สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๗ กันยายน ๒๕๕๔

ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย หารือเรื่องปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสมุทรปราการ และเสนอวิธีการแก้ไขปัญหานี้ เช่น การสร้างสิ่งกีดขวาง เช่น เขื่อน หรือแผ่นดินเสริม เพื่อป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะและท่วมพื้นที่ชายฝั่ง

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยนะครับ กระผมเป็น ส.ส. สมุทรปราการ เป็นคนชอบ ทะเล เป็นคนชอบธรรมชาติ รักสิ่งแวดล้อม กระผมเองเป็นผู้ที่ตรวจระบบบ่อบําบัดน้ําเสีย ที่คลองด่าน เป็นคนที่ชี้เทคโนโลยีว่ามันเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยความที่อยู่สมุทรปราการนี่นะครับ มีน้ําทะเลกัดเซาะ มีน้ําท่วมขัง มีน้ําขึ้นน้ําลง ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนี้น้ําท่วมที่ทางภาคกลาง ภาคเหนือ เดี๋ยวอีกไม่นาน อีกเดือน ๒ เดือนข้างหน้าก็จะมาท่วมจังหวัดผมแล้วครับต่อไป วันนี้ถ้ามีแนวคิดว่าอยากจะหาวิธี ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ําทะเลกัดเซาะชายฝั่ง เป็นเรื่องที่ดีนะครับ จังหวัดสมุทรปราการ บ้านผม หรือแม้กระทั่งจังหวัดต่าง ๆ ที่ติดชายทะเล หลาย ๆ จังหวัดทั่วประเทศไทย ๒๓ จังหวัด ไม่ว่าฝั่งอ่าวไทยหรือฝั่งอันดามัน ถ้ามีโอกาสป้องกันได้หรือแก้ไขปัญหาได้ กระผมอยากให้รัฐบาลรีบ ๆ ทํานะครับ วันนี้กระผมเข้าใจว่าการจะป้องกันน้ําทะเลกัดเซาะ กระผมเข้าใจว่าวันนี้มันเป็นเรื่องของธรรมชาติจริง ๆ มันไม่ใช่เป็นเรื่องที่ใครจะบังคับเขาได้ แต่ว่าก็เป็นเรื่องที่เราจะสามารถป้องกันได้เหมือนกัน น้ําทะเลกัดเซาะเข้าใจว่าฟังหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายแล้วก็อ่านในรายงานด้วย มีหลาย ๆ สาเหตุ แต่กระผมก็ยังนั่งคิดว่า สาเหตุอะไรที่สําคัญที่สุดนะครับ ถ้าไม่มีลมเลย น้ําทะเลนิ่ง น้ํานิ่ง น้ําไม่เคลื่อนไหว ก็ไม่มี การกัดเซาะ ถ้าลมเคลื่อนที่แรงและเร็ว มีความแตกต่างด้านอุณหภูมิ ความกดอากาศมาก แตกต่างมากเท่าไร ศักยภาพการเคลื่อนตัวโมเมนตัม (Momentum) ก็สูง พาน้ําทะเล เคลื่อนไหวมีแรงกระแทก มีคลื่นสูง ยิ่งโดยเฉพาะเกิดสึนามิ เกิดแผ่นดินไหว น้ําหดตัว ผลุบลงแล้วก็ดีดตัวขึ้น เกิดเป็นคลื่นขนาดใหญ่กระแทกเข้ามา ทําให้มีการท่วม มีการทําลาย บ้านเรือนพังเสียหายมากมาย น้ําซึ่งอ่อนนุ่มอ่อนไหวนี่นะครับ จริง ๆ แล้วน่าจะมี ประโยชน์มหาศาล แต่ทําไมถึงเกิดพลังการกัดเซาะ พลังการทําลายและร้ายแรงมหาศาล ขนาดนั้น กระผมเข้าใจว่าวันนี้ทุก ๆ ท่านก็เป็นห่วงในเรื่องของการกัดเซาะของน้ําทะเลต่อ แผ่นดินของเรา จุดที่มีการกัดเซาะก็เสียใจ แผ่นดินก็หายไป จุดที่น้ําทะเลก็พาไปเพิ่ม ทรายเพิ่ม พื้นที่เพิ่ม ก็ดีใจว่ามีพื้นที่เพิ่มขึ้นมา วันนี้ถ้าท่านจะแก้ไขน้ําทะเลกัดเซาะ กระผมพยายามดูเอกสารนี้นะครับ แค่นี้ผมอ่านเล่มเดียวพอเข้าใจว่าจากกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกหมดวิธีการป้องกันและแก้ไข มีบทสรุป และเกี่ยวกับกฎหมายอีก ข้อมูลมีหมดเรียบร้อยแล้วครับท่านประธานครับ ไม่ต้องศึกษานะครับ มีหมดเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลที่นําเสนอขึ้นมาจะตั้งคณะกรรมาธิการก็มีอีก ก็ชี้แจงมาอีก ผมก็ว่าดีอยู่แล้วนะครับ ข้อมูลมีเพียบพร้อมแล้ว กระผมเข้าใจว่าการตั้งคณะกรรมาธิการนี้ มันมีข้อมูลที่ศึกษาอยู่เรียบร้อยหมดเรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งพร้อมที่จะทํางานได้เลย เพียงแต่ว่าจะทําเมื่อไร และพื้นที่บริเวณไหนมีปัญหามาก ท่านก็ร้องขอให้รัฐบาลทํา เดี๋ยวรัฐบาลก็ไปบริหารไปหางบมาจัดการ ถ้ามีงบประมาณมากก็จัดการเร็ว จัดการก่อน ก็ทําได้ก่อน เพราะฉะนั้นเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญอันนี้กระผมไม่เห็นด้วยนะครับ

ในข้อที่ ๒ นี่ครับ น้ําทะเลกัดเซาะเป็นธรรมชาติมีความสําคัญอย่างยิ่งยวด ไม่ใช่ความจําเป็นเร่งด่วน แบบน้ําท่วมนี่นะครับหลายจังหวัดนี่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตั้งเข้าไปเลยครับ แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน อย่างนี้ได้ ความสําคัญอย่างยิ่งยวดและ ความจําเป็นอย่างเร่งด่วนนี้แตกต่างกัน วันนี้การศึกษาถ้าเราต้องการสร้างเด็กให้เติบโตขึ้นมา ให้เด็กมีความรู้ มีคุณภาพ เป็นเด็กที่เฉลียวฉลาด ไม่ใช่สอนเด็กปีเดียวแล้วเด็กจะฉลาดนะครับ ถ้าจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อมาศึกษาเรื่องทําให้เด็กฉลาดวิธีโดยปรับหลักสูตรต่าง ๆ คงไม่ได้นะครับ เพราะการศึกษามีระบบอยู่แล้ว ก็เหมือนกับเรื่องนี้ครับน้ําทะเลกัดเซาะ ก็มีข้อมูลอยู่แล้ว เพียบพร้อมอยู่แล้วครับ จะหยิบวิธีไหนแปรผันไปตามสภาพพื้นที่ ในแต่ละพื้นที่ว่ากันไปตามนั้น ก็มีหมดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มี ความสําคัญอย่างยิ่งยวด ซึ่งมีข้อมูลมาแล้ว กระผมว่าส่งให้รัฐบาลทําก็จบแล้วครับ แต่ถ้ามันจําเป็นเร่งด่วน แล้วเกิดสึนามิ เกิดอะไรน้ํากระแทกแรง เกิดแผ่นดินหายวูบวับไปกับตา นี่ก็ค่อยไปตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ อย่างนี้ได้นะครับ

ในประเด็นที่ ๓ กระผมเข้าใจว่ามีคณะกรรมาธิการสามัญหลาย คณะกรรมาธิการเหลือเกินจะเข้ามารองรับ แล้วก็เชื่อว่าการอภิปรายในวันนี้จะจุดประกาย จุดประเด็นให้บรรดาคณะกรรมาธิการทั้งหลาย ไม่ว่าคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรือคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือคณะกรรมาธิการ คมนาคม หรืออีกหลาย ๆ คณะกรรมาธิการที่สนใจเข้าไปศึกษา ก็ไปตามด้วยความยิ่งยวดกัน เพราะฉะนั้นมีคณะกรรมาธิการสามัญนี่รองรับอยู่แล้ว ไม่เป็นไรนะครับ ก็ให้คณะกรรมาธิการสามัญทํางานไป จะได้ตามไปเรื่อย ๆ นะครับ เหมือนกับการแก้ไขได้ ตลอดเวลา เพราะบอกเลยว่าเป็นความสําคัญอย่างยิ่งยวดต้องทํานะครับ

ประเด็นที่ ๔ นี้กระผมเข้าใจว่าการศึกษาเรื่องใด ๆ ในการแก้ไขปัญหาเรื่อง ของความจําเป็นอย่างเร่งด่วนมันก็มีกรอบของมันนะครับ วันนี้ทราบอยู่แล้วว่าถ้าน้ํา มันกัดเซาะแผ่นดินมันหายไป ท่านก็เอาแผ่นดินคืนสิครับ มันหายไปเท่าไรท่านก็ถมมันสิครับ ท่านก็สร้างเขื่อน อย่ามาบอกนะครับว่าผมพูดอย่างนี้แล้วไม่รักสิ่งแวดล้อม อันนี้ไม่ได้นะครับ คือพูดในสภานี้ไม่มีเวลาแค่ ๑๐ นาทีไม่มีเวลา แต่ขอพูดง่าย ๆ ว่าถ้าแผ่นดินมันหายไป ท่านก็ไปบล็อก (Block) มันไว้ไปสร้างเขื่อนสร้างอะไรขึ้นมา จะใช้วิธีจะสร้างวิธีไหนก็แล้วแต่ แล้วไปทําให้มีแผ่นดินเกิดขึ้นมา มนุษย์เราเก่งนะครับทําได้นะครับ ทําได้ทุกอย่างละครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะแก้ไขปัญหาด้วยการสร้างสิ่งกีดขวางใด ๆ จะไปปลูกพืช จะไปสร้างทราย จะไปปักไม้ไผ่ แล้วก็จะไปสร้างฮาร์ด สตรัคเจอร์ หรือซอฟท์ สตรัคเจอร์ (Soft structure) อะไรเท่าไร ท่านทําไปเถอะครับ กระผมขออย่างเดียว ขอให้รัฐบาลนี้นะครับได้ทํา วันนี้ไม่ต้องตั้งแล้วครับคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้นะครับ ให้ท่านรัฐบาลยิ่งลักษณ์นี้นะครับ ผมเข้าใจว่าวันนี้เข้ามานี่ประชาชนเขาคาดหวังอยู่มาก นี่ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่คาดหวังและ อยากจะเห็นครับว่า รัฐบาลได้มีความพยายามและใช้ความรู้ความสามารถแก้ไขปัญหา น้ําทะเลกัดเซาะได้นะครับ แล้วก็ทําให้เร็วทําทันที จะได้ไม่ต้องไปรอเวลาให้ตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาแล้วนี่ไปศึกษาอยู่อีกตั้งนาน สุดท้ายครับเหมือนกับศึกษาปัญหา น้ําท่วมครับ เดี๋ยวผ่านไป ๓ เดือน ๖ เดือน น้ําก็หายท่วมแล้วครับ เดี๋ยวน้ําแล้งแล้วครับ ยังไม่ทันไรเลยครับน้ําแล้งแล้ว น้ําไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี่นะครับ เราว่าตามสภาพที่เป็นจริง ถ้าปัญหาน้ําทะเลกัดเซาะเป็นปัญหาของธรรมชาติมีคลื่นกระแทก กัดเซาะไปพอกอีกข้างหนึ่งก็เพิ่มขึ้นมาวันนี้เราไม่อยากให้คลื่นกระแทกกัดเซาะ เราก็หาทาง สร้างอะไรบล็อกไว้ ท่านก็สร้างแผ่นดินเสริมขึ้นมาใหม่ แล้วก็กระผมหวังว่ากระผม ส.ส. สมุทรปราการ อยากจะเห็นนะครับ ทะเลบ้านกระผมไม่สวย มีแต่โคลน เป็นทะเล เป็นชายหาดตื้น ถ้าน้ําลงก็ลากยาวไปหลายกิโลเมตรเลยครับ ไปข้างหน้านี่นะครับ ทะเลไม่สวยจริง ๆ ครับ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งแถวคลองด่านครับ น้ําทะเลกัดเซาะ ประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร หรือกิโลเมตรครึ่งแล้วนะครับ หลาย ๆ สิบกว่าปีมานี่ครับ ถูกกัดเซาะไปหมดแล้ว ก็ขอให้ครับ จะถมทะเล สร้างเขื่อน จะบล็อกจะทําอะไรปากน้ํา บ้านกระผมยินดีเลยครับ แก้ไขปัญหาอย่างนี้ครับ แล้วบล็อกป้องกันน้ําท่วม ในกรุงเทพฯ ด้วย ปริมณฑลด้วยในอนาคตอีก ๒๐-๓๐ ปีในข้างหน้า ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ