สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๗ กันยายน ๒๕๕๔

พิษณุ หัตถสงเคราะห์ หารือเรื่องปัญหาการกัดเซาะของแม่น้ำโขง โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบของการสร้างเขื่อนและผลกระทบต่อการกัดเซาะชายฝั่ง และเรียกร้องให้คุยกับประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเพื่อร่วมกันอนุรักษ์และพัฒนาบำรุงรักษาแม่น้ำให้กลับมาสู่สภาพเดิม นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลจัดงบประมาณในการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งและบำรุงรักษาแม่น้ำเพื่อรักษาพื้นที่และบ้านเรือนของประชาชน

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้บรรจุ เรื่องด่วนของกระผม ซึ่งเป็นญัตติเกี่ยวข้องกับปัญหาน้ํากัดเซาะชายฝั่งแม่น้ําโขง ท่านประธานครับ ท่าน ส.ส. จากซีกพรรคประชาธิปัตย์ ขออภัยที่เอ่ยนาม คุณพี่อรรถพร พลบุตร ได้นําเรียนสภาแห่งนี้เรื่องของน้ําเหมือนกัน แต่เป็นการกัดเซาะชายฝั่งทะเล แต่ในขณะเดียวกันกระผมเองเป็นลูกอีสาน เราก็มีปัญหาเรื่องของการกัดเซาะเหมือนกัน แต่เป็นการกัดเซาะแม่น้ํา โดยเฉพาะแม่น้ําโขง ซึ่งเป็นแม่น้ําสําคัญของพี่น้องของคนอีสาน กระผมขออนุญาตใช้เวลาสภาแห่งนี้อภิปรายญัตติเรื่องนี้ เพื่อที่จะนําไปสู่การแก้ไข ในระดับประเทศต่อไป

ลําน้ําโขงนะครับ โดยที่ทราบกันดีว่าเป็นลําน้ํานานาชาติ มีความยาวที่ไหลผ่าน ประเทศไทย ๙๗๖ กิโลเมตร ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอํานาจเจริญและจังหวัดอุบลราชธานี มีลุ่มน้ําสาขา สําคัญ ๆ ที่ไหลลงแม่น้ําโขงทั้งทางตรงและทางอ้อม อันได้แก่ลุ่มน้ําสาขาแม่น้ําโขงโดยตรง ลําน้ํากก ลุ่มน้ําชี แล้วก็ลุ่มน้ํามูล ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาปัจจุบันที่เกิดขึ้นของ แม่น้ําโขงเองก็คงจะคล้ายกับพี่น้องที่อยู่ชายฝั่งทะเล นั่นก็คือเรื่องของการกัดเซาะของน้ํา ทําให้สูญเสียที่ดินริมชายฝั่งแม่น้ํา และที่สําคัญบางครั้งก็เลยจนถึงบ้านเรือนพี่น้องประชาชน ที่ปลูกอยู่ริมชายฝั่ง เรือกสวนไร่นาเสียหายเป็นจํานวนมาก อีกทั้งอาณาเขตของประเทศเอง ก็เสียไป ถ้าหากว่าเราไม่ได้มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม สาเหตุสําคัญท่านประธานครับ เรื่องปัญหาของน้ํากัดเซาะ ผมว่าถ้าเราจะสรุปเราก็คงจะมองได้เป็น ๒ สาเหตุด้วยกัน สาเหตุอันแรก ก็คือเกิดจากธรรมชาติและสาเหตุที่สอง ก็คือเกิดจากฝีมือของมนุษย์เรา นี่นะครับ

ท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดจากธรรมชาติ โดยเฉพาะลุ่มน้ําโขงเอง ผมใคร่ขอเรียน ท่านประธานว่าเกิดจากภาวะที่แห้งแล้งยาวนาน ในอดีตแม่น้ําโขงในหน้าแล้งไม่ได้แล้งนาน เหมือนปัจจุบัน แต่ปัจจุบันนี้ในหน้าแล้งนะครับ แทนที่จะแล้งอยู่แค่ ๒-๓ เดือน อันนี้ลากยาว ไปจนถึง ๔-๕ เดือนก็มี นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ นั่นก็คือการสร้างเขื่อน ปัจจุบันนี้ประเทศจีนเอง ซึ่งเป็นประเทศต้นน้ําของแม่น้ําโขงได้มีการสร้างเขื่อนในแม่น้ําโขงแล้วจํานวนหลายเขื่อน และกําลังสร้างอยู่ในประเทศลาวอีก ๑ เขื่อนจะเสร็จเร็ว ๆ นี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมนุษย์สร้าง เขื่อนในลําน้ําโขงนั้นก็คือการเปลี่ยนแปลงของน้ําครับ น้ําขึ้นเร็วแล้วก็น้ําลงเร็ว นี่เป็นปัญหาใหญ่ ที่ทําให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง โดยเฉพาะฝั่งแม่น้ํา เพราะน้ําขึ้นลงเร็วลงนะครับ ความชื้น ไม่สามารถที่จะระเหยออกได้ทัน เพราะปกติถ้าเป็นไปตามธรรมชาติ น้ําขึ้นตามจังหวะ ธรรมชาติ มีความชุ่มชื้นพอเหมาะพอควรชายฝั่งก็ไม่พัง แต่ถ้าขึ้นลงเร็วลงผิดธรรมชาติ ก็ทําให้เกิดปัญหาชายฝั่ง ซึ่งอุ้มน้ําไว้เป็นจํานวนมากก็กัดเซาะพังลงมาเป็นจํานวนมาก นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นเรื่องจริงอยู่ในขณะนี้ นอกจากนั้นท่านประธานครับ ฝีมือของมนุษย์อีก ที่ทําให้เกิดน้ํากัดเซาะชายฝั่ง นั่นคือเรื่องของการปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ขวางทางน้ํา จริง ๆ แล้วไม่ใช่แต่ในเฉพาะแม่น้ําโขงอย่างเดียวท่านประธานครับ ประเทศไทยยังมีแม่น้ํา อีกเป็นจํานวนมากที่เราจะต้องอนุรักษ์รักษาแล้วก็พัฒนาบํารุงรักษาเพื่อให้กลับมาสู่ สภาพเดิมให้ได้ ทําอย่างไรที่เราจะคุยกับพี่น้องที่อยู่ริมแม่น้ําเหล่านั้นที่จะร่วมกันอยู่ใน ธรรมชาติ อยู่กับธรรมชาติโดยที่ไม่สร้างภาวะในการทําลายล้างในอนาคตต่อไป

นอกจากนั้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนําเสนอให้ทางรัฐบาลให้กับ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนะครับ วันนี้มานั่งอยู่ ๒-๓ ท่าน ได้มีโอกาสรับทราบข้อมูลและช่วยกรุณา ดูแลในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทางชายฝั่งทะเลของท่านอรรถพรเองก็ดี หรือแม้แต่ ในเรื่องของฝั่งแม่น้ําของเราด้วยนะครับ นั่นก็คือเรื่องของการดูแลแก้ไขในการก่อสร้างเขื่อน ป้องกันตลิ่งพัง ในกรณีที่มีความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นจํานวนมากที่อยากจะให้ รัฐบาลจัดตั้งงบประมาณในการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ซึ่งจะรักษาพื้นที่ของแม่น้ําเหล่านั้นไว้ แล้วในขณะเดียวกันก็จะรักษาบ้านเรือนของ พี่น้องประชาชน อาจจะมองดูเป็นงบประมาณจํานวนมาก แต่ถ้าหากว่ามองถึงระยะยาวแล้ว แผ่นดินแม้แต่ ๑ ตารางเมตร หรือ ๑ ตารางนิ้ว ถ้าเรารักษาไว้ได้โดยใช้เงินภาษีของราษฎร ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะทุ่มเทที่จะทํางานตรงนี้ นอกจากนั้น ท่านประธานครับ ในแม่น้ําที่มีสภาพตื้นเขินควรจะได้รับการบํารุงรักษา มีการปักแนวเขต ให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการรุกล้ําของพี่น้องประชาชน และถ้าเป็นไปได้ก็ควรที่จะจัดงบประมาณ ในการขุดลอกแม่น้ํา เพื่อที่จะเพิ่มปริมาณที่สามารถเก็บกักน้ําในหน้าแล้งก็จะมีน้ํามากขึ้น ในหน้าฝนก็สามารถที่จะนําน้ําที่ท่วมเรือกสวนไร่นาลงไปสู่แม่น้ําลําคลอง กระผมเองเห็นว่า ญัตติด่วนทั้ง ๓ ญัตตินี้เป็นญัตติที่ทางรัฐบาลน่าจะนําไปดําเนินการพิจารณาหาทางแก้ไข ให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนต่อไป ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ