สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๑ มกราคม ๒๕๕๕

ชลน่าน ศรีแก้ว แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตราพระราชกําหนด พิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยระบุว่าเอกสารมีความซับซ้อนและยุ่งยาก แต่ระบบรหัสอัตราศุลกากรจะไม่เปลี่ยนแปลง และมีการรวมประเภทเข้ามาเพิ่ม

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็น ต่อกรณีที่ท่านประธานกรุณาได้เลื่อนเอาระเบียบวาระการพิจารณาอนุมัติพระราชกําหนด พิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ ตามที่รัฐมนตรี โดย ฯพณฯ รัฐมนตรีบุญทรง เตริยาภิรมย์ ในนามคณะรัฐมนตรีได้เสนอต่อสภา การอนุมัติพระราชกําหนดพิกัดอัตรา ศุลกากร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเองต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าจากเอกสารที่ได้รับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพระราชกฤษฎีกา ประกาศ ณ วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๕ ผมดูในรายละเอียดของเอกสารนะครับ ก็เป็นที่ น่าตกใจพอสมควร อาจจะมีความยุ่งยากต่อการพิจารณา เพราะเอกสารตัวพระราชกําหนด จริง ๆ นั้นมีอยู่ ๒ แผ่น แผ่นแรกคือตัวพระราชกําหนดมีอยู่ ๓ มาตรา ในหน้าที่ ๑ มีอยู่ ๓ มาตรา และแผ่นที่ ๒ ก็เป็นเหตุผลประกอบที่แนบท้ายอยู่เกือบหน้าสุดท้ายถัดจาก หน้า ๗๔๒ เป็นหน้า ๒ นั่นคือเหตุผลในการตราพระราชกําหนดนะครับ ท่านประธานที่ เคารพครับ โดยสาระของพระราชกําหนดในหน้าที่ ๑ คณะรัฐมนตรีได้มีมติที่จะตราพระราช กําหนด ออกพระราชกําหนดแล้วก็นําทูลเกล้าฯ พระองค์ทรงลงพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๖ นะครับ เนื่องจาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาตรานี้ได้กําหนดว่าถ้ากฎหมายใดที่เกี่ยวกับภาษีหรืออัตราเป็นเกี่ยวกับ การเงิน แล้วก็ภาษีอากร ถ้ามีความจําเป็นเร่งด่วนที่จะต้องนํามาใช้ให้เกิดประโยชน์ แล้วก็ เป็นความลับด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะที่เป็นผู้มีอํานาจก็สามารถที่จะ ตราพระราชกําหนดออกมาบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนได้ แต่ด้วยความที่เป็นพระราชกําหนด นะครับ ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๘๔ หลังที่ออกมาบังคับใช้แล้วภายใน ๓ วันจะต้อง นําเสนอต่อสภาเพื่อให้สภาเป็นผู้อนุมัติตามลําดับชั้นไป นั่นหมายความว่าสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ เท่าที่ผมตรวจสอบเองก็ส่งมาตั้งแต่วันที่ ๖ นะครับ หลังจากที่ประกาศ เพราะว่า บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๖ บอกว่าถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๓ วัน ต้องส่งให้สภาพิจารณาภายใน ๓ วัน ท่านประธานครับ ผมเองไม่ห่วงนะครับว่าท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้จะไม่อนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ เพราะเท่าที่ฟังเสียงนะครับ เพราะทุกคนนั้นเห็นมีความจําเป็นและสําคัญ โดยเฉพาะเหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีบุญทรง ขออนุญาตเอ่ยนามท่านท่านได้ชี้แจงต่อสภา ด้วยเหตุผลความจําเป็นที่จะต้องตรา พระราชกําหนดฉบับนี้ท่านประธานครับ ผมเองที่นําเรียนท่านประธานด้วยความลําบากใจ ในการพิจารณาเอกสารเป็นเพราะว่าในเอกสารมันเป็นบัญชีแนบท้ายที่มี ๗๔๒ หน้านะครับ ซึ่งเป็นบัญชีแนบท้ายตามตัวพระราชกําหนดในมาตรา ๓ มาตรา ๓ เขียนว่าให้ยกเลิกความ ในภาค ๒ พิกัดอัตราขาเข้าแห่งพิกัดอัตราศุลกากร ท้ายพระราชกําหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดพิกัดอัตราศุลกากรฉบับที่ ๔ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ ยกเลิกตัวนั้นทั้งหมดแล้วก็ใช้บัญชีแนบท้าย ที่แนบท้ายพระราชกําหนด ฉบับนี้แทน ทั้งหมดมี ๗๔๒ หน้า เป็นการจําแนกประเภทสินค้า ซึ่งท่านรัฐมนตรีเองก็ให้ เหตุผลว่าในฐานะที่ประเทศไทยเราเป็นภาคีขององค์การศุลกากรโลก แล้วก็รับเป็นภาคี อนุสัญญาระบบจําแนกสินค้าประเภทฮาร์โมไนซ์ขององค์การศุลกากรโลก ในฐานะที่เราเป็น ภาคีสมาชิกนะครับ เมื่อมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงขององค์การศุลกากรโลกที่จะนําเอาระบบ จําแนกประเภทสินค้าหรือพิกัดสินค้าเข้ามาใช้ให้มีการเปลี่ยนแปลงในประเทศภาคีสมาชิก ซึ่งมีทั้งหมด ๑๗๓ ประเทศครับ ในฐานะที่เราเป็นภาคีก็ต้องปฏิบัติตามอนุสัญญานั้น ในฐานะที่เราเป็นภาคีอนุสัญญาด้วยนะครับ และที่สําคัญครับในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขพิกัด ฐานะที่เราเป็นสมาชิกประเทศในกลุ่มอาเซียน แล้วมีพิธีสารว่าด้วยข้อตกลงเกี่ยวกับระบบ จําแนกประเภทสินค้าฮาร์โมไนซ์ของกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งประเทศอาเซียน ก็มีรายละเอียดเพิ่มเติมในประเภทย่อยของการจําแนกพิกัดนะครับ องค์การศุลกากรโลก ใช้ระบบ ๖ หลัก ซึ่งตามเอกสารบัญชีแนบท้ายนี้ถ้าท่านดูในรายละเอียดทั้งหมดจะมีทั้งหมด ๙๗ ตอน ๙๗ ตอนก็คือ ๙๗ ประเภท ใน ๙๗ ตอนก็จะเป็นลักษณะการจําแนกประเภทไป ถ้าเป็นระบบ ๖ หลักจะเป็นขององค์การศุลกากรโลก ใช้ระบบ ๖ หลัก แต่ฐานะที่เราเป็น ประเทศอาเซียน มิตรประเทศอาเซียนก็ใช้ ๘ หลัก เติมเข้าไปอีก ๒ หลัก เพื่อจําแนก ประเภทสินค้าให้เป็นระบบเดียวกัน ก็จะเป็นประโยชน์ในการที่จะทํามาค้าขายกันในด้าน ที่จะนําเข้าหรือส่งออกสินค้าต่าง ๆ ในกลุ่มมิตรประเทศที่เป็นคู่ค้ากัน ท่านประธานครับ ในเหตุผลข้อที่ ๑ นั้นคงไม่มีติดใจ

ประการที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีชี้แจงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีผลได้เสียต่อประโยชน์ ทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านเศรษฐกิจของประเทศ เพราะเกี่ยวกับเรื่องของอัตรา ศุลกากรหรืออัตราอากรนะครับ ซึ่งส่วนใหญ่ในการเปลี่ยนรหัสหรือเปลี่ยนพิกัดก็ไม่มี การเปลี่ยนแปลงอัตราอากร เป็นส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนครับ แต่มีบางรายการมีการรวมประเภท เข้ามา รวมประเภทย่อยเข้ามา แล้วเพิ่มประเภทย่อยเข้าไป ก็จะมีการเปลี่ยนแปลง ผมยกตัวอย่างเช่นที่ท่านรัฐมนตรียกตัวอย่างเรื่องกระจกโฟลทนะครับ ที่มีการกําหนดอัตรา อากรเข้ามาให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ประกอบการในเรื่องนี้เกิดความ ได้เปรียบและเสียเปรียบ ท่านประธานครับ เหตุผลความจําเป็นในการตราพระราชกําหนด ๒ เรื่องก็มีเหตุผลที่เพียงพอที่สภาแห่งนี้จะอนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ ท่านประธานครับ ดูในรายละเอียดแล้วกระผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับนอกจากที่ เราจะได้ประโยชน์ที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง ๓ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติตามภาคีอนุสัญญา ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติตามพิธีสารที่เราเป็นสมาชิกอยู่ในกลุ่มของอาเซียนนะครับ แล้วก็ให้ มีความเป็นธรรมกับการค้าการขายหรือผู้ประกอบการที่จะได้รับผลประโยชน์จากการกําหนด พิกัดในตรงนี้ ผมก็คิดว่าฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ ที่จะต้องอนุมัติพระราชกําหนดตรงนี้ ผมว่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะอนุมัติ ก็กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันให้ความเห็นและช่วยกัน ลงคะแนนเพื่อจะอนุมัติพระราชกําหนดนี้เป็นลําดับแรกในชั้นของสภาผู้แทนราษฎร ด้วยความเคารพท่านประธานอย่างยิ่งครับ