อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ พูดถึงการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล โดยแนะนำให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและพิจารณาแนวทางการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ และชี้ว่าโลกให้ความสำคัญกับปัญหานี้มาก แต่พวกเรากำลังให้ความสำคัญเพียงโยนเรื่องให้กับหน่วยงานของรัฐ ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งทะเลในจังหวัดนครศรีธรรมราชที่มีพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลประมาณ 200 กิโลเมตร ซึ่ง 110 กิโลเมตรอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อถูกน้ำทะเลกัดเซาะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จะด้วยเหตุผลใดก็ตามที่ท่านประธานได้บรรจุญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการจัดการป้องกันและ แก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ของคุณอรรถพร พลบุตร ในวันนี้ แต่ถือว่าเป็นญัตติ ที่มีประโยชน์ และเป็นโอกาสดีที่สภาผู้แทนราษฎรจะได้ถกเถียงกันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมให้การสนับสนุนกับข้อเสนอของท่าน ส.ส. อรรถพร พลบุตร ที่จะให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาพิจารณาปัญหานี้อย่างรอบคอบ ละเอียด ด้วยเหตุผล ๔ ประการ ก็คือ
ประการที่ ๑ การศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการชุดหนึ่งซึ่งเพื่อนสมาชิก บางท่านได้หยิบยกขึ้นมาว่าสภาเราก็ได้เคยมีคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องนั้นมาแล้ว จริงอยู่ครับ เป็นการศึกษาของอนุกรรมาธิการในชุดของคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบ จากภัยธรรมชาติและสาธารณภัยในชุดที่แล้ว ซึ่งคณะกรรมาธิการชุดนั้นผมเป็นรองประธาน คณะกรรมาธิการอยู่ด้วย แต่ต้องเรียนกับท่านประธานว่าเรามีข้อจํากัดในการไปศึกษา มีข้อจํากัดในการไปแสวงหาข้อมูลและแสวงหาความร่วมมือจากองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ปัญหาน้ําทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ทําให้มีข้อจํากัดของผลการศึกษาและรายงานที่นําเสนอต่อ คณะกรรมาธิการ จําเป็นที่จะต้องสร้างองค์ความรู้ใหม่โดยสภาผู้แทนราษฎรจาก คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้น ซึ่งจะประกอบด้วยผู้แทนราษฎรจากหลาย พรรคการเมือง มีผู้เกี่ยวข้องจากหลายภาคส่วนมาร่วมกันทํางานในครั้งนี้
ประการที่ ๒ ก็คือว่าหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาน้ําทะเล กัดเซาะชายฝั่งนั้นมีหลายหน่วยงาน ในรอบหลายปีที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นกระทรวงที่มีบทบาทสําคัญในการจัดการปัญหานี้ แล้วก็ได้มอบหมายให้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นแม่งาน เป็นเจ้าภาพในการประสานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการแก้ไข แต่ในสภาพความเป็นจริงแล้วกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งก็มี อํานาจเพียงเฉพาะในกรมของตัวเองเท่านั้น ไม่สามารถที่จะไปชี้แนะ ไม่สามารถที่จะ ประสานความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันทํางานได้ อย่างแท้จริง สภาพปัญหาก็ยังดําเนินมา
ปัญหาประการที่ ๓ ก็คือ ท่านประธานก็ทราบดีว่าปัญหาน้ําทะเล กัดเซาะชายฝั่งนั้นรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวันนี้พี่น้องเพื่อนผู้แทนราษฎรที่ไม่มีพื้นที่ติด ชายฝั่งทะเลก็อาจจะไม่เข้าใจปัญหานี้ พวกผมซึ่งอยู่พื้นที่ติดชายทะเลและรับทราบปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกวี่ทุกวันจากปัญหานี้ เราเข้าใจปัญหานี้ดีว่า มันหนักหน่วงและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งหน่วยงานของรัฐไม่มีการบูรณาการการแก้ไข ที่เป็นจริง ไม่มีการประสานความร่วมมือและเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง ปัญหาก็จะยิ่งหนักหน่วง และเราก็เห็นสภาพปัญหาที่มันได้สะท้อนผ่านทางสื่อสารมวลชน มากมาย นี่คือประเด็นสําคัญซึ่งผมคิดว่าจําเป็นจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการ
สิ่งสําคัญประการที่ ๔ ก็คือว่าเรายังขาดเครื่องมือสําคัญประการหนึ่งก็คือ กฎหมายในการจัดการกับพื้นที่ชายฝั่งทะเล ซึ่งนับวันการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลนี่ใช้พื้นที่ อย่างไร้ทิศทาง แล้วก็ขาดการควบคุมมากขึ้นทุกปี ท่ามกลางความเจริญ ท่ามกลางความ สลับซับซ้อนของปัญหา เมื่อรัฐขาดเครื่องไม้เครื่องมือสําคัญ ผมคิดว่าจําเป็นจะต้องศึกษา เรื่องนี้กันอย่างลึกซึ้ง ผมจึงสนับสนุนว่าสภาควรจะจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา พิจารณาปัญหานี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้เรียนกับท่านประธานว่าปัญหาเรื่องน้ําทะเล กัดเซาะชายฝั่งนั้นเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก และเมื่อเร็ว ๆ นี้โลกก็ได้ให้ความสําคัญกับปัญหานี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ออกแถลงการณ์เป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาบอกว่า เขาได้แสดงความกังวลกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่อาจจะก่อให้เกิดมหันตภัย ทางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น แล้วก็เป็นสิ่งที่สําคัญที่ท้าทายต่อโลกในทศวรรษหน้า คณะมนตรี ความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้รายงานบอกว่า บางรัฐอาจจะสูญเสียเขตแดน เนื่องจาก ปัญหาระดับน้ําทะเลเพิ่มสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ข้อกังวลของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาตินี้ ได้เสนอให้เลขาธิการสหประชาชาติจําเป็นต้อง บรรจุเรื่องนี้ไว้ในรายงานประจําปีด้วย โลกให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มาก แต่พวกเรากําลังจะ ให้ความสําคัญกับปัญหานี้เพียงโยนเรื่องให้กับหน่วยงานของรัฐ ให้ข้าราชการ ให้นักวิชาการ ไปดูแลแก้ไข ผมคิดว่าไม่เพียงพอครับ ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในวันนี้และ ในอีกหลาย ๆ ปีในทศวรรษข้างหน้าล้วนแล้วแต่ปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงต่อชีวิต ความเป็นอยู่ ซึ่งพวกเราจะต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ ท่านประธานครับ ในพื้นที่ ๒๓ จังหวัดของชายทะเลของไทยนับวันจะเผชิญปัญหานี้หนักหน่วงรุนแรงมากขึ้น ฝั่งอ่าวไทยเผชิญปัญหามากกว่าฝั่งอันดามันแน่นอน เนื่องจากว่าลักษณะกายภาพทางทะเล ปัญหาชายฝั่งที่ง่ายต่อการถูกกัดเซาะนี่ก็จะเกิดปัญหารุนแรงมากกว่าฝั่งอันดามัน ในจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นพื้นที่เขตเลือกตั้งของผมมีพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลประมาณ เกือบ ๒๐๐ กิโลเมตร เกือบ ๒๐๐ กิโลเมตรนี่ท่านประธานครับ ๑๑๐ กิโลเมตรอยู่ในภาวะที่ เสี่ยงต่อถูกน้ําทะเลกัดเซาะ ทั้งระดับอ่อนมากถึงขั้นระดับรุนแรง รุนแรงบางจุดบางพื้นที่ น้ําทะเลกัดเซาะปีละประมาณ ๑๐ เมตร ถนนที่เคยเป็นถนนเลียบฝั่งไว้ชมวิว ไว้ขนส่งสินค้า ประมงอะไรต่าง ๆ ถูกน้ําเซาะกัดหายไป เสียหายแต่ละปีนี่รุนแรงมาก โดยเฉพาะในช่วง ๒๐ ปีที่ผ่านมานี้ พื้นที่ชายฝั่งทะเลตั้งแต่อําเภอหัวไทร อําเภอปากพนัง อําเภอเมือง อําเภอท่าศาลา อําเภอขนอม เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยที่ถูกน้ําทะเลกัดเซาะรุนแรงมากที่สุด หน่วยงานหลายหน่วยงานเข้าไปเยียวยาแก้ไขนะครับ แต่ว่าไม่สําเร็จ ได้ทุเลาเบาบาง ปัญหาลงก็ใช่ แต่ว่าไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จริง ๆ แล้วปัญหา น้ําทะเลกัดเซาะชายฝั่งนั้นมีหลายสาเหตุซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้พยายามสะท้อนสาเหตุในเชิง วิชาการมามากนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ เรื่องของ ระดับน้ําทะเลที่เกิดจากการขยายตัวของน้ําในมหาสมุทร การละลายของน้ําแข็งขั้วโลกที่เพิ่ม ระดับน้ําทะเล หรือการทรุดตัวของพื้นที่ แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นและอยากจะให้เพื่อนสมาชิก ได้รับทราบกันก็คือเรื่องของปริมาณตะกอนที่ลงมาจากแม่น้ําต่าง ๆ ที่ลงมาในทะเล โดยเฉพาะอ่าวไทยนะครับ เรามีแม่น้ํา ๑๗ สายที่ไหลลงมาในทะเลอ่าวไทย ปริมาณของ ตะกอนที่เคยลงมาตามธรรมชาติ และช่วยปรับสมดุลของพื้นทะเล บัดนี้เมื่อปริมาณตะกอน มันลดลง การปรับตัวของใต้พื้นทะเลก็เปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีปริมาณน้ํามาก เมื่อเผชิญกับ แรงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ลมมรสุมเข้ามาไม่ถูกต้องตามฤดูกาล น้ํา ทิศทางลม กระแสน้ําเปลี่ยนแปลงไปส่งผลกระทบอย่างรุนแรง นี่เป็นสิ่งที่จะอยากเรียนกับท่านประธานไว้ ถามว่าแนวทางแก้ไขปัจจุบันนี้ต้องใช้วิธีอย่างไร กราบเรียนกับท่านประธานไปถึงรัฐบาลด้วยว่า ขอความกรุณาอย่าใช้โมเดล (Model) ในการแก้ไขปัญหาน้ําทะเลกัดเซาะชายฝั่งที่ใดที่หนึ่ง เด็ดขาด ไม่มีโมเดลสําเร็จรูปในการแก้ไขปัญหาน้ําทะเลกัดเซาะชายฝั่งนะครับ บางขุนเทียน โมเดลไม่สามารถไปใช้กับที่หัวไทร หัวไทร หรือปากพนังไม่สามารถใช้ได้กับพื้นที่เพชรบุรี แต่ละพื้นที่มีสภาพภูมิศาสตร์แตกต่างกัน มีลักษณะการใช้พื้นที่แตกต่างกัน และมีสภาพปัญหา ของมวลชนซึ่งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นไม่มีสูตรสําเร็จในการแก้ไข ปัญหานี้ หลายพื้นที่อาจจะประสบความสําเร็จในการใช้ไม้ไผ่ในการเป็นตัวกั้นคลื่น บางพื้นที่ใช้ที-กรอยน์ (T-Goins) บางพื้นที่ใช้กองหินอยู่ในทะเล บางพื้นที่ใช้ผนังหินกั้นคลื่น แต่ละที่ได้รับผลสําเร็จแตกต่างกัน ผมยกตัวอย่างครับท่านประธานที่อําเภอหัวไทร ที่วัดเกาะเพชร ซึ่งไม่มีงบประมาณจากทางการลงไปดูแลแก้ไข พื้นที่ถูกน้ําทะเลกัดเซาะชายฝั่ง หายไปประมาณ ๖ ไร่ วัดหายไปครึ่งหนึ่ง ไม่มีเงินที่จะมาดูแลป้องกันไม่ให้คลื่นมาซัด เจ้าอาวาสก็ติดต่อกับ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ไปทําจตุคามรามเทพ ได้เงินมา ๑๐ กว่าล้านบาท ไปสร้างกําแพงกั้นคลื่น ท่านทราบไหมครับ ปัจจุบันนี้กําแพง กั้นคลื่นนั้นปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร ยังคงอยู่ครับ สามารถป้องกันน้ําทะเลกัดเซาะเข้ามาได้ ระดับหนึ่ง แต่ว่าปริมาณน้ํามันมหาศาล บัดนี้กรมเจ้าท่าต้องไปทํากองหินทิ้งในทะเล อยู่นอกชายฝั่งเป็นทางยาว เป็นหย่อม หย่อม หย่อม ตรงนั้นถึงจะเป็นหลักประกันที่มั่นคงว่า เขื่อนกั้นกําแพงไม่สามารถที่จะดูแลได้ ถ้าไม่ใช้กองหินที่อยู่ข้างนอกชายฝั่ง นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่ทําให้ท่านประธานเห็นนะครับว่า แนวทางในการแก้ไขนั้นจําเป็นจะต้องใช้หลายวิธี ในพื้นที่อําเภอนครศรีธรรมราชนะครับ มีพื้นที่อยู่ตําบลหนึ่งซึ่งผมอยากจะยกตัวอย่างให้ ท่านประธานได้รับทราบก็คือ ที่ตําบลท่าซัก บริเวณปากน้ําปากพญา ที่นั่นเป็นพื้นที่ ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ แต่ว่าถูกน้ําทะเลกัดเซาะรุนแรงเข้ามาแต่ละปี พื้นที่บริเวณนั้นเป็น ที่อยู่ ที่อาศัย ที่ทํากินของพี่น้องชาวประมง ซึ่งทําประมงพื้นบ้าน เขาแก้ปัญหา ด้วยการอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนด้วยการปลูกป่าของเขาเอง รัฐไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคมที่ผ่านมา พี่น้องชุมชนในปากพญา ตําบลท่าซัก อําเภอเมือง นครศรีธรรมราช ก็ได้ร่วมกับลูกหลานเยาวชน นักเรียน ได้ไปร่วมกันปลูกป่าเทิดพระเกียรติ เพื่อปกปักษ์ ปกป้องผืนป่าชายเลนตรงนั้น ซึ่งก็อยากที่จะให้ท่านประธานได้บันทึกไว้ สักนิดหนึ่งนะครับ สําหรับแบบอย่างที่ดีในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติบริเวณนั้น มีโรงเรียนอยู่ ๗ แห่งนะครับ คือโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช โรงเรียนท่านครญาณวโรภาสอุทิศ โรงเรียนปากน้ําปากพญา โรงเรียนบ้านปากพญา โรงเรียนวัดนาวง โรงเรียนบ้านถนนใหญ่ และโรงเรียนจรัสพิชากรอาชีวศึกษา เขาได้ทําแบบนี้ไม่ใช่ปีแรกนะครับทํามาทุกปีแล้วก็ เห็นผลนะครับว่า ผลจากการที่เขาทุ่มเท ใช้เงินของเขาเองออก เสียสละกันคนละเล็กคนละน้อย ซื้อพันธุ์ไม้มาปลูก ก็สามารถที่จะดูแลพื้นที่ตรงนั้นได้ นี่เป็นแบบอย่างนะครับ ผมก็อยากจะให้ ตัวอย่างเหล่านี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับไปดูแลนะครับ
ที่สําคัญที่สุดก็คือว่า เราต้องยอมรับความจริงนะครับว่ามนุษย์ไม่สามารถ ที่จะเอาชนะธรรมชาติได้หรอกครับ แต่ว่าเราต้องรับมือกับมัน จะรับมืออย่างไร ด้วยวิธีการไหน ผมคิดว่าจําเป็นที่จะต้องให้หลายภาคฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม การจัดตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาในญัตตินี้ จะเป็นทางเลือก ทางออกอันหนึ่งในการระดมความร่วมมือ ของทุกภาคฝ่ายเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเอง ที่จะได้มีโอกาสเข้าไปใช้ เวทีตรงนี้ระดมความเห็น แล้วก็ทํางานควบคู่กับหน่วยงานของรัฐที่จะต้องทํางานนี้ต่อไป กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน