สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๔ กันยายน ๒๕๕๔

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องถนนไร้ฝุ่น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของนโยบายนี้ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในชนบท และขอความช่วยเหลือจากกรมทางหลวงชนบทในการดูแลและซ่อมแซมถนนในพื้นที่ที่โอนมา

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมดีใจนะครับ ที่ท่านประธานได้บรรจุญัตตินี้เข้าสู่การพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎร เพราะอย่างน้อยที่สุดก็จะทําให้สภาของเราได้มีบทบาทมีส่วนร่วม ในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน แทนที่จะหวังพึ่งรอคอยว่ารัฐบาลจะทําอะไร เมื่อไร ท่านประธานที่เคารพครับ บทบาทของสภาผู้แทนราษฎรในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ต้องยอมรับว่าเราได้ใช้เวลาจํานวนมากสูญเสียไปกับเรื่องของการหารือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ และเมื่อจะมีการหารือกันเรื่องใหญ่ ๆ เช่นญัตติ เช่นที่ว่านี้นะครับ เราก็มีแนวโน้มที่จะไม่ให้ มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาอีก ถ้าเป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ บทบาทสภาของเรา ก็จะไม่มีความหมายและพี่น้องประชาชนก็จะพึ่งพาอะไรไม่ได้ ผมสนับสนุนความคิด ของท่านวิฑูรย์ นามบุตร ขออภัยที่เอ่ยนาม ที่ท่านได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ ที่เห็นว่า มีความจําเป็นครับ ที่สภาเราและก็รัฐบาลจําเป็นที่จะต้องทํางานเรื่องนี้ไปพร้อม ๆ กัน ไม่ได้มีความขัดแย้ง แล้วก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความล่าช้าอะไรหรอกครับ ถ้าหากมีการตั้ง คณะกรรมาธิการ สภาก็ตั้งคณะกรรมาธิการไปศึกษาไป ดูรายละเอียด ดูความรอบคอบ ไปเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล อย่างน้อยที่สุดก็เป็นการสร้างองค์ความรู้ให้กับสภา ขณะเดียวกันในส่วนของรัฐบาลก็ทําหน้าที่ไปครับ มีแผนงาน มีโครงการ มีงบประมาณที่จะ ทําก็ทําหน้าที่ไป ไม่มีความขัดแย้งมีแต่จะสนับสนุนส่งเสริมไปด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าเสียงข้างมากในสภาแห่งนี้เห็นว่าไม่ควรตั้งคณะกรรมาธิการ กระผมก็เห็นว่า คณะกรรมาธิการสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นในวันข้างหน้าจําเป็นที่จะต้องรับเรื่องนี้ไปศึกษา อย่างจริงจัง คณะกรรมาธิการคมนาคม หรือคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น หรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องก็น่าที่จะหยิบยกปัญหานี้ไปศึกษาต่อ ท่านประธานครับ นโยบายเรื่องถนนไร้ฝุ่นเป็นเรื่องที่ไม่ใช่อยู่ในคํานิยามของ กรมทางหลวงชนบทเท่านั้น แต่ว่าเรื่องของถนนไร้ฝุ่นเป็นเรื่องที่เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเห็นภาพร่วมกันว่า ยังมีถนนอีกจํานวนมาก หลายแสนกิโลเมตร ที่ยังมีสภาพเป็นดินลูกรัง เป็นดินเฉย ๆ ที่ก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการเดินทาง ของพี่น้องประชาชน และยังมีถนนอีกบางส่วนที่ลาดยางแล้วหรือทําคอนกรีตแล้ว แต่มีสภาพชํารุดทรุดโทรม เป็นหลุมเป็นบ่อ สภาพเหล่านั้นรอคอยการแก้ไขอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ในสมัยของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แถลงเป็นนโยบายไว้ ต่อรัฐสภาเมื่อปี ๒๕๕๑ ในหมวดว่าด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แล้วก็หยิบยกเรื่องปัญหาถนนไร้ฝุ่นนี่นะครับ ขึ้นมาว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของการขยายการให้บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จําเป็น ต่อการดํารงชีวิต เพื่อให้สิ่งเหล่านี้กระจายไปสู่ภูมิภาคอย่างทั่วถึงเพียงพอและมีคุณภาพ โครงการพัฒนาถนนไร้ฝุ่นก็จะยกมาตรฐานทางในชนบทให้เป็นถนนคอนกรีต หรือถนนลาดยางนับตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๑ ที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้หยิบเรื่องนี้ มาเป็นวาระแห่งชาติ มาเป็นนโยบาย ทําให้การพูดถึงถนนไร้ฝุ่นมีการพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ตลอดมา และวันนี้เราก็ได้เห็นผล พี่น้องประชาชนในชนบทจํานวนมากได้อานิสงส์ จากนโยบายอันนี้ สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ เหตุผลที่เรา ทํากันในปี ๒๕๕๑ ที่หยิบยกเป็นนโยบายของรัฐบาลตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ก็เพราะว่าก่อนหน้านั้น ท่านต้องยอมรับว่าชนบทถูกละเลยมาก พี่น้องประชาชนในชนบทที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในหลายพื้นที่อยู่ในสภาพที่ว้าเหว่ รอคอยงบประมาณลงไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนนั้น เมื่อพี่น้องประชาชน ในชนบทถูกละเลย สิ่งที่เขาได้รับก็คืออะไรครับ ความไม่สะดวก ปัญหาอุบัติภัยที่เกิดขึ้น จากการสัญจรไปมา ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นในช่วงหน้าแล้ง โรคทางเดินหายใจอะไร ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย สิ่งนั้นได้รับการเยียวยา ได้รับการแก้ไขจากนโยบายที่เราได้เริ่มต้น มาตั้งแต่ช่วงเวลานั้น ท่านประธานครับ มีหน่วยงานหลัก ๆ อยู่อย่างน้อย ๒ หน่วยที่เข้าไปดูแล เรื่องถนนดินลูกรังที่จะทําให้เป็นถนนไร้ฝุ่นก็คือ กรมทางหลวงชนบทและหน่วยงานของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ตัวเลขที่น่าสนใจก็คือว่า ในส่วนของกรมทางหลวงชนบท รับผิดชอบเพียงประมาณ ๗,๒๐๐ กว่ากิโลเมตร แต่อีกประมาณ ๑๓๕,๐๐๐–๑๔๐,๐๐๐ กิโลเมตร อยู่ในการดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง ๒ หน่วยงานหลักนี้มีมาตรฐานในการทํา เรื่องถนนในชนบทที่แตกต่างกันมาก กรมทางหลวงชนบทมีวิศวกร มีองค์ความรู้ ในการดูแลสูง มีงบประมาณ มีทรัพยากรสูงมาก สามารถทําถนนที่มีมาตรฐานที่ดีได้ แต่ขณะที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเจียดงบประมาณจากในส่วนต่าง ๆ จากดูแลเรื่องคุณภาพชีวิต จากดูแลเรื่องน้ํา เรื่องไฟ มาดูแลเรื่องถนน ซึ่งทําให้คุณภาพและมาตรฐานมีปัญหาอยู่ ถามว่าที่ผ่านมาเราได้สนับสนุนงบประมาณที่เพียงพอสําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปดูแลเรื่องถนนหนทางในท้องถิ่นในชนบทหรือไม่ นี่เป็นปัญหามาก เพราะว่าไม่มีใครรู้ดีว่า ถนนในแต่ละเส้น ในแต่ละตําบลนั้นควรจะได้รับการปรับปรุงอยู่ในระดับไหน อย่างไร มีมาตรฐานอย่างไร ผมคิดว่าถ้าหากไม่สนับสนุนงบประมาณลงไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง เราก็จะมีปัญหาต่อไป ปัจจุบันนี้ถนนทุกสายที่เกิดขึ้นในชนบท เราก็พบว่า เป็นถนนที่มีปัญหาในเรื่องของการที่ไม่สอดรับกับสภาพแวดล้อม มีถนนเกือบ ทุกเส้นทางเป็นถนนที่ขวางทางน้ํา และได้รับการออกแบบที่ไม่เอื้ออํานวยต่อการแก้ไขปัญหา เมื่อเกิดอุทกภัย ทุกเส้นขวางทางน้ําแล้วก็ไม่มีทางระบายน้ํา ขณะเดียวกันเมื่อไม่มี สิ่งเหล่านั้นแล้ว การดูแลเมื่อสร้างเสร็จแล้วก็เป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องเข้าไปดูแล ขาดความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ขาดความร่วมมือจากองค์กร หน่วยงานอื่นที่จะเข้ามาช่วยเหลือดูแล ทําให้สภาพถนนชํารุดทรุดโทรมเป็นเวลาอันรวดเร็ว ถนนทุกเส้นระยะ ๓ ปีนี่ก็คือต้องซ่อม ถ้า ๓ ปีไม่ซ่อม อีก ๗ ปีก็ต้องสร้างใหม่ สภาพจะเป็น แบบนี้อยู่ในถนนทุกเส้นทาง แต่ว่าถนนในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อไม่มี งบประมาณก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปปรับปรุงแก้ไขได้ ก็จึงเรียนท่านประธานว่าการจัดสรร งบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อดูแลเรื่องนี้เป็นความจําเป็น

ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานก็คือว่า ถนนที่มีการถ่ายโอน มาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะถนนจากกรมทางหลวงชนบทไปสร้างให้แล้ว สร้างเสร็จแล้วก็โอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็รับมา ด้วยความดีใจ เพราะว่าถนนใหม่ก็อยากได้ แต่เมื่อโอนมาแล้ว รับมาแล้ว ไม่มีงบประมาณ ในการซ่อม ไม่มีงบประมาณในการดูแล ไปขอคืนกับกรมทางหลวงชนบทก็รับคืนไม่ได้ ด้วยข้อติดขัดทางข้อกฎหมาย ไปขอการสนับสนุนจากกรมทางหลวงชนบทเพื่อให้ช่วยเหลือ ในเรื่องของการซ่อมแซมก็ทําไม่ได้อีก แม้แต่กระทั่งการให้คําแนะนําก็ยังติดขัด ในเรื่องของข้อกฎหมาย สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าแม้ว่าสภาแห่งนี้อาจจะไม่ได้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมา แต่ว่าประเด็นเหล่านี้อยากให้รัฐบาลรับไปดําเนินการแก้ไขอย่างที่ผมได้เรียน กับท่านประธานในตอนต้น กราบขอบพระคุณครับ