อรรถพร พลบุตร อภิปรายเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและปัญหาที่ดิน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจังและรวดเร็ว
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้สิทธิสรุปการอภิปรายในญัตติ ซึ่งกระผมได้รับมอบหมายจาก ส.ส. ฝั่งทะเลของพรรคประชาธิปัตย์ ๒๓ จังหวัดให้เป็นผู้เสนอญัตติและผู้กล่าวสรุปในวันนี้ นับตั้งแต่บ่ายโมงเศษ ๆ เป็นต้นมาจนถึงเวลานี้หลายชั่วโมง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติไม่ว่าจะอยู่ฝั่งทะเลอ่าวไทย อันดามัน หรือลุ่มแม่น้ําโขง หรือลุ่มแม่น้ําอื่น ๆ ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาความทุกข์ยาก ความเดือดร้อนและ ผลกระทบที่พี่น้องประชาชนซึ่งเลือกเราเข้ามายืนอยู่ตรงนี้ประสบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ผมเชื่อว่า ถ้าพี่น้องประชาชนได้รับฟังการทําหน้าที่และการถ่ายทอดสด มันจะเป็นเสียงที่ไพเราะที่สุด ยิ่งกว่าทุกบทเพลงที่เขาเคยได้ยิน เพราะเป็นเสียงซึ่งสื่อสะท้อนถึงความทุกข์ความยาก ในหัวใจ เหมือนยืนพูดอยู่กลางหัวใจของประชาชน นี่คือความงดงามของประชาธิปไตย นี่คือภาระหน้าที่อันแท้จริงของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทําหน้าที่รับใช้คนส่วนใหญ่ของ ประเทศนี้ แต่การอภิปรายซึ่งไม่ได้แยกแยะเป็นฝ่ายค้านหรือเป็นรัฐบาล ด้วยความ รับผิดชอบร่วมกันก็ดูเหมือนจะสูญเปล่าไปหมด ล่มสลายไปหมดเมื่อได้ฟังการชี้แจงของ ท่านรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีปลอดประสพ ดูเหมือนท่านจะไม่ให้ความหวัง อะไรกับเรามากนัก ดูเหมือนท่านจะพยายามทําให้เราเชื่อว่ามันเป็นเรื่องของเวรของกรรม ก็ที่อื่นไม่ไปอยู่ดันไปอยู่เพชรบุรีริมฝั่งทะเล ดันไปอยู่นครศรีธรรมราช แหลมตะลุมพุก ดันไปอยู่ที่นราธิวาส ดันไปอยู่ที่พัทลุง ก็ต้องเผชิญปัญหาเหล่านั้น มันอาจจะเป็นกรรมตั้งแต่ ชาติปางที่แล้ว ถ้าขยายความให้ได้รสชาติมากไปกว่านั้น ผมฟังท่านยอมแพ้อย่างไรไม่ทราบครับ หรือผมฟังผิด กระผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรี พวกเราที่มาจากชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน ยอมแพ้ไม่ได้หรอกครับ ยอมจํานนไม่ได้ครับ และสภาแห่งนี้ใครสิ้นหวังสิ้นไป แต่ ส.ส. ๕๐๐ คนในสภาแห่งนี้ จะสิ้นหวังไม่ได้กับปัญหาของชาวบ้านที่เลือกเราเข้ามา ใครสิ้นหวังสิ้นไปครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า คําชี้แจงอย่างนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าผู้ชี้แจงได้มี โอกาสสัมผัสความรู้สึกของชาวบ้าน เหมือนที่พวกเราได้สัมผัสความรู้สึก เคยจับมือกับ ชาวบ้านร้องไห้ บ้านหลังน้อยมีเนื้อที่ ๕๐ ตารางวา วางแห วางอวน วางลอบ มันถูกทะเลกิน เข้าไปหมดบ้าน ต้องไหว้ใบเสมาของโบสถ์ซึ่งอยู่กลางทะเลห่างออกไป ๑ กิโลเมตร และต้อง ย้ายวัดกันใหม่ ถ้าเคยแบกศพของนักสู้ฝั่งทะเลที่เขาสู้เพื่อปกป้องแผ่นดินและทะเลของเขา ไปเชิงตะกอนอย่างที่ผมเคยทํา พวกเราเคยทํา ท่านจะแสดงความสิ้นหวังไม่ได้ ท่านจะแสดง ความจํานน หรือความยอมแพ้ไม่ได้ แต่ทั้งหมดทั้งปวงก็เป็นอิสรทัศน์ทางความคิดของท่าน ตามภูมิรู้ประสบการณ์ของท่าน ไม่สามารถจะตําหนิ ติเตียนกันได้ ท่านประธานที่เคารพครับ มีหลายเหตุผลที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา การจัดการการแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน เราต้องหาคําตอบที่จะอธิบายเหตุผลเหล่านั้น ซึ่งบางครั้งผมหาคําตอบไม่เจอ เช่นเหตุผลที่ว่าไม่ควรตั้งเพราะว่ามันช้า กว่าจะศึกษาเสร็จสิ้น มันใช้เวลา ๖ เดือน หรือ ๑ ปี จึงจะครบรอบฤดูกาลมันช้ามันไม่ทันต่อสภาพปัญหา ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไป ก็ในเมื่อปัญหามันเดินอย่างนี้มา ๑๐๐ ปี ๕๐ ปี แล้วมันจะเดินหน้า ด้วยความสิ้นหวังไปอีก ๕๐ ปีข้างหน้า ถ้าตั้งหลักอีกสัก ๖ เดือน หรือ ๑ ปี เพื่อสร้าง เอกภาพ เพื่อสร้างบูรณาการ เพื่อรวมศูนย์ เพื่อประกาศเป็นวาระแห่งชาติ มันช้าไปหรือครับ หรือเหตุผลบางท่านบอกว่าก็ศึกษามากี่เรื่อง เรื่องจัดการน้ํา เรื่องจัดการที่ดิน ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๑ ปี ขยายเวลาเป็น ๒ ปี ผลสุดท้ายได้เอกสารสรุปหนา ๓๐๐ หน้า ๕๐๐ หน้า แล้วมันก็สูญเปล่ามันจบลงตรงนั้น ใช่ครับ นั่นคือความจริง แต่ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ซึ่งแสดงความคิดเห็นตรงนี้ว่า มันเป็นความผิดของ สภาหรือครับ มันเป็นความผิดของรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ไม่หยิบยกสิ่งซึ่งมีคุณค่า อย่างยิ่งที่มาจากพี่น้องประชาชน ๕๐๐ คนในสภาแห่งนี้แล้วไม่ใช้ให้เกิดประโยชน์มันเป็น ความผิดของสภาหรือของคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือไม่ครับ และถ้าผมจะถามต่อไปว่า ถ้าปัญหาการจัดการที่ดินเราตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ ถ้าปัญหาการจัดการน้ําเราตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ในสัปดาห์ที่แล้ว แล้วปัญหาของคน ๑๑ ล้านคน ๒๓ จังหวัด ด้ามขวานทั้งด้าม ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่ได้เพราะอะไรครับ นั่นคือคําตอบที่เราต้อง อธิบายต่อประชาชนที่เลือกเราเข้ามา เหตุผลมันอยู่ตรงไหน แต่เหตุผลที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้น ซึ่งผมจะต้องฝากให้ท่านรัฐมนตรี หรือเพื่อนสมาชิกช่วยกันค้นหาคําตอบก็คือว่า ปัญหาซึ่งเป็น ความทุกข์ยากมากมายถึงขนาดนี้ เป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่พอที่จะจัดเป็นยุทธศาสตร์ หรือวาระ แห่งชาติได้ ส.ส. ในสภาแห่งนี้เราทําได้เพียงการอภิปรายครึ่งวันเท่านั้นหรือครับ นั่นคือความ รับผิดชอบสูงสุด สุดกําลัง สุดสายป่าน สุดความคิด สุดการรู้ร้อนรู้หนาวของเราแล้วหรือครับ และถ้าเราให้คําตอบกับชาวบ้านด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ รวบรวมปัญหา ทุกภาคส่วน ตั้งกลุ่มการศึกษาปัญหาก้นอ่าวอันดามัน ภาคตะวันออก อ่าวไทยแล้วเดินหน้า ทํางานร่วมกับชาวบ้าน ร่วมกับภาคเอกชน ให้ชาวบ้านเขาเห็นว่านี่อย่างไรพลานุภาพของ ประชาธิปไตยช่วยได้ อย่าไปเชื่ออํานาจอื่น อย่าไปเชื่ออํานาจนอกระบบ ส.ส. พึ่งได้ไม่สิ้นหวัง ไม่ดีกว่าหรือครับ สุดท้ายครับผมก็ไม่รู้ว่าเดี๋ยวเราจะเดินหน้ากันไปอย่างไร เราอาจจะต้อง ลงมติเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก็เป็นอิสรทัศน์ทางความคิด ของ ส.ส. ในแต่ละซีกแต่ละด้าน ผมไม่ขออะไรครับ ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปยังเพื่อนสมาชิกทั้งสภาว่า นาทีที่ยกมือครับ ไม่ต้องคิดถึงสิ่งที่เราพูดกันมาทั้งหมดหรอกครับ ท่านคิดถึงหัวใจที่เจ็บปวดของชาวบ้านที่อ่าวไทย ที่อันดามัน ที่แม่น้ําโขง ที่แม่น้ํากก ที่แม่น้ําปิง ที่แม่น้ํายม ที่แม่น้ําน่าน คิดตรงนั้นเถอะครับ แล้วก็ยกมือลงมติ ผมฝาก ท่านประธานไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ