สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔

ไพจิต ศรีวรขาน หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดิน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชน โดยเฉพาะในชนบท และเรียกร้องให้กรมป่าไม้ให้สิทธิ์เอกสารสิทธิ์แก่ประชาชน และขอให้พิจารณากฎหมายที่มีอยู่แล้วในการแก้ไขปัญหาที่ดิน

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อประเด็นการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ทํากินของพี่น้องประชาชน มันเป็นปัญหาหลัก แทบจะกล่าวได้ว่า เป็นตํานานในการทํางานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกสมัยนะครับท่านประธานครับ ตั้งแต่ผมเป็นผู้แทนราษฎรปี ๒๕๓๑ ก็มีคณะกรรมาธิการวิสามัญตั้งกันมาทุกสมัยนะครับ แล้วท่านชุมพล ศิลปอาชา ก็ทราบ ภาระแบบนี้ก็แปลว่าการที่จะแก้ไขปัญหาของประชาชน แม้นว่าจะมีรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยต่อยุคแล้วยุคเล่าก็ยังไม่ได้สัมฤทธิ์ตามเจตจํานง เพราะเรื่องของที่ดินนี่เป็นเรื่องของคนจนครับท่านประธานครับ สมัย ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี เข้ามานี่ก็ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แย่งกันเป็นหมดเหมือนเดี๋ยวนี้นะครับ ทุกพรรคแย่งกัน อยากเป็น อยากแก้ปัญหา นี่กําลังเจรจาเรื่องจํานวนกรรมาธิการกันอยู่ มุมโน้นนะครับ ให้ลงตัว ข้อสําคัญครับท่านประธานครับ ได้ศึกษาเรื่องอะไร ๆ แล้วนี่ต้องมา ปฏิบัติให้เป็นจริงเสียสําหรับประชาชน ผมก็เสียดายสมัยท่านสมัครมีกรรมาธิการวิสามัญ ผมนี่อาวุโสมาก ๆ ก็ไม่ได้เป็นนะครับ ให้รุ่นน้อง ๆ เป็น เขาก็ตั้งให้ไปเป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการศึกษาภาคอีสาน ไปจังหวัดไหนมีแต่ผ้าขาวม้าแล้วพานบายสีเต็มหมด ขอให้แก้ปัญหาให้พี่น้องคนจนในภาคอีสาน ผมจําได้ว่าผมไปที่สกลนครนี่ ส.ส. นิยม เวชกามา คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤ ๅชัย นี่เดือดร้อนนะครับ ที่ดินรอบหนองหาน ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ ปรากฏว่าไปทับที่นาของราษฎร ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ไร่ วันนี้นะครับยังมีปัญหานี้อยู่ เขาทําไร่ทํานาเยอะแยะหมด แต่ว่าก็ไม่ได้มีการตรวจสอบเขต ออกรังวัดแก้ปัญหาให้กับ ประชาชน ศึกษาแล้วก็แล้วนะครับ ผมอยากกราบเรียนว่าป่าสงวนดงหมู นิคมทหารผ่านศึก รอยต่อระหว่างจังหวัดมุกดาหารของท่าน ส.ส. บุญฐิน ที่อภิปรายไปเมื่อกี้นี้นะครับ ของคุณอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ เป็นพี่น้องทหารที่ปลดประจําการแล้วมาได้รับการจัดสรรทํา เขาก็อยากได้เอกสารสิทธิ ผมไปนี่ก็พวงมาลัยผ้าขาวม้าเต็มละครับ มาคอยต้อนรับเยอะแยะหมด ผมก็หวังว่าเขาจะได้เอกสารสิทธิในเรื่องที่ดินตามเจตจํานงไป ๆ มา ๆ กรมป่าไม้เป็นเจ้าของ ที่ดินเหล่านี้เพราะเป็นป่าสงวนเสื่อมโทรม ไม่ได้เป็นป่าหรอกครับ แต่ยังรักษาอยู่ไม่ยอม ส่งมอบพื้นที่เหล่านี้เพื่อไปออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชน ผมต้องกราบเรียนว่านี่คือ ความจําเป็น ความต้องการมาอีกรอบหนึ่ง พอจบสมัยนี้คุณศุภชัย โพธิ์สุ เป็นประธาน พิมพ์หนังสือเล่มใหญ่สวยมาก เสนอสภาก่อนปิดสมัยประชุม ผมยังคิดว่าน่าจะจบแล้ว ตํานานในสมัยนี้ ก็ปรากฏว่าต่อมาสภาตั้งอีกคณะหนึ่งขึ้นมาอีกศึกษาเรื่องจะแก้กฎหมาย เกี่ยวกับที่ดิน แล้วก็ให้ผู้แทนราษฎรไปยกร่างเหมือนกันหมดนะครับทุกพรรคการเมือง เอาเข้าสภา ขอยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคเกี่ยวกับที่ที่ประชาชนอยู่อาศัย รัฐบาล ในขณะที่ยังไม่ได้ก่อร่างสร้างตัวก็รับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ๖๐ วัน ไป ๆ มา ๆ ถึงเวลา ๖๐ วัน ฯพณฯ ที่รับผิดชอบงานที่ดินของรัฐบาล ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เสนอ กฎหมายเข้ามาใหม่เลย ประกบกับกฎหมาย ๙ ฉบับของ ส.ส. เป็นพระราชบัญญัติ เขาเรียกว่า การจัดการที่ดินแบบบูรณาการ เอาที่ดินที่มีปัญหาทั้งหมดแล้วก็มาให้มี คณะกรรมการระดับชาติ เป็นพระราชบัญญัติฉบับแรกที่เข้ามาบอกว่าต้องมี ท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการนี้ แล้วมีปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นเลขานุการ ผมก็ทักท้วงไว้ว่าที่ดินนี่มันเข้ามาทําเนียบแล้ว แต่ว่าเมื่อเสียงส่วนใหญ่เป็นแบบนั้นก็ยังเป็นช่องทางที่จะแก้ปัญหา เพราะไปถึง คณะกรรมการระดับจังหวัด ก็มีผู้ว่าราชการจังหวัด มีที่ดินจังหวัด มีนายก อบจ. มีนายกท้องถิ่น มีนายอําเภอมาเป็นกรรมการเพื่อที่จะดูสิว่าที่ดินแปลงไหนที่จะออกสิทธิ เอกสารสิทธิให้กับประชาชน ท่านประธานครับ ถ้าจะศึกษาอีกนี่ ผมเห็นด้วยกับหลายคนไม่ต้องไปดูใหม่ เล่มหนา ๆ ๓-๔ เล่มน่ะเอามาบูรณาการกันเสีย แล้วก็ไปเร่งรัดกฎหมายที่มันมาถึงสภา แล้วพากันไม่รับการแก้ไขของวุฒิสภาที่เขาแก้จาก ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นเลขานุการ มันถูกแล้ว เพราะปัญหาที่ดินมันอยู่ชนบท อยู่อําเภอ อยู่จังหวัด ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ ก็ชอบที่วุฒิสภา จะเห็นแบบนั้น แต่เสียดายว่าผมโหวตแพ้นะครับ ผมโหวตแพ้ ผมอยากให้กฎหมายฉบับนั้น ออกมามีผลบังคับใช้ วุฒิสภาแก้อะไรบ้างก็ยอมรับกันเสีย แต่ว่าโดยกระบวนการพิจารณา ท่านประธานครับ ผมอภิปรายวันนี้เนื่องจากอยากจะเห็น พ.ร.บ. ฉบับนี้แหละที่ฝ่ายค้าน หวังนักหวังหนาว่าจะเอาออกมาในการแก้ปัญหาที่ดิน วันนี้พวกผมมาเป็นรัฐบาล ก็อยากจะ ถึงยุคว่าเดินผ่านยุคศึกษาแล้วไม่ได้ทําอะไร เอาเรื่องที่มันพอทําได้มาพิจารณา โดยไม่ได้มี ความวิตกกังวลว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นของฝ่ายค้านจะได้หน้า หรือฝ่ายรัฐบาลจะไม่ได้ แต่ว่า ประชาชนได้ประโยชน์นี่อย่าเลือก ผมมีความเห็นแบบนั้นนะครับ อะไรที่จะต้องแก้เพิ่มเติม สภาก็ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันกับวุฒิสภา วันนี้จะต้องตั้ง ๑๒ : ๑๒ ถ้าเอาเข้ามายืนยัน แล้ว ๑๒ ฝ่ายสภาก็พวกผมมากกว่าอยู่แล้ว ฝ่ายค้านก็น้อยลงหน่อย ๑๒ เพราะฉะนั้น เสียงส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ฝ่ายรัฐบาล อยากจะแก้ปรับตรงไหนก็ปรับเสียให้เหมาะสม เป็นประโยชน์กับประชาชน ใช้เวลาที่จะทําเรื่องนี้ ๓ เดือน ๖ เดือนแล้วจบ เราจะได้พูดเรื่องน้ํา ซึ่งยังไม่ได้ทําเรื่องกฎหมาย ทําเรื่องงบประมาณเยอะแยะ ท่านประธานครับ ผมอยากให้มี การแก้อย่างจริงจัง เราจะสร้างประวัติศาสตร์อย่างใหม่ให้กับสภาว่า เราจริงใจหรือเปล่าที่จะ แก้ปัญหาให้กับประชาชน ผมฟังฝ่ายค้านอภิปรายตอนท้าย ๆ ของสัปดาห์ที่แล้ว มันอยู่ที่ ความจริงใจของนักการเมืองว่าเราจะแก้ปัญหาให้ประชาชนหรือจะเอาเครื่องมือเครื่องไม้ ต่าง ๆ ไปอยู่ในมือของฝ่ายประจําเขา ฝ่ายปลัดกระทรวงต่าง ๆ เขาก็รักษาหมดแล้วครับ ท่านประธานครับ อย่าคุยกันนะครับ ใช้ข้อบังคับโดยเคร่งครัดนะครับ ผมว่าตรงนี้เพื่อที่จะให้ เห็นว่าจิตใจของพวกผมอยากจะแก้ปัญหาที่ดินให้กับชาวบ้าน อย่าหลอกอย่าหลอนกัน อะไรที่พอทําเอาขึ้นมาเลย ขึ้นมาแล้วก็โดยหลักการแล้วเมื่อมีคณะกรรมาธิการร่วมกัน ในกฎหมายจัดรูปที่ดินที่ฝ่ายค้านเคยเสนอไว้ วันนี้ก็จะเป็นกฎหมายของรัฐบาลที่จะออก ในสมัย ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นี่แหละครับ ออกมาในฉบับนี้ แก้อะไรได้ก็ปรับ ปรับ ปรับ แล้วก็ใส่ แล้วก็ไปขอความร่วมไม้ร่วมมือจากวุฒิสภาว่า เมื่อแก้ร่วมกันแล้วว่าต่างคน ต่างทั้ง ๒ สภาเห็นชอบ มันก็ไปแล้วความสุขก็จะกลับมาหาประชาชน ท่านประธานครับ สมัย ฯพณฯ ทักษิณบอกไว้ว่าเอกสารสิทธิพิชิตความยากจน มันอเนกอนันต์ในเรื่องที่จะทํา คุณประโยชน์ต่อประชาชน ผมว่าวันนี้น่าจะยุติเรื่องกรรมาธิการเพื่อศึกษา แล้วก็ไม่ควร จะเกิน ๖๐ วัน อย่ามาขอต่ออีกนะครับ เมื่อก่อนต่อแล้ว ต่อแล้ว ต่อแล้ว คราวนี้เป็น สัจจะวาจากันอยู่กลางนี้ว่า ๖๐ วันนี่คุณต้องเสร็จ แล้วก็เอากฎหมายออกมา ผมทําหน้าที่ เป็นวิปรัฐบาลก็ยืนยันกฎหมายฉบับนี้ เสนอท่านนายกรัฐมนตรีไป เพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรี เห็นชอบ แต่ท่านประธานครับ ความคิดของพวกเรานี่อาจจะต่างกับฝ่ายประจําเขานะครับ ฝ่ายประจําบอกถ้าออกพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วจะขัดข้องตรงนี้ ผิดตรงนั้น ทําให้เขา ขัดข้อง ไม่ค่อยอยากเห็นด้วยละครับ แต่ว่าถ้านักการเมืองเรามองประโยชน์ประชาชน เดินไปข้างหน้าเลยครับ ไปสู่การแก้ปัญหาประชาชน เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าควรที่จะใช้เวลา ตามกรอบที่เหมาะสม แล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ อย่าไปตั้งอนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการอีกมันเยอะไปนะครับ เอารายงานศึกษาของ ๓ คณะกรรมาธิการที่มีอยู่แล้ว สรุปแล้วก็เสนอสภา จะเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหา ผมหวังว่าจะทําหน้าที่ในการเห็นชอบ แนวทางแก้ปัญหาโดยเห็นชอบตามกฎหมายในการแก้ไขปัญหาที่ดินที่ทํากินของประชาชน ผู้ยากไร้เป็นครั้งสุดท้ายนะครับ ไม่อยากให้มาอีก ขอให้ไป ไปข้างหน้าไปทําเรื่องอื่น ขอบพระคุณครับ