สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๕ ตุลาคม ๒๕๕๔

นาถยา เบ็ญจศิริวรรณ หารือเรื่องความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องให้รัฐบาลและทุกฝ่ายร่วมมือกันแก้ไขปัญหา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของศาสนาและศีลธรรมในการแก้ไขปัญหา

นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นาถยา เบ็ญจศิริวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒๑ พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องมาจากท่านสมาชิก ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ได้เสนอญัตติด่วนในเรื่องของความรุนแรง ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคย จะแก้ปัญหาให้คลี่คลายไปได้สักครั้งหนึ่งไม่ว่าจะในช่วงไหนก็ตาม ซึ่งรัฐบาลเก่าที่เคยพูดว่า เป็นโจรกระจอกหรืออะไรก็ตาม ขออนุญาตที่เอ่ยนิดหนึ่งนะคะ เพราะว่าดิฉันกําลังจะบอกว่า แล้วทําไมเราถึงปราบไม่ได้ แล้วสิ่งนั้นมีตัวตนหรือไม่ ในการที่ได้มีการปะทะกันหรือ ในการที่วางระเบิดแต่ละจุดแต่ละพื้นที่ ทําไมเราไม่เห็นตัวตนเขาเลยหรือคะ แล้วจับเขา ไม่ได้เลยหรือคะ เพราะฉะนั้นเราก็จะประเมินสิ่งเหล่านั้นว่าเป็นสิ่งเล็กน้อยไม่ได้ เพราะว่า ชีวิตคนไทยนั้นก็โดนแลกไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง และในฐานะที่ดิฉันเป็นมุสลิม เป็นมุสลิมะห์คนเดียวในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นะคะ ดิฉันก็ตระหนักดีว่าผู้ที่จะได้ ผลกระทบนั้นไม่ใช่เฉพาะหญิงหม้าย เด็กกําพร้า แต่ประชาชนทั้งหมดนี่แหละค่ะ เป็นผลกระทบที่เรารับกันทุกคน ไม่ว่าจะในเรื่องเศรษฐกิจ ในเรื่องความมั่นคง อย่างสุไหงโก-ลกนี้ก็เป็นประตูทางเศรษฐกิจที่หนึ่งที่สามารถที่จะทํารายได้ให้กับ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ แต่เมื่อมีเหตุการณ์อย่างนี้ใครล่ะคะที่อยากจะไปลงทุน ต่างชาติจะเข้ามา ได้อย่างไรเพราะความปลอดภัยไม่มี และในฐานะที่นายกรัฐมนตรีท่านนี้เป็นผู้หญิง หัวอกเดียวกันค่ะ ท่านมีนโยบายที่บอกว่าจะส่งเสริมพัฒนาสตรีนั้นให้จังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท ไม่ทราบว่าท่านได้วางแบบแผนหรือกรอบในการพัฒนาสังคมของสตรีนั้นอย่างไรบ้าง เพราะแต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน อย่างเช่นภาคใต้ วัฒนธรรม อัตลักษณ์ สิ่งต่าง ๆ ศาสนา เชื้อชาติ ทุกอย่างมีหลากหลายในประเทศไทย โลกนี้ก็เหมือนบ้านหลังหนึ่งที่มีหลายเผ่าพันธุ์ มีหลายชนชาติ แต่สิ่งเหล่านี้ถ้าเราได้เรียนรู้กัน ได้ตั้งใจจริงในการที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ ในเรื่องของศาสนา เมื่อเกิดความเข้าใจกัน การให้เกียรติซึ่งกันและกันก็ย่อมเกิดมีในสังคม ของเรา ดิฉันอยากจะถามว่าคาบเรียนของศาสนาที่บรรจุลงไปนั้นเราได้ให้ความจริงใจ แล้วก็จริงจังในการเปิดคาบเรียนหรือยัง ดิฉันเพิ่งไปเป็นวิทยากรในเรื่องการนําศาสนา ๕ ศาสนามาเป็นวิธีการเปรียบเทียบเพื่อที่จะหาความสันติให้เกิดขึ้นกับชายแดนภาคใต้ ดิฉันว่ามิติทางศาสนาคุณธรรมจริยธรรมปลูกฝังไว้ให้กับบุคคล ให้กับมนุษย์นั้นจะสามารถ ช่วยในการที่จะบรรเทาสิ่งต่าง ๆ ได้ เพราะทุกคนถ้ามีศาสนาในหัวใจก็ต้องกลัวบาป เพราะทุกคนต้องมีความบริสุทธิ์ใจในการที่จะแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้กับประเทศชาติ และทําทุกอย่างให้กับส่วนรวม ถ้าเราคิดว่าเราอยู่คนเดียวในประเทศไทยได้เราไม่ต้อง ทําอะไรให้กับส่วนรวมก็ได้ แต่เราต้องอยู่ร่วมกัน เราต้องให้ความเอื้ออาทรต่อกัน วันนี้ เราสูญเสียอะไรหรือยัง ยัง แต่ถ้าวันหนึ่งเราสูญเสียแผ่นดินแม้แต่นิดเดียว ถามว่าใครที่เสียใจ คนไทยทั้งประเทศ ดิฉันอยากจะให้ทุกคนที่มีหน้าที่ไม่เพียงแต่ว่าบนสภาแห่งนี้ การแก้ไขปัญหา ชายแดนภาคใต้จะต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายไม่ว่าหญิง ชาย ศาสนา เชื้อชาติ หรือว่าเด็ก เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบ เป็นผลพลอยได้ เป็นผลพวงที่จะทําให้เด็ก เยาวชน ของเราถูกปลูกฝังในสิ่งที่บรรพบุรุษเล่ามา อย่างถามว่าเรื่องแบ่งดินแดนมีจริงไหม จริง แต่เหตุเกิดเมื่อวานนั้นเกิดจากการแบ่งดินแดนหรือเปล่า รัฐบาลบอกได้ไหมคะว่า เกิดจากอะไร อาจจะเกิดจากการขัดผลประโยชน์ การมีอิทธิพลในท้องถิ่น หรือว่ายาเสพติด หรือว่าปัญหาส่วนตัว ตอนนี้ซับซ้อนแล้ว ไม่มีอะไรเลยที่จะบ่งบอกได้ว่าจุดไหนที่เรา สามารถที่จะไปแก้ปัญหาให้ตรงจุดได้ เพราะฉะนั้นดิฉันในฐานะผู้หญิง แล้วก็ขออนุญาต อีกนิดหนึ่งนะคะ ดิฉันเห็นใจแล้วก็เป็นกําลังใจให้กับท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อย่างยิ่ง ในฐานะที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน พึ่งพาซึ่งกันและกัน แล้วก็รู้หัวอกหัวใจซึ่งกันและกันด้วย ขอประทานอภัยสักนิดหนึ่งนะคะ ดิฉันไม่ชอบเลยค่ะที่จะได้ฟังคําว่า นายกบาบี้ นายกหุ่นยนต์ หรือว่าอะไรก็ตาม ดิฉันไม่ชอบเลย เพราะนั่นคือความเป็นผู้หญิงของดิฉัน เหมือนกัน ดิฉันก็รักศักดิ์ศรี เพราะดิฉันก็คนคนหนึ่งที่เคยโดนประณามว่าดาราทําอะไรได้บ้าง ท่านนายกรัฐมนตรี ฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ดิฉันเป็นมุสลิม แล้วก็กะแจ๊ะบูเละซีกิซีกิ เราลงไปในพื้นที่ดีกว่าไหมคะ ไปร่วมมือกัน ความอ่อนโยน อ่อนน้อมถ่มตนของผู้หญิง การมีจิตใจที่ละเอียดอ่อนกว่าอาจจะได้สิ่งอะไรที่ดี ๆ กว่า มองเห็นภาพอะไรที่ชัดกว่า เพราะว่าถ้าจะพูดปัญหากันทุกคนก็พูดกันหมดแล้ว จะพูดเรื่องอะไรต่าง ๆ ท่านสมาชิกต่าง ๆ ก็ได้เอ่ยกันหมดแล้ว แต่เราลงมือทํา เราลงมือ กระทํากันดีกว่า แล้วเราจะเห็นว่าภาพที่แม่หม้าย เด็ก เยาวชนที่ต้องขาดพ่อดูแล ขาดความอบอุ่น ผู้หญิงที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว อาชีพที่ส่งเข้าไป เข้าถึง เข้าใจ พัฒนา ท่านเข้าถึงเข้าใจแค่ไหน ตามพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ท่านอยากพัฒนาอย่างเดียว เพื่อที่จะเอางบไปพัฒนา แต่ความเข้าใจเข้าถึงนั้นท่านเข้าใจหรือยังว่าท้องถิ่นนั้น เป็นอย่างไรบ้าง เราไปเรียนรู้ การเรียนรู้นั่นคือสิ่งที่จะพัฒนาสังคมให้มีการก้าวหน้าขึ้น การศึกษาจะทําให้คนในชาติไม่อ่อนแอนะคะ เราต้องให้การศึกษาเยอะ ๆ บูรณาการศึกษา ให้เป็นรูปแบบที่เข้มแข็งมากขึ้นกว่านี้ด้วย โดยเอาคุณธรรมจริยธรรมสอดใส่เข้าไปให้กับ สังคมไทย เพราะสังคมของเราเป็นสังคมที่อ่อนโยน มีวัฒนธรรมที่สวยงามกว่าประเทศอื่น มากมายนักนะคะ ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีเพียงเท่านี้ว่า ดิฉัน และสมาชิกหญิงพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะลงไปพร้อมกับท่านนายกรัฐมนตรีค่ะ อย่าไปเพียงแค่หาเสียง แต่เราจะร่วมมือกันแก้ไขนะคะ บางครั้งสิ่งที่ท่านคิด สิ่งที่ท่านทํา และสิ่งที่ท่านพูดเองนั้นอาจจะดีกว่าคนอื่นคิดให้ ดิฉันมั่นใจค่ะ และดิฉันคิดว่า ท่านมีความสามารถพอ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน แล้วก็กราบขอโทษ ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ดิฉันอยากจะให้สังคมไทยของเราเป็นเอกภาพ ไม่แบ่งสีไม่แบ่งสัน เพราะว่าเราก็ยังต้องอยู่ในแผ่นดินนี้ ชีวิตอยู่แค่นี้เองค่ะ แต่ลูกหลานยังอยู่ต่อไปค่ะ กราบขอบพระคุณนะคะ