จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนในการแก้ไขปัญหา และเสนอแนวคิดในการออกพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการดูแลรักษาชายฝั่งทะเลชุมชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังแสดงความเห็นว่าการตั้งคณะกรรมาธิการไม่จำเป็น เนื่องจากมีองคาพยพครบถ้วนในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ต่อญัตติด่วน เรื่อง การขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทาง การป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพว่าเป็นญัตติที่มีประโยชน์ในภาพกว้างกับพี่น้องประชาชนนะครับ แล้วก็ขอชี้แจงผ่าน ท่านประธานไปว่าทางฟากฝั่งรัฐบาลเห็นถึงปัญหาครับ เราถึงมาอภิปรายกัน แล้วก็มี รัฐมนตรีหลายท่านนั่งบนบัลลังก์เพื่อที่จะรับฟังถึงปัญหา เพราะเราทราบดีครับว่าวันนี้ปัญหา การกัดเซาะชายฝั่งมันรุกล้ําเข้ามามาก ปีละประมาณ ๕ เมตร ๑๐ เมตร ก็มี ซึ่งเราต้องหาทาง แก้ไขอย่างเร่งด่วน และที่สําคัญผมเองต้องกราบเรียนว่าผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนดอยครับ อยู่บนพื้นที่เชียงใหม่ซึ่งเป็นเขา แต่อย่างไรก็ตามการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราไม่มีพื้นที่นะครับ เราดูแลพี่น้องประชาชนทุกคนเท่าเทียมกัน วันนี้เราไม่ได้มาขัดแย้ง แต่เรามาเพื่อหาช่องทางที่จะเป็นประโยชน์ และมีความคล่องตัวเหมาะสมที่สุดในการแก้ไข ปัญหานะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ต่อญัตติเรื่องการแก้ไขปัญหาชายฝั่งทะเล นี่นะครับ ผมอ่านญัตติครั้งแรก ผมต้องขอบคุณท่านพิษณุที่เป็นผู้เสนอญัตติประกบเข้ามา ซึ่งทําให้มีความครอบคลุมมากขึ้นนะครับ เพราะปัญหาเรื่องการกัดเซาะมันไม่ใช่จบอยู่แค่ พื้นที่ชายฝั่งทะเลเท่านั้น มันรวมไปถึงแม่น้ําลําคลอง วันนี้แม่น้ําปิงก็มีปัญหาเดียวกันครับ แม่น้ําเจ้าพระยา ปิง วัง ยม น่าน แม่น้ําโขง เหมือนกันหมด ซึ่งการแก้ไขปัญหานั้นจะต้องทํา อย่างบูรณาการ แล้วก็มีระบบจัดการที่ดีเพียงพอที่จะทําให้การแก้ไขปัญหามันลุล่วงไปได้นะครับ วันนี้จากข้อมูลของหน่วยงานราชการนั้นฟากฝั่งอันดามันนี่ไม่ค่อยกระทบเท่าไร การกัดเซาะนี่ ไม่มาก คงเป็นเพราะสภาพภูมิอากาศ สภาพพื้นที่ กายภาพต่าง ๆ แต่ฝั่งอ่าวไทยเองนั้นวันนี้ ๒,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ถูกกัดเซาะปีละ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ในพื้นที่ที่โดนกัดเซาะอย่างจริงจัง ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี่รุนแรง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่นั้น ๒๐๐ กว่ากิโลเมตร ต้องกราบเรียนด้วย ความเคารพว่า วันนี้เราจะปล่อยปัญหานี้ให้มันเป็นเรื่องของเป็นไปตามยถากรรมไม่ได้นะครับ ภาครัฐต้องเข้าไปจัดการอย่างเป็นระบบ ซึ่งต้องกราบเรียนว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา ก็มีการตั้งโครงการที่จะบูรณาการ ท่านหมอชลน่านได้พูดไปแล้วนะครับ มีการตั้ง งบประมาณล่าสุดบูรณาการถึง ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ในระยะเวลา ๕-๖ ปี เพื่อที่จะมา แก้ไขปัญหา ซึ่งวันนี้ก็รอฟังเช่นกันครับว่ารัฐบาลที่มาสานต่อ วันนี้รัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีรัฐมนตรีหลายท่านที่มีความเชี่ยวชาญจะตอบกับสภาอย่างไรว่าวันนี้ความคืบหน้า ของโครงการในการบูรณาการแก้ไขมันไปถึงไหนแล้วนะครับ วันนี้จากการศึกษามานี่นะครับ สาเหตุและปัจจัยต่าง ๆ ที่ทําให้เกิดปัญหามีอยู่ ๕ ประเด็น ที่ท่านรวบรวมกันมาจากฝ่าย ฟากฝั่งของราชการนะครับ ๑. การใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งอย่างไม่เหมาะสม หรือผิดประเภท ๒. การขาดปริมาณตะกอนสะสมตัวตามแนวชายฝั่งทะเล ๓. การพัฒนาพื้นที่บริเวณ ชายฝั่งทะเล ๔. กระบวนการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ตามธรรมชาติ และอันสุดท้ายคือ การขาดระบบฐานข้อมูล
ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ เรื่องของธรรมชาติ เรื่องปริมาณตะกอนสะสม เรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ เรื่องคลื่น เรื่องกระแสน้ํา เรื่องลมนี่นะครับ มันเป็นปัจจัยที่ค่อนข้างนอกเหนือจากการควบคุมของพวกเรา รวมถึงทางฟากฝั่งของรัฐบาลด้วย อันนี้เราก็ต้องรองรับด้วยการรับรู้ข้อมูลอย่างทันท่วงทีนะครับ แต่ในส่วนของการใช้ ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งอย่างไม่เหมาะสมหรือผิดประเภท เช่น ทําให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือมีพื้นที่ชุมชนเพิ่มมากขึ้น รุกล้ําเข้าไปในพื้นที่ของชายฝั่งทะเล รวมถึงแม่น้ําลําคลอง ต่าง ๆ นะครับ เรื่องของการทําบ้านพักตากอากาศ บังกะโล จนกระทั่งดุลยภาพของมันเสียไปนะครับ หรือเรื่องการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลเกี่ยวกับการเปิดนิคมอุตสาหกรรม เกี่ยวกับการทํา อุตสาหกรรมหนักต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งซึ่งภาครัฐสามารถควบคุมแล้วก็บริหารจัดการได้ครับ ด้วยการใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิดให้มันถูกกับลักษณะนิเวศ ของพื้นที่ ไม่ให้ความเสียหายนี้มันมากขึ้นไปกว่าที่เป็นอยู่นะครับ แต่ปัจจัยอีกปัจจัยหนึ่งนั้น ซึ่งมีความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือเรื่องของการขาดระบบฐานข้อมูล ซึ่งตรงนี้ต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพครับ วันนี้ภาครัฐของไทยรู้อะไรบ้างครับ รู้หมดนะครับ วันนี้น้ําขึ้นกี่โมง น้ําลงกี่โมง จะขึ้นลงกี่เมตร ลมพัดแรงเท่าไร ปริมาณน้ําฝนมากน้อยเพียงไร ในแต่ละพื้นที่ เราสามารถเก็บข้อมูลพวกนี้ได้หมด แต่สิ่งซึ่งขาดไปนั้นคือระบบที่จะมาจัดการ กับข้อมูลเหล่านี้ วันนี้มีตัวเลขมาแต่เราไม่มีภาควิชาการ เราไม่มีระบบการจัดการทาง เทคโนโลยีที่จะเข้ามาเพื่อที่จะรองรับเอาข้อมูลเหล่านี้มาแปรใช้ให้เป็นประโยชน์กับ การป้องกันแก้ไขในอนาคตนะครับ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้ทางรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องมองถึงการไปหาระบบที่มันจะรองรับกับการที่จะแก้ไขปัญหาให้ มันทันท่วงทีนะครับ ข้อมูลมีหมดครับ เข้าทุกวัน เข้าทุกวัน เราจะเอาข้อมูลนั้นไปใช้อย่างไร อันนี้เป็นหน้าที่ของฟากฝั่งของรัฐบาลที่จะต้องนําเอาข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ให้เป็นประโยชน์นะครับ
ส่วนการแก้ไขปัญหานอกจากภาครัฐแล้ว อีกภาคส่วนหนึ่งที่มีความสําคัญ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนะครับ ก็คือภาคประชาชนครับท่านประธาน วันนี้นะครับผมกราบเรียน ด้วยความเคารพ เราไปมองชายฝั่งทะเล ไปมองปัญหากัดเซาะเหล่านี้เป็นปัญหาของภาครัฐ เพราะรัฐเป็นเจ้าของพื้นที่ต่าง ๆ เราไปมองเช่นนั้นนะครับ ทําให้การแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ มันไม่เกิดนะครับ อยากจะเห็นท่านผู้เกี่ยวข้องได้ดึงเอาความมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน เข้ามาร่วมจัดการด้วยครับ ลองมองไปที่พระราชบัญญัติซึ่งเคยเข้าสภานะครับ พระราชบัญญัติชื่อป่าชุมชนนะครับ เอาพื้นที่ป่าเป็นของชุมชนให้เขาเกิดมีความเป็นเจ้าของ ให้ประชาชนมีความเป็นเจ้าของนะครับ ให้เขาได้บริหารจัดการได้ใช้ประโยชน์อย่าง เหมาะสมและยั่งยืนนะครับ มันก็ทําให้เกิดสิ่งซึ่งเกิดขึ้นก็คือ ทําให้การดูแลรักษามันมีความ มีส่วนร่วมจากชุมชนนะครับ วันนี้เราอาจจะมานั่งหาช่องทาง เช่น อาจจะออก พ.ร.บ. สักฉบับหนึ่งไหมในอนาคตข้างหน้าหาช่องทางดู เช่น พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับ การทําชายฝั่งทะเลชุมชนนะครับ อันนี้ก็เป็นแนวความคิดหนึ่งซึ่งอาจจะต้องลองไปพิจารณาดู เพื่อดึงความมีส่วนร่วม ดึงความเป็นเจ้าของจากพี่น้องประชาชนลงมาดูแลด้วยตนเอง แน่นอนครับ ในที่สุดมันจะประหยัดทั้งงบประมาณและเกิดประสิทธิผลในการแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้นนะครับ
ส่วนประเด็นปัญหาซึ่งมีการถกเถียงกันในวันนี้นะครับ ก็คงเป็นเรื่องของ การตั้งคณะกรรมาธิการหรือไม่ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ส่วนตัวของผมนั้นผมมองว่า การตั้งคณะกรรมาธิการเป็นการดีครับ แต่ว่าอาจจะไม่เหมาะสมนักในกรณีนี้นะครับ เพราะผมไปมองว่าวันนี้ทางรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมานั่งทุกท่านเลยนะครับ ผมต้องกราบ ขอบพระคุณท่านกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ท่านปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ท่านปลอดประสพ มานั่งรับฟังกันทุกท่านนะครับ มีข้าราชการอยู่ข้างนอกผมเห็นอยู่ ก็มานั่งจดนั่งฟังกันหลายคน ผู้เกี่ยวข้ององค์ประกอบครบหมด ในขณะที่สภาผู้แทนราษฎรเองต้องกราบเรียนด้วย ความเคารพ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีเทคนิคสูงนะครับ เราจะต้องมาดูว่าลม น้ํา ดินฟ้าอากาศ เป็นอย่างไรแล้วมันจะกระทบกับชายฝั่งทะเลอย่างไร มันคงเป็นการยากที่จะเอากรรมาธิการ ไปนั่งแล้วจะสามารถชี้แจงประเด็นเทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้ได้นะครับ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนเลยว่าวันนี้เรามีองคาพยพครบถ้วน ฟากฝั่งของราชการที่มีความรู้ความเข้าใจ ที่ปรึกษาจากภาคเอกชน จากภาควิชาการต่าง ๆ ที่มีความสามารถนะครับ ก็เป็นองค์ประกอบที่น่าจะผลักดันการแก้ไขปัญหานี้ไปได้ ในขณะที่ถ้าเราตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น ยังจะทําให้มันล่าช้าไปอีกด้วยซ้ํานะครับ ผมก็คงกราบเรียนด้วย ความเคารพว่า การตั้งคณะกรรมาธิการคงไม่จําเป็นนะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับ สภาผู้แทนราษฎรมีช่องทางอยู่แล้วครับท่านประธาน ไม่ว่าจะใช้คณะกรรมาธิการสามัญ ซึ่งในไม่กี่วันเราก็คงได้ตั้งขึ้นมาไปติดตามความคืบหน้าในอนาคต หรือใครมีความสนใจ อาจจะใช้ช่องทาง เช่น กระทู้ถาม ถามท่านรัฐมนตรีให้มาชี้แจงความคืบหน้าอีกครั้งหนึ่ง ในขั้นตอนต่อไป แต่วันนี้อย่างน้อยสภาผู้แทนราษฎรก็ได้สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด ให้กับผู้เกี่ยวข้องได้รับฟัง ขอบพระคุณครับ