สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔

ศรัณย์วุฒิ หารือเรื่องการจัดสรรที่ดินและป่าให้ทุกฝ่ายมีความสุข โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดสรรที่ดินและป่าให้ประชาชนมีความสุขและมั่นคงทางที่ดิน และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูปกฎหมายและจัดวางผังป่าใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าและจัดทําโซนนิ่งใหม่ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสร้างเขื่อนสิริกิติ์และผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเน้นย้ำถึงความยากจนและความไม่มั่นคงทางที่ดินในการที่จะแก้ปัญหานี้

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตใช้สิทธิในฐานะผู้เสนอญัตตินะครับ เนื่องจากว่าผมได้จ่อคิวนานแล้วไปเห็นคิวที่ ๓ แต่กว่าจะถึงผมเป็นคิวที่ ๗ ที่ ๘ ก็ไม่ทราบว่า จัดคิวแล้วมันสับสนอย่างไร ผมอาจจะขอเกินเวลานิดหน่อย แต่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับ สภาและประเทศชาติครับ

ท่านประธานครับ กระผมจะเรียนสรุปเป็นภาพรวมด้วยกัน ๕ ข้ออันที่ ๑ ผมจะพูดถึงเป้าหมายที่ผมต้องอภิปรายมีเป้าหมายอะไรบ้าง อันที่ ๒ ที่มาของปัญหาทั้งหมด นี่เกิดจากอะไร อันที่ ๓ ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง และประการที่ ๔ คือเรื่องการเสนอวิสัยทัศน์ สุดท้ายผมจะบอกถึงแนวทางแก้ไขและผลดีที่จะเกิดขึ้นครับ นี่คือวิธีการนําเสนอของผมครับท่านประธานครับ

ก่อนอื่นผมขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าปรัชญาของการแก้ไขนี่ผมมี ปรัชญาว่าอย่างนี้นะครับท่านครับ คนต้องอยู่ร่วมกับป่าอย่างมีความสุขโดยสัมพันธ์กับสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคงของประเทศ และสําคัญที่สุดอีกประการหนึ่งคือวันนี้รัฐได้ถือ ที่ดินไว้อย่างมากมายเลย จะทําอย่างไรจะจัดสรรให้ทุกฝ่ายมีความสุข ตรงนี้ก็เป็นส่วนที่ ผมจะกราบเรียนท่านประธานด้วยครับ เรามาดูที่เป้าหมายก่อนครับท่านประธานครับ ผมจะไปค่อนข้างเร็วนิดหนึ่งนะครับคงใช้เวลาไม่มาก

ปัญหาที่สําคัญสุดก็คือ ต้องการแก้ไขความยากจนครับท่านประธาน

เป้าหมายที่ ๒ ก็คือ ต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งการถือครองสิทธิที่ดินของ ป่าและของรัฐครับ

ประการที่ ๓ เลยก็คือ เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ถ้ามีการจัดสรรออก โฉนดที่ดินได้จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สําคัญ จะส่งผลกับจีดีพี (GDP) อย่างมากเลยครับ ท่านประธานครับ

ประการที่ ๔ เป็นการเพิ่มป่าให้สมบูรณ์อยู่คู่กับการอนุรักษ์ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าเลิกพูดได้แล้ว อนุรักษ์ ๆ มันเป็นการทํางานในเชิงถอยหลัง นะครับ ถ้าท่านมีการเพิ่มป่าเข้าไปแล้วมีการคู่กับการอนุรักษ์ อย่างนี้สิครับป่าจะได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเดี๋ยวทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกําลังมีงานเข้าเลยนะครับ เพราะผมจะเสนอแนวคิดให้กระทรวงนี้ด้วยครับ

สุดท้ายเลยจะนําไปสู่การกําหนดเป็นยุทธศาสตร์ การกําหนดเป็นยุทธศาสตร์นั้น อยากจะให้มีเป้าหมายที่ชัดเจนโดยมีการทําบาลานซ์ สกอร์การ์ด (Balance Scorecard) ระหว่างการที่เราจะขับเคลื่อนสิ่งนี้ให้คู่กับสังคมอย่างไร แล้วไปคู่กับการเมืองอย่างไร เศรษฐกิจจะไปร่วมกันอย่างไร และความมั่นคงของชาติจะไปอย่างไร ไม่ใช่ว่าเราจะ เอียงกระเท่เร่ไปข้างหนึ่งข้างใดนะครับท่านประธานครับ

ปัญหาที่เกิดขึ้นครับ ผลจากแผนพัฒนาทั้ง ๑๐ ฉบับที่ล้มเหลวทําให้ ประชาชนมีความยากจนมากขึ้น ที่เรียกว่า รวยกระจุกจนกระจายนี่ละครับ ท่านไปศึกษา ให้ดีนะครับ แผนพัฒนาทั้ง ๑๐ ฉบับไม่มีความชัดเจนในด้านนี้เลย แล้วรัฐบาลที่มาก็มาจาก การเมืองเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่มีความต่อเนื่อง และไม่มีการกําหนดเป็นยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ปัญหานี้จึงเกิดขึ้นอย่างซ้ําซาก

อันที่ ๒ เลยครับ เกิดช่องว่างการกระจายรายได้ ท่านประธานทราบไหมครับ วันนี้แก็พ (Gap) ระหว่างความจนกับความรวยนี่ยิ่งพัฒนาก็ยิ่งห่างขึ้นไปมากทุกที ๆ และผม มั่นใจว่าในช่วงรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นี้ด้วยนโยบายที่ท่านมี เขาเรียกว่า การดูแลคนยากคนจน ผมเรียกว่าปัจจัยนิยมนะครับ ไม่ใช่ประชานิยม หลายคนสับสนเข้าใจว่า ประชานิยม ปัจจัยนิยมต่างกับประชานิยมตรงไหนครับท่านประธานครับ ต่างกันตรงที่ว่า ณ วันนี้ ปัจจัย ๑-๔ นี้เรายังได้ไม่ครบนะครับ ถ้าเราใส่ตรงนี้เข้าไปเขายังไม่เรียกประชานิยม เขาเรียกแค่ปัจจัยนิยม ขอให้เข้าใจให้ตรงกันด้วย จะช่วยลดแก็พระหว่างความจนความรวย ได้ครับท่านประธาน

อีกประการหนึ่งนะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือว่าประชาชนไม่มีที่ดินทํากิน ที่มี ก็ไม่พอทํากิน และบางคนก็ไม่มีเอกสารสิทธิ ต้องทํากินแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ลับ ๆ ล่อ ๆ ทําตัวเป็นกบ เป็นเขียด เป็นตั๊กแตน เพราะว่าป่าไม้หรือเจ้าหน้าที่ต้องไปไล่ตะครุบ ไล่จับ อันนี้ก็เป็นข้อจํากัดที่น่าเห็นใจเขามาก

อีกประการหนึ่ง ที่ดินของรัฐถือครองไว้มากเลย แต่ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้นกับประเทศชาติเลยครับ ผมอยากจะฝากว่าตรงนี้น่าพิจารณานะครับ เพื่อน ๆ ได้อภิปรายไปหลายท่านแล้ว ผมคงไม่ลงรายละเอียดครับ

อีกประการหนึ่งนะครับ ที่มาของปัญหา คือขาดการวางผังป่าอย่างเป็นระบบ และวางทั้งประเทศเลย วันนี้เรารู้จักแต่ผังเมือง แต่ไม่มีใครพูดถึงผังป่าเลย สิ่งนี้ต้องพิจารณา ให้ดีนะครับ ผังป่านี่จะเป็นประโยชน์มาก วันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ไม่ได้มีการวางผังป่านั้น เกิดอะไรขึ้นครับ

ประการที่ ๑ เลยครับ ไม่มีแนวเขตที่ชัดเจน วันนี้มีหลายแนวเขตเหลือเกิน แต่ละหน่วยราชการจะถือแต่ละแนวของตัวเองนะครับ และทับกันไปทับกันมา มีปัญหา มากเลย

ประการที่ ๒ เลยครับ ไม่มี บัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) ก็คือไม่มีแนวเขต ที่ป้องกันอย่างที่ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ขออนุญาตพาดพิงถึงท่านนะครับ อันนั้นถูกต้อง เลยครับ ที่อเมริกาเขามีชัดเจนมากและไม่มีการบุกรุกทําลายป่าเลยนะครับ ท่านประธาน อยากให้ลองศึกษาตรงนี้ดู และผลกระทบจากการให้สัมปทาน ผมเรียกว่า สัมปทานตัดไม้ ทําลายป่า ไม่ใช่สัมปทานป่าไม้นะครับ ปรากฏว่าไม่มีระบบ ระเบียบในการดูแลอย่างดี ตัดกันเหี้ยนเต้เลย ที่จริงมันจะต้องเป็นเรื่องของการรู้จักคําว่า สางป่า เขาเรียก สัมปทาน สางป่า น่าจะถูกต้องกว่า คือจะเลือกตัดเฉพาะไม้ใหญ่ ๆ เท่านั้นเอง นี่ตัดหมดเลยนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ล้มเหลวในอดีตที่ผ่านมา

สุดท้ายก็คือขาดการบูรณาการ ขาดการปลูกป่าเพื่อให้ได้ป่า เพราะวันนี้ ปลูกป่า ปลูกไปปลูกมากลายเป็นได้สวนครับท่านประธานครับ หลายคนไปปลูกป่า ไม่เข้าใจเลยนะครับ ว่าการปลูกป่าต้องทําอย่างไรบ้าง ตรงนี้น่าจะมีระเบียบกฎเกณฑ์ขึ้นมา แนะนําให้ผู้ที่จะเกี่ยวข้องเอาไปแก้ไข

และปัญหาอีกประการหนึ่งนะครับ เป็นปัญหาหัวข้อใหญ่ คือปัญหาการใช้ แผนที่ระวางที่แตกต่างกัน หน่วยงานแต่ละหน่วยงานใช้แผนที่คนละแผนที่ ซึ่งทําให้มีปัญหา สับสนในการปฏิบัติมากเลย แล้วก็ไม่ดูข้อเท็จจริงด้วยเวลาจะขีดป่า ขีดอะไรต่าง ๆ และบางทีนั่งอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ แล้วขีดบนกระดาษเลย อันนี้ก็เป็นปัญหาอุปสรรค ที่ผ่านมา

สุดท้ายก็คือว่ามีดาวเทียมให้ใช้ คือดาวเทียมธีออส (THEOS) นะครับ ซึ่งจะ สามารถเอามากําหนดและทํางานให้ได้อย่างสะดวกและลดค่าใช้จ่ายได้มากเลย แต่ยังไม่ได้ใช้ อย่างเต็มที่ คิดว่าท่านรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่านใหม่นี้ท่านเป็น คนเก่งและมีวิสัยทัศน์ ผมคิดว่าท่านน่าจะคิดเรื่องนี้ไว้แล้วด้วยซ้ําไป

และปัญหาสุดท้ายเลยก็คือกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีความขัดแย้งกันเองครับ ท่านประธานครับ ขัดแย้งในเจตนารมณ์ตั้งแต่การส่งเสริม การควบคุม การอนุรักษ์ สับสน ไปหมด จะเอาอย่างไรกันแน่ ฝ่ายหนึ่งจะส่งเสริม ฝ่ายหนึ่งจะควบคุม ฝ่ายหนึ่งต้องอนุรักษ์ เห็นไหมครับอันนี้คือเป็นการออกกฎหมายที่ขัดแย้งกัน และการนําไปบังคับใช้ ส่วนใหญ่วันนี้ ท่านประธานทราบไหมครับว่าการบังคับใช้กฎหมายนี้ใช้ได้เฉพาะกับคนยากคนจน และคน ดี ๆ นะครับ คนที่เลว ๆ หรือว่าคนที่มีอิทธิพลนี่เขามีวิธีซิกแซก ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ บางคนบุกรุกตีนเขาติดคุกนะครับ ไปอยู่บนยอดเขาบอกว่าขาดเจตนา อย่างนี้ก็มีด้วย ท่านประธานครับ และความขัดแย้งอีกอันหนึ่งก็คือการตีความของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต่างคนต่างก็ตีความไปตามที่ตัวถนัดและคิดอยู่ตรงนั้น ในส่วนนี้ทําให้เกิดความสับสน มากเลยท่านประธานครับ

มาดูผลกระทบที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับ ประชาชนอย่างรุนแรงมากขึ้น และสุดท้ายประชาชนตกเป็นจําเลย อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น ตลอดเวลา ประชาชนถูกขับไล่หาว่าบุกรุกป่า ถูกไล่ตะครุบจับเหมือนกับกบ กับเขียดอย่างที่ ผมกราบเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ และวันนี้สังคมก็กล่าวหาว่าประชาชนคนเหล่านี้ บุกรุกทําลายป่า แต่ไม่ดูต้นตอที่เกิดขึ้นเลยว่ามันเกิดจากอะไร แล้วก็ประชาชนส่วนหนึ่งก็ถูก ตัดสินจําคุกนะครับ เฉพาะคนที่อยู่ตีนเขานะครับ ผมย้ํานะครับ บนยอดเขาไม่เป็นอะไร นะครับ

และสุดท้ายเลยครับ ก็คือทํากินไม่ได้ วันนี้คอยหวาดผวาว่า เอ๊ะ ทํากินแล้ว จะถูกจับอย่างไร ผมขออนุญาตยกตัวอย่างในพื้นที่เลือกตั้งของกระผมเลย ที่อําเภอท่าปลา ผมเรียกว่า ท่าปลาระทม ๔๗ ปีที่ผ่านมานี่นะครับ คนท่าปลาเขาบริจาค เขาสละที่ของเขา ที่อุดมสมบูรณ์ให้คนไทยทั้งประเทศไปสร้างเขื่อนสิริกิติ์ แล้วท่านประธานทราบไหมครับว่า ชะตาชีวิตชะตากรรมเขาเกิดอะไรขึ้นครับ ไล่คนเหล่านี้ไปอยู่บนภูเขาหินผุ จัดสรรที่ดินให้เขาคนละ ๑๕ ไร่ ระบบจับสลาก ครอบครัวใหญ่ ๆ สมัยก่อนไม่มียาคุมนี่ครับ คนหนึ่งมีลูก ๑๐ คน ๒๐ คน เป็นครอบครัวใหญ่ อพยพกันมา ๓๐-๔๐ คนในครอบครัว และเกิดอะไรขึ้นครับ ไปจับสลากบ้านแตกสาแหรกขาดแยกกันอยู่หมด กระจัดกระจายหมด ไม่สามารถอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่อย่างที่เคยอยู่มา มิหนําซ้ํา การออกเอกสารสิทธิมีปัญหาครับ วันนี้เชื่อไหมครับ ว่าคนอําเภอท่าปลาที่ว่านี้ จํานวนมาก เลยที่ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธินะครับ มีปัญหาเรื่องของป่าไปทับที่นิคมลําน้ําน่าน นี่เกิดอะไร ขึ้นครับ เราเป็นคนที่ย้ายเขาไปอยู่บนภูเขาหินผุและจัดสรรที่ให้เขา แต่ไม่สามารถออก เอกสารสิทธิให้เขาได้

อีกกรณีหนึ่งก็คือไปติดที่ราชพัสดุ ผมอยากจะบอกนะครับว่าจริง ๆ ถ้าผม เกิดมาก่อนหน้านี้แล้วก็อยู่ในช่วงที่เขากําลังจะสร้างเขื่อน ผมคิดว่าเขื่อนสิริกิติ์ไม่ได้สร้างแน่ครับ ผมอยากจะให้เขาใช้โมเดล (Model) ของสะเอียบกับปากมูล ท่านคิดดูสิครับว่าเขื่อนแก่งเสือเต้น สร้างได้หรือยังครับ ติดที่ตําบลสะเอียบตําบลเดียว แต่นี่คนทั้งอําเภอถูกท่านสั่งอพยพไป อย่างไม่เป็นธรรมเลย วันนี้ฐานะยากจนตกระกําลําบากมากเลย ลูกหลานต้องระหกระเหเร่ร่อน ไปทํางานอยู่ต่างจังหวัด แล้วส่งเงินกลับมาที่บ้าน ธนาณัติต่อเดือน ๑๐ กว่าล้านบาทเฉพาะ อําเภอท่าปลา นี่คือชะตาชีวิตที่เขาถูกเปลี่ยนวิถีชีวิตไปอย่างสิ้นเชิงเลย และที่ผมบอกว่าถ้า ผมเกิดมาในยุคนั้นเขื่อนสิริกิติ์ไม่ได้สร้าง ไม่ได้สร้างจริง ๆ นะครับ เพราะผมต้องต่อต้าน แน่เลยแบบนี้ และวันนี้ยังไม่มีใครมารับผิดชอบเลยนะครับ และถ้าจําเป็นจะต้องลุกขึ้นมาสู้อีก ผมจะเป็นผู้นําการต่อสู้เองครับท่านประธานครับ

ผลกระทบที่เกิดขึ้นอีกข้อหนึ่งนะครับ ก็คือซ้ําเติมปัญหาความยากจน วันนี้ขาดความมั่นคงในที่ดินทํากินในชีวิต คนก็ยากจนลง ยากจนลง เราจะแก้ความยากจน อย่างไรถ้าปล่อยให้สิ่งนี้เกิดขึ้นอยู่ ขาดโอกาสในการได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตครับ ท่านประธาน เรียกว่าจนถาวรครับ อย่ามีโอกาสโงหัวขึ้นมาได้เลย เพราะสิ่งเหล่านี้เป็น ตัวบังคับและกดเขาไว้อยู่ อยู่ในวังวนอุบาทว์ เขลา จน เจ็บ แน่นอนครับ อยู่ในวัฏสงสารเขา ไปไหนไม่รอดครับ

อันที่ ๓ คือป่าไม้ถูกทําลายวันนี้ เกิดภัยพิบัติ น้ําแล้ง น้ําท่วมซ้ําซาก หนักขึ้นทุกที ท่านประธานทราบไหมครับ ปี ๆ หนึ่งเราเสียหายหลายแสนล้านบาทนะครับ ในปัญหาภัยพิบัติ และจะหนักขึ้นกว่านี้อีกมากมายก่ายกอง และวันนี้โลกร้อน ปัญหาสัตว์ป่าต่าง ๆ ลดน้อยลงก็เกิดขึ้นจากสิ่งเหล่านี้ทั้งสิ้นเลย ผมว่าถึงเวลาแล้วครับ มาดูวิสัยทัศน์ดีกว่าว่า ที่ว่ามาทั้งหมดนี่มีไอเดีย (Idea) อะไรจะมาเสนอทางแก้ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือว่า เราต้องวางยุทธศาสตร์การพัฒนา มองอนาคตไปเลยครับ ๒๐ ปี ๓๐ ปีเลยครับ อย่ามอง ๕ ปี ใครจะแก้ปัญหาเรื่องป่า เรื่องที่ดิน มอง ๓ ปี ๕ ปี ไม่ได้หรอกครับ ในยุครัฐบาลชุดนี้ ก็เอาไม่อยู่ ทําเผื่อไปเลยครับ ๒๐ ปี ๓๐ ปี อยากเห็นว่าอีก ๓๐ ปีข้างหน้าปัญหาเหล่านี้ จะถูกแก้ไขอย่างไรนะครับ เราทําบาลานซ์ สกอร์การ์ด ให้สมดุลกับสังคมเศรษฐกิจการเมือง ความมั่นคงของประเทศด้วย พูดง่าย ๆ ว่าเราจะต้องจัดทําผังป่าใหม่ทั้งระบบก็ต้องทํา และผมจะแนะนําต่อไปก็คือว่า ให้กําหนดเป็นวาระแห่งชาติ ปรับโครงสร้างกระทรวง กรม กอง บูรณาการกันอย่างเป็นระบบเลย จะได้แก้ไขกันได้สักที เห็นท่านสมาชิกพูดหลายท่านแล้วว่า มันไม่ได้แก้ พูดไปแล้วก็เก็บไว้ในลิ้นชักไม่ได้ทําประโยชน์อะไร คราวนี้จับตาดูให้ดีนะครับ ผมไม่ยอม กําหนดเป้าหมายจัดทําเป็นโรดแมพ (Roadmap) และบรรจุในรัฐธรรมนูญเลย ได้ไหมครับ อย่างเช่น เรียนฟรี ๑๕ ปีก็ยังบรรจุได้ในรัฐธรรมนูญ ถ้าเอากันจริง ๆ ต้องบรรจุ เลยครับ ผมเสนอเลยครับ ถ้าใครเอาด้วยนะครับ ผมจะขอบพระคุณมาก และการบูรณาการ น้ําแห่งชาติอย่างเป็นระบบ ผมอยากจะพูดว่าวันนี้มันสอดคล้องกันหมด ถ้าแก้ไขต้องแก้ไข เรื่องนี้ด้วย ทําให้เป็นเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ไปเลย ใส่เงินไปเลยครับ กี่ล้านล้านบาท ก็ใส่เข้าไป วันนี้ต้องแข่งกับธรรมชาติ ถ้ากรมชลประทานทําแบบเดิมที่ทําอยู่จะใช้เวลา ๖๓๙ ปีกว่าจะแก้ปัญหาเรื่องน้ําแห่งชาติได้วันนี้ต้องเปลี่ยนแปลงใหม่ถึงแก้ได้ ผมขออนุญาต เสนอแนวทางแก้ไขเลย เมื่อสักครู่วิสัยทัศน์การแก้ไขก็คือว่า

ประการที่ ๑ เรามีกฎหมายหลายฉบับที่มันสับสนวุ่นวายและก่อให้เกิดปัญหา ทําไมไม่ปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับเลย จับมาบูรณาการกันใหม่หมดเลย

ประการที่ ๒ ให้มีการวางผังป่า อย่างที่ผมกราบเรียนท่านนะครับว่าเราวาง ผังเมืองได้แต่ไม่เคยวางผังป่า วางมันใหม่ทั้งประเทศเลยครับท่านประธาน จัดทํารีเชฟ (Reshape) ทั้งระบบ ตรงนี้ต้องชมเลยนะครับ อดีตสมัยก่อนนี้ท่านรัฐมนตรียงยุทธ ติยะไพรัช ทําไว้ดีมากและทําไมหยุดล่ะครับ น่าจะมาดูใหม่เลยครับ รีเชฟและให้มันมีแผนที่เดียว ทุกคนยึดถืออันเดียวกันจะได้เลิกสับสนเสียที ผมอยากจะรื้อฟื้นอันนี้ขึ้นมา แล้วกําหนด บัฟเฟอร์โซนก็กําหนดให้ชัดเจน วันนี้ท่านประธานเชื่อไหมครับตัวเลขการบุกรุกป่านี่ เข้าไปถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่แล้วนะครับ แต่ยังไม่มีความชัดเจนเลยว่าจะเอาอย่างไร ในเรื่องนี้ ที่อเมริกาผมเรียนท่านไปแล้วว่าไม่มีการบุกรุกเลยเพราะเขามีบัฟเฟอร์โซน

อีกประการหนึ่งนะครับ การจัดทําโซนนิ่ง (Zoning) การปลูกป่า ไม่ใช่ปล่อยให้ เอกชนไปเที่ยวปลูกตามอําเภอใจ บางทีก็ปลูกเป็นการสร้างภาพก็มี แต่วันนี้ต้องจัดโซนนิ่งใหม่ แล้วจัดระบบเลยครับจะปลูกป่าอย่างให้เป็นป่า อย่าปลูกแล้วมันกลายเป็นสวน กําหนดพื้นที่เสี่ยง แล้วก็วางระบบเตือนภัย อันนี้เป็นงานของกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องไปจัดทํากันทั้งระบบทั้งประเทศเลย ยกตัวอย่างพื้นที่ตําบลน้ําไผ่ อําเภอน้ําปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ไม่เคยอยู่ในเขตภัยพิบัติเลย ไม่เคยมีโอกาสรู้เลยว่าจุดนั้นจะเกิดปัญหา ขึ้นมา จะมีภัยพิบัติที่น้ําท่วมดินถล่มลงมาหนักขนาดจนเสียชีวิต บ้านพังเป็นร้อยหลังอย่างนั้น ยังเกิดได้ และผมเชื่อว่าที่อื่นก็เกิดปัญหาเหมือนกันครับท่านประธาน

อีกประการหนึ่ง คือการปฏิรูปการถือครองที่ดินที่จะกระจายสู่ประชาชน ที่ผมกราบเรียนว่าทั้งที่ดินของรัฐก็ดี ที่ป่าก็ดี จัดกันดูใหม่เลยครับว่าอันไหนควรจะจัดสรร อย่างไร จัดไปเลยครับ แล้วการตั้ง กปร. ที่ผ่านมาตั้ง กปร. จริง แต่ผมเรียกว่า กปร. เดี้ยง ทําอะไรไม่ได้เลยครับ อํานาจก็สับสนไปหมด และไม่สามารถที่จะบูรณการหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องหรือสั่งการให้เด็ดขาดได้ การตั้ง กปร. นี่ผมอยากจะเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ให้ขึ้นกับ นายกรัฐมนตรีเลยครับ แล้วให้อํานาจในการจัดการอย่างเป็นระบบ แล้วผมมั่นใจเลยนะครับ ว่าการแก้ปัญหาที่ดินจะเกิดขึ้นได้แน่นอน แล้วก็สุดท้ายสําคัญคือให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมด้วยนะครับ

สรุปครับท่านประธานครับ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือปัญหาซ้ําซากเกิดขึ้นมา เป็นร้อยปีแล้ว สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้อภิปรายกันมาหลายครั้ง ตั้งหลายวิสามัญแล้ว ไม่สามารถแก้ปัญหาได้สักที และผมถามว่าปัญหานี้จะอยู่ต่อไปอีกนานเท่าไร สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ในที่ประชุมนี้ก็ดี ทุกท่านก็ดี ผมถามว่าท่านยอมหรือครับที่จะ ปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้หมักหมมต่อไป ทําไมเรายังไม่ทําให้เสร็จในยุคของเรานี้ เราจะเสนอ แก้ไขอย่างบูรณาการทั้งระบบเลยให้สมกับปรัชญาที่ว่าคนต้องอยู่คู่กับป่า และที่ดินของรัฐ อย่างมีความสุขโดยสัมพันธ์กับสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง และกฎหมายที่ท่าน ศึกษาไว้ทั้งหมดผมขอเอามาต่อยอดจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปศึกษาใหม่ และผมกราบเรียน ยืนยันเลยนะครับ ผมจะต่อสู้จนกว่าเราจะได้รับการแก้ไขเรื่องนี้หรือตายกันไปข้างหนึ่ง เรามาร่วมกันเถอะครับพี่น้องครับ ทุกท่านเลยครับ เพื่อหลุดพ้นจากวัฏสงสารอันนี้ ขอบคุณครับ