สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๕ กันยายน ๒๕๕๔

นิยม วรปัญญา หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณะที่ถูกประกาศหวงห้ามหรือเวนคืน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรังวัดที่ดินเพื่อประโยชน์ของราษฎร และการไม่มีการพัฒนาที่ดิน ทำให้เกิดเงินนอกระบบและเสียหายต่อเศรษฐกิจ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิยม วรปัญญา ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรว่าได้รับความเดือดร้อนมาก ขอให้เสนอญัตติ ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องเกี่ยวกับที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัย ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ และที่สาธารณะ รวมทั้งถนนหนทาง แหล่งน้ําที่ทางราชการประกาศหวงห้ามทับ ท่านประธานครับ ที่ดินเหล่านี้เขาบอกว่าได้มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษคือเป็นมรดกตกทอด ปู่ย่าตายายให้มา แต่ทางราชการมาประกาศทับ คือการประกาศสงวนหวงห้ามก็ดี หรือจะประกาศเวนคืนที่ดินก็ดี เขาจะต้องเอาหลักฐานไปประกาศ ถึงมีก็ต้องรังวัดใหม่ ทีนี้ไม่มีการรังวัดไปขีดเอาในที่ทํางานมันก็ไปทับที่เขาหมด วัดบางแห่งตั้งมาตั้ง ๑๐๐ กว่าปี ๒๐๐ ปี อย่างเมืองเก่าบัวชุม เมืองเก่าชัยบาดาล เมืองเก่าท่าหลวง เมืองเก่าปรางค์น้อย ปรางค์นางผมหอม ปรางค์กู่ ปรางค์หลาย ๆ ปรางค์ที่เป็นเมืองเก่าคือว่าเป็นปราสาทราชวัง ก็ถูกประกาศทับหมด แม้แต่วังนารายณ์ก็โดนผมยังไปแก้ไข แก้ไขไปได้บ้างเป็นบางแห่ง สําหรับวังนารายณ์ก็ยังแก้ไขได้เพราะว่ามันชัดเจนอยู่ในเมืองเลย และวัดต่าง ๆ หลายวัด โดนเช่นเดียวกันครับ วัดในเมืองลพบุรีโดนหมดเลยตอนนั้นนะครับ แม้แต่วัดเสาธงทอง ก็อยู่ในเขตสงวนหวงห้ามของทางราชการ ทางกรมป่าไม้ก็เหมือนกันเช่นเดียวกัน ที่ราษฎร ที่ทํามาหากินอยู่ก็ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินจะไปใช้เป็นหลักทรัพย์ก็ไม่ได้ และที่สําคัญที่สุดก็คือไม่มีการพัฒนาที่ดิน ที่ดินนั้นก็เป็นที่ดินเปล่าประโยชน์ ถ้ามีเอกสารสิทธิแล้ว เขาก็จะมีหลักทรัพย์ไปลงทุนปลูกไม้ยืนต้น ปลูกผัก ผลไม้ หรือทําธุรกิจอื่น ๆ รวมทั้ง ที่อยู่อาศัย ถ้ามีกรรมสิทธิ์ที่ดินไปกู้ดอกเบี้ยมันก็ต่ํา ก็เลยเกิดเงินนอกระบบขึ้นมา ทางราชการก็ไม่ได้เก็บภาษีการใช้ที่ดิน การเปลี่ยนมือ การจําหน่ายจ่ายโอนอะไรต่าง ๆ ไม่ได้ครับ ปีหนึ่งเสียหายมากครับ ผมเคยมีการศึกษาเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วว่าปีหนึ่ง เสียหายไปหลายแสนล้านบาท เหมือนกับการรังวัดที่ดินตอนหลังที่มีการเดินสํารวจ เดินสํารวจออกโฉนด ได้งบประมาณเพิ่มปีนั้นได้ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี แต่เดี๋ยวนี้ได้ มากกว่านั้นเพราะว่าราคาที่ดินสูงขึ้นกับได้ออกเพิ่มขึ้น เห็นจะได้เป็นแสนล้านบาทต่อไปนี้ เพราะว่าที่ดินนั้นจะจําหน่ายจ่ายโอนใช้มากี่ปีก็คือภาษีตามนั้น แล้วถ้าไปจํานําจํานอง หรือขายฝากก็มีภาษี และคนยากคนจนไปจํานําจํานอง จะเอาก็ต้องบังคับเอาโดยใช้อํานาจศาล ถ้ามือเปล่าไปจํานําจํานอง ก็จํานําและจํานองไม่ได้ ก็หลุดไปเฉย ๆ เพราะฉะนั้น ทางผู้ที่มีฐานะดีไม่อยากให้มีการจดทะเบียนออกโฉนด น.ส. ๓ เพราะว่ากลัวจะต้องเสียภาษีมาก เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ได้หวังที่ดินไว้ทําอะไร ทําธุรกิจเสร็จแล้วเขาก็แบ่งขายไปเรื่อย ๆ ประเภทนี้ก็มีจํานวนไม่น้อยเลยครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากจะยกตัวอย่าง เช่น ตลาดหนองรี ชัยบาดาล ท่าหลวง แล้วก็ลําสนธิ เขาน้อย หรือหนองมะค่า โคกเจริญ สมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ แถวนี้ก็เป็นแหล่งที่ผลิตอาหารส่งให้ทหารที่มาทําสงคราม สมัยตั้งแต่สงครามโลก ครั้งที่ ๒ ก็มีญี่ปุ่น มีทหารของพันธมิตร ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายอักษะ ท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นป่าสงวนอยู่ แต่ว่าที่ที่มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ หรือว่ามีบุคคลสําคัญอยู่เอาได้หมดมาอยู่หลังพวกนี้ พวกนั้นพวกคนยากคนจนไม่มีโอกาส คนเหล่านี้บางครั้งเกิดมาบอกตลอดชีวิตนี้ยังไม่เคยขึ้นอําเภอ เพราะกลัวไม่อยากไป ไม่อยากพบ ข้าราชการ แม้จะมีเป็ด ไก่ เขามาขอก็ต้องให้ เพราะว่ากลัว ความที่ไม่มีการศึกษา พื้นฐาน ของการศึกษานั้นเขาต่ํานะครับ อย่างสระโบสถ์นี่เป็นเมืองเก่าจริง ๆ เลยครับคู่กับบ้านหมี่ มีคนอ่านหนังสือออกเขียนได้ใช้ประโยชน์สื่อสารได้ ผมเช็กดูมีจํานวน ๔ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง อีก ๙๖ เปอร์เซ็นต์ใช้ไม่ได้ ๒-๓ ปีมาเร่งรัดกันขึ้นมาก็เพิ่งจะได้จากการศึกษา นอกระบบ คือการศึกษาผู้ใหญ่ให้เรียนเลย เรียกว่าการศึกษานอกโรงเรียน ท่านประธานครับ พวกนี้ได้รับความเดือดร้อนมากก็ร้องเรียนมา ผมและคณะจํานวน ๒๒ คน ก็ได้ร่วมกัน พิจารณาแล้วก็ยกร่างนี้ขึ้นมา แต่รายชื่อผมมีอยู่ในนี้แล้ว และรายละเอียดของญัตติ อยู่ในตัวญัตติแล้ว ผมขออภิปรายเพิ่มเติมเพียงแค่นี้ก่อน แล้วก็ผมขอสงวนสิทธิไว้สรุปด้วย เพราะว่าถ้าไม่สรุปแล้วไม่รู้ว่าขณะที่มีอภิปรายกันนั้นมีปัญหาอะไรที่จะต้องให้ชัดเจนขึ้น เพื่อจะได้เป็นประโยชน์กับประชาชนผู้ที่เดือดร้อนให้ได้รับความเป็นธรรม นโยบายของ พรรคเพื่อไทยนั้นตั้งแต่สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก ก็มอบหมายให้ผมไปทําเรื่องนี้ แล้วท่านก็เซ็นรับรองในพระราชบัญญัติไว้ให้แล้ว แต่ไม่ทัน ผ่านสภาก็เลยพอดีท่านหมดวาระเสียก่อน ต่อมาก็ทําไม่ได้อีกเลย แล้วต่อมารัฐบาลสมัย ท่านอภิสิทธิ์ก็ได้เซ็นรับรองให้ผมอีก แต่ก็ไม่ทันเสร็จ เพราะส่งไปวุฒิสภายังไม่ได้พิจารณา กลับท้วงติงกลับมา ก็เลยมาคาอยู่ในสภาเวลานี้ และพระราชบัญญัตินั้นก็เลยยังประกาศใช้ ไม่ได้ครับ ถ้าญัตตินี้ทําเสร็จแล้วก็จะได้เสนอพระราชบัญญัติตาม แต่ของผมมีลักษณะ พระราชบัญญัติฉบับหนึ่งที่ว่า ให้มีการรับรองโดยมีคณะกรรมการของจังหวัดขึ้น มีผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ป่าไม้ ที่ดิน แล้วก็นายก อบต. สมาชิก อบจ. กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นกรรมการพิจารณาว่า ใครอยู่มาตั้งแต่เมื่อไร แล้วก็ที่อยู่มาก่อนจะได้กันออก ทีนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดท่านก็บอกว่าอันนี้ไม่มีกฎหมายรับรอง ถ้ามีกฎหมายรับรองกฎหมาย ที่ผมร่างไว้นั้นผ่าน ท่านก็เซ็นได้ทันที ไม่มีกฎหมายรับรองท่านก็ไม่กล้าเซ็น เป็นเพียงแต่ว่า คําสั่งให้ทํา คําสั่งจะถือว่าไปลบล้างกฎหมายไม่ได้ แม้แต่เป็นมติของ ครม. ท่านก็ไม่กล้า เพราะถือว่าไม่ใช่คําสั่ง อย่างนี้เป็นต้น ผู้ว่าราชการจังหวัดหลายคนได้เคยคุยกันก็เป็นลักษณะนี้ ผมขออภิปรายเพียงแค่นี้ก่อน แล้วขอฝากให้เพื่อนสมาชิกทุกคนช่วยสนับสนุนด้วย หวังว่าทุกคนก็มีที่มีอยู่ในเขตชนบทแต่ในเมืองก็อาจจะมีที่ดินประเภทนี้ หรือมีก็อาจจะ ไม่มากนักครับ ฉะนั้นขอให้ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติจากชนบทช่วยกันพิจารณาเรื่องนี้ให้ผ่าน เสียทีครับ เพื่อจะได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจเวลานี้ถ้าแก้ตัวนี้ได้ตัวหนึ่งเศรษฐกิจ เราจะไปได้อีกไกลครับ คนยากคนจนได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือสูงขึ้นเขาก็มีหลักทรัพย์ขึ้นมา แล้วเขาจะมีรายได้จากที่ดินนั้นเพิ่มราคาขึ้นมา ขอขอบคุณท่านประธานครับ