สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๗ กันยายน ๒๕๕๔

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการกัดเซาะชายฝั่งทะเล และขอให้สภาอนุมัติให้ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง และเสนอแผนการบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน 23 จังหวัดตลอด 6 ปี โดยมีงบประมาณรวม 19,580 ล้านบาท

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขอบคุณท่านประธานที่ อนุญาตให้ผมได้มีส่วนร่วมในฐานะที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน ได้อภิปรายหรือพูดจาแสดง ความคิดเห็นต่อกรณีที่เพื่อนสมาชิก ๓ ท่านและคณะ ได้เสนอญัตติด่วนเข้าสู่สภาแห่งนี้

ญัตติแรกเป็นการเสนอของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากเพชรบุรีนะครับ ท่านอรรถพร พลบุตร ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เสนอญัตติให้สภาพิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหา การกัดเซาะชายฝั่งทะเลนะครับ นี่เป็นญัตติที่ ๑ เป็นญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการ

ญัตติที่ ๒ เป็นของท่าน ส.ส. วิชาญ มีนชัยนันท์ จากกรุงเทพมหานคร เป็นเรื่องที่ให้สภาพิจารณาหาแนวทางในการแก้ไขผลกระทบปัญหาการกัดเซาะชายทะเล กรุงเทพมหานครและพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย และ

ญัตติที่ ๓ เสนอโดยท่าน ส.ส. พิษณุ หัตถสงเคราะห์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับให้สภา พิจารณาหามาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ํากัดเซาะชายฝั่งแม่น้ํา เน้นที่แม่น้ําโขง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายเป็น ๒ ลักษณะนะครับ

ลักษณะแรก ผมเองต้องกราบขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านนะครับ โดยเฉพาะ ผู้ที่เสนอญัตติได้แสดงถึงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนและบ้านเมืองในการที่จะเสนอญัตตินี้ เข้าสู่สภา ต้องขอบคุณนะครับ ไม่ว่าจะเป็นตั้งคณะกรรมาธิการหรือไม่ตั้งคณะกรรมาธิการก็ดี เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องดีนะครับ เป็นบทบาทของสภาที่ควรจะให้การยกย่อง ท่านประธานครับ ประเด็นของผมดูจากสภาพปัญหาแล้วผมจะไม่ลงรายละเอียดนะครับเรื่องของสภาพปัญหา เนื่องจากสมาชิกได้พูดไปค่อนข้างมาก แต่ตัวเลขที่เรามีอยู่ในมือขณะนี้ต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องนะครับ ตัวเลขความยาวของชายฝั่งทะเลไทย ผมมีอยู่ ๓ ตัวเลข ซึ่งไม่ตรงกัน ก็ฝากเป็นข้อสังเกตก็แล้วกันนะครับ จริงอยู่ครับในญัตติ อาจจะใช้คําว่าประมาณ แต่ประมาณกลับมีจุดครับท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างเช่น ตัวเลขของกรมทรัพยากรชายฝั่งทะเล กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อ่านชื่อให้ถูกครับ ๓,๑๔๘.๒๓ กิโลเมตร อันนี้เป็นตัวเลขของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งผมดู อีกตัวเลขหนึ่งนะครับเป็นของกรมทรัพยากรธรณีและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เหมือนกัน ในรายงานที่เป็นมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๕๐ ตัวเลขอยู่ที่ ๒,๖๑๔ กิโลเมตร อีกตัวเลขหนึ่งเป็นผลงานการวิจัยของทางนักวิชาการครับ ใช้ ๒,๖๖๗ กิโลเมตร ที่ผมเน้นตรงนี้นี่จริง ๆ ก็ไม่ใช่เป็นสาระสําคัญ แต่ว่าสิ่งที่เราต้องไปดู เราต้องดูให้ตรงจุด ตรงกับความเป็นจริง ท่านประธานครับ จุดวิกฤติต่าง ๆ ที่เสนอมาขณะนี้ที่จากตัวเลข มีการกัดเซาะทั้งหมด ๑๕๕ แห่ง ระยะทาง ๖๐๐ กิโลเมตร ตามตัวเลขนะครับ เป็นพื้นที่ทางด้านอ่าวไทย ๔๙๐ กิโลเมตร ๑๑๒ แห่ง แล้วก็ในพื้นที่ ๑๑๒ แห่งนี่ ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ๕ จังหวัดที่เป็นจุดวิกฤติที่สุด เขาใช้คําว่าเป็นบริเวณกัดเซาะรุนแรงนะครับ คือมากกว่า ๕ เมตรต่อปี ใน ๕ จังหวัดนะครับที่น่าเป็นห่วง ทั้งหมดมี ๑๒ จังหวัดนะครับ ที่รุนแรงในชายฝั่งทางด้านอ่าวไทย ระยะทางรวม ๑๘๐ กิโลเมตร แต่ว่า ๕ จังหวัด ที่อยู่ในช่วงของอ่าวไทยคือ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา ๑๒๐ กิโลเมตรนี่นะครับ ๒๒ จุดเป็นจุดวิกฤติ ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นปัญหา แล้วก็ซีกทางด้านอันดามัน ๘ จุดครับ ท่านประธานครับ ๒๓ จังหวัดนี่เป็นสิ่งที่สภาแห่งนี้ ควรให้ความสําคัญในการที่จะป้องกันและแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลของเขา ผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติด่วน ผมขีดเส้นใต้ ญัตติด่วนให้สภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณา ผมเองเห็นด้วย กับญัตตินะครับ แต่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ไม่ใช่เป็นอคติ ส่วนตัว แต่ผมมีเหตุผลว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญมาศึกษาปัญหาเรื่องนี้น่าจะ ไม่เหมาะสม ผมก็เลยไม่เห็นด้วยนะครับ เหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญนะครับ ใช้คําว่าวิสามัญมาพิจารณาปัญหาเรื่องนี้

เหตุผลเรื่องที่ ๑ ครับเป็นเรื่องของการทํางาน กระบวนการการทํางานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ วรรคท้าย ท่านประธานครับ เรื่องของอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญเขียนชัด จะต้องเป็นกิจการที่มีความ ชัดเจน ไม่ซ้ํา ไม่ทับซ้อนนะครับ นั่นคือตัวบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นกิจการ ที่มันค่อนข้างยังไม่ชัดเจน มีความกว้างขวาง มีขอบข่ายที่มาก การจะใช้อํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการวิสามัญเข้าไปศึกษา ผมคิดว่ามันอาจจะไม่สมประโยชน์ เพราะว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญควรจะทําเฉพาะเรื่อง แล้วก็ตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้ประเทศ อย่างทันท่วงทีให้กับคําว่าด่วนนะครับที่ท่านเสนอเข้ามา เพราะท่านต้องการด่วน แก้ปัญหาด่วนนี่นะครับ ใช้วิสามัญพิจารณานี่ผมเห็นด้วยกรณีเป็น กิจการเฉพาะหรือชัดเจน แก้ปัญหาเฉพาะจุดนี่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ถ้าจะศึกษาทั้ง ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรนี่นะครับ ตามตัวเลขล่าสุดที่ผมได้นี่ผมคิดว่าใช้เวลาเป็นปีครับ ใช้เวลาเป็นปี ผ่านกระบวนการศึกษาจะต้องลงไปในพื้นที่ ต้องไปทํางานเชิงลึกนะครับ กระบวนการทํางานของคณะกรรมาธิการวิสามัญอย่างนั้นไม่ได้ตอบสนอง และเชื่อว่าทําไม่ได้ด้วยครับ ทําไม่ได้ ตัวอย่างเรามีครับ บริหารจัดการน้ํา เรามอบโอกาสไปศึกษาขยายเวลาไปเรื่อย ๆ สุดท้ายไม่ได้นํามาใช้เลยครับ เพราะกว่าจะศึกษาเสร็จ ๑ ปี รายงานอีก ๑ ปี ๒ ปีครับ อันนี้คือปัญหาเชิงเทคนิค ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาก็ค่อนข้างมาก รายละเอียดนะครับ ต้องลงลึก ข้อจํากัดมีมาก และที่สําคัญครับการศึกษาส่วนใหญ่ของวิสามัญมักจะอาศัยข้อมูล ภาคส่วนต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ นักวิชาการ หรือส่วนที่เกี่ยวข้องในเฉพาะ พื้นที่ก็นํารวบรวมมา ก็ต้องใช้คนนะครับ ใช้งบประมาณค่อนข้างมากอันนี้คือปัญหาเชิง เทคนิคนะครับที่ผมคิดว่าเราใช้วิสามัญมาทําเรื่องนี้มันไม่ตอบโจทย์ เห็นด้วยครับว่าผลักเข้า สามัญที่มีหน้าที่เฉพาะตามอํานาจหน้าที่สภา โดยคณะกรรมาธิการสามัญเรื่องของ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องชายฝั่งชายทะเล นั่นคือเหตุผล ข้อที่ ๑

เหตุผลข้อที่ ๒ ที่ผมคิดว่าถ้าจะตอบโจทย์เป็นเรื่องด่วนในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ มันมีแนวทางของการป้องกันและการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนอยู่แล้ว ที่ผ่านกระบวนการ การศึกษา ผ่านกระบวนการการค้นคว้านะครับ แล้วทําเป็นข้อเสนอจากองค์กรสูงสุดของ บ้านเมืองเราคือคณะรัฐมนตรี ชัดเจนครับ มีแผนบูรณาการชัดเจน มติคณะรัฐมนตรีไล่มา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ท่านประธานครับ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๔๗ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๑ ๘ กันยายน ๒๕๕๒ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๒ อันนี้เป็นแผนบูรณาการนะครับ นํากระทรวง ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดนะครับ กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวีเข้ามาเกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทยนะครับ ทั้งท้องถิ่น ทั้งจังหวัดเข้ามาเกี่ยวข้องหมดเป็นลักษณะบูรณาการ มติ ๒๒ กันยายนนี้เขียนชัด และที่สําคัญครับมติครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๓ นี้เองครับ มีแผนถึงการจัดตั้งงบประมาณแบบบูรณาการ ท่านประธานครับ งบประมาณ บูรณาการที่ตั้งขึ้นมานี่ตัวเลขรวมทั้งหมดนะครับ ที่ผมมีตัวเลขอยู่ในขณะนี้ใช้วงเงินทั้งหมด นะครับท่านประธาน ใน ๒๓ จังหวัดของเรานะครับ เป็นแผนปี ๒๕๕๔-๒๕๕๙ ๖ ปีครับ ในช่วงปีแรกเม็ดเงินรวมทั้งหมดนะครับ ๖ ปีคือ ๑๙,๕๘๐ ล้านบาท ๙๓๓ โครงการ พอปี ๒๕๕๔ นี้เป็นปีที่เน้นหนักครับ ใช้เม็ดเงินทั้งหมด ๔,๔๓๖ ล้านบาทเศษ ๒๐๒ โครงการ แล้วเป็นโครงการเร่งด่วนที่จะต้องทําให้เสร็จภายในปี ๒๕๕๔ จํานวน ๓๑ โครงการ วงเงิน ๒,๔๙๐ ล้านบาทเศษ อันนี้คือความชัดเจนที่มีมติคณะรัฐมนตรี ออกมาแล้วนะครับ สิ่งนี้ละครับที่ผมเห็นว่ามันสอดรับอยู่ แล้วก็สิ่งที่รัฐบาลทํา มติคณะรัฐมนตรีก็ไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้นะครับ เราให้ความสําคัญกับคณะรัฐมนตรีทุกยุคทุกสมัย ที่เห็นความสําคัญ เพราะเป็นแผนแม่บท เป็นแผนบูรณาการ เว้นแต่คณะรัฐมนตรีชุดนี้จะไป ปรับเปลี่ยนให้มันสอดคล้องสอดรับกับสิ่งที่จะต้องดําเนินการเท่านั้นเอง

ท่านประธานครับ เหตุผลข้อต่อไปเป็นเรื่องที่ ๒ นอกจากมีความชัดเจน ในการแก้ไขของฝ่ายประจํา ฝ่ายรัฐบาลอยู่แล้วนะครับ สิ่งที่สําคัญมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มากมาย เพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว ผมยกตัวอย่าง ๒ ผลงาน อีกนิดเดียวท่านประธานครับ ผลงานที่สําคัญคือเขื่อนก้องทะเลครับ ผมสนใจมาก เขาทํามาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ของดอกเตอร์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล จากภาควิชา ธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาหรือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาทํามา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ จดลิขสิทธิ์ด้วยครับ เขาเรียก เขื่อนก้องทะเล มุ่งเน้นเรื่องของการแก้ไข ปัญหาแบบไม่ใช้โครงสร้าง และที่สําคัญท่านเสนอได้ดีมากครับ ท่านบอกว่าต้องมีแผนแม่บท ในการที่จะกําหนดเป็นหลักเลยว่าทําอย่าง่ไรที่จะดําเนินการเรื่องของการแก้ไขปัญหาแบบใช้ โครงสร้างให้เป็นระบบ เพราะการแก้ไขปัญหาแบบการใช้โครงสร้างนี่ครับก่อปัญหา ระยะทางห่างจากทะเล ๓,๐๐๐ เมตร ท่านประธานครับ ท่านไปถมทะเล ท่านไปใส่ปะการัง เป็นจุดหรือเป็นแนวอะไรต่าง ๆ นี่ล้วนกระทบทั้งหมด ประสบการณ์จากต่างประเทศมีเยอะ ตรงนี้มีอยู่แล้วท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานครับ ผลงานการวิจัยก็มีมาก ประสบการณ์ จากต่างประเทศก็มีอยู่อย่างมากหลาย เพราะฉะนั้นถ้าจะเอามาใช้ด่วนนะครับ ผมเห็นว่า ไม่จําเป็นที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการ นําสิ่งเหล่านั้นมาใช้เลย และสําคัญที่สุด ๒ ญัตติ ที่เสนอมาเป็นความเห็นจากเพื่อนสมาชิกอีกครับ รับข้อเสนอจากเพื่อนสมาชิกตรงนี้ มอบให้กับรัฐบาลไปดําเนินการ ผมคิดว่าน่าจะตอบโจทย์ได้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ