สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑ สิงหาคม ๒๕๕๕

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เสนอไม่เลื่อนระเบียบวาระในการประชุมสภานัดพิเศษ เนื่องจากเห็นว่าการเลื่อนระเบียบวาระนี้จะทำให้กฎหมายล้างผิดที่ถูกเลื่อนไปในสมัยก่อนผ่านพิจารณาได้ และขอให้นายกรัฐมนตรีแก้ปัญหานี้โดยการประสานงานกับพรรคการเมืองที่ตนเองสังกัดและพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อถอนร่างกฎหมายนี้ออกไป

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม มีคําถามว่าเนื่องจากการประชุมสภานัดนี้เป็นการประชุมสภานัดพิเศษ เพราะฉะนั้นการที่ สมาชิกขอเลื่อนระเบียบวาระเมื่อสักครู่ ถือว่าเป็นการขอเลื่อนระเบียบวาระจากการประชุม นัดพิเศษเพื่อเลื่อนไปสําหรับการนัดประชุมนัดพิเศษครั้งหน้า หรือเลื่อนไปเพื่อที่จะให้มีผล สําหรับการบรรจุกําหนดระเบียบวาระในการประชุมปกติในครั้งต่อไป ถ้าหากว่า มีความประสงค์ที่จะเป็นการเลื่อนระเบียบวาระจากการประชุมนัดพิเศษนัดนี้ให้ไปมีผลต่อ การกําหนดระเบียบวาระในการประชุมนัดปกติครั้งต่อไป กระผมก็มีคําถามว่าสามารถ ที่จะทําได้หรือไม่ และเป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่ นั่นคือประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่ากระผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะขอ เลื่อนระเบียบวาระ ถ้าหากว่าจะเป็นการขอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหากฎหมาย ล้างผิดที่ได้มีการเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาในการประชุมครั้งก่อนที่ผ่านมา เนื่องจากว่า ถ้าการขอเลื่อนระเบียบวาระในลักษณะเลื่อนมาทับแบบนี้ ที่สุดกฎหมายปรองดอง หรือกฎหมายล้างผิดที่เป็นปัญหาอยู่ในสภาแล้วก็นําไปสู่ความไม่สงบสุขของบ้านเมืองในช่วง ระยะเวลาที่ผ่านมาก็ยังจะคาอยู่ในระเบียบวาระของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ดี ความจริง การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมครั้งที่แล้ว ท่านประธานก็คงรับทราบเพราะท่าน ก็นั่งเป็นประธานอยู่ในที่ประชุมว่าได้มีการขอเลื่อนระเบียบวาระเรื่องกฎหมายปรองดอง หรือกฎหมายล้างผิดที่ว่าเข้ามา แต่ว่าวันนี้ยังไม่ทันที่กฎหมายฉบับนี้จะได้เข้าสู่การพิจารณา ท่านก็ขอเลื่อนออกไป วันนั้นเราจะพูดอย่างไร ให้เหตุผลอย่างไร ท่านก็ไม่ฟัง จะขอเลื่อน ขึ้นมาพิจารณาก่อนจนสภาเดือดแล้วก็นํามาสู่ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างที่พวกเราเห็นอยู่ แต่ว่านี่ยังไม่ทันได้พิจารณาท่านขอเลื่อนออกไปแล้ว ท่านเห็นสภาเป็นอะไรครับ นี่คือสิ่งที่ อยากขอสอบถาม ครั้งที่แล้วท่านเอาสภามาสร้างปัญหา แต่ครั้งนี้ท่านเอาสภามาแก้ปัญหา ที่ท่านสร้างขึ้นในการประชุมครั้งที่ผ่านมา ผมถึงอยากทราบเหตุผลว่าจริง ๆ แล้วเหตุผล เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองหรือว่าใบสั่งเปลี่ยนไป ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตกราบเรียนแสดงความเห็นกับท่านประธานเพิ่มเติมว่าถึงแม้ว่าจะเลื่อนไป อย่างไรก็ตามปัญหาก็ยังไม่จบละครับ ตราบใดที่กฎหมายฉบับนี้ยังคาอยู่ในสภา เพราะถ้าเลื่อนขึ้นมา ๑๐ เรื่อง เมื่อหมด ๑๐ เรื่องท่านก็จะต้องเลื่อนอีกต่อไป แล้วก็จะต้อง เลื่อนไปโดยไม่รู้จบ สภาพสภาก็จะกลายเป็นสภาแบบลิงแก้แห ที่ท่านจะต้องแก้ไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่กฎหมายฉบับนี้ยังค้างอยู่ในระเบียบวาระของสภา ถ้าท่านเห็นแก่ความสงบ เรียบร้อยของบ้านเมืองจริง ๆ ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าจะต้องถอน กฎหมายฉบับนี้ออกไป และผู้ที่อยู่ในฐานะที่จะทําได้อย่างน้อยก็มีอยู่ด้วยกัน ๔ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ ท่านที่ ๑ คือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กลุ่มที่ ๒ ท่านที่ ๒ ที่อยู่ในฐานะที่จะ ทําได้ก็คือนายกรัฐมนตรี กลุ่มที่ ๓ ก็คือผู้ที่เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาทั้ง ๔ ร่าง และกลุ่มที่ ๔ ก็คือเสียงข้างมากในสภา สําหรับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเอง ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านว่าความจริงท่านเคยบอกว่าท่านจะหารือกับท่าน พลเอก สนธิ ขออภัยที่เอ่ยนาม ในฐานะผู้เสนอร่างคนหนึ่ง และจะหารือกับคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ของพรรคการเมืองที่ท่านประธานสังกัดเพื่อที่จะขอให้มีการถอนกฎหมายฉบับนี้ ออกไป เพราะฉะนั้นวันนี้เนื่องจากท่านประธานไม่รับความปรารถนาดีที่กระผมได้ขออนุญาต ที่จะเข้าพบท่านประธานเพื่อสอบถามความคืบหน้าเป็นการภายใน ก็จะต้องขอถือโอกาสนี้ กราบเรียนสอบถามท่านประธานในสภาว่ากรณีที่ท่านจะมีการหารือกับ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน กับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคการเมืองของท่านนั้นให้ถอนกฎหมาย ฉบับนี้ออกไป มีผลความคืบหน้าเป็นอย่างไร และขออนุญาตที่จะรับทราบแนวทางแก้ปัญหา จากท่านประธานว่าท่านประธานจะใช้วิธีแก้ปัญหาโดยการใช้วิธีนัดประชุมนัดพิเศษเช่นนี้ ไปเรื่อย ๆ เพื่อเลี่ยงการที่จะบรรจุร่างพระราชบัญญัติล้างผิดหรือปรองดองฉบับนี้ขึ้นมา อยู่ในระเบียบวาระแรกเนื่องจากมีการเลื่อนไปแล้ว หรือจะใช้วิธีการอย่างอื่น สําหรับ ท่านที่ ๒ ที่อยู่ในฐานะที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างที่ผมกราบเรียนก็คือนายกรัฐมนตรี กระผมกราบเรียนว่านายกรัฐมนตรีอยู่ในฐานะที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ถ้าท่านคิดจะทํา ทําไม ถึงเป็นเช่นนั้นครับ

ประการที่ ๑ ร่างกฎหมายฉบับนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๔ ร่าง ๓ ร่างแรก เป็นของสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคการเมืองเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีสังกัด และเป็น พรรคการเมืองเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ด้วย ส่วนร่างที่ ๔ เป็นร่างของ พลเอก สนธิ แต่เสนอร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีทั้งในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและในฐานะหัวหน้าของพรรคร่วมรัฐบาลก็อยู่ในฐานะที่จะ ดําเนินการที่จะให้มีการถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไปทั้ง ๔ ร่างได้ เพื่อความสงบเรียบร้อย ของบ้านเมือง เพราะไม่เช่นนั้นถ้าเกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง ในที่สุด ความรับผิดชอบก็หนีไม่พ้นหัวหน้าฝ่ายบริหารคือตัวนายกรัฐมนตรีนั่นเอง การโยน ความรับผิดชอบให้เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะการบอกว่า ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของสภาก็คือการปัดความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี และเข้ากรณีที่ ผมขออภัยต้องใช้คําว่าปากว่าตาขยิบ ที่ต้องใช้คําเช่นนี้เพราะว่าก่อนหน้านี้ไม่ใช่เรื่องนี้ รัฐบาลไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่รัฐบาลได้เข้ามาเกี่ยวข้องและเกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ ที่บอกว่าได้เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการก็เพราะเหตุว่าคณะรัฐมนตรีได้ไปเคยมีมติเรื่องนี้ ให้มีการไปจัดสานเสวนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และเพื่อเอาความเห็นนั้น มาใช้เป็นประโยชน์ในการที่จะสนับสนุนกฎหมายล้างผิดหรือกฎหมายปรองดองต่อไป และเมื่อวานซืนที่ชัดเจนยิ่งขึ้นก็คือนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม คณะรัฐมนตรีว่าท่านได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ไปดําเนินการเป็นเจ้าภาพ ในเรื่องนี้ ซึ่งกระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนกับท่านประธานว่า เพราะฉะนั้นตรงนี้ จึงเป็นข้อพิสูจน์และเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่ารัฐบาลก็ได้มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ จะปฏิเสธให้เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างเดียวไม่ได้ อย่างไรก็ตามสําหรับเรื่อง การจัดสานเสวนา ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานเพิ่มเติมตรงนี้ว่าผมไม่เห็นด้วย ถ้าจะให้มีการจัดสานเสวนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นว่าประชาชนจะเห็นด้วยกับการออก กฎหมายล้างผิดฉบับนี้หรือไม่ โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยไปเป็นเจ้าภาพ ดําเนินการ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่ากระทรวงมหาดไทยอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของรัฐบาล ซึ่งมีความชัดเจนว่าแม้รัฐบาลจะไม่ใช่ผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้โดยตรง แต่พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคแกนนํารัฐบาลเป็นผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ย่อมมีแนวโน้มในการที่จะสนับสนุน กฎหมายฉบับนี้ชัดเจน เพราะฉะนั้นจะให้กลไกที่อยู่ภายใต้กํากับขององค์กรที่สนับสนุน กฎหมายฉบับนี้ไปทําความคิดเห็น ไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนย่อมเป็นองค์กร ที่ถือว่าไม่เป็นกลาง และขาดความน่าเชื่อถือ และขาดการที่จะให้ผลที่ปรากฏออกมา เป็นที่ยอมรับได้ต่อสาธารณะต่อไป ซึ่งประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นที่ผมขออนุญาตที่จะแสดง ความเห็นกับท่านประธานไว้เป็นเบื้องต้นในที่นี้ อย่างไรก็ตามสําหรับนายกรัฐมนตรี ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมขอให้นายกรัฐมนตรีได้ก้าวออกมาแก้ปัญหา กฎหมายล้างผิดหรือกฎหมายปรองดองฉบับนี้ที่คาอยู่ในสภา ด้วยการประสานงานกับ พรรคการเมืองที่ท่านสังกัด กับเพื่อน ส.ส. พรรคเดียวกันกับท่าน และพรรคร่วมรัฐบาล ที่ท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล ให้ถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไป

สําหรับร่างสุดท้ายของท่าน พลเอก สนธิ ขออนุญาตกราบเรียนว่าโดยเหตุที่ ถ้าสมมุติท่าน พลเอก สนธิไม่มีความประสงค์ที่จะถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไป แต่อย่างน้อยที่สุด ส.ส. ท่านอื่นอีกจํานวนมากที่ร่วมลงชื่อในกฎหมายร่างเดียวกับท่าน พลเอก สนธิ ก็เป็น ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งถ้า ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลจะได้รับการประสานงาน ให้ถอนออกไป ลําพังเฉพาะท่าน พลเอก สนธิเหลือชื่ออยู่เพียง ๑ ชื่อ หรือ ๒ ชื่อ ถ้าสภาอนุญาตให้ถอนก็จะมีผลให้กฎหมายฉบับนี้ตกไปโดยปริยาย เพราะรายชื่อ ผู้เสนอกฎหมายไม่ครบ ๒๐ คน ตามที่กําหนดไว้นั่นเอง

ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นกระผมจึงขออนุญาตกราบเรียนว่า กระผมเห็นว่าการเลื่อนระเบียบวาระอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอไปเมื่อสักครู่ไม่ได้ช่วย แก้ปัญหา แต่เป็นเพียงการซื้อเวลาเพื่อลดกระแสการต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ชั่วคราว และเมื่อถึงเวลาจังหวะเหมาะเมื่อไร ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ก็จะได้รับการเลื่อนขึ้นมา พิจารณาอาละวาดในสภาแล้วก็จะนํามาสู่ปัญหาในสภา โรคมือ เท้า ปาก ก็จะเข้ามาระบาด ในสภาอีกวาระหนึ่งต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้นจุดนี้จึงเป็นจุดที่กระผมขออนุญาต กราบเรียนว่าผมขอแสดงความคิดเห็นขอให้ได้มีการถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไป ซึ่งจะเป็น การดึงเชื้อไฟออกจากกองเพลิง และจะช่วยให้บ้านเมืองได้เดินหน้าไปสู่ความสงบ อย่างแท้จริงอย่างน้อยก็ในระยะหนึ่ง ตราบเท่าที่รัฐบาลไม่เสนอเรื่องอื่นขึ้นมาสร้างปัญหา ให้เกิดความแตกแยกขัดแย้งของประเทศอีกต่อไป และถ้าหากว่ายังมีความพยายามที่จะให้ มีการลงมติขอเลื่อน พวกกระผมก็ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าพวกกระผม ก็จะไม่ร่วมลงมติในเรื่องนี้ด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน