นิยม เวชกามา หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินและเอกสารสิทธิ โดยเรียกร้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินที่ประชาชนมีอยู่มาหลายปี แต่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ และเร่งรัดออกเอกสารสิทธิให้ได้อย่างเร็ว นอกจากนี้ยังเรียกร้องการสนับสนุนจากสภาในการแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมพร้อมกับคณะ ก็มีท่าน ส.ส. หนูแดง วรรณกางซ้าย พรรคเพื่อไทย จากบุรีรัมย์ และพวกอีก ๒๐ คน มีความคิดเป็นหนึ่งเดียวที่ต้องการนําเสนอญัตติการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ปัญหาที่ดินทํากิน และการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ ท่านประธานครับ เนื่องจากที่ดินเป็นความหวังของคนยากคนจน หลายปีที่ผ่านมาพี่น้องบ้านผมก็รอความหวัง จากการมีเอกสารสิทธิของตนเอง เขารอความหวังว่าเมื่อไรกฎหมายที่ดินซึ่งเป็นกฎหมาย ต้องแก้ไขว่าพี่น้องประชาชนเขาจะได้มีกรรมสิทธิ์อย่างจริงจัง รัฐบาลที่ผ่านมาได้มีกฎหมาย ในทํานองเดียวกันว่า ยกเลิกที่รกร้างว่างเปล่าที่รัฐมีกรรมสิทธิ์ถือครองอยู่ แล้วให้ พี่น้องประชาชนที่เข้าไปทํากินเข้ามามีกรรมสิทธิ์ มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดอย่างชัดเจน แต่ปรากฏว่าจนบัดนี้กฎหมายก็ยังออกมาไม่ได้ ฉะนั้นผมเองในฐานะที่เป็น ส.ส. คนหนึ่ง ซึ่งพี่น้องประชาชนก็ฝากความหวังไว้ว่าอยากเห็นกฎหมายที่ออกมาที่พี่น้องมีเอกสารสิทธิ เป็นโฉนด ซึ่งพวกเขาจะถือไว้ในมือ เอาไปจํานองจํานําก็ได้ ท่านประธานครับ วันนี้ยังไม่มี เพราะฉะนั้นพวกผมจึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะนําเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แก้ปัญหาเรื่องที่ทํากินและการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ รวมถึงกฎหมายที่มันมีปัญหาอยู่กับป่าไม้ อยู่กับอุทยาน ให้เป็นการยืนยันว่าที่ดินแปลงใดที่รัฐไม่ใช้แล้ว แต่พี่น้องประชาชนเขาไปทํามาหากิน ซึ่งมีอยู่ทั้งประเทศ วันนี้ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ต่างรู้ดี เพราะอยู่ในพื้นที่ของท่านว่าพี่น้องประชาชนเขารอความหวัง อยากจะได้เอกสารสิทธิ มาถือครอง ไม่จําเป็นท่านจะสลักหลังอย่างไรก็แล้วแต่ เพราะกฎหมายฉบับที่แล้วที่ผ่าน คณะกรรมาธิการแต่ยังไม่ออกมาบอกว่าต้อง ๓๐ ปีจึงออกเอกสารสิทธิ ออกโฉนดให้ได้ จะกี่ปีก็ตามพี่น้องประชาชนบ้านผมเขาไม่รังเกียจไม่รังงอน เพราะเขาถือครองทํามาหากิน อยู่แล้ว ๕๐ ปี ๖๐ ปี ๑๐๐ ปี ตั้งแต่ปู่ย่าตายายวันนี้ยังไม่ได้ ท่านประธานครับ ที่ผมพูด เช่นนี้มีหลักฐานชัดเจน โดยเฉพาะที่บริเวณรอบหนองหาน หรือทะเลสาบน้ําจืดของสกลนคร มีพื้นที่ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ ทํามาหากิน เขามีทํามาหากินรอบหนองหาน วันนี้เหลืออยู่ ๖๗,๐๐๐ ไร่ ส่วนที่เหลือพี่น้องเขาทํามาหากินอยู่ออกเอกสารสิทธิไม่ได้ มีโฉนดไม่ได้ เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกา เรื่องเขตหนองหาน ๒๔๘๔ คําว่าบริเวณหนองหาน คือบริเวณน้ําท่วมถึง วันนี้ออกไม่ได้ครับ แปลกแต่จริง เป็นไปแล้วคือฟากซีกของเทศบาลเมืองสกลนครออกได้เต็มที่ครับ เขตหนองหาน เหมือนกัน แต่อีกซีกหนึ่งซึ่งเป็นบริเวณของชาวบ้าน ไม่ว่าเขตอําเภอโพนนาแก้ว โคกศรีสุพรรณก็แล้วแต่ เขตนั้นออกไม่ได้ครับ มันเป็นเรื่องแปลกแต่จริง วันนี้ยังมีอยู่ เขาจึงมี ความหวังว่าวันหนึ่งจะมีกฎหมายไปดูแลเขา เรื่องนี้ไม่ใช่พูดเล่นกันท่านประธาน รัฐบาลชุดที่แล้ว ได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญชุดหนึ่ง โดยมีนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนมเป็นประธาน ผมเชิญไปดูในพื้นที่ว่าที่ตรงนี้เป็นเขตหนองหาน แต่ปรากฏว่าอยู่หลักเขตหนองหานซึ่งประมง ได้ทําไว้อยู่กลางวัดบ้านหนองฮูดัง วัดหนองฮูดัง วัดนี้ตั้งขึ้นมาปี ๒๔๕๔ ก่อนพระราชกฤษฎีกาออก วันนี้ยังเป็นเขตหนองหาน อันนี้ยกเพียงตัวอย่างเป็นบางตอนให้เห็นว่า ถ้าญัตติตัวนี้ออกมา โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันเป็นความหวังของพี่น้องประชาชน
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่ามันถึงเวลาต้องออกจริง ๆ ยกตัวอย่างให้เห็นคือ ในเขตอําเภอกุสุมาลย์มี ๒ ตําบล คือตําบลโพธิไพศาลกับตําบลกุสุมาลย์ บ้านนิรมัย มี ๔ หมู่บ้าน ประชากร ๒,๐๐๐ กว่าคนไม่มีโฉนด ออกไม่ได้ เพราะตรงนั้นเขาถือว่าเป็น ทําเลเลี้ยงสัตว์ แต่เขาทํามาหากินเป็นหมู่บ้าน ๕๐-๖๐ ปี หรือพี่น้องคนแถวนั้นเขาเรียกว่า ที่ผสมสัตว์ ไม่มีโฉนดครับท่านประธาน นี่แหละคือความหวังเขาฝากว่าวันหนึ่งผู้แทนราษฎร คงจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้วออกเป็นกฎหมายให้เขาถือครองได้ เป็นเอกสาร สิทธิหรือโฉนดซึ่งเขาเอาไปจํานองจํานําได้ อันนี้เป็นความหวังครับท่านประธาน ผมยังคิดว่า เวลานี้ผมต้องขอความเมตตาจากท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ช่วยกันพิจารณา แล้วออกเป็นญัตติ กฎหมายฉบับนี้ออกมาให้พี่น้องประชาชนเขาจะได้ไปดําเนินการ มีกรรมสิทธิ์ในเอกสาร มีในที่ดินนั้น จะไปจํานองจํานําก็เรื่องของเขา เพราะมันเป็นความภาคภูมิใจ ที่เขามีที่ทํากินทั้งที่เขามีอยู่แล้ว วันนี้ถึงจะไม่ออกเอกสารสิทธิให้เขา รัฐก็ทําอะไรเขาไม่ได้ เขาไม่ยอมหรอกครับ ประชาชนเป็นหมื่นตรงนี้ไม่ว่ากัน บ้านบ่อเดือนห้า เขตภูพานก็ดี กุดบากก็ดี ไม่มีครับ บนภูพานก็ติดป่าอุทยานบ้าง ป่าสงวนบ้าง ซึ่งความเป็นจริงหมู่บ้านหลายหมู่บ้าน ก็ทํามาหากิน ครอบครองพื้นที่มาเป็น ๕๐-๖๐ ปี ผมจึงกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะทํากันอย่างจริงจัง ไม่ใช่ถอยหน้าถอยหลัง ผมเอง จึงนําเสนอว่าขอให้สภาแห่งนี้ได้นําเข้าไปพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ปัญหาที่ทํากิน และการเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับ