สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔

พายัพ ปั้นเกตุ หารือเรื่องที่ดินและเรียกร้องให้พิจารณาเกี่ยวกับการกระจายสิทธิที่ดินให้กับเกษตรกร โดยเสนอแนะให้ใช้กฎหมายเก่าในการให้ที่ดินแก่เกษตรกรและผู้ยากจน และเรียกร้องให้ป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ นอกจากนี้ พายัพ ปั้นเกตุ ยังหารือเรื่องการขอใช้ที่ดินของกรมธนารักษ์ ทหาร และอื่น ๆ เพื่อพัฒนาโครงการต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัย สนามกีฬา แต่พบปัญหาเกี่ยวกับการครอบครองของบุคคลบางกลุ่มที่ไม่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ส่วนรวม

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า ในเวลาที่สภาผู้แทนราษฎรเรานําเรื่องของที่ดินเข้ามา พิจารณาในสภาแห่งนี้แล้ว กระผมเห็นด้วยครับในการที่จะเอาที่ดินนี้ไปช่วยเหลือพี่น้องคนจน พี่น้องที่ไม่มีที่ดินทํากิน เป็นเรื่องที่เราพิจารณาเรื่องนี้กันมาบ่อยครั้ง แล้วก็หยิบยกเอาเรื่องนี้ เข้ามาที่จะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร ให้พี่น้องประชาชนที่ไม่มีที่ดินทํากินนั้นมีที่ดิน ทํากินต่อเนื่องกันมาหลายครั้ง แต่ว่าในการที่เราพิจารณากันครั้งนี้ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า มีพื้นที่ดินหลายที่ทีเดียวที่เราน่าวิตกกังวล น่าต้องมา พิจารณาป้องกันและทบทวนในการกระจายสิทธิที่ดินให้พี่น้องเกษตรกรด้วยเช่นเดียวกัน

เหตุผลที่พูดอย่างนี้ก็เพราะว่า ในเวลาที่เรากระจายสิทธิให้กับเกษตรกรหรือ ผู้ยากจนนั้น จะมีหลายพื้นที่ที่มีคนแอบอ้าง มีนายทุน มีคนที่อยู่ในเครื่องแบบทุกสี ไม่เว้น แม้กระทั่งนักการเมือง เข้าไปหาผลประโยชน์ในการกระจายสิทธิที่ดินเหล่านี้ และต้องการ เรียกร้องขอเอกสารสิทธิที่ดินทํากินด้วยวิธีการต่าง ๆ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ว่าที่ดินหลายที่ที่เป็นที่พึงต้องพิจารณาทบทวนและป้องกันไว้สําหรับเป็นทรัพยากรของชาติ ที่สําคัญ ก็คือพื้นที่ดินของป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งในขณะนี้นั้นเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง จากพื้นที่ดินที่เรามีอยู่ทั้งหมด ๓๒๑ ล้านไร่ เราเหลืออยู่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๓๒.๑ ล้านไร่เท่านั้นเอง ซึ่งเป็นปริมาณ ที่น้อยมาก เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ในการแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินให้เกษตรกรนั้น เราเอาข้ออ้างของเรื่องที่ดินป่าเสื่อมโทรม ที่ดินถูกบุกรุกแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือทางรัฐ ใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ปลูกป่าได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ แล้วจะมาจัดสรรให้เกษตรกรและ ผู้ยากจน ผมมีข้อเสนอแนะว่า ประเด็นเหล่านี้ถ้าเราจะแก้ปัญหาที่ทํากินให้กับเกษตรกรนั้น สิ่งที่เราควรทํานั้น ผมว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นเป็นเรื่องที่น่าหยิบเอามาใช้อีกครั้งหนึ่ง นั่นก็คือ การให้ที่ดิน ให้มีเอกสารสิทธิที่ดินประเภทที่ดินของนิคมเกษตรกร ที่ดิน ส.ป.ก. แม้กระทั่ง ที่ดินในเขตจัดรูปที่ดิน

เหตุผลที่เป็นอย่างนี้เพราะว่ากฎหมายนั้นได้ร่างไว้ดีแล้ว เพราะว่า การถือครองที่ดินเพื่อทํากินนั้น จะทําให้สืบทอดไปสู่ลูกหลานในอนาคตได้ แต่ว่าในเวลาที่เรา ออกเอกสารสิทธิที่ดินทํากิน ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน ส.ป.ก. ที่ดินของนิคมสหกรณ์ใด ๆ ก็ตาม มันมีจุดอ่อน โดยมีช่องว่างในการที่ให้คนที่ต้องการมีเจตนาจะถือครองที่ดินโดยไม่สุจริตนี่ เข้าไปครอบครองได้เป็นจํานวนมาก แล้วก็ใช้ช่องว่างของกฎหมายเหล่านี้เข้าไปบุกรุกที่ดิน ของทางราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดินของป่าสงวนแห่งชาติ

ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ซึ่งเรากําลังแก้ปัญหาอยู่ที่ปลายเหตุ ทุก ๆ ครั้งที่ผ่าน มาเราเห็นปัญหาอุทกภัยน้ําท่วมที่รุนแรงเพิ่มขึ้นทุกวัน ทุกวัน ปัญหาความแล้งที่เกิดขึ้น ซ้ําซากทุกวัน ทุกวันนี้ เพราะว่าเราทําให้เกิดการบุกรุกที่ดินที่เป็นป่าต้นน้ําลําธารกัน ค่อนข้างมาก ท่านประธานเองเป็นคนที่เรียนหนังสือจบเชียงใหม่ จบแม่โจ้มาด้วย ท่านก็คงจะ เห็นนะครับว่า ที่ป่าต้นน้ําลําธารเมื่อก่อนนี้เราเห็นลําธารที่ไหลอยู่ แล้วเราขึ้นบนยอดดอย เราเห็นแหล่งกําเนิดน้ําที่ว่าต้นน้ําลําธาร มีน้ําซึมน้ําซับ น้ําจับเม็ดดินที่เราไปดูอยู่นั้นเป็น ปริมาณมาก แต่ปรากฏว่าท่านประธานครับ พื้นที่เหล่านี้ถูกครอบครองไปหมดแล้ว ไม่เว้น พื้นที่ทางภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ที่ไหนก็ตามที่เป็นยอดเขา เป็นป่าต้นน้ําลําธาร เราเคยมีกฎหมายที่ดิน กฎหมายของป่าไม้เขียนไว้ว่า พื้นที่ดินที่มีความลาดเอียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ไม่ให้มีการครอบครองที่ดิน ไม่ให้มีการบุกรุกโดยเด็ดขาด ไม่ให้มีการออกเอกสารสิทธิอย่างเด็ดขาด แต่ว่าพื้นที่ดินเหล่านี้ปัจจุบันมีการบุกรุกกันเป็น จํานวนมาก ป่าต้นน้ําลําธารเสียหายไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ในเวลาที่ตั้ง คณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้เพื่อกระจายสิทธิการถือครองที่ดินให้กับพี่น้องเกษตรกรและ ผู้ยากจนนั้น ผมอยากตั้งข้อสังเกตตรงนี้ไว้ให้ท่านประธานและทั้งสภาแห่งนี้ได้พิจารณาด้วย เช่นเดียวกันว่า ถ้าเราจะปล่อยเรื่องนี้ไปโดยไม่รอบคอบ ปัญหาผลกระทบต่อประเทศชาติ บ้านเมืองจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมเสนอให้ออก เอกสารสิทธิที่ดินที่เกิดประโยชน์กับพี่น้องคนยากคนจนอย่างแท้จริง โดยมีขอบเขตการโอน เอกสารสิทธิที่ดินนั้น ถ่ายทอดที่ดินนั้นในเวลาที่จํากัด แล้วก็ให้ทําเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย เช่นเดียวกัน ถ้าเราจะปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปโดยอาศัยใครก็ตามที่มีช่องว่างเข้าไปครอบครอง ที่ดินที่เป็นที่ของรัฐนี่โดยบอกว่าเป็นป่าเสื่อมโทรมนั้น พื้นที่เหล่านี้จะเสียหายไปด้วย ผมเห็น การศึกษาข้อมูลจากรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมานี่ ผมได้เอามาดูรายละเอียดผมเห็นครับว่ามีหลาย ๆ ท่านนะครับ ที่พยายามที่จะเสนอเรื่องนี้ และผลักดันเรื่องนี้ แต่ก็มีข้อน่าสังเกตไว้ว่าหลายท่านเช่นเดียวกันกําลังมีที่ดินที่กําลังจะถูก กล่าวหาเหล่านั้นอยู่ด้วยหรือไม่ ผมตั้งข้อสังเกตเฉย ๆ ท่านประธานครับ ว่ามีหลายท่าน หรือไม่มีผลประโยชน์ได้เสียกับที่ดินของรัฐที่เป็นที่ป่าอุทยานแห่งชาติ ที่ป่าสงวน เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ป้องกันพื้นที่เหล่านี้ไว้เราจะสูญเสียทรัพยากรของชาติไปโดยใช่เหตุ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดตรงนี้ว่าเราต้องป้องกันแนวเขตป่าให้ชัดเจน เรามีป่าอุทยานแห่งชาติอยู่เพียงเท่านี้ประมาณแค่ ๓๒ ล้านไร่ ป่าที่อุดมสมบูรณ์ จริง ๆ มีประมาณ ๒๐.๑ ล้านไร่ ซึ่งถือว่าน้อยมากในประเทศไทย ถ้าเรากันพื้นที่เหล่านี้ไว้ ไม่ได้เราจะเสียหายมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ฝากไปทางเพื่อนกรรมาธิการวิสามัญด้วยว่าขอให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบและให้ถือ ผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้งมากกว่าผลประโยชน์ที่จะมาทําให้เกิดความรั่วไหล ในการที่จะทําให้ผลประโยชน์ของประเทศชาติสูญเสียไปด้วยนะครับ

ท่านประธานครับ ผมฝากเป็นประเด็นสุดท้ายเรื่องนี้ไว้ว่าที่ดินอื่น ๆ เช่น ที่ดินของกรมธนารักษ์ ที่ดินของทหาร ที่ดินเขตแนวชลประทาน ที่ดินของกรมศาสนา พื้นที่ดินเหล่านี้บางพื้นที่เราต้องการใช้พื้นที่เหล่านี้เพื่อการพัฒนาจังหวัด ต้องการพัฒนา ภูมิภาคอื่น ๆ หลายที่ บางท้องที่เราต้องการสร้างเป็นมหาวิทยาลัย บางท้องที่เราต้องการ สร้างเป็นสนามฟุตบอลให้พี่น้องลูกหลานของประชาชนได้ใช้ประโยชน์ บางที่ท่านประธานครับ ต้องบอกท่านไว้ว่าบางที่เรามีงบประมาณแล้วด้วยซ้ําไปที่จะก่อสร้างเป็นสนามกีฬา สร้างสนามฟุตบอล มีงบประมาณอนุมัติไปแล้วเรียบร้อย ๓๕ ล้านบาท ๓๖ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าถึงเวลาจริง ๆ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าสร้างไม่ได้เพราะติดปัญหาที่กรมธนารักษ์ เมื่อมีผู้ครอบครองอยู่ ผู้ครอบครองนั้นถ้าเกิดเป็นชาวบ้านธรรมดานั้นไม่เสียหายครับ รัฐบาล กล้าเอาคืน แต่คนบางคนที่ครอบครองไว้และยึดแต่ผลประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่คิดถึง ผลประโยชน์ของส่วนรวมนั้นใช้คุณอํานาจบารมีแล้วทําให้งบประมาณนั้นตกไป เป็นความเสียหาย ที่เกิดขึ้นกับการพัฒนาจังหวัดและท้องที่เหล่านี้ด้วยเช่นเดียวกัน จึงฝากกราบเรียน ท่านประธานไว้ด้วยความเคารพและเพื่อนสมาชิกที่จะเป็นกรรมาธิการไว้ด้วยเช่นเดียวกันครับ ขอบคุณครับ