วิรัตน์ กัลยาศิริ หารือเรื่องความผิดพลาดของการเมืองและแนวคิดที่อาจก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการกล่าวถึง "โจรกระจอก" ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่สบายใจและความไม่พอใจในหมู่ประชาชน วิรัตน์ กัลยาศิริ ยืนยันว่าไม่ใช่ความผิดของรัฐไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลความสงบสุขของประชาชน และให้ความคิด ความอ่าน และความเข้าใจที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสนับสนุนให้รัฐบาลใช้กฎหมายที่มีผลกระทบต่อภาคใต้ และเรียกร้องการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาในภูมิภาคนี้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมในฐานะที่อยู่จังหวัดสงขลา แล้วก็เดินทางไปใน ๓ จังหวัดในช่วงที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และช่วงเลือกตั้งเดือนหนึ่ง ๓-๔ ครั้ง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถือได้ว่าผมมีส่วนใกล้ชิด กับพื้นที่ มีส่วนใกล้ชิดกับเหตุการณ์ไม่น้อย แล้วก็กับในเขตเลือกตั้งของผมมีพี่น้องจาก ๓ จังหวัด ทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมอพยพย้ายถิ่นฐานมาในเขตเลือกตั้ง ไม่ว่า ในเขตคลองแห ในเขตคอหงส์ ในเขตควนลังเป็นจํานวนนับเป็นพันคนนะครับ เพราะฉะนั้น กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผิดครั้งเดียวครับท่านประธาน ผิดครั้งเดียว พลาดครั้งเดียวตายเจ็บเป็นหมื่นนะครับ ผมไม่อยากให้ผิดอีก ผมไม่อยากให้พลาดอีกนะครับ ถ้าไม่บอกว่าผิดอะไรเลยเดี๋ยวก็หาว่าไม่บอก แต่ผมจะบอกครับว่าที่รัฐบาลจะเดินหน้าต่อไป นี่นะครับ อะไรที่ผมเห็นว่าถ้าเดินอย่างนี้เป็นอันตรายนะครับ
เรื่องที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผิดแค่ครั้งเดียวตายเจ็บเป็นหมื่น เพราะอะไรครับ เรื่องแนวคิด แนวคิดที่ไปดูถูกพี่น้องชาวบ้านว่าโจรกระจอก ที่ ฯพณฯ ชวน พูดเมื่อตะกี้ โจรกระจอก แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านก็มาย้ําอีก ตรงนี้เองผมไม่สบายใจเลยครับ ว่าไม่น่าจะมาสร้างปัญหาให้เพิ่มขึ้น
กรณีวิธีการท่านประธาน วิธีการที่บอกว่าหลังระเบิดรถไฟหาดใหญ่บอกว่า ภายใน ๓ เดือนเหตุร้ายจะหมด แปลความให้ชัดไปกว่านั้นก็คือการส่งสัญญาณว่าอุ้มฆ่า หรือทําอย่างไรก็ได้ให้หายไปเดือนละประมาณ ๑๐ คน ๒๐ คน มันไม่หายหรอกครับ มันเพิ่ม แล้วก็สร้างความรุนแรงนะครับ หรือกรณีการอุ้มสายลับของทหารไปจํานวน หลักร้อย เพราะฉะนั้นท่านประธานจะสังเกตว่าเนื้อข่าว การข่าวของทหาร การข่าว ของฝ่ายความมั่นคงจะไม่แม่นตรงอยู่เป็นระยะเวลาที่นานมาก และสําคัญที่สุด ที่ผมจําเป็นต้องหยิบยกเพราะว่าเป็นคํารับสารภาพของคนที่สั่งการก็คือ คุณทักษิณ ชินวัตร รับให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์สเตรทส์ไทมส์ (Straits Times) ที่บอกว่าเขาผิดพลาดที่ใช้ กําปั้นเหล็กฟิตไปนะครับ เพราะฉะนั้นแนวคิดก็ดี วิธีการก็ดี สําคัญที่สุดคนในรัฐบาล รัฐบาลตอนโน้นก็ไม่ลง รัฐบาลตอนนี้ก็ไม่เห็นมีใครลง ผมกับท่านถาวรนะครับ ท่านถาวร ก็ไปในฐานะรัฐมนตรี ผมไปในฐานะชาวบ้านผมก็ไป ถามว่าเสี่ยงไหม เสี่ยงครับ บนถนน ที่เราวิ่งเราไม่มีทางรู้ครับว่ามีระเบิดซุกอยู่สักกี่กิโลกี่ตัน เราไม่มีทางรู้นะครับ
สําคัญต่อไปกรณีที่อดีตที่ผ่านมาฟังคนใกล้ชิดโดยไม่พินิจพิเคราะห์ ฟังคนใกล้ชิดยุบ ศอ.บต. ครับท่านประธาน ยุบ พตท. ๔๓ เหลือให้ฝ่ายตํารวจดําเนินการ ฝ่ายเดียว ผมไม่ได้กล่าวหาตํารวจนะครับ ตํารวจที่ดีมีครับ แต่กระบวนการขาดความสมดุล ขาดการต่อเนื่องของพื้นที่ ทําให้เหตุร้ายมันจึงเกิดความรุนแรงขึ้นนะครับ
ผมขออนุญาตกราบเรียนไปยังท่านประธานครับว่า ทั้งหลายทั้งปวงไม่ได้ เป็นความผิดของรัฐไทยนะครับ อยากจะยืนยันกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝั่งรัฐบาล ถ้าจะผิดก็เป็นความผิดของรัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใด แต่ไม่ใช่ความผิดของรัฐไทย เพราะรัฐไทย มีหน้าที่ดูแลความสงบสุขของพี่น้องประชาชนทุกคน และที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติซึ่งก็สนิทกับผม รักกับผมนี่นะครับ พูดบอกว่า ส.ส. ภาคใต้คุ้นเคยกับโจร อันนี้ต้องขออภัย คําพูดลักษณะนี้ ทําให้พวกผม เพื่อนผม ส.ส. ภาคใต้นี่เสียหายนะครับ เราไม่ได้คุ้นเคยกับโจรครับ แต่ว่า คนไทยทุกคนเรามีหน้าที่ดูแล เรามีหน้าที่ให้ความคิด ให้ความอ่าน ให้ความเข้าใจที่ถูกต้องนะครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านทั้งหลายครับว่าผิดพลาดครั้งเดียวตายเจ็บเป็นหมื่น ผมไม่อยากให้ ผิดพลาดอีก สิ่งที่ผมอยากจะย้ําต่อไปที่ผมเห็นว่าลักษณะต่อไปถ้าทําอยู่อย่างนี้ ผมเชื่อว่า ยังจะเป็นอันตรายต่อไป
เรื่องที่ ๑ ความไม่เป็นเอกภาพของรัฐบาลนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เป็นผู้อํานวยการ ศอ.บต. ตามกฎหมาย ศอ.บต. ที่สมาชิก พรรคเพื่อไทยก็ดี พรรคประชาธิปัตย์ก็ดี สมาชิกสภาที่แล้วได้กรุณาอนุมัติไปให้ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการบริหารชายแดนภาคใต้ ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์แทนที่จะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญน่าจะรับผิดชอบเอง ไม่ครับ ท่านมอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธ ท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธทําเองหรือเปล่าครับ เปล่าครับ ท่านไปมอบให้กับ มท. ๓ นั่นคือเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ พลตํารวจเอก โกวิท ได้มอบหมายให้คุมความมั่นคง ผมเอง ไม่ค่อยสบายใจกับในประเด็นนี้ เพราะว่าถ้าแนวคิดการใช้ความรุนแรง แนวคิดที่เห็นว่า เป็นโจรกระจอก แนวคิดที่มองพี่น้องใน ๓ จังหวัดเป็นคนร้ายอยู่นี่นะครับ ถ้ามีความคิดอย่างนี้ ถ้าเกิดการใช้ความรุนแรงอีกซ้ําสอง ผมคิดว่าประเทศไทยไม่ครบ ๗๗ จังหวัดหรอกครับ
เรื่องที่ ๓ การที่มอบให้ท่านเฉลิมคุมตํารวจก็ไปคนละทิศคนละทาง เพราะฉะนั้นกราบเรียนครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ลงเอง ตํารวจก็มอบให้ท่านเฉลิม มั่นคงก็ให้ท่านโกวิท ฝ่ายการเมืองมอบให้ท่านยงยุทธ เพราะฉะนั้นความเป็นเอกภาพ เมื่อไม่มีนะครับ ผมยังเห็นว่าน่าจะไปยากครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ถ้าท่านยอมรับ แล้วกฎหมายที่ว่านี้ พรรคเพื่อไทยก็ดี พรรคประชาธิปัตย์ก็ดี พรรคร่วม ในสภาก็ดีได้ช่วยกันผลิตกฎหมายออกมาครับ กฎหมาย ศอ.บต. กฎหมาย ศอ.บต. นี่ ที่ผมบอกว่า ผมอยากให้นํามาใช้ตอบเพราะอะไรครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชน ใน ๕ จังหวัดภาคใต้มีส่วนร่วมพี่น้องที่มีความสําคัญ ไม่ว่ากลุ่มผู้นําศาสนาพุทธ ผู้นําศาสนาพุทธ จังหวัดละคนครับ อาจจะเป็นเจ้าอาวาส อาจจะเป็นผู้แทนเจ้าอาวาส ผู้นําศาสนาอิสลาม อาจจะเป็นโต๊ะอิหม่าม อาจจะเป็นกรรมการจังหวัด อาจจะเป็นกรรมการมัสยิดจังหวัดละ ๑ คน ผู้ปกครองท้องที่ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดละคน ผู้ปกครองท้องถิ่น นายก อบต. นายกเทศบาล นายกเทศบาลนครจังหวัดละคน พ่อค้า ผู้สื่อข่าว แม้กระทั่งครูปอเนาะ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการที่เราวางโครงข่ายให้ทุก ๆ ภาคส่วนมีส่วนร่วม ผมถึงอยากจะเห็นว่า ถ้ารัฐบาลนี้ตั้งใจที่จะเอาเครื่องมือนี้นะครับ ซึ่งท่านก็ช่วยผ่าน กฎหมายนี้มา ถ้าเอาไปเป็นเครื่องมือในการบริหารแล้ว เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามา มีส่วนร่วม ผมก็เชื่อว่าจะบรรเทาผลร้ายและท่านจะได้เข้าใจปัญหาที่แท้จริงว่าปัญหา ที่แท้จริงคืออะไร แก้อย่างไร ดําเนินการอย่างไรที่จะดีที่สุด ท่านประธานครับ ซึ่งภารกิจ ของ ศอ.บต. ต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า เรื่องสําคัญใน ๕ ภารกิจที่ ศอ.บต. ทํา เรื่องการศึกษาเราถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ เราเจาะไปตรงไหนครับ เราเจาะไปที่ปอเนาะ เราเจาะไปที่ตาดีกา เราเจาะไปที่ฟัรดูอีน เราเจาะไปที่โรงเรียนพุทธศาสนา เพราะฉะนั้น ถ้ารัฐบาลตั้งใจนะครับ ดูแลปอเนาะ ดูแลตาดีกา ดูแลฟัรดูอีนดี ๆ ครับ ผมเชื่อว่า ขบวนการ ทั้งหลาย เหตุร้ายก็จะต้องลดลง
อีกเรื่องหนึ่ง อีกมุมหนึ่งที่พี่น้องใน ๕ จังหวัดมีความเจ็บปวดรวดร้าวที่สุด ก็คือความไม่ยุติธรรม กราบเรียนท่านประธานครับว่าสภาชุดที่แล้วได้บรรจุ ร่างพระราชบัญญัติศาลชารีอะห์ ศาลอิสลามนะครับท่านประธาน เป็นวิธีพิจารณาคดี ของพี่น้องมุสลิมในครอบครัวและมรดก ซึ่งจะมีหลักคิด หลักต่อพยาน หลักต่อการรับฟัง หลักต่อกรณี ต่อตุลาการ ต่อดาโต๊ะยุติธรรม ต่างกับกฎหมายไทย ถ้าเราได้ผลักดันกฎหมายนี้ ออกมานะครับ ผมก็เชื่อว่าทําให้ความเข้าใจ ทําให้ความยุติธรรมบังเกิดขึ้นกับพี่น้อง ใน ๕ จังหวัด แล้วก็จะทําให้ความสงบกลับคืนมาโดยเร็วนะครับ
อีกประการหนึ่งครับ ที่สภาชุดที่แล้วที่ท่านประธานก็ร่วมอยู่ด้วยนะครับ ก็คือพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนท่านประธานครับ ในสาระสําคัญของพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชนนี้นะครับ รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีน ก็แปลว่าใน ๕ จังหวัด มี ๒ พ.ร.บ. เป็นอย่างน้อยท่านประธานครับ ๑. พ.ร.บ. ศอ.บต. ๒. พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน ซ้อนกัน ถ้าเราใช้เครื่องมือ ๒ เครื่องมือซึ่งมีอยู่แล้ว แล้วให้การศึกษาให้ถูกต้องเข้าไปดูแล ปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีนให้ถูกต้อง ผมเชื่อว่าความสงบจะกลับคืน
อีกประการหนึ่งท่านประธาน เรามีบัณฑิตอาสาอยู่ทุกหมู่บ้านครับ เป็นพี่น้องพุทธ เป็นพี่น้องมุสลิม เป็นคนในพื้นที่ครับ ไปไหนก็ขับมอเตอร์ไซค์ กลับดึกกลับดื่น เขาก็ไปได้ เพราะเขาคือคนในพื้นที่ ตรงนี้เองครับอยากจะให้รัฐบาลเดินหน้าต่อบัณฑิตอาสา เพราะเขาคือลูกหลานของคนไทยทุกคนที่อยู่ในแต่ละหมู่บ้าน ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ไม่อยากจะให้การเดินทางของรัฐบาลนี้ผิดพลาด
ประการแรก ก็คือต้องมีความเป็นเอกภาพ ท่านนายกรัฐมนตรีลงไปเอง ท่านนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบเอง ลงไปเถอะครับ คนไทยใน ๓ จังหวัด ใน ๕ จังหวัด ยินดีอยู่แล้วนะครับ ยิ่งท่านเป็นผู้หญิง ท่านมีความนุ่มนวล เราก็อยากจะเห็นว่า ท่านสามารถแก้ปัญหาได้ แต่ถ้ากระจายกันอยู่อย่างนี้ ท่านโกวิทไปทาง ท่านเฉลิมไปทาง ท่านยงยุทธไปทาง ท่านนายกรัฐมนตรีไปอีกทาง ยากครับ แล้วก็สําคัญไม่ต้องคิดถึง นครโน้นนครนี้หรอกครับ ใช้กฎหมายที่เรามี กฎหมาย ศอ.บต. ซึ่งมีส่วนร่วมชัดเจน กฎหมาย พ.ร.บ. เอกชนที่มีอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาได้ ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ