ณรงค์ ดูดิง หารือเรื่องความรู้สึกของประชาชนในจังหวัดยะลา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ และเรียกร้องให้พิจารณาในเรื่องนี้ โดยอธิบายว่าเหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากปี 2544 มีปัจจัยหลักมาจากนโยบายการเมือง และเรียกร้องให้รัฐบาลชุดนั้นระวังการกระทำที่อาจจะผิดพลาดในอนาคต
ผม ณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้ประนีประนอม หรือไม่ก็ปรองดองให้พรรคฝ่ายค้านได้สะท้อนความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ผมเป็นคนหนึ่ง ที่เป็นผู้แทนราษฎรของจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรที่อยู่ในพื้นที่ ผมเกิดที่นั่น โตที่นั่น ทราบถึงความรู้สึกดี แล้วก็ได้ฟังเสียงสะท้อนจากความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้อง ตลอดระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๗ ปีนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ เรื่องนี้เกี่ยวกับความไม่สงบในพื้นที่นั้น มันมีที่มาครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานให้ทราบว่าความไม่สงบ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันเริ่มต้นจากไหน แม้จะมีหลายท่านพูดไปแล้วนะครับว่าเป็นเรื่องที่มาแต่อดีต แต่รัฐบาลที่ผ่านมาได้มีการแก้ไข มาเป็นระยะ ๆ นะครับ จนสถานการณ์นั้นดีขึ้น เริ่มตั้งแต่ความชัดเจนในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เริ่มตั้งแต่อดีตนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ในอดีตที่ผ่านมา ได้เริ่มวางมาตรการในการแก้ไข นั่นก็คือได้ตั้งองค์กรขึ้นมาภายใต้ ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อกลั่นกรอง เพื่อเสนอแนะ เพื่อเป็นที่รับคําปรึกษาหารือ ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เราเรียกว่า หน่วยงานองค์กรหนึ่ง อันนี้เขาเลยเรียกสั้น ๆ ว่า ศอ.บต. นะครับ ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนสถานการณ์ดีขึ้น แต่ไม่วายครับ เมื่อฝ่ายการเมืองได้มีการผลัดเปลี่ยนมาเป็นระยะ มาตลอดเวลานะครับ แม้ว่าจะมีองค์กรและหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ก็ตาม แต่ก็ยังอยู่ภายใต้นโยบายหลัก ก็คือนโยบายการเมือง นักการเมืองหรือว่ารัฐบาลนั้นเอง เป็นผู้กํากับนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นห่วงอยู่นั้นก็คือว่า ความผิดพลาดของรัฐบาล ที่ไปกํากับหน่วยงานหรือดูแลปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นจะไปถูกทางหรือไม่ หรือว่าจะสร้าง ความเสียหายความผิดพลาดซ้ําสองนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะฉายภาพ ถึงปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ที่เริ่มมีปัญหาขึ้นมา เริ่มก่อความไม่สงบ ขึ้นมานั้น หลายต่อหลายท่านบอกว่า เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ บ้าง ปี ๒๕๔๗ บ้าง แต่ว่า ประกายความรุนแรงนั้นมันจะเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ครับท่านประธาน
ปี ๒๕๔๔ นั้นจะเริ่มตั้งแต่วันที่ ๖ มกราคม จะมีคนร้ายจํานวนหนึ่ง ได้มีการปล้นปืนหรือปล้นอาวุธของ อปพร. อปพร. นี้ถ้าหากไม่ผิดก็เป็นอาสาสมัคร เพื่อป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนนะครับ เป็น อปพร. หน่วยงานมันเยอะมากนะครับในพื้นที่ มี อรบ. มี ชรบ. มีอะไร บ บ้างไม่รู้ เยอะมากครับท่านประธาน วันที่ ๖ มกราคมนี้ก็ได้ มีการปล้นปืนไปได้ไปแล้ว ๑๖ กระบอก อันนี้เป็นการฉายภาพเพื่อให้รัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลที่กําลังบริหารชุดนี้ที่มีวี่แววว่าจะเข้าไปจัดการบางอย่างเกี่ยวกับโครงการ หรือหน่วยงาน ศอ.บต. นี้จะได้ทราบนะครับว่า เส้นทางที่รัฐบาลในอดีตในขณะนั้นตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔ นั้นเป็นการเดินทางที่ผิดพลาดมาแล้ว สิ่งที่ผมพูดในวันนี้ก็ไม่อยากจะให้เป็น การผิดพลาดซ้ําสองอีกนะครับ วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๔ ได้ไป ๑๑ กระบอกครับท่าน มา ๑๐ มกราคม ๒๕๔๔ ก็มีการปล้นปืนที่นราธิวาสอีกได้ไป ๑๔ กระบอกนะครับ ผมกําลังจะฉายให้ท่านเห็นว่า คําว่า โจรกระจอก ที่พูดกันนักต่อนักนั้น ฝ่ายบริหารก็ดี ฝ่ายรัฐบาลในอดีตก็ดี เริ่มต้นพูดเรื่องโจรกระจอกนั้น นี่ละผมกําลังจะบอกว่าต้องไตร่ตรอง แล้วจะกระจอกจริงหรือไม่นะครับ ท่านประธานครับ วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๔๔ นะครับ ก็ยังมีเหตุการณ์ที่รุนแรงอีกนะครับ ก่อนที่จะมาพูดถึงความรุนแรงของญัตติ ที่กําลังพูดนี้ก็คือ ระเบิดที่สุไหงโก-ลกนั้น ผมจะเรียนว่าเหตุการณ์นั้น ความรุนแรงนั้น มีมาตลอดนะครับ มีมาตลอดตั้งแต่โน้นมา เพียงแต่ว่าความรุนแรงนั้นมันต่อเนื่องกันอย่างไร แต่ความรุนแรงมากที่สุดก็คือเหตุการณ์ที่สุไหงโก-ลกที่ผ่านมา เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานะครับ ในวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๔๔ นั้น คนร้ายได้มีการวางระเบิดสถานีรถไฟหาดใหญ่ เป็นเหตุให้ เด็กไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรครับ อายุ ๕ ขวบต้องเสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บในครั้งนั้น ๓๘ คน ท่านประธาน ผมจะฉายนิด ๆ นะครับ เพื่อให้ท่านได้รู้นะครับ ถ้าจะนับทั้งหมดแล้ว มันเหตุการณ์ตั้งแต่โน้นมาถึงปัจจุบันนี้นับไม่ถ้วนเลยครับ เป็นร้อย ๆ ครั้ง ไม่รู้กี่ร้อยครั้ง พันครั้งแล้ว แต่ว่าผมจะฉายให้เห็นเพียงบางตอนของปีเท่านั้นเอง
มาปี ๒๕๔๕ เดือนกุมภาพันธ์ ท่านครับ เป็นเรื่องที่ประเทศไทยเราเสียหาย ได้รับความเสียหายจากสื่อต่างประเทศนะครับ จะจริงเท็จอย่างไรนั้นรัฐบาล ที่ผ่านมาคือสมัยนั้น รัฐบาลสมัยนั้นก็ได้ปฏิเสธไปแล้ว แต่ผมอยากจะเรียนว่าเหตุการณ์ เกิดขึ้นอย่างนี้นั้นมีอะไรซ่อนเร้นอยู่ที่จะต้องไปวิเคราะห์ จะต้องไปพินิจพิเคราะห์ดูว่า มันมีอะไรอยู่เบื้องหลังนะครับ มีการปล้นปืนกันหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ยังจับไม่ได้นะครับ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ นิตยสารไทม์ (TIME) นิตยสารไทม์นั้นเป็นนิตยสารที่โด่งดัง ไปทั่วโลกนะครับ เป็นนิตยสารที่ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็หลายประเทศมีเป็นสมาชิก รวมถึงประเทศไทยด้วยนะครับ หลายต่อหลายคนเป็นสมาชิกของหนังสือพิมพ์นี้นะครับ ฉบับลงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ ได้ตีพิมพ์ว่า ได้มีการค้าอาวุธในค่ายทหารแถวชายแดน ไทย-มาเลเซีย อันนี้สร้างความเสียหายมาแล้วประเทศไทยของเรา แล้วก็หนังสือพิมพ์ ได้ตีพิมพ์มาอย่างนี้นะครับ เราก็ไม่ทราบว่าแหล่งข่าวมาจากไหน แต่ในที่สุดข่าวนี้ก็ได้ ถูกปฏิเสธโดย พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ในสมัยนั้นท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง แต่ว่าผมคิดว่าปฏิเสธแค่นี้นั้นคงยังไม่พอ รัฐบาลจะต้องหาความชัดเจน มากกว่านี้ แต่ว่าเรื่องมันนานมาแล้ว ผมเพียงแต่ชี้ให้เห็นเท่านั้นเองว่าอะไรเป็นอะไรบ้างนะครับ
มาในเดือนพฤษภาคมนะครับ อันนี้เป็นที่เสียหายที่เป็นที่กล่าวขานก็คือ มาในเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๕ ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์เริ่มส่อความรุนแรงแล้วนั้น นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นก็คือ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลภายใต้ของพรรคไทยรักไทยในขณะนั้น ได้มีคําสั่งให้ยุบศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือที่เราเรียกว่า ศอ.บต. ซึ่งคนใต้ถือว่าเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน ผมเองนี่แหละท่านประธาน ผมเคยร้องเรียน กับ ศอ.บต. ข้าราชการในท้องถิ่นที่รังแกประชาชน สร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ ผมไปร้องเรียนที่ ศอ.บต. ศอ.บต. ก็รับมาดําเนินการจนต้องย้ายข้าราชการผู้ใหญ่เหล่านั้น จะต้องย้ายออกจากพื้นที่ ย้ายออกจากอําเภอเบตงนะครับ เมื่อเขาได้ตรวจสอบแล้วว่า การกระทําของข้าราชการนั้นมีมูลทําผิด นี่คือประโยชน์ของศูนย์อํานวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ในสมัยนั้นในปี ๒๕๔๕ นั้น พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้มีคําสั่งยุบ ศอ.บต. และภายใต้การดําเนินงานของ ศอ.บต. ก็มีหน่วยงานหนึ่งเขาเรียกว่า หน่วยงานที่ใช้กําลัง แต่เขาเรียกว่า พตท. ๔๓ คือพลเรือน ตํารวจและทหารเป็นหน่วยงาน สนับสนุนศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เสียดายครับ เหตุการณ์ในวันนั้น เมื่อหลังจากยุบสภาไปแล้ว ความหวังของประชาชนก็ไม่รู้จะไปร้องเรียนจะไปพึ่งใครอีกนะครับ
ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่เกิดความหว้าเหว่ตั้งแต่นั้นมา ก็เริ่มขาดความหวัง หมดความหวังที่จะพึ่งจากหน่วยงานในพื้นที่ได้นะครับ จนตอนหลังนี้รัฐบาลที่ผ่านมาคือรัฐบาลโดยการนําของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีก็ได้พยายามผลักดันให้รัฐสภาแห่งนี้นะครับ ผลักดันให้มีกฎหมายว่าด้วย ศอ.บต. มาอีกครั้งหนึ่ง ประชาชนก็เริ่มพอจะมีความหวัง แต่อํานาจสั่งการต่าง ๆ ถ้าจะสู้ กับในอดีตนั้นไม่ได้ เพราะว่าในอดีตการบังคับบัญชานั้นเขาเรียกว่าเบ็ดเสร็จอยู่ที่ ผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือว่า ผอ. ศอ.บต. มีอํานาจในการจะสั่งย้าย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการพลเรือน ตํารวจ ทหาร หรือหน่วยงานอื่นที่ไปอยู่ในพื้นที่ เมื่อสามารถจะสั่งย้ายได้หรือกลั่นกรองได้ หรือหน่วยงานอื่นตํารวจที่จะไปอยู่ในพื้นที่ ก็จะต้องผ่านหน่วยงานนี้ก่อน นี่คือความผิดพลาดในอดีตที่ผ่านมา
ท่านประธานครับ มาในปีเดียวกันคือวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๕ ได้มีคนร้าย ๔ คน บุกปล้นสํานักงานอุทยานแห่งชาติบางลาง หมู่ที่ ๔ ตําบลถ้ําทะลุ อําเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา การปล้นในครั้งนั้นสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นพื้นที่ของผมนะครับ