สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๗ กันยายน ๒๕๕๔

จตุพร พรหมพันธุ์ หารือเรื่องการแสดงตนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 9 คนในคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และขออนุญาตให้เข้าไปสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า วันนี้ผมต้องร้องขอไปยังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็น พวกเดียวกับกระผมในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล แล้วก็คนละพวกกับกระผมในฐานะสมาชิก พรรคฝ่ายค้านก็ตาม พวกกระผมได้เดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๔ ไปแสดงตนตามหมายเรียกว่าเราไม่ต้องการที่ประสงค์จะใช้สิทธิ ของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๑ ผมขอเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่า แม้ว่าตัวของกระผมเองมีความประสงค์ที่จะไม่ใช้เอกสิทธิ์ร่วมกับ เพื่อน ๆ ทั้ง ๙ คนนั้น อย่างที่ผมได้เรียนในที่ประชุมสภาแห่งนี้หลายครั้งว่าอํานาจการ ดําเนินคดีนั้น ผู้ถูกดําเนินคดีนั้นมีสิทธิแค่แสดงเจตนา แต่จะไม่มีอํานาจ แต่จะเป็นเรื่อง ผู้ดําเนินคดีกับสภาที่สมาชิกนั้นสังกัด รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๑ ก็ระบุชัดเจนว่า ถ้าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ดําเนินคดีไม่ว่าจะเป็นดีเอสไอ ตํารวจ อัยการ ศาล จะต้อง ทําเรื่องมายังประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานจะต้องบรรจุระเบียบวาระเพื่อ ขออนุญาตในที่ประชุม มาตรานี้จริง ๆ แล้วเขาไว้ป้องกันการกลั่นแกล้งฝ่ายค้าน เช่นว่า ถ้าฝ่ายค้านมีเจตนาประสงค์กําลังจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลใช้อํานาจพิเศษไปจับกุม คุมขัง เป็นเหตุให้ฝ่ายค้านคนนั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ รัฐธรรมนูญไม่ว่าจะร่าง ในบรรยากาศที่บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย หรือจะเป็นบรรยากาศเผด็จการ ได้ซาบซึ้ง ในข้อนี้กันเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นในมาตรา ๑๓๑ วรรคหนึ่ง สอง สาม สี่ อะไรก็ตามนั้น ได้แสดงเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองสิทธิของการทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่กรณี ในวันนี้นั้นที่กรมสอบสวนคดีพิเศษทําเรื่องมายังสภาผู้แทนราษฎร และประธานบรรจุ ระเบียบวาระนั้น เป็นความประสงค์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในซีกรัฐบาลเองว่า ไม่ประสงค์ที่จะใช้เอกสิทธิ์ใด ๆ แต่ความประสงค์ของพวกกระผมนั้นไม่สามารถที่จะไป ปฏิบัติได้เลย ถ้าเพื่อนสมาชิกไม่อนุญาต ในวันนี้เพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านคนหนึ่ง สังกัดพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เป็นความลับเพราะเป็นวาระที่ต่อเนื่องกัน เจ้าตัวไม่ประสงค์จะใช้ การสละสิทธิ์แบบพวกกระผม ๙ คน ผมเห็นว่าสภาควรคุ้มครองเขา เป็นแนวทางประเพณี ปฏิบัติว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็ตาม ถ้าเจ้าตัวเขาไม่ประสงค์ สภาก็รักษาประเพณีอันนี้ได้ ไม่มีปัญหาอะไร แต่กรณีของกระผมนั้นและเพื่อน ๆ จํานวน ๙ คนนั้นเป็นความประสงค์เอง ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าเมื่อวานนี้ผมก็อภิปรายต่อสู้กันในพรรคเพื่อไทยกันอย่างหนัก เหมือนกันว่าพวกกระผมไม่ต้องการเป็นภาระของรัฐบาล ไม่ต้องการเป็นภาระของพรรคเพื่อไทย และที่สําคัญมากกว่านั้นก็คือว่า พวกกระผมไม่ได้กระทําตามที่มีการตั้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด ข้อกล่าวหาที่ตั้งไปท่านประธานก็ทราบกําหนดการเปิดสภาสมัยที่ ๑ สมัยที่ ๒ มีเวลาเว้น เพียงแค่ ๑๗ วันเท่านั้น พวกกระผมไม่ต้องการใช้สิทธิอันนี้ ท่านประธานที่เคารพ เพราะยิ่งคดีนี้อยู่นานเท่าไร ไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งนั้น เพราะการกล่าวหาคนในมาตรา ๑๑๒ ที่เวลาต้องการทําลายใครกันนั้น ไปตั้งเป็นผังล้มเจ้า คนที่เป็นเลขานุการ ศอฉ. สารภาพผ่าน หนังสือพิมพ์มติชน ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันนั้นคนนั้นอาจจะถูกย้ายไปแล้ว นี่เป็นหน้าที่ ที่ต้องว่ากัน เขาระบุชัดเจนว่านี่เป็นตราบาปของ ศอฉ. เพราะความจริงไม่มีขบวนการล้มเจ้าจริง จึงไม่มีการขยายผลต่อ และถือว่าเป็นตราบาปของ ศอฉ. โฆษกของ ศอฉ. ไปสารภาพกลางศาล ต่ออาจารย์สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ว่าผังล้มเจ้าไม่เป็นความจริง แต่เวลาที่พวกผมต้องต่อสู้ ทางการเมืองนั้นข้อหาที่ทําร้ายคนกันง่ายที่สุด ยัดเยียดล้มเจ้า แล้วเป็นเหตุผลในการไป กระทําเหตุอื่นมากมาย ผมพูดอย่างนี้เพื่อจะบอกไปยังเพื่อนสมาชิกซีกฝ่ายค้านว่า อย่าได้ รั้งรอเลย อนุญาตไปเถอะ เพราะผมต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา ดีเอสไอกรมสอบสวนคดีพิเศษ เขาก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ส่งอัยการ ส่งศาลว่ากันตามกระบวน จบตรงไหนไม่มีปัญหาอะไร จบลงตรงคําพิพากษาจําคุกก็ติดคุกไป แต่ผมไม่ต้องการให้เรื่องนี้คาหัวใจกันอีกต่อไป จึงขอร้องขอไปยังเพื่อนสมาชิก กราบเรียนไป ยังท่านประธานว่าถ้าเป็นเรื่องอื่น ๆ สมาชิกไม่ประสงค์ รักษาไว้เถิดประเพณีปฏิบัติ ผมเองก็ เห็นด้วยว่ามาตรานี้เขาไว้ป้องกันการกลั่นแกล้ง โดยเฉพาะพรรคฝ่ายค้าน รัฐบาลเสียง ข้างมาก ขออนุญาตที่ประชุมอนุมัติเลย เกิดปัญหา นี่ชัดเจนที่สุด อย่างไรมาตรานี้ มีความจําเป็น แต่นี่ผมและเพื่อน ๆ ๙ คน เป็น ส.ส. รัฐบาล มีความประสงค์อย่างชัดเจน ขอไปต่อสู้คดี จึงขออนุญาตไปยังท่านประธาน แล้ววิงวอนร้องขอไปยังสมาชิกว่าได้โปรด อนุญาตให้กับผมและเพื่อน ๆ ๙ คน เข้าไปสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม เราจะได้ไม่ได้เป็น ภาระกันระหว่างใคร คดีจบตรงไหนว่ากันตรงนั้น ประเทศนี้ไม่ควรจะมีเรื่องว่าไปกล่าวหา ใครว่าล้มเจ้ากันอีกแล้ว ขอบคุณท่านประธานครับ