ชวน หลีกภัย หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั่วประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ปัญหาอย่างจริงจังและไม่ปฏิเสธความจริง และขอให้รัฐบาลชุดปัจจุบันแก้ปัญหาด้วยการเอาความจริงมาเป็นหลัก นอกจากนี้ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าใจและเข้าถึงปัญหาอย่างถูกต้อง และไม่เลือกปฏิบัติในการพัฒนา โดยเน้นย้ำถึงความยุติธรรมในการเสียภาษีของประชาชนในภาคใต้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ญัตตินี้ได้เข้ามาในช่วงที่บ้านเมืองเรากําลังมีภัย โดยเฉพาะภัยธรรมชาติ น้ําท่วม เกือบทั่วประเทศนะครับ ซึ่งก็ขอถือโอกาสนี้แสดงความห่วงใย เอาใจช่วยผู้แก้ปัญหานะครับ แล้วก็ขอเอาใจช่วยพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย แต่เชื่อว่าหลังน้ําลดแล้วความเดือดร้อน ของพี่น้องก็คงจะลดลงไปบ้างนะครับ แต่ว่าเหตุที่เป็นญัตติที่เราอภิปรายกันวันนี้ คงไม่ได้หมดไปตามกระแสน้ํา ยังคงจะมีความรุนแรงอยู่ กระผมได้อภิปรายถามนโยบาย รัฐบาลมาครั้งหนึ่ง กราบเรียนท่านประธานว่า ไม่ได้ตั้งใจที่จะอภิปรายในครั้งนี้ แต่หลังจาก ได้ติดตามฟังเพื่อนสมาชิกและรัฐบาลตอบปัญหาเรื่องนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คิดว่า จําเป็นที่จะต้องให้ความคิดความเห็นแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ในการแก้ปัญหา เพราะผมเข้าใจว่าหลายท่านยังมองปัญหานี้ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะผู้แก้ปัญหาเอง จึงขออนุญาตท่านประธานที่จะกราบเรียนว่า
ประการแรก ขอขอบคุณความห่วงใยที่ผู้เสนอญัตติและผู้อภิปราย มีต่อพี่น้องของเราที่อยู่ในพื้นที่ที่ประสบภัย โดยเฉพาะใน ๓-๔ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งความสูญเสียนั้นผมคิดว่าเป็นความสูญเสียที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นนะครับ ไม่ว่ารัฐบาล ฝ่ายค้าน ไม่ว่าประชาชนที่ไหนก็ตาม แต่ว่าอย่างไรก็ตามเหตุนี้ยังคงจะต้อง เกิดอีก เราก็ไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไร การแก้ปัญหานั้นถ้าแก้ไม่ถูกก็อาจจะยิ่งทําให้ปัญหา บานปลาย อย่างที่เราเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้มันก็มาจากการมองสถานการณ์ที่ผิด ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าอยากทําความเข้าใจครับว่า ก็เป็นความจริง อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าเหตุนี่มันไม่ใช่เพิ่งเกิดนะครับ สมัยนายชวน เป็นนายกรัฐมนตรี ๒ ครั้ง อันนี้ใช้คําที่ท่านพิเชษฐ์พูดนะครับ ก็เหตุนี้ก็มี อันนี้ก็เป็น ความจริงครับ เพราะว่าเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น อย่างที่ดอกเตอร์พีรยศได้กราบเรียนท่านประธานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คือมันมีประวัติศาสตร์ ของมันมาและมีปัญหาต่อเนื่องมา แต่ว่าถ้าเราศึกษาให้ดีจะเห็นว่าการแก้ปัญหามาตั้งแต่ สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยเฉพาะที่ผมเคยกราบเรียนว่ารัฐประศาสโนบาย ๖ ข้อ ที่รัชกาลที่ ๖ พระราชทานให้กับประชาชน ให้กับข้าราชการปฏิบัตินั้นยังคงทันสมัย นั่นคือ ความเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง ดังนั้นเราจะเห็นว่าช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานั้นเหตุร้าย ในพื้นที่นั้นค่อย ๆ พัฒนาในทางที่ดีขึ้น ๆ โดยลําดับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภานี้เมื่อ ๓๐ ปี เกือบ ๔๐ ปีที่แล้ว เราเคยไปพบหัวหน้าแบ่งแยกดินแดน ตนกู ยาลานาแซ กระผมก็เป็นหนึ่ง ในผู้ที่ไปพบ ปัญหามันมีมาตั้งแต่ต้น เราเคยเจรจาให้ท่านตนกู ยาลานาแซ กลับประเทศไทย ที่ไปพบเพราะท่านเคยเป็นผู้แทนราษฎรเหมือนพวกเรานี่ครับ ท่านเป็นผู้แทนจังหวัดยะลา ในสมัยนั้น แต่ว่าท่านไม่กลับ แล้วต่อมาท่านก็เป็นบุคคลที่สําคัญของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน คนหนึ่ง ที่กราบเรียนท่านประธานเรื่องนี้เพราะอยากให้พวกเราศึกษาประวัติศาสตร์ แล้วเราจะทําให้เกิดความกระจ่างชัดในปัญหาว่าที่มันมีปัญหาเกิดขึ้นมันเป็นเรื่องปกติ ที่ต้องเกิด แต่ว่าเมื่อเกิดแล้ววิธีการแก้ปัญหานั้นถ้าถูกต้องปัญหาจะค่อย ๆ ลดน้อยลงไป ความคิดแบ่งแยกดินแดนนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ ถ้าไม่คิดสิครับแปลก ถ้าไม่คิดแบ่งแยก ดินแดนในขณะที่ตัวเองเคยมีอํานาจแล้วสูญเสียอํานาจไป เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจจุดนี้ว่า เมื่อคิดอย่างนี้เราจะทําความเข้าใจให้คนเหล่านี้เกิดขึ้น และเขาเข้าใจบ้านเมืองดีขึ้น เพื่อไม่ก่อเหตุร้ายได้อย่างไร นี่คือวิธีการเป็นรัฐประศาสโนบาย แล้วเหตุการณ์ก็มีการแก้ไข ด้วยดีมาทุกครั้งจนกระทั่งบ้านเมืองสงบลงเหตุร้ายลดลง เมื่อตอนผมเป็นนายกรัฐมนตรี เหตุร้ายยังมีครับท่านครับ แต่ว่าปีหนึ่งก็เกิดขึ้นประมาณสัก ๑๐ กว่าครั้งครับ ปีสุดท้าย ปี ๒๕๔๓ นั้นเหลือเพียงประมาณ ๑๑-๑๒ ครั้งเท่านั้นเอง ก่อนหน้านั้นปีหนึ่งประมาณ สัก ๗๐-๘๐ ครั้ง เราก็คิดว่าไฟใต้ดับแล้วครับ อย่าเอาน้ํามันไปราดควันมันก็คงจะดับไปค่อย ๆ หมดไป ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มาจากการทํางานต่อเนื่องมาในรัฐบาลตั้งแต่สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์จนกระทั่งสมัยรัฐบาลประชาธิปไตย จะมีเหตุที่ไม่เข้าใจรุนแรง ขึ้นครั้งหนึ่งก็สมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งอย่างไรก็ตามกระผมไม่มีเวลาที่อธิบาย แต่ว่า อยากจะกราบเรียนพวกเราว่า ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์และเหตุที่มาของปัญหาจะทําให้เรา แก้ปัญหาได้ดีขึ้น ความผิดพลาดที่ก่อให้เกิดปัญหาทุกวันนี้จากปีละ ๑๐ กว่าครั้งมาเป็นปีละ ๑,๐๐๐ กว่าครั้ง จากการที่เราไม่ค่อยสูญเสียชีวิต มีคนบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตบ้างสักคนสองคน มากลายเป็น ๔,๘๐๐ คน ไม่ใช่เรื่องธรรมดา เป็นเรื่องที่เราต้องทบทวนว่ามันเกิด ได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่กระผมอยากกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้เข้าใจว่า ถ้าเราผิดพลาดอีกเที่ยวนี้การเสียชีวิตอาจจะเป็นเรื่องเล็กกว่าการสูญเสียมากกว่านั้น เพราะฉะนั้นก็ถือโอกาสนี้ให้ผู้แก้ปัญหานะครับ จะเป็นฝ่ายรัฐบาล พวกเราในที่นี้ หรือฝ่ายข้าราชการและพื้นที่ท้องถิ่น รวมทั้งพี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมเข้าใจปัญหา ที่แท้จริง แล้วหาทางออกว่าเราเกิดความผิดพลาดจากประวัติศาสตร์อย่างไร
จุดสําคัญที่กระผมคิดว่าอย่าไปตีความหมายผิดคําว่า โจรกระจอก เพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดเรื่องนี้บอกว่าคํานี้ไม่ควรเรียกอย่างอื่น ควรเรียกโจรว่าโจรกระจอก ไม่ควรให้เกียรติโจร ความจริงความหมายโจรกระจอก ไม่ใช่ความหมายอันนั้นละครับ ความหมายที่แท้จริงในสมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ที่เรียกอย่างนี้ก็หมายความว่ามองปัญหาว่าเรื่องนี้เรื่องเล็กเรื่องกระจอก ไม่ใช่เรียกโจรว่า โจรกระจอก แต่หมายถึงว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ การตีปัญหาและประเมินเหตุการณ์ พลาดครั้งนั้นเอง เป็นที่มาของวันนี้ เป็นที่มาของความสูญเสีย กระผมไม่อยากให้เราสูญเสียมากกว่านี้ ก็อยากให้รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้แก้ปัญหาให้ดีขึ้น การแก้ปัญหาให้ดีขึ้น การสูญเสียน้อยลง และสําคัญที่สุดคืออย่าให้เสียเมือง วันนี้คนของเราออกจากพื้นที่ไปแล้ว ผมไม่แน่ใจนะครับ ท่านประธานครับว่าสักกี่แสนคน ยิ่งความเหี้ยมโหดทารุณที่ผู้เสียหายได้รับเช่นกรณี ที่เกิดขึ้นในกรณีที่เป็นกระทู้เรื่องของสุไหงโก-ลก แล้วหลังจากสุไหงโก-ลกเมื่อมีการเสนอ ญัตตินี้แล้วเหตุร้ายกว่านั้นก็เกิดขึ้นมาอีก จนกระทั่งมีการคํานวณตัวเลข หลังสุดเดือนนี้ ยังไม่ทราบ แต่เดือนกันยายนนั้นเสียชีวิตทั้งหมด ๕๑ คน มากกว่าวันละ ๑ คน วันละเกือบ ๒ คน ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยครับ กระผมกราบเรียนเรื่องนี้เพราะว่าเป็นความวิตกห่วงใย เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ เวลาเกิดปัญหาไม่กระทบเฉพาะ ๓ จังหวัดครับ กระทบทั้ง ๑๔ จังหวัด ภาคใต้ เพราะเวลาข่าวเขาลงไปนั้น คําว่า ภาคใต้ของประเทศไทย ในภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นเขาก็เหมาหมดทั้งภาค เพราะฉะนั้นกระทบทุกจังหวัด และกระทบมาถึง ความน่าเชื่อถือของประเทศอย่างที่เขาไปวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในต่างประเทศในขณะนี้ เพราะฉะนั้นเราทุกคนต้องตระหนักว่าปัญหานี้เป็นปัญหาร่วมกันของพี่น้องคนไทย ถ้าเปรียบไปอย่างที่เราพูดว่าประเทศไทยคือขวานทอง เราก็สูญเสียด้ามขวานไม่ได้ เราสูญเสียสันขวานไม่ได้ เราสูญเสียคมขวานไม่ได้ ทุกส่วนของขวานทองนั้นมีค่าต่อคนไทย ทุกคน เราจําเป็นต้องร่วมกันในการทําความเข้าใจเพื่อแก้ปัญหา เราจึงต้องยอมรับ ความเป็นจริงว่าปัญหามันเกิดจากอะไร อย่าปฏิเสธความจริง ความจริงมีเพื่อนสมาชิก บางท่านได้ตั้งข้อสังเกตไว้ดีครับว่าอย่าปฏิเสธความเป็นจริง ว่าความเป็นจริงมันมาอย่างไร แล้วเราแก้ปัญหาด้วยการเอาความจริงนั้นมาเป็นหลัก แล้วก็ไม่ผิดพลาดซ้ําอย่างที่เกิดขึ้น ในช่วงปี ๒๕๔๔ คือการประเมินเหตุการณ์ว่าไม่มีอะไรภาคใต้ เป็นเรื่องเล็กน้อย เป็นเรื่องโจรกระจอก ความผิดพลาดนั้นก็ทําให้เราเตรียมตัวผิด ทําให้เราไม่ตั้งหลัก ทําให้เราไม่ใช้ศักยภาพที่เรามีอยู่ในการแก้ปัญหา นั่นประการที่ ๑
ประเด็นที่กระผมขออนุญาตท่านประธานเล็กน้อยที่จะทําความเข้าใจก็คือ การเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ในแนวทางที่พระราชทานกับผู้แก้ปัญหานั้น กระผมคิดว่า เป็นสัจธรรมความจริงที่เราทุกคนจะต้องตระหนักว่าถ้าเราแก้ปัญหาด้วยความไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึงปัญหา จะทําให้เราเดินทางผิดพลาด เราก็จะตั้งโจทย์ผิด ถ้าเราตั้งโจทย์ผิด บวก ลบ คูณ หาร อย่างไรผลลัพธ์ไม่มีวันจะถูก ส่วนการพัฒนานั้นแน่นอนที่สุดว่าเราจะเลือกปฏิบัติ กับเขาไม่ได้ ถึงเขาจะไม่เลือกผู้แทนของพรรคไทยรักไทยเลย หรือพรรคเพื่อไทย หรือพรรครัฐบาลเลย แต่เขาเสียภาษี เขาไม่ใช่เป็นประชาชนคนไทยต่างศาสนาเท่านั้น แต่เขาเสียภาษีเหมือนกับคนอื่น แล้วต้องกราบเรียนท่านประธานว่าถึงแม้จะเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ แต่การเสียภาษีนั้นมากกว่าหลายภาค ถ้ารองจากกรุงเทพฯ ภาคกลาง แล้วก็ภาคใต้เป็นภาคที่ประชาชนเสียภาษีมากที่สุด เราจึงต้องให้ความยุติธรรมในการพัฒนา อย่าไปเลือกปฏิบัติอย่างที่ผ่านมา จะทําให้เกิดความเจ็บปวด จะทําให้เกิดความเจ็บใจ แล้วก็ ทําให้เกิดการปรองดองที่เกิดขึ้นยาก เพราะรู้สึกตัวว่าถูกเลือกปฏิบัติ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะ กราบเรียนตั้งข้อสังเกต
กระผมกราบเรียนว่าแนวทางที่พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น และแนวปฏิบัติที่พระองค์ทรงปฏิบัติเองนั้นเป็นเหตุหนึ่งที่ทําให้เหตุร้ายในภาคใต้ค่อย ๆ ลดลงมาโดยลําดับ ๆ ดังที่กราบเรียนแล้วว่าเมื่อปี ๒๕๔๓ นั้นเหตุร้ายเกือบจะหมดแล้วครับ ที่ผมใช้คําว่าไฟดับแล้ว เพราะวันนั้นเหลืออยู่เพียงสัก ๑๐ กว่าครั้ง ซึ่งเราเชื่อว่าถ้าเรา ไม่ผิดพลาดเหตุร้ายก็คงจะหมดไปแล้ว เราก็ไม่ต้องสูญเสียคน ๔,๘๐๐ คนในขณะนี้ แต่แน่นอนท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนที่ทําหน้าที่แก้ปัญหานั้น ไม่มีใครอยากให้ปัญหานี้แก้ไม่ได้หรือสูญเสียมากกว่านี้ เราจึงจําเป็นต้องระดมความคิด และความตั้งใจนี้เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้เข้าใจ ผมไม่ตําหนิเหตุเกิดขึ้นแต่ละครั้ง เพราะผมรู้ว่า ไม่มีใครอยากจะสูญเสีย แต่ผมอยากให้ข้อสังเกตว่าเมื่อย้อนกลับไปทบทวนดู ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า เนื่องจากตามเหตุการณ์ทุกครั้งและฟังผู้ใหญ่ให้ความเห็น ทุกครั้ง กรณีของสุไหงโก-ลก กระผมก็ฟังครับว่าเขาให้ความเห็นว่าเหตุเกิดจากอะไร แล้วเมื่อมาหลังจากสุไหงโก-ลก เสียชีวิตทหารไปอีก ๔ คน ผมก็ฟังว่าให้เหตุผลว่าอะไร แล้วก็ประเมินกับท่านประธานได้ว่า บางเหตุผลนั้นรู้สึกว่าจะไม่ใช่ประเด็นโดยตรง เช่น เกิดความเข้าใจว่าเรื่องนี้เกิดจากผู้สูญเสีย ประโยชน์จากค้ายาเสพติด เรื่องนี้เกิดจากผู้สูญเสียประโยชน์จากค้าน้ํามันเถื่อน ผมคิดว่า ถ้าเราทุ่มไปเรื่องนั้นด้วยความเชื่อเรื่องนั้นอย่างเดียวเราจะผิด เหมือนที่เคยผิดมาแล้ว เมื่อปี ๒๕๔๔ เพราะฉะนั้นก็อยากให้ดูเหตุการณ์ให้ครบถ้วน อันนี้หมายถึงเจ้าหน้าที่นะครับ แล้วก็รัฐบาลก็เช่นเดียวกัน กระผมขอแสดงความเห็นใจพี่น้องในพื้นที่ ผมทราบดีครับว่า ไม่ใช่เขาปรับตัวเข้ากับโจร แต่ว่าเขาไม่มีทางเลือกครับ ประชาชนส่วนหนึ่งที่เขาหนีออกมาได้ เพราะเขามีกําลังหนีออกมาได้ ที่เขาย้ายอพยพไปอยู่ในจังหวัดอื่น ๆ ทุกจังหวัดละครับ โดยเฉพาะสงขลาพี่น้อง ๓ จังหวัดจะย้ายไปมากที่สุด ขายที่สัก ๒๐ ไร่ที่ยะลาไปซื้อที่สัก ๑ ไร่ที่หาดใหญ่ก็ยากครับราคาต่างกัน ทราบดีครับว่าไปไกลถึงจังหวัดที่กระผมอยู่ที่ จังหวัดตรัง ซึ่งคนก็ไปตั้งร้านค้า ไปซื้อที่เพื่ออยู่ ถามว่ามาทําไม ทําไมมาอยู่นี่ เหตุผลก็คือ อพยพมาจากพื้นที่ ๓ จังหวัด วันนี้จึงต้องทําให้เกิดความมั่นใจ ความมั่นใจเกิดไม่ได้ ถ้าเราไม่เข้าใจข้อเท็จจริงในปัญหาที่เกิดขึ้น เราจะแก้ปัญหาได้ไม่สําเร็จ ถ้าเราไม่รู้ว่า เรื่องมันเป็นมาอย่างไร ฉะนั้นกระผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมขออนุญาตท่านประธาน อภิปรายเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อไม่อยากให้เราผิดพลาดมากไปกว่านี้ และกระผมอยากให้ ฝ่ายปฏิบัติคือรัฐบาลเองได้ศึกษาเรื่องนี้ให้ถ่องแท้นะครับ ศึกษาประวัติศาสตร์ของพื้นที่ครับ แล้วจะเข้าใจครับ ถ้าเราไม่อ่านประวัติศาสตร์แล้วเราจะไม่รู้ว่าที่มาปัญหามันเกิดจากอะไร เอ๊ะ ทําไมอยู่ดี ๆ พื้นที่นี้คนแข็งเมือง ทําไมต้องแบ่งแยกดินแดน ทําไมต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ มันมีคําตอบทุกขั้นตอนถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์ กระผมกราบเรียนท่านประธาน เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริหารคือรัฐบาลในการนําข้อเท็จจริงเหล่านี้ส่วนหนึ่งไปเป็นแนวทาง เพื่อไม่ให้เราผิดพลาดมากไปกว่านี้ ขอขอบพระคุณท่านประธาน