นริศ ขํานุรักษ์ หารือเรื่องปัญหาที่ดินป่าไม้ โดยเห็นด้วยกับสมาชิกอื่นๆ ที่เสนอเรื่องนี้ และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาที่ดินป่าไม้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวางแผนและกำหนดพื้นที่อย่างรอบคอบ เพื่อให้การเกษตรและพื้นที่อื่นๆ มีประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเยียวยาและตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดินและป่าไม้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมกราบขอบคุณ เพื่อนสมาชิกนะครับ ที่ได้กรุณาเสนอปัญหาที่เป็นปัญหาสําคัญของบ้านเมืองก็คือปัญหาที่ดิน ป่าไม้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ผมได้ให้การติดตาม เพราะว่าเป็นปัญหาภายในจังหวัดผมด้วย เป็นปัญหาโดยรวมของประเทศ และเป็นปัญหาที่ผมเคยติดตามในฐานะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ แล้วก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่กรุณาเสนอให้ เรื่องดังกล่าวได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาแก้ไขปัญหา เพราะว่าปัญหา ที่ดินป่าไม้เป็นปัญหาที่ซับซ้อนทับถมกันอย่างมากมาย และมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน อย่างรุนแรงนะครับ ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ คือให้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาพิจารณานะครับ
ผมขออนุญาตฝากปัญหาที่ดินป่าไม้ไปยังเพื่อนสมาชิกที่จะได้รับการแต่งตั้ง จากสภาเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาที่ดินป่าไม้คือ
เรื่องที่ ๑ ปัญหาแนวเขตที่ดินป่าไม้ เป็นปัญหาสําคัญที่สุดนะครับ ความขัดแย้ง ระหว่างรัฐกับพี่น้องประชาชนเกิดขึ้นจากแนวเขตป่าไม่ชัดเจนเป็นด้านหลักครับ หลายกรณี ความขัดแย้ง หลายกรณีความพิพาทที่เกิดขึ้นเกิดจากแนวเขตไม่ชัดเจน ขณะนี้ประเทศไทย มีอีกมากครับที่ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าที่ใดเป็นของรัฐ ที่ใดเป็นของเอกชน ซึ่งทับซ้อนกันอยู่ ที่จริงเทคโนโลยีก็พอที่จะบอกได้แล้วนะครับว่าที่ใดควรเป็นที่ของรัฐ ที่ใดเป็นที่ของเอกชน แต่ว่าโดยระบบการทํางานของเราทําให้เกิดความล่าช้า ไม่สามารถแยกแยะได้ ทําให้เกิดความขัดแย้ง และความขัดแย้งนี้ยังดํารงอยู่นะครับ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนกับเพื่อนกรรมาธิการนะครับ ว่าปัญหาแนวเขตต้องเป็นปัญหาที่จบสิ้นก่อน ถ้าแนวเขตไม่จบสิ้นไม่มีวันไม่มีทางที่จะแก้ไข ปัญหาที่ดินป่าไม้ ไม่มีวันไม่มีทางที่จะยุติความขัดแย้งระหว่างพี่น้องประชาชนกับรัฐได้ สําหรับเรื่องความขัดแย้งนี้นะครับ ที่จริงถ้าแบ่งได้นะครับ ที่ใดที่พิสูจน์ได้โดยภาพถ่ายทาง อากาศ ภาพถ่ายดาวเทียมว่าเป็นที่ดินของพี่น้องประชาชนก็เร่งรีบออกเอกสารสิทธิไปเลย ที่ใดเป็นของรัฐก็กลับมาเป็นของรัฐ เพิกถอนสิทธิของประชาชนถ้าหากมีการครอบครอง เทคโนโลยีเขามีแล้ว เพียงแต่ว่ารัฐต้องทุ่มเทในระดับที่ต้องทุ่มงบประมาณอย่างมากเข้าไป จัดการนะครับ
เรื่องที่ ๒ ประเทศไทยต้องเอาจริงเอาจังกับองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง โซนนิ่งนะครับ ประเทศไทยเราควรมีการโซนนิ่งอย่างจริงจัง อย่าเป็นไปตามกระแส อย่าเป็นไป ตามกลไกตลาด เพราะว่าสภาพพื้นที่ประเทศมันมีความแตกต่าง มันมีศักยภาพ มันมีความจําเพาะของมันอยู่ว่าที่ใดควรจะเป็นป่าสงวน ที่ใดควรจะเป็นที่สาธารณะ ที่ใดควรจะเป็นป่าอนุรักษ์ ที่ใดควรจะเป็นพื้นที่เกษตร และพื้นที่ใดควรจะเป็นที่อยู่อาศัย และพื้นที่เกษตรเช่นเดียวกันครับต้องโซนนิ่งลงไปในรายละเอียดว่าที่ใดควรที่จะเป็น สวนยางพารา ที่ใดควรจะทําปศุสัตว์ ที่ใดควรจะปลูกยาง ที่ใดควรจะปลูกข้าว ที่ใดควรจะ ปลูกปาล์ม เราต้องโซนนิ่งลงไปในระดับนี้เหมือนกับหลายประเทศนะครับ บางประเทศเขาไม่ยอม เปลี่ยนแปลงจากทุ่งเลี้ยงหญ้าไปเป็นสวนผลไม้ ไปเป็นชุมชนหมู่บ้าน เขาไม่ยอมนะครับ หลายประเทศเขามีกฎหมายที่เข้มแข็ง ประเทศไทยเรานี่ใครทําอะไรก็ได้ จึงทําให้ คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน จึงทําให้การเกษตรของเรา จึงทําให้สภาพบ้านเรือนของเรา เลยไม่น่าอยู่ ไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีพอ การเกษตรก็ไม่มีประสิทธิภาพที่ดีพอ โซนนิ่ง คณะกรรมาธิการชุดนี้ต้องไปให้ความสนใจ ให้การศึกษาอย่างจริงจัง
เรื่องที่ ๓ เรื่องการถือครองที่ดินอย่างไม่เป็นธรรม อย่างไม่กระจาย เรื่องนี้ก็ สําคัญเพราะว่าใครจะเชื่อครับว่าประเทศไทยมีคนอยู่ร่วม ๗๐ ล้านคน ประเทศไทยมีพื้นที่ ๓๒๐ กว่าล้านไร่ คนไทยบางคนไม่มีที่ซุกหัวนอน นอนอยู่ใต้สะพาน เกษตรกรไทยเช่านาเขาอยู่ เกษตรกรไทยเช่าไร่เขาอยู่ ใครจะเชื่อล่ะครับ นี่คนนอนใต้สะพาน คนเช่าที่นา คนเช่าที่ไร่ เป็นคําตอบว่าประเทศไทยไม่มีการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ท่านประธานครับ ผมไปดูคนถือครองที่ดินบางคนนะครับ ถือครองที่ดินเท่ากับอําเภอบ้านผมนะครับ อําเภอกงหรา ทั้งอําเภอนะครับ ๒๐,๐๐๐ ไร่ ๓๐,๐๐๐ ไร่ ยังมีเลยคนไทยนะครับ ถือครองได้อย่างไรครับ ถือครองคนเดียวทั้งอําเภอบ้านผมนะครับที่คนอยู่บ้านผมอยู่ถึง ๓๐,๐๐๐ คนนะครับ แล้วท่านไล่ลงไปในรายละเอียดจะพบว่าคนต่างชาตินี่เช่าเองก็มาก ซื้อเองก็มาก และมีนอมินี (Nominee) เช่าและซื้อเองก็อีกมากครับ คณะกรรมาธิการชุดนี้ผมฝากเรื่องการถือครองที่ดิน โดยไม่เป็นธรรม เพราะว่าสิ่งนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่เป็นปัญหาที่ดินป่าไม้ ถ้าไม่แก้ปัญหา การถือครองที่ดินไม่เป็นธรรมก็ไม่สามารถยุติปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดิน เรื่องป่าไม้ได้
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะพูดถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหา ที่ดินป่าไม้ในอดีตเล็กน้อยนะครับ พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายมา ๒ ครั้ง มีผลงาน ๒ ครั้ง ๑. ส.ท.ก. และที่ชัดเจนที่สุดคือ ส.ป.ก. ออกมาแก้ไขปัญหาที่ดินที่พี่น้องประชาชนไปอยู่ใน ป่านะครับ ไม่รู้ใครอยู่ก่อนใครละครับ แต่ว่าประชาชนเข้าไปอยู่แล้ว แต่ว่าต้องวิ่งหนีพวกป่าไม้ วิ่งหนีพวกตํารวจ วิ่งหนีเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ตลอดเวลา เป็นการครอบครองที่ดินโดยไม่มีเสถียรภาพ ไม่กล้าลงทุน ไม่กล้าทําอะไรมากมายนะครับ เกิดความสูญเปล่าขึ้นมา รัฐบาลประชาธิปัตย์ ออกนโยบาย ส.ท.ก. ออกนโยบาย ส.ป.ก. มันอาจจะมีความผิดพลาดบ้าง แต่ว่าโดยรวมแล้วเป็น การแก้ปัญหาที่ดินที่ดีที่สุดจนถึงวันนี้นะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ๑ เป็นต้นมา นี่ถือว่าเป็นรูปธรรมความสําเร็จในการแก้ปัญหาที่ดินที่ดีที่สุดของ ประเทศไทยเท่าที่มีอยู่ และที่จริงแล้วรัฐบาลอื่น ๆ เขามีมาพยายามแก้ไขปัญหา ผมคิดว่า แนวนี้ครับ แนว ส.ป.ก. ยังเป็นและที่จริงแล้วรัฐบาลอื่น ๆ เขาพยายามแก้ไขปัญหา ผมคิดว่า แนวนี้ครับ แนว ส.ป.ก. ยังเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนเรื่องที่ดินป่าไม้ได้
อีกเรื่องหนึ่ง ผมฝากเพื่อนที่เป็นกรรมาธิการว่าการออกเอกสารสิทธิ ประเทศไทย นี่ออกช้า แล้วก็ออกไม่ชอบ ๒ อย่างครับ บางคนไปยื่นขอเอกสารที่ดินมากกว่า ๑๐ ปี ยังไม่ได้ครับ จนทิ้งไปเลยครับไม่ได้นะครับ ช้า กับ ๒. ออกไม่ชอบ ผมกราบเรียนกับท่านประธาน หลายครั้งในสภาแห่งนี้ว่า ที่ที่เคยได้สัมปทานจากรัฐมา ไปออกเอกสารสิทธิมีครับ ในสัมปทานป่าชายเลน ที่ไปขุดแร่ครับ ที่เขาเรียกขุมแร่ ขุดแร่เสร็จนะครับ ออกเอกสารสิทธิ ขุมแร่ก็มีครับ ในประเทศไทยนี่มีนะครับ สัมปทานป่า ตัดไม้เสร็จนี่นายทุนออกเอกสารสิทธิ ในป่าที่ตนเองเข้าไปสัมปทาน ซึ่งมันขัดแย้งกัน ถ้าของตัวเองแล้วไปสัมปทานทําไม นี่มีอยู่หลายแปลงในประเทศ ผมอยากให้รัฐบาลชุดนี้ได้เข้าไปดูแล
อีกเรื่องหนึ่งครับที่เป็นเรื่องสําคัญ นโยบายท่าทีของรัฐบาลและท่าทีของ รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบก็เป็นเรื่องสําคัญต่อปัญหานี้ ผมยังไม่เห็นท่าทีของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีต่อปัญหาที่ดินป่าไม้ให้ชัดเจนว่าท่านจะเอา อย่างไร เดินหน้าหรือถอยหลังสําหรับการแก้ไขปัญหา ผมอยากได้ฟังความชัดเจนจาก รัฐมนตรีที่เป็นท่าที
อีกประการหนึ่ง ก็คือเรื่องการปรับปรุงกฎหมาย นี่ก็เป็นเรื่องสําคัญ กฎหมายป่าไม้ ๔-๕ ฉบับ ฉบับแรกปี ๒๔๘๔ ยาวนานล้าสมัย ผมอยากเห็นการเริ่มต้น ในการรวบรวมกฎหมายป่าไม้ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินด้วยนี่มาเป็นประมวลกฎหมายป่าไม้ที่ดินเป็น ฉบับเดียว เจ้าหน้าที่ก็ทํางานสะดวก พี่น้องประชาชนก็ได้ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนั้น โดยเคร่งครัดได้ นี่ก็เป็นเรื่องสําคัญ
สุดท้าย กราบเรียนท่านประธานว่าประเทศไทยนี่การแก้ปัญหาที่ดินป่าไม้ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นเรื่องของภาครัฐเป็นด้านหลักเป็นสําคัญ มีภาคเอกชน เข้ามาเสริมเข้ามามีส่วนร่วมบ้าง แต่ว่ารัฐนี่เป็นหลักเป็นสําคัญ ผมจึงอยากเห็นท่าทีของ รัฐมนตรีและขวัญกําลังใจของข้าราชการที่ทํางานด้านที่ดินป่าไม้ ด้านที่ดินผมไม่มีข้อมูลเท่าไร แต่ว่าด้านป่าไม้ผมกราบเรียนท่านประธานว่าข้าราชการเสียขวัญไปเยอะครับ จากคําสั่ง โยกย้ายที่ผ่านมาไม่เพียงแต่แบ่งคนที่มาจากจบป่าไม้พวกหนึ่ง จบวนศาสตร์พวกหนึ่งที่เกิดมี ปัญหาแล้วก็มีผลต่อการทําหน้าที่ ผมอยากให้รัฐมนตรีเข้าไปแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของ คนทํางานด้านป่าไม้เสียให้จบก่อน หลอมคนที่จบมาจากโรงเรียนป่าไม้แพร่กับวนศาสตร์ คําสั่ง ๓๑ คนที่เพิ่งย้ายนี่คือย้ายคนป่าไม้แพร่ออกทั้งหมด ๓๐ คน เอาคนวนศาสตร์เข้ามาแทน ๓๐ ตําแหน่ง ใน ๓๑ ตําแหน่ง ย้ายแบบล้างพวกล้างบางกัน แบบนี้ขวัญกําลังใจคนทํางาน ด้านป่าไม้มันก็หมด แล้วมันจะมีผลกระทบต่อการทํางานในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ต่อไป ผมจึงขออนุญาตฝากท่านประธานว่ามีพื้นที่ใหญ่ ๆ ที่มีปัญหา เช่น ดงใหญ่ ทับลาน แก่งกระจาน วังน้ําเขียว ควนเคร็ง และป่า ๓ จังหวัดภาคใต้ ขออนุญาตท่านประธาน นิดเดียวว่าสภาพป่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกทําลายในระยะเวลาที่ผ่านมาจากเหตุการณ์ ไม่สงบนี่หลายแสนไร่แล้ว ท่านประธานครับ ป่า ๓ จังหวัดนี่เป็นป่าต้นน้ํา ปัตตานี สุไหงโก-ลก และสายบุรี หล่อเลี้ยงคนใต้ หล่อเลี้ยงคนตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย วันนี้ป่าผืนนี้ สภาพยับเยินมากครับ วันข้างหน้าหากเหตุการณ์พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้สงบ แต่ว่าคน ไม่มีความสุขหรอกครับ เพราะว่าทรัพยากรธรรมชาติถูกทําลายไปมากแล้วนะครับ ผมจึงฝาก ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าช่วยดูแลป่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และผืนหนึ่งที่ผมฝาก เป็นพิเศษก็คือผืนบนเทือกเขาบรรทัดที่รอยต่อระหว่างพัทลุง ตรัง สงขลา บนใจกลาง เขาบรรทัดถูกแผ้วถางร่วมหมื่นไร่ครับอยู่ใจกลางเลย อยู่ยอดเขาสูงเลยมีคนไปอยู่ร่วม ๓,๐๐๐ คนแล้ว เกินกําลังหน่วยงานเล็ก ๆ ที่อยู่รายรอบเขาบรรทัดต้องใช้การระดมกําลัง เข้าไปแก้ไขปัญหา จําเป็นต้องซื้อคืนในราคาที่คนบุกรุกพอใจก็จําเป็น เพราะว่ามันเป็น ต้นน้ําลําธารก็จําเป็น
สุดท้ายท่านประธานครับ คนไทยหลายคนถูกความไม่เป็นธรรมอันเกิดจาก กฎหมายที่ผ่านมา ผมอยากให้รัฐบาลได้ช่วยเยียวยาบุคคลเหล่านี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นพวกที่ ถูกยึดคืนพื้นที่ไปจากการออกกฎหมาย ออกพระราชกฤษฎีกา ครอบคลุมพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ อยู่อาศัย พื้นที่ทํามาหากินของเขา ถูกติดคุกจากกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมและถูกจ่ายค่าปรับ ด้วยความไม่เป็นธรรมจากกฎหมายที่ผ่านมา ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าช่วยเยียวยา บุคคลเหล่านี้ และกระผมสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณาปัญหา สําคัญของชาติบ้านเมือง คือปัญหาที่ดินและป่าไม้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ