บุญทรง เตริยาภิรมย์ เสนอการปรับปรุงพิกัดศุลกากรให้สอดคล้องกับระบบฮาร์โมไนซ์ขององค์การศุลกากรโลก เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสินค้าที่มีราคาถูกจากประเทศจีน
กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในนามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะ ตัวแทนของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชกําหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา
หลักการ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมความในภาค ๒ พิกัดอัตราอากรขาเข้า แห่งพิกัดอัตราศุลกากรท้ายกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติ หลักการร่างพระราชกําหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ และต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ลงพระปรมาภิไธยและมีพระบรมราชโองการให้ประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว และภายใต้ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๘๖ ได้กําหนดให้ในระหว่าง สมัยประชุมถ้ามีความจําเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากรหรือเงินตราซึ่งจะต้องได้รับ การพิจารณาโดยเร่งด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน พระมหากษัตริย์จะทรง ตราพระราชกําหนดไว้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติใดก็ได้ และจะต้องนําเสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน ๓ วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้ นําบทบัญญัติ มาตรา ๑๘๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในการนี้รัฐบาลจึงใคร่ขอเรียนชี้แจงรายละเอียดของพระราชกําหนดพิกัด อัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยสรุปดังนี้
๑. เหตุผลและความจําเป็น โดยที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกองค์การ ศุลกากรโลก และเป็นภาคีอนุสัญญาระบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonize) ขององค์การศุลกากรโลก ซึ่งตามอนุสัญญาดังกล่าวได้มีการปรับปรุงแก้ไขการจําแนกประเภทสินค้าตามระบบฮาร์โมไนซ์ ครั้งที่ ๕ และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป ประกอบกับประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาชิกอาเซียน (ASEAN) ได้ร่วมลงนามรับพิธีสารว่าด้วยการนําพิกัดศุลกากร ฮาร์โมไนซ์อาเซียนมาใช้ ซึ่งพิธีสารดังกล่าวได้กําหนดให้ใช้พิกัดศุลกากรในระดับ ๘ หลัก ร่วมกัน และโดยที่เป็นกรณีมีความจําเป็นต้องตรากฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากรซึ่งจะต้อง ได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน จึงจําเป็นต้องตรา พระราชกําหนดนี้
สาระสําคัญของกฎหมายมีสาระสําคัญสรุปได้ ๓ ประเด็นใหญ่
ประเด็นแรกเป็นการปรับปรุงให้สอดคล้องกับการแก้ไขพิกัดศุลกากรระบบ ฮาร์โมไนซ์ขององค์การศุลกากรโลก ประกอบด้วย
๑. การแก้ไขเพื่อสะท้อนความสําคัญของข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคง ด้านอาหารของโลกตามข้อเสนอภายใต้แผนการดําเนินการขององค์การอาหารและเกษตร แห่งสหประชาชาติ
๒. การกําหนดรายการสินค้าเนื่องจากเหตุผลด้านการคุ้มครองสังคม และสิ่งแวดล้อม เช่น การกําหนดประเภทพิกัดศุลกากรขึ้นใหม่เพื่อกํากับ ควบคุมและติดตาม การเคลื่อนย้ายเคมีภัณฑ์อินทรีย์บางชนิดที่ใช้เป็นยาปราบศัตรูพืชหรือที่เป็นอันตรายต่อ สุขภาพตามอนุสัญญารอตเตอร์ดัม (Rotterdam) หรือการกําหนดประเภทย่อยสารทําลาย ชั้นบรรยากาศโอโซน (Ozone) ที่ควบคุมตามพิธีสารมอนทรีออล (Montreal) และการกําหนด ประเภทย่อยสําหรับนอร์เอฟีดรีน (Norephedrine) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นแอมเฟตามีน (Amphetamine)
๓. เป็นการกําหนดรายการสินค้าขึ้นใหม่ตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ยกตัวอย่างเช่นไบโอดีเซล (Biodiesel) ประเภท ๓๘.๒๖
๔. การกําหนดรายการสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อให้ระบบฮาร์โมไนซ์ สอดคล้องกับ รูปแบบทางการค้าในปัจจุบัน และการจําแนกพิกัดมีความเรียบง่าย เช่น กําหนดประเภท ขึ้นใหม่เพื่อรองรับสินค้า ผ้าอ้อม ผ้าอนามัย และของที่คล้ายกัน
สาระสําคัญประเด็นที่ ๒ เป็นการปรับปรุงรายการสินค้าที่เป็นประเภทย่อย อาเซียนให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศสมาชิก อาทิเช่น
๑. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเภทย่อยอาเซียนสินค้าน้ํามันปิโตรเลียม และน้ํามันที่ได้จากแร่บิทูมินัส (Bituminous) ในประเภท ๒๗.๑๐ หรือสื่อบันทึกที่ใช้แสง ในประเภท ๘๕.๒๓
๒. การกําหนดประเภทย่อยอาเซียนเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับสินค้าชนิดต่าง ๆ ที่เป็นที่ต้องการของอาเซียน เช่น ขากบในประเภท ๐๒.๐๘ พาสต้า (Pasta) ชนิดต่าง ๆ หรือกระเป๋ากีฬา
ท่านประธานครับ พิกัดศุลกากรฮาร์โมไนซ์อาเซียน ฉบับที่ ๒๐๑๒ ได้แก้ไข ปรับปรุงประเภทย่อยจาก ๘,๓๐๐ รายการ เป็น ๙,๕๕๘ รายการ ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไข เลขรหัสประเภทพิกัดสินค้าและชื่อรายการสินค้า โดยบางส่วนเป็นการแยกย่อยรายละเอียด สินค้าเพิ่มขึ้น บางส่วนเป็นการยุบรวมรายการสินค้าที่มีสถิติการค้าลดต่ําลง และบางส่วน เป็นการจัดกลุ่มสินค้าต่างไปจากเดิม
สาระสําคัญประเด็นที่ ๓ เป็นการปรับปรุงอัตราอากรสําหรับสินค้ากระจก โฟลท (Float) เพื่อแก้ไขปัญหาที่ผู้ประกอบการกระจกแผ่นในประเทศได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากมีการนําเข้ากระจกโฟลทที่มีราคาถูกจากประเทศจีน โดยการนําอัตราอากร ตามสภาพก่อนปีในปัจจุบันกลับมาใช้ใหม่ กล่าวคือ จากที่กําหนดไว้ตามอัตราอากรตามราคา ร้อยละ ๕๐ แก้ไขเป็นอัตราอากรตามราคาเป็นร้อยละ ๕๐ หรืออัตราอากรตามสภาพ กิโลกรัมละ ๙.๕๐ บาท
ท่านประธานที่เคารพประโยชน์ที่จะได้รับ
ข้อ ๑ เพื่อให้เป็นไปตามภาคีอนุสัญญาระบบฮาร์โมไนซ์ขององค์การศุลกากรโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก และปัจจุบันองค์การศุลกากรโลกได้ปรับปรุงแก้ไขพิกัด อัตราศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ ครั้งที่ ๕ เป็นฉบับปี ๒๐๑๒ และกําหนดให้มีผลบังคับใช้ ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป
ข้อ ๒ เพื่อให้เป็นไปตามพิธีสารว่าด้วยการนําพิกัดศุลกากรฮาร์โมไนซ์ อาเซียนมาใช้ โดยพิธีสารดังกล่าวกําหนดให้ใช้พิกัดศุลกากรในระดับ ๘ หลักร่วมกัน ซึ่งมีความสําคัญในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนในอาเซียน และส่งเสริมสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ อันจะเป็นการส่งผลให้เพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน
ข้อ ๓ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ผลิตกระจกโฟลตภายในประเทศ และเป็นการแข่งขันด้านราคาอย่างยุติธรรม จึงเรียนมาเพื่อให้ท่านสมาชิกได้พิจารณาครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ