สุนทรี ชัยวิรัตนะ หารือเรื่องการจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดสรรทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และขอเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องนี้ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของน้ำในประเทศและความไม่เหมาะสมในการบริหารจัดการน้ำที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมและขาดแคลนน้ำ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ เหตุผลที่ดิฉันได้มีการยื่นญัตติด่วนเพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎร ในการที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในวันนี้ ก็คือดิฉันเห็นว่าปัจจุบันประเทศไทยของเราเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝนตกมาน้ําท่วมขัง ในหลายพื้นที่ หรือว่าเมื่อถึงคราวหน้าแล้งก็ไม่มีน้ําที่จะใช้ในการทําการเกษตร ดิฉันจึงเห็นว่า เราควรจะมีการศึกษาถึงปัญหาในเรื่องการจัดการบริหารทรัพยากรน้ําอย่างเป็นระบบ แล้วจะได้มีการใช้ทรัพยากรน้ําอย่างเต็มประสิทธิภาพ เราทราบกันดีอยู่แล้วค่ะท่านประธาน ว่าน้ํามีความสําคัญกับประเทศไทยของเรามายาวนานตั้งแต่ในอดีต เราต้องอาศัยน้ําในการ อุปโภคบริโภค และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทําเกษตรกรรม จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้น้ํา เข้ามามีส่วนร่วมในการประกอบอาชีพของเกษตรกร จากปัจจุบันท่านประธานคะ เราจะเห็น ได้ว่าการบริหารทรัพยากรน้ําของประเทศไทยของเรายังเกิดปัญหาค่อนข้างมาก เพราะว่าเรา มีการกระจายน้ําที่ไม่ค่อยทั่วถึง แล้วก็การใช้น้ําเป็นการใช้ไปอย่างสิ้นเปลืองไม่เหมาะสม ในหลาย ๆ เรื่อง เราทราบกันดีค่ะท่านประธานว่าในแต่ละปีปริมาณน้ําฝนที่ตกลงมายัง ประเทศไทยของเรามีปริมาณที่เกินความต้องการในการใช้น้ําของประชาชน แต่เรา ยังไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ําเอาไว้ได้ ถ้าดิฉันจําตัวเลขไม่ผิด ท่านประธานคะประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของน้ําฝนที่ตกลงมาที่เราสามารถกักเก็บเอาไว้ใช้ในหน้าแล้งได้ ซึ่งก็ จะเห็นได้ว่าเราสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะเรื่องน้ําอย่างไม่คํานึงถึงคุณค่า แล้วก็ ถ้าหากเราพิจารณาไปต่ออีกนะคะท่านประธาน จะเห็นได้ว่ามาตรการแล้วก็การแก้ไขปัญหา การขาดแคลนน้ําของรัฐบาลที่ผ่านมา ก็ต้องบอกเลยว่าหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของแม่น้ําโขง แม่น้ําชี แม่น้ํามูล ก็ยังไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจังอย่างแท้จริง เราจะเห็นได้ว่า เมื่อเกิดปัญหาน้ําท่วม ต้องเรียนเลยค่ะงบส่วนใหญ่นําลงไปก็ไปซื้อกระสอบทรายมาเพื่อกั้น ไม่ให้น้ําเข้าท่วมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน หรือไม่เมื่อน้ําลดแล้วก็จะมีการจัดงบ ไปช่วยเหลือซ่อมแซมถนน ซึ่งเรื่องเหล่านี้ท่านประธานเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจําทุกปี แต่ว่าเราก็ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร พูดง่าย ๆ เราไม่ได้ทํางานในเชิงรุก เราทํางาน แต่ในเชิงรับ คือเมื่อเกิดปัญหาขึ้นเมื่อไรเราค่อยจะเข้าไปแก้ไข ก็ต้องขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วท่านได้มาแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของเราค่ะ ท่านให้ ความสําคัญนโยบายเร่งด่วนที่จะรีบดําเนินการในปีแรก มีในเรื่องของการบริหารจัดการน้ํา อย่างเป็นระบบ ดิฉันก็คิดนะคะเข้าใจเลยค่ะว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็น่าจะให้ความสําคัญ ในเรื่องการบริหารจัดการน้ําเป็นอย่างดี ที่สําคัญค่ะท่านประธาน ปัจจุบันเราต้องยอมรับ ด้วยว่า สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปมากของประเทศไทยเรา ทําให้ฤดูกาลต่าง ๆ มันค่อนข้างจะผันผวนไม่ถูกต้องหรือตรงตามฤดูกาลมากเท่าไรนัก ยกตัวอย่างง่าย ๆ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉัน อยู่ดี ๆ ท่านประธานน้ําท่วมที่อําเภอเมือง ในเขตอําเภอเมืองในตัวเทศบาลเมือง ปกติน้ําที่ชัยภูมิจะท่วมจะต้องท่วมอยู่ที่เขตเลือกตั้ง ของดิฉันก่อน ก็คือต้องท่วมที่ประมาณแถวที่อําเภอบ้านเขว้า อําเภอจัตุรัส อําเภอเนินสง่า ต้องเริ่มท่วมก่อนที่จะมาท่วมถึงในอําเภอเมือง แต่ปีนี้เกิดการผิดปกติ ฝนตกหนักมาก ตลอดทั้งคืน ทําให้น้ําท่วมที่อําเภอเมืองแบบไม่คาดฝัน ท่วมสูงถึงประมาณ ๘๐ เซนติเมตร แต่ก็ดีค่ะท่านประธานท่วมอยู่ประมาณแค่วันเดียวน้ําก็ลดลง แต่ตรงนี้เราควรจะมี การป้องกันและหาทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เมื่อเกิดปัญหาก็วิ่งหากระสอบทรายลงไป เพื่อป้องกันไม่ให้น้ําเข้าบ้านเรือนหรือว่าไปท่วมเรือกสวนไร่นาของพี่น้องประชาชน และที่สําคัญท่านประธาน ตลอดรอบปีที่ผ่านมาเราจะพบได้มากเลยว่า น้ําท่วมมาแล้วถึง ๓ ครั้งใหญ่ ๆ ท่วมที่ภาคใต้ ท่วมที่ภาคเหนือ และปัจจุบันท่วมที่ภาคอีสานและภาคเหนือ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยของเราถึงเจอน้ําท่วมขนาดนี้ หลักการ เหตุผลต่าง ๆ ที่หน่วยงานราชการหรือว่าสภาของเราค่ะท่านประธาน ได้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการมาศึกษาในเรื่องการจัดการน้ํา ครั้งที่แล้วดิฉันเองก็เป็นกรรมาธิการค่ะ แต่น่าเสียใจเพราะว่าเมื่อท่านสมัครท่านให้ความสําคัญในเรื่องจะผันน้ําจากลุ่มแม่น้ําโขง เข้ามาใช้ แต่เมื่อท่านไปมีท่านสมชายท่านเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้มาสานต่อ เนื่องจากมีเวลาบริหารเพียงน้อยนิดแค่ ๒ เดือน ต่อมาถึงรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เราศึกษาเสร็จเป็นเวลาประมาณเกือบ ๒ ปีค่ะ จึงได้นํามาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องเรียนเลยว่าแล้วอย่างนี้งบประมาณที่เราใช้ไป เพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่าศึกษาไว้ เยอะแต่ไม่ได้นํามาใช้ ก็แน่สิคะ ก็ศึกษายกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างสภาผู้แทนราษฎรของเรา สมัยที่แล้ว เมื่อเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีอีกท่านมาก็ไม่ได้นําเอามาศึกษา แล้วอย่างนี้การจัดการ แก้ไขปัญหาน้ําของเราก็จะไม่มีประสิทธิภาพที่ดี นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่อยากจะชี้แจง ให้กับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ทราบว่าครั้งที่แล้วเราทําไว้อย่างเต็มที่เลย เรื่องการศึกษา ไปดูถึงหน่วยงานต่าง ๆ ก็ต้องยอมรับว่าหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา หรือดูแลเรื่องน้ํามีอยู่ในหลายหน่วยงาน ไม่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรืออีกหลาย ๆ หน่วยงาน แม้กระทั่งกระทรวงมหาดไทยก็มีหน่วยงานที่เข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาในเรื่องน้ํา แต่ว่าต้องเรียนเลยค่ะท่านประธาน การที่ต่างคนต่างทําของหน่วยงาน กระทรวงนี้อยากทํา โครงการนี้ กระทรวงนี้อยากทําโครงการนี้ มันก็ทําให้เกิดปัญหาที่ทําให้พี่น้องต้องได้รับภาวะ น้ําท่วมแบบไม่คาดฝัน หรือว่าน้ําแล้งแบบที่รู้ทั้งรู้แต่แก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ท่านประธานคะ ที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉันเองนี้แหละ การบริหารจัดการน้ําของจังหวัดชัยภูมิ พี่น้องบอกเสียดายมาก น้ํามาเยอะ แต่เราไม่สามารถกักเก็บได้เลย ชัยภูมิเป็นจังหวัด ต้นแม่น้ําชี น้ําไหลผ่านเยอะมากท่วมบ้านเรือน ปีนี้หลายหมู่บ้านโดนน้ําท่วมมาแล้ว ๒ ครั้ง แต่ว่ายังไม่ได้เข้าถึงตัวบ้านประชาชน ท่วมเรือกสวนไร่นาของพี่น้องเสียหายไปก็เยอะ แต่ว่าก็ต้องยอมรับว่าหน่วยงานแต่ละหน่วยงานทําก็ไม่ได้มาคุยกัน ทําให้เกิดปัญหา บางครั้ง สร้างมาก็ไม่ได้ประโยชน์ที่แท้จริงกับพี่น้องประชาชน หรือบางครั้งโครงการต่าง ๆ ที่พี่น้อง ประชาชนร้องเรียนว่าอยากจะได้กลับเป็นโครงการที่เมื่ออนุมัติโครงการไปก็ไม่ตรงกับ การแก้ไขปัญหาที่พี่น้องประชาชนได้รับ โดยเฉพาะที่ชัยภูมิของดิฉันนี่นะคะท่านประธาน กรมชลประทานมีการศึกษาเลยค่ะ บอกว่าที่จังหวัดชัยภูมินี้เป็นจังหวัดเดียวในภาคอีสานที่มี พื้นที่เพียงพอใหญ่เหลือที่จะสร้างแหล่งกักเก็บน้ําได้ ศึกษากันมาดิฉันว่าไม่ต่ํากว่า ๑๐ ปีแล้วค่ะ จนถึงปัจจุบันดิฉันยังไม่เห็นแหล่งกักเก็บน้ําของจังหวัดชัยภูมิที่มันใหญ่โตพอที่จะรองรับ น้ําชีที่ไหลออกมาท่วมบ้านเรือนประชาชน ถ้าเราสามารถเก็บกักเอาไว้ได้นี่นะคะ ท่านประธาน ปัญหาเรื่องน้ําท่วมไม่มี ปัญหาภัยแล้ง ประชาชนไม่มีน้ําใช้ก็จะไม่เกิดขึ้น ก็ต้อง เรียนค่ะงบประมาณส่วนใหญ่ของเราตอนนี้ยอมรับง่าย ๆ กระจุกตัวอยู่บางพื้นที่ไม่มีกระจาย บางจังหวัดดิฉันเห็นได้รับงบประมาณเยอะมากเลยค่ะ บางจังหวัดโดยเฉพาะที่จังหวัดชัยภูมิ ของดิฉันไม่มีเลยค่ะท่านประธาน มีก็ต้องเรียกว่าเป็นงบเฉพาะหน้า ไม่ใช่งบถาวร ข้อความ ที่เขาส่งมาถึง ส.ส. เวลาหารือผ่านท่านประธานไปก็คือมีปัญหาเรื่องพื้นที่บ้างล่ะ เดี๋ยวเริ่ม ดําเนินการปีถัดไป ปี ๒๕๕๕ บ้าง ดิฉันเป็นผู้แทนราษฎรมาประมาณ ๓ ปีแล้วค่ะ ท่านประธาน ดิฉันก็ได้รับคําตอบอย่างนี้ เมื่อดิฉันไปบอกพี่น้องประชาชน เขาก็ถามว่าเมื่อไร จะได้รับนโยบายหรือโครงการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําได้อย่างแท้จริงสักที ตรงนี้ดิฉันเอง ก็ตอบไม่ได้ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามาเป็น นายกรัฐมนตรีแล้ว จังหวัดชัยภูมิของดิฉันนี่ก็จะได้รับการแก้ไขปัญหาในเรื่องน้ําที่เท่าเทียม กับจังหวัดอื่น ๆ คงไม่ต้องเรียกว่าให้แก้ไขได้ทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ แต่ช่วยบรรเทา สัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันว่าก็เป็นที่น่าขอบคุณแล้วค่ะ ที่สําคัญท่านประธานคะ ต้องเรียนอีก อย่างหนึ่งว่าการจัดสรรงบประมาณนอกจากจะกระจุกตัวอยู่บางพื้นที่แล้ว การที่เรานํางบประมาณออกไปซ่อมแซมให้กับพี่น้องประชาชนหลังจากน้ําท่วม ก็ต้องยอมรับ ค่ะท่านประธานว่ามีการทุจริตกันค่อนข้างมาก หรือว่าเงินช่วยเหลือบางครั้งหน่วยงานลงไป ในพื้นที่ลงไปบางครั้งเอา เขาเรียกว่า เป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการไปสูบน้ําออกจากที่ถูก น้ําท่วมบางครั้งลงไปไม่มีงบเติมน้ํามัน ก็ต้องไปเบียดเบียนถึง อบต. อบจ. ในการที่จะหา งบประมาณมาให้น้ํามันออกมาเพื่อสูบระบายน้ําให้กับพี่น้องประชาชน ตรงนี้ต้องฝาก ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการที่จะทําการตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษาในเรื่องนี้ค่ะว่า ให้ช่วยดูแลเรื่องการจัดสรรงบประมาณด้วย ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปก็ต้องยอมรับว่าการแก้ไข ปัญหาเรื่องน้ําของเราคงจะไม่ประสบความสําเร็จ ที่สําคัญค่ะต้องเรียนว่า ถ้าหากเรา นําจํานวนเงินงบประมาณที่จะใช้ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นการออกไปซื้อ กระสอบทรายไปให้พี่น้องประชาชนเพื่อกั้นน้ําหรือว่าการจะออกไปซ่อมแซมหลังจากที่น้ําลด แล้วนี่นะคะท่านประธาน ถ้านําเงินงบประมาณตรงนี้กลับมาใช้เป็นการทํางานในเชิงรุก คือ อาจจะไปสร้างแก้มลิงให้พี่น้องประชาชน ไปสร้างฝายให้กับพี่น้องประชาชน ดิฉันว่า เงินงบประมาณที่ใช้นี่อาจจะน้อยกว่าเงินที่เอาไปช่วยเหลือเฉพาะหน้า ซึ่งดูจากตัวเลขต่าง ๆ ที่ใช้มานะคะ ดิฉันก็คิดว่าเงินตรงนี้แหละที่น่าจะนํากลับ แทนที่จะทํางานในเชิงรับก็ไป ทํางานในเชิงรุกก็จะดีกว่านะคะ
สิ่งสุดท้ายค่ะท่านประธาน ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยว่า ประเด็นความห่วงใยของพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศ ดิฉันคิดว่าเรื่องน้ํานี่แหละค่ะ เป็นเรื่องที่ไม่ทราบเหมือนกันว่าเมื่อไรน้ําจะท่วมบ้าน แต่อยากฝากท่านประธานผ่านไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีค่ะว่า อย่างไรก็ตามแต่ถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากให้ช่วย ดูแลแก้ไขในเรื่องการจัดสรรทรัพยากรน้ําให้ได้เกิดประสิทธิภาพ ให้พี่น้องประชาชนสามารถ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
สิ่งสุดท้ายเลยต้องบอกว่าอย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระสงฆ์องค์เจ้าในการ ที่จะมาสร้างแหล่งกักเก็บน้ําให้กับพี่น้องประชาชน ที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉัน ดิฉันเคยอภิปราย ที่สภาแห่งนี้แหละค่ะว่า มีพระสงฆ์อยู่รูปหนึ่งท่านต้องนําเงินเป็นจํานวนหลายร้อยล้านบาท มาเพื่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ําให้กับพี่น้องในเขตจังหวัดชัยภูมิ จริง ๆ เรื่องการช่วยเหลือพี่น้อง ในเรื่องให้มีแหล่งกักเก็บน้ํานี่น่าจะเป็นเรื่องของหน่วยงานราชการ แต่กลับต้องไปให้พระเป็น คนมาทํา เพราะว่าไม่มีเงินงบประมาณไปดําเนินการให้เขา สอบถามเมื่อไรก็ได้รับคําตอบ อย่างนี้ ดิฉันก็หวังนะคะว่างวดนี้ผลการศึกษาที่เราจะได้จากการตั้งคณะกรรมาธิการในงวดนี้ ก็น่าจะทําให้หมดปัญหา ไม่ต้องไปเพิ่มภาระให้กับพระสงฆ์องค์เจ้า ท่านจะได้มีเวลาไป ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องอื่นได้ เหตุผลทั้งหมดที่ดิฉันได้กล่าวมาแล้วค่ะท่านประธาน จึงเป็นเหตุให้ดิฉันขอเสนอญัตติด่วนให้ที่ประชุมสภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อ พิจารณาศึกษาในเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําอย่างเป็นระบบค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ