ขอเรียนตรง ๆ เลยว่าสําหรับ ปตท. จิ๊บจ๊อยมาก ปตท. เขากําไรปีหนึ่งเป็นหลายหมื่นหรือจะเกือบถึงแสนล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าจะคืนเงิน แค่นี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย แต่ที่มีปัญหาเกิดขึ้นก็อย่างที่ผมได้รับฟังจากคําชี้แจงของท่าน ก็คือยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกันอยู่ อาจจะ ปตท. เห็นว่าอันนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินที่ควรจะส่งคืน แต่อย่างไรก็ตามในฐานะที่ท่านได้ดูแลเรื่องนี้มาตลอด ได้ทํางานมาตลอด แล้วได้มี ในส่วนท้ายอันนี้ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินยังคงให้ความเห็นอยู่ว่ากระทรวงการคลัง ควรที่จะให้บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ส่งมอบและโอนให้กระทรวงการคลังต่อไป จึงเรียนมาให้โปรดพิจารณาดําเนินการภายใน ๓๐ วัน ซึ่งเรื่องนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ถ้า ๓๐ วันมันก็เลยมาตั้งนานแล้ว แต่ทราบว่าการส่งคืน การส่งมอบ ก็ยังไม่ได้เกิดขึ้น อันนี้แหละเป็นปัญหาที่อยากจะเรียนถามว่าแล้วจะทําอย่างไรต่อไปครับ เป็นเพราะอะไรถึงเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น เป็นเพราะกระทรวงการคลังไม่อยากได้ ทรัพย์สมบัติอันนี้คืนใช่ไหมครับที่เกิดเหตุการณ์นี้ หรือว่าเป็นเพราะ ปตท. ดื้อไม่ยอมส่งคืนให้ อันนี้แหละครับอยากจะเรียนถามว่าทําไมมันถึงเรื้อรังอย่างนี้ และตามความเห็นของ ท่านอลงกรณ์ ผมก็เห็นด้วยครับว่าสภาของเราควรจะมีความเห็นอย่างใดอย่างหนึ่งออกไป เพื่ออย่างน้อยที่สุดก็ให้สาธารณชนได้ทราบว่าเราได้รับทราบเรื่องนี้แล้ว เรามีความเห็นว่า เรื่องอย่างนี้มันไม่สมควรจะเกิดขึ้น แล้วเป็นความผิดของใคร อะไร ผมอยากจะเรียนถาม ท่านว่าปัจจุบันนี้ปัญหาจริง ๆ มันอยู่ตรงไหนครับ มันอยู่ที่ใครครับ ไม่อย่างนั้นเรา ก็ไม่กระจ่างแจ้งกับรายงานของท่านที่ส่งมา จริง ๆ แล้วเราทุกคนก็หวงทรัพย์สมบัติของชาติ อยากจะเห็นทรัพย์สมบัติกลับมาเป็นของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เป็นของบริษัทที่ร่ํารวย มหาศาลระดับนั้น ซึ่งร่ํารวยแล้วก็ยังกลับมาเอาเปรียบพี่น้องประชาชนอีก อย่างนั้นมันเป็น เรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่ถ้าเป็นความถูกต้องของเขาก็ขอให้ชี้แจงมาว่า ปตท. เขาทําถูกต้องแล้ว ขอบคุณครับ
กรณีที่ ท่านอลงกรณ์ได้ฝากไว้ ผมรับไปนะครับ เหมือนกับเป็นกรณีหารือก็จะทําหนังสือส่งไป หน่วยงานที่เขารับผิดชอบ จะชี้แจงหน่อยไหมครับ
กราบสวัสดี อีกครั้งหนึ่งนะคะ ถ้าพูดถึงว่าขณะนี้เหตุใด ปตท. ยังไม่ดําเนินการตามที่ สตง. ทักท้วง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ดําเนินการ คาดว่าน่าจะเป็นประเด็นทางกฎหมาย ยังเป็นกระบวนการในการตีความ เพราะว่าตามคําพิพากษาอาจจะมีบางส่วนที่จะต้องตีความ เช่นคําว่าสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา ๑๓๐๔ (๓) หรือคําว่าท่อก๊าซ อย่างท่อก๊าซ ในทะเลที่ ปตท. ไม่ส่งคืนเลย ซึ่งทาง สตง. มองว่าอันนี้เป็นเรื่องของการประกาศแนวเขต ซึ่งเป็นประกาศทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นเรามองว่าทรัพย์สินตรงนี้ถ้าอยู่ในแนวเขต ต้องเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แต่ทาง ปตท. สาเหตุที่ไม่ส่งคืนคือไม่กล้าตอบแทนเขา แต่คาดว่าอาจจะไม่ได้มอง มองต่างมุมประมาณนั้น เพราะฉะนั้นก็เลยยังไม่ได้คืน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเรามองที่มติ ครม. เป็นหัวใจหลัก เช่นเดียวกันคือการที่ให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาเพื่อให้ได้ข้อยุติ ซึ่งเราคงจะต้องเคารพ ณ จุดนั้น แต่ขณะนี้กระบวนการตรงนี้ยังไม่มีแล้วเรามองว่า ผู้ที่น่าจะทําหน้าที่คือเจ้าหนี้หรือเจ้าของที่จะต้องไปเรียกดูว่าครบหรือไม่ครบ ทางสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินถึงได้ทําหนังสือแจ้งไปที่กระทรวงการคลังว่า ในเมื่อมติ ครม. แจ้งว่าสุดท้ายแล้วต้องถึงสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ตอนนี้ ยังไม่ถึงขั้นตรงนี้ก็อยากจะขอให้ดําเนินการ ซึ่งเราทําไปตั้งแต่ปีที่แล้วฉบับหนึ่ง แล้วก็มี วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๕ อีกฉบับหนึ่ง จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคําตอบจากกระทรวงการคลัง ขออนุญาตชี้แจงแค่นี้ กราบขอบพระคุณค่ะ
คุณหมอมีอะไร เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กรณีวิธีรายงานตรวจสอบมันหนาเหลือเกิน อ่านพอจับใจความได้ว่า เหตุการณ์มันเกิดตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เป็นต้นมา แล้วเพิ่งมาเร่งดําเนินการปี ๒๕๕๔ แล้วท่านประธานก็บอกเมื่อกี้นี้ได้ส่งไปให้คณะกรรมาธิการการพลังงาน ทีนี้ถ้าดูหน้าที่ของสภาเรา ก็คือตรวจสอบ ติดตามการดําเนินการตามนโยบายของรัฐบาล อันนี้เป็นเรื่องที่เรา ให้คณะกรรมาธิการดําเนินการแล้ว ในความเห็นของกระผมก็น่าจะให้คณะกรรมาธิการ การพลังงานที่รับเรื่องไปสรุปเสนอเข้ามา เราเร่งภายในของเราได้ แต่ถ้าเป็นภายนอก ทางสภาคงทําลําบาก เพราะว่าอาจจะทําในนาม ส.ส. ปรึกษาหารือ หรือไม่ก็ตั้งกระทู้ถาม แค่นั้นเอง เพราะว่ามันไม่ได้เกี่ยวกัน ผมก็ไม่แน่ใจว่าทางผู้ตรวจการในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญมีรายละเอียดอย่างอื่นไหม หรือเพียงแต่แจ้งให้ทางสภาได้ทราบ สภาก็ทําได้ ทางคณะกรรมาธิการครับ เพราะท่านมาพูดอย่างนี้รายงานเข้ามาเราก็แค่รับทราบแค่นั้นเอง แต่ในใจผมอยากจะให้คณะกรรมาธิการการพลังงานได้สรุป เพราะว่าข้อเท็จจริงที่ท่านฟังว่า รอสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วเป็นอย่างไรก็ยังไม่ทราบ น่าจะเป็นหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการการพลังงานที่จะไปศึกษาดูแล้วมารายงานต่อสภา แล้วจะดําเนินการ อย่างไรก็เป็นมติสภาไป ขอบคุณครับท่านประธาน
สภาเราส่งไปที่ คณะกรรมาธิการการพลังงาน ก็เป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมาธิการการพลังงาน ที่ต้องดําเนินการอยู่แล้วครับ และส่วนของเราเมื่อกี้นี้ผมก็รับปากท่านอลงกรณ์ว่าจะช่วย ทําหนังสือไปที่หน่วยงานที่เขารับผิดชอบ เหมือนกับกรณีเหมือนหารือในสภามันจะได้เร็วขึ้น สมควรแล้วกระมังครับ ไม่มีท่านใดอภิปรายถือว่าที่ประชุมรับทราบตามนี้นะครับ ขอบคุณ ท่านผู้แทนของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินครับ ขอบคุณครับ คุณหมอสุกิจมีอะไร เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม หมอสุกิจ ส.ส. จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ปกติเวลาเราหารือกันตอนเช้า ท่านประธาน ได้ดําเนินการแบบนั้น ก็คือส่งเรื่องที่สมาชิกหารือไปที่ทางผู้รับผิดชอบใช่ไหมครับ ผมว่าอันนี้ ท่านประธานถือว่าคําอภิปรายของท่านอลงกรณ์เมื่อกี้เป็นการหารือจะได้ไหมครับ ท่านก็ทําเรื่องส่งไปที่กระทรวงพลังงาน
ทํานองนั้นครับ เอาอย่างที่คุณหมอว่า ก็จบนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านผู้แทนสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
ท่านสมาชิกครับ ผมขอหารือเรื่องการประชุมของเรามี ๒ วัน วันพุธกับ วันพฤหัสบดี กรณีวันพุธอยากจะนําเรื่องของกฎหมายมาพิจารณา ส่วนวันพฤหัสบดี ก็เอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับกฎหมายเข้ามาหารือ เพื่อจะหารือที่ประชุม เห็นชอบตามนี้นะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามนี้ครับ สมควรครับ ปิดประชุมครับ